ตอนที่ 23 ล่าสัตว์จับปลา (2)
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภูเขาต้าชิงจึงกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามของหมู่บ้าน หากมิใช่ว่ามีเรื่องจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ก็จะไม่มีใครเสี่ยงขึ้นเขาไป เวลาที่ชาวบ้านในหมู่บ้านละแวกเขาต้าชิงจะหาฟืน ก็เลือกที่จะไปยังภูเขาเสี่ยวชิงรอบๆ นั้นแทน ต่อให้ต้องหาของป่าก็จะยอมเดินไกลไปอีกทาง ไปยังเขาที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย ไม่มีใครเข้าไปในเขาต้าชิง อย่างไรเสียภูเขาต้าชิงก็เป็นพื้นที่รกร้างไร้ผู้คนอยู่แล้ว ของป่าก็มีมากมาย ทว่าต่อให้เหล่าชาวบ้านขึ้นเขามาอย่างมากก็คงทำแค่เดินวนอยู่รอบนอกเก็บเอาพวกผลไม้ป่าและเห็ดเท่านั้น ไม่มีทางอาจหาญเดินลึกเข้าไปด้านใน
จนกระทั่งเยี่ยซินยืนยันรับรองว่าอยู่แค่รอบนอกเท่านั้น ไม่มีทางเข้าไปด้านใน เยี่ยซื่อจึงวางใจ และรีบจัดการสิ่งต่างๆ ต่อ ที่แห่งนี้หากจะทำที่อยู่ขึ้นมาใหม่ หากไม่เก็บกวาดให้เรียบร้อยเกรงว่าคงทำไม่ได้แน่
เยี่ยซินจึงถอนหายใจโล่งอก โน้มตัวหิ้วเอากระต่ายที่ตั้งอยู่บนพื้นขึ้นมา นำไปทำความสะอาดที่ริมแม่น้ำ
นี่เป็นแม่น้ำที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว ไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่ามันจะไปที่ใด กระแสน้ำไม่ได้ไหลเชี่ยว ทั้งยังใสสะอาดมากอีกด้วย ด้วยความที่ปีนี้แล้งอยู่แล้ว น้ำจึงไม่ได้ลึกอะไร น่าจะไม่เกินหัวเข่าคนด้วยซ้ำ
ล้างกระต่ายไปได้พักหนึ่ง เยี่ยซินก็สังเกตเห็นว่าในแม่น้ำมีปลาอยู่ไม่น้อยเลย ครุ่นคิดเพียงครู่ จากนั้นก็เดินลงไปตามกระแสน้ำ หยุดอยู่ตรงจุดที่แคบที่สุด หาทางว่าพอจะมีวิธีหรือไม่ หากจับได้สักตัวสองสามตัวไปย่างกินก็คงไม่เลวเลย แต่กลับได้ยินเสียงพูดพร้อมหาวของอาชิวขึ้นมาเสียก่อน “เมี้ยว นึกไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะมีปลามากมายขนาดนี้ ดูท่าข้าคงอิ่มไปได้อีกมื้อแล้วสิ”
เยี่ยซินหันไปมองมัน จากนั้นก็หันไปมองปลาในน้ำ “เจ้าจับเป็นด้วยหรือ”
“เมี้ยว แน่นอนสิ ข้าเป็นใครกัน แค่ปลาไม่กี่ตัว ไม่คณนามือข้าหรอก”
อาชิวเห็นสายตาของเยี่ยซินที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อมันก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก กระโดดไปบนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำ ขยับจมูกดมกลิ่น ตามมาด้วยดวงตาจ้องมองของแมวที่ไม่แม้แต่จะกะพริบลงในน้ำ รอคอยให้ปลาเข้ามาใกล้
เยี่ยซินเห็นเช่นนั้นแล้วก็ยิ้มส่ายหัว นางก็นึกว่าแมววิเศษตัวนี้จะมีวิธีพิเศษอะไรเสียอีก ก็เป็นเพียงแค่การรออยู่เฉยๆ ไม่ใช่หรือ แม้ว่าแม่น้ำเล็กๆ นี่จะไม่ได้ใหญ่อะไร แต่การจะให้ปลาว่ายมาหาอย่างว่าง่าย เกรงว่ารอสักหนึ่งชั่วยามก็อาจจะไม่สำเร็จ ไม่แน่ว่าแม้จะรออยู่ทั้งวัน ก็อาจจะไม่ได้เลยสักตัวเดียว ต่อให้มีว่ายผ่านมาก็ใช่ว่าจะจับได้อย่างแน่นอนเสียหน่อย
เยี่ยซินคิดๆ ดูแล้วก็นั่งลงทำความสะอาดกระต่ายในมืออีกครั้ง อย่างไรก็ให้อาชิวได้ลองดูก่อน รอจนมันจับไม่ได้แล้ว ตัวเองค่อยลงมือก็ยังไม่สาย
และแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ กระทั่งเยี่ยซินล้างทำความสะอาดกระต่ายเสร็จแล้ว ใช้ไม้ที่ล้างแล้วมาเสียบเอาไว้ ทางด้านอาชิวก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ในตอนนี้พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นแล้ว สาดแสงส่องลงบนตัวของอาชิว ทำให้มันดูมีสีสันมากขึ้น เพียงแต่ตอนนี้อาชิวที่นั่งนิ่งอยู่บนหินไม่แม้แต่จะขยับตัว เยี่ยซินมองดูดีๆ ก็พบว่ามันหลับไปแล้วนั่นเอง
เยี่ยซินขำแล้วหยิบเอาก้อนหินข้างๆ ขึ้นมา แล้วโยนลงบนผิวน้ำตรงหน้าอาชิว ปากก็ตะโกนลั่น “ปลาตัวใหญ่มาก!”
“เมี้ยว ปลา ปลาอยู่ไหน อยู่ตรงไหน” หินดำดิ่งลงน้ำ ได้ยินแค่เสียงจ๋อม ตามมาด้วยอาชิวที่กระโดดใส่ราวกับเป็นสัญชาตญาณอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีความระมัดระวัง จากบนก้อนหินที่ไม่เล็กไม่ใหญ่พอดีตัวของมันเอง กระโดดลงแม่น้ำทันที พร้อมๆ กับเสียงร้องเมี้ยวๆ อย่างร้อนรน อาชิวรีบใช้ขาปัดป่ายในน้ำอย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งหลังจากใช้มือปัดป่ายด้วยความตื่นตกใจทำอะไรไม่ถูก ก็ขึ้นฝั่งมาจนได้
“ฮ่าๆๆ” เยี่ยซินเห็นสภาพของมันแล้วก็แหงนหน้าหัวเราะร่า
“เมี้ยว! เมี้ยว! เจ้า... เจ้าทำเกินไปแล้วนะ!” ไม่ง่ายเลยกว่าอาชิวจะขึ้นฝั่งได้ มันสะบัดน้ำบนตัวออก เมื่อเห็นท่าทีของเยี่ยซินแล้ว มีหรือจะไม่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกเข้าแล้ว มันถึงได้โมโหอยู่แบบนี้
“ไม่ใช่เจ้าบอกข้าว่าจับปลาเป็นหรอกหรือ ไหนเล่าปลา” เยี่ยซินหัวเราะเยาะจ้องมองไปที่อาชิว
“เมี้ยว ปลามันก็อยู่ในน้ำนั่นมิใช่หรือไง ข้าแค่เห็นว่าพวกมันน่าสงสาร ดังนั้นถึงได้ยอมปล่อยมันไปสักครั้ง อีกอย่าง มีเจ้าอยู่ มีหรือต้องให้ข้าลงมือเอง เจ้าก็จงใช้หินพวกนี้ตกปลาจากในนั้นมาก็แล้วกัน”
อาชิวนั่งจัดการกับขนของตัวเองอยู่ข้างริมแม่น้ำอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีความเกรงใจที่สั่งเยี่ยซินเลยแม้แต่น้อย
เยี่ยซินได้ยินแบบนั้นก็ชะงัก ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วยิ้มเอ่ย “ข้าหรือ ใช้หินจับปลา ลูกพี่ เจ้ากำลังล้อเล่นอยู่หรือเปล่า”
“หรือว่าจะให้ข้าทำกันล่ะ” สำหรับการย้อนถามของเยี่ยซิน อาชิวจึงโต้กลับอย่างไม่พอใจ
เยี่ยซินสงสัยอยู่ในใจ เจ้านี่คงไม่ใช่ว่าเพราะเรื่องเมื่อกี้เลยอยากจะหยอกนางเล่นหรอกนะ แต่ว่า ดูจากท่าทีของมันแล้วก็เหมือนว่าจะไม่ใช่เช่นนั้น แต่...ใช้หินโยนใส่ปลาที่อยู่ในน้ำนี่ มันจะทำได้จริงๆ น่ะหรือ
“น้ำนี่ก็ไม่ได้ลึกอะไร ขอแค่เจ้าใช้พลังวิญญาณของตัวเองให้ดี มีความเร็วมากพอ แม่นยำมากพอ รุนแรงมากพอ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ก็เหมือนกับการล่าสัตว์นั่นแหละ”
อาชิวอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่นาง แต่ก็ยังคงอธิบายให้ฟัง
เยี่ยซินเม้มปากคิด ก่อนจะเก็บหินจากพื้นตามที่บอก ตั้งสมาธิรอคอยอย่างสงบ ไม่นานนัก สายตาจดจ้องไปยังปลาตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล นางเขวี้ยงหินใส่อย่างไม่ลังเล หลังจากเสียงน้ำกระจายกลับเห็นแค่หางปลาที่ส่ายไปมา หนีไปแล้ว!
เยี่ยซินหมดคำจะพูด ตัวนางมั่นใจว่าโดนแล้ว ทำไมถึงยังหนีไปได้อีกล่ะ เยี่ยซินลองดูอีกหลายครั้ง แต่ก็ฉิวเฉียดทุกครั้งไป มีบางคราที่เห็นอย่างชัดเจนว่าปลามันหงายท้องลอยขึ้นมาแล้ว แต่พอนางยื่นมือจะไปจับ กลับเป็นอีกครั้งที่ว่ายลื่นไหล หนีไปไกลกว่าเดิม!
เยี่ยซินถอนหายใจทนไม่ไหว ดูท่าแล้ว การล่าสิ่งมีชีวิตในน้ำกับการล่าสัตว์ในเขาคงจะแตกต่างกันมากสินะ