หลังจากที่ถังเทียนกับ ถิงถิง ได้กลับไปที่ตระกูลถัง ก็สามารถจัดการเื่ในตระกูลได้อย่างไม่ยากนักเหตุเพราะ คนในตระกูลที่ร่วมกันสร้างก่อตั้งการค้าขึ้นมาต่างก็เป็สหายของบิดาของถังเทียน และไม่มีใครคิดที่จะจงรักภักดีต่อ ฮูหยินรอง ซึ่งไม่เคยได้มีบทบาทในการทำการค้าของตระกูลถังเพราะเมื่อก่อน จริงๆแล้วผู้ที่สร้างขึ้นมา จนเจริญรุ่งเรืองก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของแม่ของถังเทียน ที่เป็หญิงที่มีความสามารถในการทำการค้า ร่วมกับพ่อของถังเทียน
ส่วนถังเฉินก็ถูกทำลายวรยุทธ และถูกขับออกจากตระกูลพร้อมกับแม่ของเขา หลังจากนั่นสองแม่ลูกก็หายตัวไปไม่มีข่าวอีกเลย ตอนนี้เื่การค้าและเื่ในตระกูลก็อยู่ในมือของถังเทียนเป็ที่เรียบร้อย
หลินเยว่อิงไม่นานก็กลับมาถึงที่บ้านของตนเอง ทางครอบครัวก็ได้กลับมาถึงเป็ที่เรียบร้อย และทุกคนก็ต่างไปหาฮูหยินเฒ่า เพราะจากบ้านไปนาน
“คุณหนูเ้าค่ะ ตอนนี้ฮูหยินรองและฮูหยินสาม ไปพบกับฮูหยินเฒ่าอยู่เ้าค่ะไม่ทราบว่าท่านจะไปด้วยไหมเ้าค่ะ”
“ไปสิ หากข้าไปไม่ เดี๋ยวท่านยายจะตำหนิข้าอีก”
หลังจากนั่นทุกคนก็ไปร่วมตัวกันที่จวนฮูหยินเฒ่าและพูดคุยกันด้วยความคิดถึง และทานข้าวเพื่อเป็การต้อนรับการกลับมาอย่างมีความสุข โดยที่ทุกคนไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ทางฮูหยินเฒ่าก็สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงได้ ว่า ลูกสะใภ้ของนางทั้งสองไม่ทะเราะกันเหมือนแต่ก่อน แต่ถึงนางจะสงสัย แต่ก็ไม่พูดอะไร กลับรู้สึกดีด้วยที่ทั้งสองดีต่อกัน
“ท่านแม่เ้าค่ะ ข้านั่นดูแลการค้ามาก็หลายปีแต่ข้านั่นไม่มีหัวทางการค้า เช่นท่านแม่ ผิดกับน้องสาม นางมีพร์ด้านมากกว่าข้าการค้าที่ท่านให้นางดูแล ก็ทำกำไร และเติบโตได้ไม่น้อย ข้าว่าเหมือนท่านแม่ ตอนสมัยสาวๆเลยนะเ้าค่ะ”
“พี่รองท่านก็พูดเกินไปสมัยท่านแม่เปิดการค้าใหม่ๆ ข้านั่นไม่มีความสามารถเท่า หากให้ข้าทำอย่างท่านแม่เริ่มจากศูนย์ ข้าคงคิดว่าไม่สามารถทำให้ การค้าสกุลเราเติบโตมาได้ถึงเพียงนี้แค่ทุกวันนี้ข้าดูแลให้ดีเหมือนเมื่อก่อนข้าก็เต็มกำลังแล้ว”
“พวกเ้าวันนี้เข้ากับเป็ปี่เป็ขลุ่ยเลยนะออกไปนอกเมืองครั้งนี้ ไปเจออะไรมากัน เ้าถึงดูรักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆแบบนี้”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านแม่ แค่ข้ากับน้องสามได้พูดคุยกันมากขึ้นก็เท่านั่น คนเราเมื่อได้เปิด อกคุยกัน ก็ย่อมต้องเข้าใจกันยิ่งเป็คนในครอบครัวด้วยแล้ว ทำไมเราจะไม่เข้าใจกันละเ้าค่ะ”
“เช่นนั่นก็ดี ก็ขอให้เป็เช่นนี้ตลอดข้าบอกตรงๆ เหนื่อยใจกับเ้าสองคนมามาก โดยเฉพาะเ้า ฮูหยินสาม”
“ท่านแม่ค่ะ เื่เก่าก่อน ช่างมันไปเถอะค่ะที่ข้าพูดขึ้นมา เพื่อที่จะขอให้ท่าน มอบการค้าของตระกูล ให้น้องดูแลเถอะนะเ้าค่ะ”
“พี่รอง ข้ามีความสามารถไม่พอทำไมท่านถึง... อีกอย่างท่านเป็ฮูหยินที่ทุกคนยอมรับ จะให้อนุ อย่างข้าไปดูแลตระกูลแทนท่านมันไม่เหมาะสมนะเ้าค่ะ”
“นั่นสิ ตอนที่ชิงหลิงตายไปเ้าก็คือฮูหยินใหญ่คนต่อไป นางเป็แค่อนุ จะให้มาดูแลเป็ใหญ่ในบ้านได้อย่างไร”
“ท่านแม่เ้าค่ะ ที่ข้าพูดเพราะเราเป็ครอบครัวเดียวกัน คนเมื่อมีความสามารถ ก็ต้องส่งเสริมนางเองก็เข้ามาในบ้านอย่างถูกต้อง ตอนนี้เื่สำคัญที่สุดคือการดูแลทายาทของเราทั้งสาม ให้พวกเขาเติบโตมา พร้อมที่จะเป็ผู้นำตระกูลหากว่าข้าและน้องสาม ยังต้องคอยมาดูแลเื่ในจวนและนอกจวนด้วยจะเป็การละเลยเด็กๆไป ข้าจึงคิดว่า น้องสามนางมีความสามารถทางการค้ามาก ส่วนข้านั่นสู้นางไม่ได้เลยหากนางดูแลจะทำให้ตระกูลเรา ก้าวหน้าต่อไป ส่วนเื่เด็กๆท่านก็รู้ว่าข้าเป็บุตรของใคร ข้าสามารถสั่งสอนพวกเขาให้มีความรู้ท่านก็น่าจะรู้ตระกูลเรา เป็ตระกูลขุนนางอนาคตพวกเขาจะต้องเจอเข้ากับผู้คนในแวดวงขุนนาง ตอนนี้พวกเขาก็เริ่มโตกันแล้ว เราต้องเตรียมพร้อมให้พวกเขาให้พร้อมที่จะรับมือเื่ในอนาคต ท่านแม่เองน่าจะเข้าใจจุดนี้ดี ถึงได้ให้พวกเขามาร่ำเรียนกับท่าน”
“ข้าก็ไม่ทันได้คิดไป แต่มาคิดดูแล้วเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกไม่กี่ปี คงต้องเข้าไปศึกษากับพวกราชนิกุลถึงตอนนั่นถ้าหากฉลาดเกินไปก็จะตายไว หากโง่เกินไปก็เอาตัวไม่รอด ข้ายังมองว่าพวกเขายังเด็กยังไม่ต้องรีบร้อนแต่พริบตา ก็โตกันแล้ว ข้าลืมไปจริงๆ...เหมยหลิน!”
“ท่าน...ท่านเรียกชื่อข้า”
“อืม...หากเ้าสองคนเข้าใจกัน ก็ดีแล้วและรู้ว่าอนาคตต้องเผชิญกับสิ่งใด...ดี...ดี...ข้าจะได้ปล่อยมือให้คนรุ่นหลังได้นำพาตระกูลต่อไปจากนี้เื่ทั้งหมด ทั้งในจวนนอกจวน ก็เป็เื่ของพวกเ้าทั้งสองคนเ้าจะอยู่ดูแลบ้านเลี้ยงดูเด็กๆส่วนเ้าจะออกไปดูแลการค้าของตระกูลก็เป็เื่ของพวกเ้า ข้าไม่ขัดข้องอะไรหวังว่าพวกเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
“ค่ะท่านแม่ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
“เอาละ ข้าเหนื่อยแล้ว พวกจ้ากลับไปพักเถอะข้าจะพักแล้ว”
หลังจากนั่นทุกคนก็ออกมาจากจวนของฮูหยินเฒ่า
“น้องสามจากนี้ เ้าต้องจัดการเองแล้วนะส่วนข้านั่นจะดูแลพวกเขาเอง จากนี้ข้าต้องทุ่มกำลังในฝึกวิชายุทธ อนาคตหากศัตรูเราโพล่มา เราจะได้ต่อกรกับมันได้”
“ท่านพี่ท่านวางใจ เื่ของพี่ข้าข้าจะจัดการให้เรียบร้อย ส่วนลูกของข้า ั้แ่พรุ่งนี้ไป ข้าจะให้พวกเขาไปที่เรือนของเยว่อิง ขอให้ท่านพี่สั่งสอนพวกเขา วันข้างหน้าพวกเขาจะได้ปลอดภัย”
แล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับไปหาลูกๆของตน
ณ จวนของหลินเยว่อิง
“ท่านแม่”
“หลายวันมานี้ เื่ของเ้าจัดการจบหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ท่านแม่จากนี้เราจะมีทรัพยากรในการฝึกอย่างไม่ต้องห่วงแล้ว ด้วยเงินของตระกูลเรารวมกับตระกูลถัง คงไม่ใช่เื่ลำบากอีกต่อไป”
“ที่เ้าเคยบอกแม่ไว้เ้าจำเป็ต้องฝึกจริงๆ อย่างนั่นหรือ”
“ใช่แล้วท่านแม่ แต่ก่อนที่ลูกจะเริ่มฝึกลูกจะเตรียมการให้พร้อมก่อน เพื่อวันข้างหน้าหากมีเหตุอะไรเกินขึ้นถึงข้าจะไม่สามารถลงมือได้ แต่ก็จะมีคนคอยปกป้องตระกูลเราไว้ได้”
“เ้าคิดจะทำอะไรลูกแม่”
“ข้าจะสร้างกลุ่มคนของเราขึ้นมาให้พวกเขาคอยเป็ทหารปกป้องพวกเรา”
“ทำแบบนั่นจะดีหรือลูกหากคนอื่นรู้จะหาว่าเราซ่องสุมกำลังได้นะลูก”
“เราไม่ได้ให้เขามาประจำการที่นี้หรอกท่านแม่แต่ข้าจะสร้างสำนักลับขึ้นมา ข้าได้ที่มั่นของเราแล้ว คือ สำนักกระบี่สาดส่องที่นั่นสามารถรับศิษย์เป็พันเป็หมื่นคนก็ไม่มีใครสงสัย ทุกคนก็จะคิดว่าที่นั่นเป็สำนักยุทธทั่วไปฉากหน้าคือสำนักกระบี่สาดส่อง ภายในเป็สำนักของพวกเราต่างหาก อิ อิ อิ”
“เช่นนั่น เ้าก็ทำไปเถอะแม่ตอนนี้ก็มอบทุกอย่างให้น้องสามไปทำแล้ว จากนี้คงต้องสอน เจียงผิง กับ เจียงเฟย ให้พวกเขามีวิชาติดตัวเ้าพอจะสอนพวกเขาได้ไหม”
“เื่นั่นไม่มีปัญหาท่านแม่พรุ่งนี้ก็ให้น้องสองคนนั่นมาหาข้าได้เลยถึงเวลาที่พวกเขาต้องรู้จักพี่สาวของพวกเขาแล้วแต่ข้ามีเื่ที่อยากให้ท่านแม่ช่วย”
“เื่อะไร”
“ท่านสามารถซื้อพวกแรงงานทาสได้มากสุดเท่าไรเ้าค่ะ”
“ถ้าซื้อตามกฎหมายแล้ว จวนๆหนึ่งจะซื้อได้ไม่เกิน20 คน มากกว่านั่นจะเป็การซ่องสุมกำลังได้ แต่หากเป็จวนขุนนางใหญ่ ก็ได้ไม่เกิน100 คน บ้านเราตอนนี้มีบ่าวรับใช้ก็ประมาน 40 คนแล้ว หากจะรับเพิ่มอีกก็คงได้ไม่เกิน50 คน”
“เช่นนั่นก็น้อยไป ข้าจะทำอย่างไรหากเราจะฝึกคน ข้าอยากได้สัก พันคน เอาไว้ที่สำนักกระบี่สาดส่อง”
“พันคน นี้เ้าจะเอาคนไปทำไมมากมายขนาดนั่น”
“ท่านแม่ พันคนข้าว่ายังน้อยไป ยิ่งคนมีมากข้ายิ่งสบายขึ้นมากเท่านั่น”
“หากเ้าอยากได้คนมาขนาดนั่นคงหาซื้อไม่ได้เว้นแต่เ้าจะไปปล้นกับพวกขนทาสเอาเอง เพราะพวกนั่น พาพวกเด็กกำพร้า ปีๆหนึ่งเข้ามาขายจากต่างแดนก็หลายสิบคนพอมารวมๆกันก็เป็ร้อย”
“จริงด้วย ปล้นคน ถ้าข้าไปปล้นคนการค้าทาสก็จะไม่สามารถค้าได้ และแถมข้าก็จะได้คนมาเป็กำลังอีก แบบนี้ดีขอบคุณท่านแม่”
“เ้าจะทำอะไรก็ระวังตัวด้วยอย่าทำให้แม่เป็ห่วงเ้ามากนัก”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าให้พวกนางไปจัดการแค่ทหารระดับล่างคุ้มกันทาส ไม่ใช่คู่มือพวกนางอยู่แล้ว”
“จริงสิท่านแม่ เจียหนิงข้าอยากให้ท่านช่วยพานางไปดูแลการค้า และช่วยทางแม่สามเขาด้วย แม่สามนางจะปากร้ายแต่จริงๆเป็คนใจอ่อน อีกอย่างมีนางสักคนท่านจะได้วางใจ พร์เื่ผ้าของนางก็ถือว่าโดดเด่นไม่มีใครเทียบหากมีนางค่อยมาช่วย การค้าผ้าของเรา ต้องเป็ที่หนึ่งได้แน่”
“จริง แม่ได้เห็นฝีมือของเจียหนิงแล้วดีกว่าคนงานของเรามาก อาจจะเทียบได้กับช่างภูษาในวังได้เลย เจียหนิงเ้าอยากไปทำงานหรือไม่”
“นายหญิงข้ายินดีเ้าค่ะ”
“งันพรุ่งนี้ข้าจะให้เ้าไปกับซูเมิ่งและช่วยดูเื่การผลิตผ้า ทั้งหมดหากเ้าอยากจะปรับปรุงหรือทำสิ่งใดก็พูดกับฮูหยินสาม”
“ท่านแม่ ท่านมอบทุกอย่างให้แม่สามนี่ท่านจะทำสิ่งใด”
“ขั้นที่7 เ้าบอกว่าหากใครอยู่ในขั้นที่ 7จะเป็เซียน และไม่ต้องกลัวผู้ใดไม่ใช่หรือ จากนี้แม่จะใช้เวลาในการเข้าใจกระบี่ในร่มนี้ให้มากขึ้นและแม่ต้องควบคุมเ้านกนี้ให้ได้ เมื่อนั่นต่อให้ลูกแม่จะเป็อย่างไรใครก็แตะเ้าไม่ได้ ร่วมทั้งคนในบ้านเรา”
“ท่านแม่ ข้าเคยบอกท่านไปแล้วสำหรับท่านอาจจะเป็เื่ยาก ท่านแน่ใจแล้วใช่หรือไม่”
“หากมันจะทำให้พวกเ้า อยู่เป็สุขได้แม่ก็จะลองดู ต่อให้มันยาก แม่ก็ไม่กังวล”
“เช่นนั่นลูกก็ขอให้ท่านแม่ประสบความสำเร็จเื่ของน้องๆลูกจะช่วยอีกแรง”
“ดีจ่ะ ถ้างันแม่ไปแล้ว เ้าก็พักผ่อนนะ”
“ค่ะท่านแม่”
หลังจากที่ ไป๋ชิงชิวกลับที่พักไป ทางหลินเยว่อิงก็พักผ่อน และสั่งให้เซียงหยาง นัดคนของนางทั้งหมดมาพบในคืนพรุ่งนี้
เช้ารุ่งขึ้น....
“ท่านแม่ ทำไมข้าต้องไปเรือนของพี่ใหญ่ด้วยไหนท่านว่านางเป็คนไม่ดี”
“หุบปาก เจียงผิง จากนี้เ้าญาติดีกับพี่ใหญ่เ้าไว้เราก็เห็นกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อก่อนที่แม่พูดไป เ้าลืมไปให้หมด จากนี้เราคือครอบครัว”
“แต่ว่า นางน่ากลัวนะท่านแม่เวลาที่ข้ามองนาง เหมือนว่านางเป็ยายแก่เลย”
“เ้าพูดจาอะไร ไปได้แล้ว”
“ท่านแม่!”
“นี้พี่รอง ถ้าท่านไม่อยากไปงันท่านก็ไปหาท่านยายสิ ข้าไปก่อนนะ”
“นี้เ้า! ไปก็ได้อย่างน้อยคงไม่น่าเบื่อเหมือนอยู่กับท่านยาย”
แล้วทั้งสามก็เดินมาถึงจวนของ หลินเยว่อิง
“พี่รอง ข้าพาลูกๆมาส่งให้ท่านแล้ว”
“ดีแล้ว งันวันนี้ เราให้เด็กๆ อยู่ด้วยกันวันนี้ข้าและเ้าไปจัดการเื่หอการค้าให้เสร็จ... ซูเมิ่ง เจียหนิง”
“ค่ะ ฮูหยิน”
“น้องสาม จากนี้ ข้าจะให้ นางสองคนช่วยเ้าซูเมิ่งดูแลบัญชีการเงินทั้งหมดของหอการค้า ส่วนเจียหนิงเ้าก็เห็นแล้วว่านางมีความสามารถด้านการเย็บปักมากแค่ไหน หากนางไปช่วยดูแลการค้าของเราก็คงจะขายดีมากแน่ๆ”
“ดีเลย หากได้ 2 คนมาช่วย ข้าก็คงสบายขึ้นมาก”
“ไปกันเถอะ ปล่อยให้เด็กๆ เขาอยู่ด้วยกัน”
“ท่านแม่ ท่านแม่” เจียงผิงได้แต่ร้องเรียก แต่แม่ของนางก็ปล่อยให้นางอยู่ที่นี้ไม่สนใจ
หลังจากที่ทุกคนไปแล้วทางหลินเยว่อิง ก็ยังคงนั่งเดินหมากอยู่ในเรือนตรงระเบียงเหมือนเช่นเคย สองพี่น้องต่างก็มองดู เซียงหยางก็เดินเข้ามา
“คุณหนูทั้งสอง เชิญเข้าไปด้านใน”
แล้ว เจียงผิง เจียงเฟยก็เดินเข้าไปหาหลินเยว่อิง
“พี่ใหญ่นี้วันๆท่านจะเดินแต่หมากอย่างนั่นหรือ น่าเบื่อแย่เลย ตอนท่านออกไปข้างนอกดูท่านจะสนุกกว่านี้นะข้าว่าเราออกไปเที่ยวเล่นกันเถอะ”
“ได้สิ แต่ว่าเ้าต้องทำตามที่ข้าสั่งก่อนแล้วข้าจะไป แต่หากเ้าไม่เชื่อฟัง เ้าก็ออกไปจากที่นี้ได้”
“เหอะ ดูท่านจะวางท่าจังเลยนะข้าไม่อยู่แล้ว ข้าจะกลับห้อง” เจียงผิงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
เจียงผิงสะบัดหน้าหนีและเดินออกแต่เมื่อก้าวลงจากเรือน ค่ายกลก็ทำงาน ทำให้นางไม่สามารถก้าวออกไปได้
“นี้ท่านทำสิ่งใด ท่านคิดจะขังข้าไว้หรือข้าจะฟ้องท่านยาย”
“ฟ้องหรือ ฟ้องสิ หากเ้าออกไปฟ้องได้นะ”
“พี่ใหญ่ ท่านอย่าใจร้ายนักสิข้ากับพี่สาวก็แค่มาเรียนรู้กับแม่รอง ตอนนี้แม่รองไม่อยู่ ข้าว่ารอนางกลับมาข้าค่อยมาจะดีกว่า”
“คนที่จะสอนพวกเ้า ไม่ใช่ท่านแม่แต่เป็ข้าต่างหาก”
“ท่านว่าอะไรนะ เป็ท่าน” เจียงเฟยพูดขึ้นด้วยความใ
“อย่างท่าน จะสอนอะไรพวกข้าได้” เจียงผิงพูดด้วยความไม่เชื่อ
“นั่นสิ แล้วเ้าอยากเรียนอะไรพูดมาเพื่อข้าจะสอนได้”
“ข้าไม่สน ข้าสนแต่เงินเท่านั่น อยู่กับท่านแล้วไม่ได้เงินข้าไม่เสียเวลาอยู่ด้วย ข้าไปเรียนกับท่านยายดีกว่า นางสอนข้าหาเงินได้”
“อ่อ น้องสาวข้า สนใจแต่เื่เงินจริงๆสินะให้เรียนเย็บปักถักร้อยไม่เอา วรยุทธก็ไม่สน บทกลอนต่างๆก็ไม่ได้แต่พอเป็เื่เงินเ้ากลับสนใจ หลายปีมานี้ที่ข้ารู้เื่ของเ้ามาไม่ผิดไปเลย”
“แล้วเ้าละ เจียงเฟย”
“บอกตรงๆ ข้าก็ไม่รู้ใครให้ข้าเรียนอะไรข้าก็เรียน ไม่สนุกข้าก็หนี ข้าชอบแต่เื่สนุกเท่านั่น”
“ดี น้องเล็กของข้าเป็ชายเล่นสนุกสินะ เ้าอยากเล่นอะไรว่ามาถ้าเ้าชอบพี่สาวจะทำให้”
“ถ้าท่านว่ามา งันข้าอยากไปหอนางโลมเขาว่าที่นั่นมีเื่สนุกสำหรับผู้ชาย ข้าเคยถามท่านแม่ โดนท่านแม่ตียกใหญ่เลยเคยถามอาจาร์ย อาจาร์ยก็ด่าข้าเป็คนเสเพลไม่เอาไหน ข้าไม่เข้าใจในเมื่อเป็ที่ที่สนุก แล้วทำไมข้าถึงไปบ้างไม่ได้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้สิข้าจะพาเ้าไปรับรองว่าไม่มีใครห้ามเ้าได้ ดีไหม”
“ท่านพาข้าไปได้จริงหรือ เช่นนั่นน้องเล็กขอให้พี่ใหญ่ช่วยด้วย”
“ได้สิ แต่เ้าต้องทำอะไรอย่างหนึ่งก่อน”
“ทำสิ่งใด พี่ใหญ่ว่ามา ข้ายินดีบุกน้ำลุยไฟขอเพียงท่านพี่กล่าว”
แล้วหลินเยว่อิงก็ชี้นิ้วไปที่เซียงหยาง
“จับนางให้ได้ หากเ้าจับนางได้ ข้าจะพาเ้าไป”
“อะไรนะ ให้ข้าจับนาง แต่นางเป็ผู้หญิง”
เพียะ! เซียงหยางตบเข้าที่หน้าของเจียงเฟย
“นี้เ้ากล้าตบหน้าข้า!”
“หากเ้าตีนางคืนได้ข้าจะทำตามสัญญา”
“ดีนี้ท่านวางแผนไว้แล้ว ได้ วันนี้ข้าจะตีเ้าคืนเป็สองเท่า”
เจียงเฟยโมโหหน้าแดงกระโจมเข้าหาเซียงหยาง หวังจะตบตีนางให้ได้ และแน่นอน แค่เด็กอายุ 12พลังยุทธอยู่แค่ระดับหนึ่ง จะไล่ตามเซียงหยางได้อย่างไรเซียงหยางแค่ก้าวเท้าเล็กน้อย ก็ออกห่างได้แล้วเจียงเฟยพยายามไล่ตามจนตัวเองเหนื่อย วิ่งไปรอบเรือนของหลินเยว่อิงแต่ก็ไม่แม้แต่จะจับชายผ้าของเซียงหยางได้เลย จนความโกรธนั่นเริ่มหายไปเปลี่ยนมาเป็ความเหนื่อยล้าแทน เมื่อเจียงเฟยกำลังจะนั่งพัก
เพียะ! เซียงหยางก็ตบเข้าที่หน้าของเจียงเฟยอีกครั้ง เจียงเฟยก็โมโหขึ้นอีกไล่ตามด้วยความแค้นอย่างไม่ลดละ ตอนนี้ลืมเื่ไปหอนางโลมจนสิ้น
“นี้ท่านจะให้ข้าทำอะไรคงไม่ตบหน้าข้า เหมือนกับนางหรอกนะ”
“ไม่นี้ตั๋วเงิน 1000ตำลึง หากเ้าเดินหมากเอาชนะข้าได้ เ้าเอาไปเลย แต่ว่ามีข้อแม้นะ”
“ข้อแม้อะไร”
“หากเ้าแพ้เ้าต้องให้เงินข้า 1ตำลึงต่อการเล่นหนึ่งครั้ง”
หลินเจียงผิง คิดในใจหนึ่งต่อหนึ่งพัน นี้นางมั่นใจในฝีมือขนาดนั่น ข้าก็อายุไม่ต่างจากนางมากและเรียนการเดินหมากกับอาจาร์ยมาก็ไม่น้อย ถึงจะยังอ่อนด้อย แต่ในรุ่นเดียวกันข้าก็ไม่แพ้ใครการพนันนี้คุ้มค่า
“ได้หากข้าชนะ ท่านห้ามโกงข้า”
“ไม่โกงหรอกข้าเป็พี่สาว จะโกงเ้าได้อะไร”
แล้วหลินเจียงผิง และหลินเยว่อิงก็เดินหมากกัน โดยวางเดิมพัน หนึ่งต่อหนึ่งพันตำลึง ในขณะที่เดินหมากไป่แรกหมากของเจียงผิงจะได้เปรียบเพียงเล็กน้อยเสมอ แต่เมื่อจบกระดานทุกครั้งเจียงผิงจะเป็ฝ่ายแพ้เสมอ แต่กระนั่นทุกครั้งที่เจียงผิงจะเดินหมากจะรู้สึกถึงกระแสพลังอะไรบ้างอย่าง เหมือนการกดดันเล็กน้อย แต่ก็ทนได้ไม่ลำบากกาย
หลินเยว่อิงคิดในใจนี้คือหมากแห่งยุทธ เ้าไม่ทางชนะข้าได้หรอกน้องสาว แต่ยิ่งเ้าเดินมากเท่าไรพลังยุทธของเ้าก็จะค่อยๆพัฒนา เพราะข้าได้ช่วยเ้าเดินพลังปราณพร์ของเ้ามีมากกว่าน้องชายหลายเท่า หากเ้าได้ฝึกปราณและจิติญญาด้วยหมากพวกนี้กว่าที่เ้าจะรู้ตัว ข้าจะพาเ้าบรรลุไปหลายขั้นแล้ว อายุเ้ายังน้อยพลังกายเดี๋ยวค่อยฝึกก็ได้ หากมีพลังปราณและจิติญญาดีั้แ่แรกเ้าจะก้าวหน้าได้ไกลไม่ต่างจากข้าเลย ตอนนี้เ้าสนใจแค่หมากก็พอแล้ว
“อิ อิ อิ”
“นี้ท่านหัวเราะที่ชนะข้าได้งันหรือ”
“ก็เปล่านี้นี้ก็ตาที่ 10 แล้ว เ้าเสียให้ข้า 10 ตำลึงแล้วนะ เ้ามีดีแค่นี้หรือ”
“ท่านหรอกข้าท่านแกล้งข้า ทุกครั้งเหมือนข้าได้เปรียบแต่จริงๆแล้วท่านต่างหากที่ควบคุมทุกอย่างอยู่ ข้าสู้ท่านไม่ได้ สู้อีกข้าก็มีแต่แพ้”
“งันเอาแบบนี้ทุกครั้งที่เ้าแพ้หนึ่งตา ข้าจะเพิ่มเงินลงไป 2 ตำลึงดีไหม ขอเพียงเ้าชนะข้าได้เงินทั้งหมดจะเป็ของเ้า”
“นี้ท่านจะหลอกข้าอีกหรือ”
“ข้าจะหลอกเ้าได้อะไรข้าก็แค่ไม่มีคนเล่นด้วย มีเ้าเล่นด้วย พี่ใหญ่อย่างข้าจะได้ไม่เหงาไงเ้าก็แค่คิดว่าเล่นเป็เพื่อนข้าก็แล้วกัน”
“ก็ได้แต่ทุกๆ 10 ตา ท่านต้องเพิ่ม 100ตำลึง”
“เอาสิ”
แล้วทั้งสองก็เล่นหมากกันต่อไปส่วนทางเจียงเฟยก็ยังไล่ล่า เซียงหยางอยู่จนเขานั่นหมดแรงแล้วไม่สามารถลุกเดินได้อีก แต่เซียงหยางกลับไม่มีอาการเหนื่อยเลยสักนิด
“ไม่ไหวข้าไม่ไหวแล้ว เ้าตีข้าเถอะ ข้าไม่โกรธแล้ว ตีข้าเลยข้าไม่ไล่เ้าแล้ว”
“คุณหนูเ้าค่ะ คุณชายไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ”
“เอาน้ำให้เขาดื่ม”
เซียงหยางนำน้ำมาให้เขาดื่มทันทีที่ดื่มเข้าไป ก็รู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่า รู้สึกว่าแรงจะกลับมาเต็มที่
“พี่เซียงหยางนี้ท่านเอาอะไรให้ข้าดื่ม ข้ารู้สึกว่าพลังของข้าฟื้นฟูกลับมาในทันที”
“ก็แค่น้ำสมุนไพรนะตอนนี้คุณชายจะไล่ตามข้าอีกไหม”
“แน่นอนสิท่านก็ไม่ต้องตบหน้าข้าแล้ว ขอเพียงข้าจับท่านได้ พี่ใหญ่จะพาข้าไปเล่นสนุกข้าไม่รอถึงอายุ 18 หรอกค่อยไป ข้าจะต้องไปที่นั่นให้ได้”
แล้วเจียงเฟยก็ไล่ตามเซียงหยางต่อจนเวลาไม่นานก็ผ่านไป ครึ่งวัน
“เอาละวันนี้พอเท่านี้ทุกๆเช้าจนถึงเที่ยง พวกเ้าต้องมาฝึกกับข้า แล้วอีกครึ่งวันพวกเ้าจะไปไหนก็ไปวันนี้พอแค่นี้”
“พี่รองนี้ท่าน...”
“ทำไมข้าทำไม”
“ท่านมีพลังปราณ”
“พลังอะไร ข้าไม่เห็น...รู้สึก...”แล้วพลังนางก็พุ่งออกมา
“นี้มันคืออะไรกันทำไมมันร้อนแบบนี้”
“เ้าสงบใจสะและควบคุมมัน คิดว่ามันเป็ส่วนหนึ่งของเ้า มันคือของๆเ้า ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม”
“ระดับสองนี้พี่รองอยู่ในระดับสอง ทำไมกัน ข้าฝึกมาตั้งนานยังอยู่คือระดับหนึ่งขั้นปลายเท่านั่น นี้พี่ใหญ่กับพี่รองทำอะไรกัน”
“ไม่นะข้าก็แค่เดินหมากเท่านั่น”
“งันข้าขอเดินด้วย”
“วันข้างหน้าค่อยว่ากันเ้าเป็ชาย เพิ่มความแข็งแกร่งทางกายไปก่อนดีแล้วหากเ้าไม่สามารถจับเซียงหยางได้ เ้ายังไม่ต้องไปขั้นต่อไป ส่วนเ้าเจียงผิงเ้านะไม่ต้องสนใจอะไรมาก แค่เดินหมากให้ชนะเดิมพันก็พอเพราะยังไงวันนี้ข้าก็ได้เงินเ้ามาตั้ง 30 ตำลึง พรุ่งนี้ขอแม่เ้ามาให้ข้าด้วยละ”
“ท่านมันเ้าเล่ห์นักท่านรู้ว่าข้าไม่สามารถเอาชนะท่านได้ ท่านถึงมั่นใจ แต่ข้าไม่ยอมแพ้ ขอแค่ตาเดียวตาเดียวเท่านั่น ข้าจะเอาเงินของท่านมาให้หมด”
“ก็ดีงันข้าจะรอเล่นกับเ้านะน้องสาว อิ อิ อิ”
แล้วทั้งสองก็เตรียมที่จะเดินออกจากจวนของหลินเยว่อิง
“เซียงหยางปิดค่ายกลให้พวกเขากลับไป”
“ไม่ต้อง!นี้มัน!” แล้วเจียงผิงก็มองดูค่ายกลตรงหน้าอย่างจดจ่อแล้วก็ค่อยๆเดินเข้าไป
“น้องสาวข้ามีพร์จริงๆเดินหมากกับข้าไม่กี่ตา ก็เริ่มจดจำค่ายกลได้แล้ว แต่มันยังไม่พอหรอกนะ”
เจียงผิงสามารถแก้ค่ายกลเดินมาได้ถึงครึ่งทางแต่เมื่อถึงกลางทางก็มองค่ายกลไม่ออก ทำให้หลงในค่ายกล แล้วหลินเยว่อิงก็ปิดค่ายกลแม่จะเป็การเดินไม่กี่ก้าวในสวน แต่นั่นก็เป็การแก้ค่ายกลที่มีพร์มากแล้ว
“เ้าไม่ต้องรีบร้อนกลับไปพัก และทบทวนหมวกที่เราเดินวันนี้ให้ดี ข้าคาดหวังหมากในวันพรุ่งนี้อยู่นะน้องสาว” แล้วเจียงผิงก็สะบัดหน้าเดินออกไป
“พี่รองรอข้าด้วย”เจียงเฟยก็วิ่งตามออกไป
“คุณหนูเ้าค่ะนี้ท่านสอนอะไรให้คุณหนูรองกัน”
“นางมีความจำเป็เลิศและยังมีพร์ในการคำนวณมาก ตอนแรกข้าก็แค่ได้ฟังมา วันนี้ข้าก็เลยใช้หมากในการคำนวณเดินกับนางนางสามารถแก้มันได้ และข้าก็ค่อยๆเพิ่มระดับมากขึ้นในขณะเดียวกันข้าก็เดินลมปราณให้นางไปด้วย เพื่อไม่ให้นางสลบหมดแรงไปก่อน จากการเรียนรู้ค่ายกลอนาคตนางต้องเป็ปรมาจาร์ยค่ายกลได้แน่”
“หลายปีมานี้ที่คุณหนูรองสนใจมีแต่เื่เงินเื่ตัวเลขที่แรกก็คิดว่านาง้าเรียกความสนใจจากแม่ของนางเสียอีกไม่คิดเลยว่านางจะมีพร์ได้มากขนาดนี้ ตอนที่คุณหนูสอนข้า ข้าบอกตรงๆว่า สำหรับข้าแค่รู้การเข้าออกจวนนี้ก็ลึกล้ำพอแล้ว”
“นางรู้ชาติกำเนิดของนางดีการเป็ลูกอนุ สำหรับบ้านอื่นเป็เื่ที่น่าอดสูนางจึงทำทุกอย่างให้เป็ที่ยอมรับ ท่านยายทำการค้าจนตระกูลมั่งคั่งแม่ของนางยังเป็ลูกพ่อค้าอีก นางจึงคิดว่า เงินกับตัวเลขเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดนางจึงสนใจแต่เื่นี้ จากสนใจกลายเป็หมกมุ่น และกลายเป็ชีวิต กลายเป็พร์เมื่อก่อนจอมมารอี้นัว ก็สนแต่วรยุทธ ทั้งชีวิตทุ่มอยู่กับการฝึกยุทธและรวบรวมวิชา เห็นน้องสาวข้าแล้ว ข้าก็นึกถึงนางขึ้นมา”
“ท่านถึงไม่ฝึกยุทธให้นางแบบตรงๆแต่ฝึกแบบอ้อมๆให้นางแต่เพียงเท่านี้ก็ก้าวหน้ากว่าคุณชายแล้วแบบนี้มันจะไม่เป็การละเลยคุณชายหรือเ้าค่ะ”
“ไม่หรอกเจียงเฟยนะ อายุยังน้อย พร์ก็ไม่มีถ้าหากเอาอะไรที่เขาไม่เข้าใจให้แต่แรกมันจะแย่เอา เขาเป็น้องของข้าข้าก็ต้องฝึกพื้นฐานของเขาให้ดีที่สุด เมื่อพื้นฐานเขาดีและมั่นคงเขาจะเติบโตเป็ยอดยุทธและไม่ไปผิดทาง ยังไงเขาก็ต้องสืบทอดตระกูลหลินวิชาหลักที่เขาจะต้องฝึกคือวิชาหอกของสกุลหลิน”
“ค่ะเื่ที่ท่านให้ไปทำเมื่อวาน ข้าจะรีบออกไปจัดการเย็นนี้ทุกคนจะมารวมตัวกันตามคำสั่งของคุณหนู ข้าขอตัวก่อนนะเ้าค่ะ”
“เื่นี้สำคัญมากอย่าทำให้ข้าผิดหวัง ข้าจากไปหลายวัน ข้าจะต้องได้มันมา”
“เ้าค่ะ”
แล้วเซียงหยางก็รีบออกจากจวนไปเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงพบค่ำ คนที่หลินเยว่อิงเรียกมาพบก็พากันมาถึง
“คุณหนูค่ะทุกอย่างพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
“ดีงันก็เอามาข้ารอไม่ไหวแล้ว”
ตอนนี้ทุกคนก็มาถึงผู้ที่อยู่ที่นี้ตอนนี้มี เซียงหยาง ถังเทียน ถิงถิง ตงฟาง เจียหนิง อยู่ในเรือนและนอกเรือน มีคนยืนอยู่ คือ หลี่ไถ ไปหลี่ และหลิงเซียงและทุกคนตอนนี้ในมือก็ถือสำรับอาหารอยู่ในมือ ต่างก็รีบนำอาหารออกมาจากสำรับวางไว้ที่หน้าของหลินเยว่อิง
“สูดดด...ฮา...ของชอบของข้าข้าคิดถึงพวกเ้าจริงๆ” ที่แท้สิ่งที่หลินเยว่อิง้าคืออาหารนั่นเอง เซียงหยางและคนอื่นๆ ก็รีบนำอาหารที่หลินเยว่อิงอยากกินมาให้ทั้งของคาวหวานวางอยู่เต็มโต๊ะ
หลินเยว่อิงไม่รอช้าเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางของนางมารผู้น่ากลัว หายไปเหลือแต่เพียงเด็กสาวที่มีความสุขกับการกินอาหาร ไม่นานอาหารก็หมดลงหลินเยว่อิงกินไปจนหมดเหมือนหิวโหยมานาน
“ฮา...อิ่มแล้วข้าไม่ได้อยู่สะนาน คิดถึงอาหารอร่อยพวกนี้ กว่าจะได้กลับมาถ้าข้ามีพ่อครัวติดตามสักคน คงจะดีไม่ใช่น้อย”
“หากคุณหนูอยากกินอีกข้าจะไปหามาให้” ตงฟางพูดขึ้น
“เอาละข้าอิ่มแล้วเื่ที่เ้ารายงานมาให้ข้าฟัง แสดงว่าศัตรูของเราคือ จิ้นกั๋วกง สินะ”
“ครับ จะให้จัดการเช่นไรครับ”
“ยังเรารู้ศัตรูแล้ว ต่อไปจับตาไว้ให้ดีๆ ตอนนี้ถ้าเราทำอะไรลงไปให้เขารู้ตัว มันจะเป็อันตรายกับคนในตระกูลได้เจียหนิง ถึงเ้าจะไม่ชอบฝึกยุทธ แต่ข้าขอให้เ้าตั้งใจมากกว่านี้ที่ข้าให้เ้าติดตามแม่สาม ไม่ใช่เพราะให้เ้าทำสิ่งที่ชอบเพียงอย่างเดียวแต่เ้าต้องปกป้องดูแลนางด้วย”
“ค่ะ คุณหนู”
“และเ้ารีบฝึกให้มีพลังมากพอที่จะตัดเย็บวัตถุดิบที่ได้มาจาก สุสานผนึกศาสตรา จะได้ทำชุดเกาะอ่อน”
“รับทราบค่ะ”
“ที่นี้ทางเ้าถังเทียน จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่”
“ทางข้าน้อยจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ”
“ดีงันเ้าหาสมุนไพรและยาพิษมา100 ชนิด ภายในสามเดือนนี้ ข้าจะเริ่มฝึก กายพิษนิรันดร์”
“ครับคุณหนู”
“ทางข้าเองจะพาคนมาแนะนำแก่ท่าน พวกเขาสามคนคือคนกลุ่มแรกที่ข้าควบคุมครับ”
“คารวะคุณหนู”
“ท่านคงรู้แล้วสินะว่าข้าเป็ใครถ้าหากท่านอยากจะรู้คนที่อยู่เื้ัข้า ข้าบอกเ้าได้ว่า ไม่มีแล้ว ข้านี้แหละคือก้นบ่อที่ลึกที่สุดที่ท่านตามหา ผิดหวังหรือไม่”
“ไม่ไม่ครับ คุณหนูมีความสามารถข้ามิบังอาจ”
“ที่ข้าเคยสัญญากับเ้าทั้งสองไว้ข้าจะตอบแทนให้ในวันนี้ รวมทั้งเ้าด้วยหลีไถ ที่ทำงานได้ดี เซียงหยางนำเหล้ามา”
“พวกเ้าสามคนดื่มคนละสองจอก”
หลี่ไถ ไปหลี่ หลิงเซียงได้ดื่มเหล้าคนละสองจอก ทำให้พลังยุทธนั่นทะลวงขึ้นไปอีกระดับ ไปหลี่ หลิงเซียง ต่างขึ้นไปอยู่ในระดับห้าขั้นปลายส่วนหลี่ไถก็ขึ้นไปอยู่ระดับหก
“ขอบคุณคุณหนู”
“หากเป็เช่นนี้ข้าสามารถไปถึงระดับหกได้แน่ ระดับหก ถือเป็จอมยุทธในยุทธภพ ขอบคุณคุณหนูครับ”
ทั้งสามคนต่างก็ดีใจ เหมือนเทพมาโปรดก็ไม่ปานเพราะการเลื่อนระดับพลังยุทธเป็เื่ที่ยากลำบากยิ่งระดับสูงยิ่งต้องใช้เวลาในการฝึกนานขึ้น แต่วันนี้เพียงแค่เหล้าไม่กี่จอกก็ทำให้คนเหล่านี้ขึ้นไปเป็ยอดยุทธได้แล้ว ระดับฝีมือขนาดนี้ไม่ถูกดูิ่ในยุทธภพแล้ว
“ข้ามีงานให้พวกท่านทำพวกท่านยินดีจะทำหรือไม่”
“คุณหนูไม่ต้องถามขอเพียงสั่งมา พวกข้ายินดีทำ”
“อย่างที่ท่านรู้สำนักกระบี่สาดส่องตอนนี้เป็ของเราแล้ว และข้าก็ชอบที่นั่นเหมาะที่จะเป็ที่มั่นของเรา จากนี้ข้าจะทำที่นั่นเป็สำนักลับของเรา”
“แล้วเราจะเรียกสำนักนี้ว่าอะไรครับหรือสำนักกระบี่สาดส่อง”
“ไม่สำนักกระบี่สาดส่องยังคงอยู่ต่อไป เป็เครื่องบังหน้าของเราถังเทียนเ้าเป็เ้าสำนัก แต่พวกเราจะเรียกที่นั่นว่า สำนักไร้นาม ไร้นาม ไร้ชื่อไร้ตัวตนแต่มีตัวตน และจากนี้พวกเ้าจะใช้ชื่อจริงไม่ได้ จงตั้งชื่อที่ใช้ในยุทธภพข้าไม่ได้จะปิดเื่สำนักไว้เป็ความลับ แต่จะสร้างชื่อเสียงให้เป็ที่รู้กันในยุทธภพด้วย”
“สำนักไร้นามเป็ชื่อที่ง่าย ฟังดูแล้วลึกลับพอสมควร”
“ใช่แล้วหากจะให้พวกเ้าออกไปจัดการงาน โดยไม่มีชื่อ ต่อไปคนก็อาจจะสืบมาถึงตัวได้หากพวกมันรู้ชื่อสะ จะได้สืบไม่รู้ที่มาที่ไป เ้าถังเทียน แล้วเยียนฟางตามนางเจอหรือไม่”
“เรียนคุณหนูข้าได้ให้ทางตงฟางช่วยอีกแรง แต่ตอนนี้นางหายตัวไปเลยครับนางไม่กลับมาที่หอดอกเหมย และเมื่อวาน ได้ข่าวว่า หอดอกเหมยถูกขายออกไปแล้วตอนนี้นางหายตัวเข้ากลีบเมฆไปแล้วครับ”
“เช่นนั่นก็เป็ปัญหาแล้วหากพวกสำนักเงาทมิฬกลับมาแก้แค้น คงเป็เื่ลำบาก จากนี้เ้าไม่ต้องมาที่นี้เ้าไปอยู่ที่สำนักกระบี่สาดส่อง และเป็เ้าสำนักที่นั่นส่วนถิงถิงเ้าก็ไปอยู่กับเขาที่นั่น และดูคนของสำนักกระบี่สาดส่องว่าใครที่จงรักภักดีก็เอาไว้ ใครที่ไม่ภักดีก็ไล่ออกไปแล้วให้คนไปสร้างค่ายกลทั้งแปดทิศตามแผนที่ข้าวางไว้ ข้าจะวาดแผนที่ค่ายกลให้เ้าและเ้าเลือกชายหญิงมาสัก100คน มอบให้เซียงหยางเป็ผู้ฝึกสอน พวกเขาเหล่านี้จะเข้าสู้หอสังหาร และส่งมาประจำที่เรือนตระกูลนี้ 20 คนเพื่อคอยปกป้องดูแลคนในบ้านข้า นี้คืองานของเ้า”
“ครับ” “ค่ะ”
“ส่วนเ้าตงฟางและคนของเ้า ข้ามีงานคือ ไปปล้นทาสที่นำมาขายเลือกเฉพาะเด็กและคนหนุ่มสาวเท่านั่น แล้วส่งตัวไปที่สำนัก ให้ถังเทียน กับถิงถิงดูแล ต่อไป พวกเขาจะเป็กำลังของสำนักเรา”
“ได้ครับแต่ถ้าทำแบบนั่น ตลาดค้าทาสจะล้มนะครับ”
“ก็ให้มันล้มไปการค้ามนุษย์ ข้าเกลียดยิ่งนัก ร่วมถึงผู้หญิงที่ถูกขายมาที่หอนางโลมด้วยมอบโอกาสให้พวกนาง แต่การจะรับคนมากมากมายขนาดนั่น การไม่มีคนทรยศคงเป็ไปได้ยากข้าจะสอนวิชา ยันต์โลหิตสาบานให้พวกเ้า หากจะรับใครเข้ามา จะใช้เืพวกเขาทำคำสาบานขึ้นมา หากพวกเขาทรยศหรือบอกข้อมูลของเราออกไป พวกเขาจะลืมเลือนและจะไร้ความทรงจำเมื่อผิดคำสาบานทันที”
“วิชานี้แค่ทำให้ลืมความทรงจำหรือครับ แล้ววิชาหนอนที่ท่านใช้ ทำไมถึงไม่ใช่กับพวกเขาละครับ”
“วิชาหนอนข้าบอกเ้าแล้ว หากจำนาวมากเกินไปก็ไร้ผล หอสดับพิรุณของพวกเ้าคือสิ่งที่ต้องระวังที่สุด เป็หูเป็ตาของพวกเราพวกเราสามารถตายได้ด้วยข่าวที่ผิด แต่ก็รอดได้ด้วยข่าวที่รู้ล่วงหน้าพวกเ้าจึงเป็สิ่งสำคัญที่สุดที่ข้าจะต้องควบคุมแบบเด็ดขาด ส่วนที่เหลือนั่นแค่ลืมเลือนก็จำทุกสิ่งไม่ได้แล้ว และวิชานี้สามารถใช้ได้ตลอดเพราะเป็คำสาบานของคนผู้นั่นเอง เอาละนี้คืองานของพวกเ้าหอสดับพิรุณพวกเ้าไปได้แล้ว”
แล้วกลุ่มของตงฟางก็ออกไปตามคำสั่งของหลินเยว่อิง
“ถังเทียนหลังจากที่รวบรวมพิษเสร็จแล้ว เ้ามาแจ้งข้า ข้าจะไปดูดกลืนพิษที่สำนัก จำไว้ว่าทุกๆ 3 เดือน ต้องเตรียมพิษ 100 ชนิดหรือมากกว่า ยิ่งมากยิ่งดี แต่ไม่ใช่ปริมาน แต่เป็ชนิดที่แตกต่างกันพิษสัตว์ พิษจากพืช พิษจากดิน พิษจากปราณ พิษจากมนุษย์ ใช้ได้ทั้งหมด”
“ครับ”
“ถิงถิงเ้ามีความสามารถด้านค่ายกลมากที่สุด เ้าวางค่ายกลให้เรียบร้อย ภายในหนึ่งเดือนต้องทำให้เสร็จ อย่าให้ศัตรูกลับมาโจมตีได้ เื่คน ให้ใช้คนของตงฟางเพราะพวกเขาเปิดเผยความลับไม่ได้ นี้คือแผนผังค่ายกล”
ถิงถิงรับแผนภาพค่ายกลมา
“คุณหนูค่ายกลนี้ มันลึกล้ำ ไม่แพ้กับ ค่ายกลของสุสานผนึกศาสตราเลย ไม่สิ อาจจะเหนือกว่าด้วย”
“แน่นอนข้าได้ใส่ความรู้ทั้งหมดของค่ายกลลงไปในนี้แล้วหากศัตรูบุกมาเป็หมื่นก็ไม่อาจบุกเข้ามาได้ แต่ถึงกระนั่นมันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ไร้เทียมทานหรอกนะ ก็แค่ของที่ใช้ป้องกันไม่ให้คนลอบเข้ามาเพื่อสืบความลับต่อให้เป็ขั้น 7 ก็ไม่อาจจะเข้ามาได้ง่ายๆ”
“ค่ะคุณหนูข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”
“เซียงหยางเ้าได้ชื่อเป็เ้าหอสังหาร จากนี้ข้าอยากให้เ้าฝึกคนในสำนักและส่งบ้างส่วนมาปกป้องที่นี้ เ้าต้องเลือกคนที่มีพร์ กลุ่มของเ้า 1คนต้องสู้คนได้ 100 คน อนาคต กลุ่มของเ้าต้องเป็กลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดใช้กำจัดคนที่เป็ภัยต่อเรา และคนในที่ทรยศ”
“ด้วยวิชาของคุณหนูยังมีคนที่กล้าทรยศอีกหรือเ้าค่ะ”
“อะไรในโลกนี้มันไม่แน่นอนหรอกนะ ข้าใช้วิชาพวกนี้ได้ ก็มีวิธีแก้เช่นกัน หากศัตรูรู้วิธีแก้ก็สามารถแก้ไขเพื่อเอาข้อมูลได้ แต่คนของเ้าจะต้องไม่ใช้คนที่ทรยศเด็ดขาด”
“ค่ะ คุณหนู”
หลังจากนั่นทุกอย่างก็ถูกสร้างขึ้นตามความ้าของหลินเยว่อิง ไม่นานชื่อของสำนักไร้นาม ก็มีชื่อในยุทธภพ เหตุเพราะทุกครั้งที่มีการปล้นทาสก็จะบอกตัวตนว่ามาจากที่ใด แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่า สำนักไร้นามตั้งอยู่ที่ใด่แรกเป็เพียงแค่การปล้นทาส และก็มีการปล้นสิ่งของเช่นยาหายาก ยาพิษกำจัดโจรร้าย และยังมีการปล้นขุนนางที่คดโกงตามมา ทำให้สำนักไร้นามเริ่มมีชื่อไปทั่ว ในระยะเวลาไม่กี่ปี ชื่อของเหล่าผู้นำสำนักก็มีชื่อไปทั่วยุทธภพ
เ้าหอสังหาร แส้แดงโลหิต ชาวยุทธที่เคยต่อสู้ต่างก็เห็นแส้สีแดง ปลิดชีวิตคนอย่างโเี้ เมื่อรู้ตัว ก็สายไป ก็ถูกแส้ของนางดื่มเืจนแห้งตาย
เ้าหอสดับพิรุณ เข็มทะลวงใจ ชาวยุทธที่เคยต่อสู้ต่างก็ถูกเข็มทะลวงเข้าที่หัวใจ ยากนักที่จะรอดชีวิต ชาวยุทธรู้ว่าหากเขา้ารู้สิ่งใดคนนั่นต้องพูดออกมา
เ้าหอคุมกฎ กายคงกระพัน ชาวยุทธที่เคยต่อสู้ต่างก็ไม่สามารถฟันแทงให้กายของเขามีาแได้เขาได้ชื่อว่าเป็ผู้คุมกฎของสำนักไร้นาม
เ้าหอสงบจิต บทเพลงลวงใจ ชาวยุทธที่ได้ยินบทเพลงจะถูกล่อลวงจิตใจ จนต้องพูดทุกสิ่งที่นางอยากรู้ ร่วมถึงการปลิดชีวิตตนหรือทำให้คนเสียสติ
เ้าหอภูษา ผ้าแพรเงิน ผู้ที่เคยต่อสู้ต่างก็เห็นเป็เพียงแค่ผ้าแพรสีเงินลอยไปลอยมาอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็หายไปแล้วพร้อมกับสิ่งที่นาง้า แต่น้อยครั้งที่นางจะฆ่าคน
ทุกครั้งที่ต่อสู้ พวกเขาก็จะแนะนำตัวไม่บอกชื่อ บอกเพียงตำแหน่งและสำนักไร้นามทำให้ชาวยุทธตั้งชายาต่อตามหลัง ตามลักษณะที่พวกเขาเคยเจอ แต่ชาวยุทธก็พูดถึงกันว่าใครคือเ้าสำนักไร้นามเพราะเ้าหอที่พวกเขาพบเ้า ไม่เคยบอกว่าตนเป็เ้าสำนักและตัวเ้าสำนักก็ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน แต่ชาวยุทธทั้งฝ่ายมารและธรรมะก็ต่างไม่ไว้ใจ เพราะเป็สำนักที่ลึกลับ ลงมือได้เหี้ยมโหดกับศัตรู แต่ก็ไม่เคยทำร้ายผู้บริสุทธิ์ชายยุทธจึงไม่อาจบอกได้ว่าเป็ฝ่ายธรรมมะ แต่ก็ไม่อาจบอกว่าเป็พรรคมารทั้งสองฝ่ายจึงไม่คิดต่อยตี เว้นแต่มีเื่ขัดแย้งกันเท่านั่น และเื่ทั้งหมดนี้ก็จะเป็เื่ราวในยุทธภพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้