ไป๋ชิงอวิ๋นมองไปยังชั้นหนังสือหมื่นเส้นทาง ในตอนนี้เขาตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดเพราะในอดีตเคยฝันอยากท่องเที่ยวในยุทธภพ ตอนนี้โอกาสอยู่ตรงหน้านี้แล้วในที่สุดสิ่งที่คาดหวังก็จะเป็จริง ต้องเป็เื่ที่น่ายินดีมากอยู่แล้ว
ไป๋ชิงอวิ๋นโค้งกายคารวะจิติญญาของคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งด้วยความเคารพ จากนั้นสาวเท้าก้าวเดินออกไปที่ชั้นหนังสือ ในชั้นหนังสือมีหนังสือให้เลือกมากมายมหาศาลจริงๆ เขาเอื้อมมือออกไปหยิบเล่มแรกขึ้นมา หนังสือเล่มนี้หน้าปกเขียนไว้ว่าเทพวิถีดารา ทันทีที่เปิดหนังสือออกจิตสำนึกของเขาก็สั่นะเื ปรากฏภาพดวงดาวงดงามเรียงตัวกันอยู่อย่างแน่นขนัด
ตอนนี้เขาเหมือนกับพระเ้าที่ทอดตามองลงดูจักรวาลเบื้องล่าง ความรู้สึกยิ่งใหญ่เหนือใครเทียม มันช่างเป็ความรู้สึกที่ดีจริงๆ ภายใต้สติรับรู้ของจิติญญาที่สั่นไหวไป๋ชิงอวิ๋นลองขยับนิ้วมือดูเล็กน้อย ทันใดนั้นดวงดาวที่เรียงตัวกันอยู่ก็ส่องแสงสว่างขึ้น พวกมันสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นก็แยกตัวออกจากกันทำให้เกิดเส้นทางดวงดาวขึ้นมาใหม่
ความรู้สึกที่สามารถจัดระเบียบดวงดาวได้ด้วยมือข้างเดียวมันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ หากฝึกตนสำเร็จตามเคล็ดวิชานี้การจัดวางตำแหน่งดวงดาวสามารถทำได้ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ แล้วไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งเพราะหลังจากบรรลุในเคล็ดวิชา ตัวตนของเขาก็จะเปลี่ยนแปลงไปมีพลังดั่งเทพเ้าในใต้หล้ายากที่จะหาใครต่อกร
ไป๋ชิงอวิ๋นปิดหนังสือลงดวงตาของเขาเปล่งประกายสว่างสดใสเจิดจ้า เทพวิถีดาราช่างเป็เคล็ดวิชาฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เทียบกับวิชาไป๋หยางวายุของตระกูลไป๋ มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว มันต่างกันราวฟ้ากับเหวจริงๆ วิชาไป๋หยางวายุคือเพลิงวายุสีขาวใช้เผาผลาญทำลายศัตรู
เมื่อฝึกฝนได้ถึงขั้นสูงสุดก็สามารถท่องไปที่ไหนในโลกก็ได้เพราะวิชานี้แข็งแกร่งมาก แต่เมื่อนำมาเทียบกับเทพวิถีดารามันก็ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิงแล้วจริงๆ เพราะเทพวิถีดาราสามารถท่องเที่ยวไปในจักรวาลได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล เป็วิชาฝึกฝนระดับจักรวาลเพราะฉะนั้นจึงเอาวิชาของตระกูลไป๋มาเทียบไม่ได้ ด้วยความต่างชั้นของเคล็ดวิชามันอยู่คนละระดับขั้น เรียกได้ว่าอยู่กันคนละระนาบ
"เป็วิชาที่สุดยอดมากจริงๆ น่าสนใจและน่าหลงใหลมาก" ไป๋ชิงอวิ๋นเอ่ยปากชม ขณะเดียวกันก็ลูบไล้หนังสืออย่างทะนุถนอม เขากวาดสายตาออกไปมองชั้นหนังสือหมื่นเส้นทางอย่างหลงใหล จากนั้นก็เก็บหนังสือเทพวิถีดารากลับที่เดิมและหยิบเล่มถัดไปขึ้นมา
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่าเทพวิถีฟ้าชื่อมีความคล้ายคลึงกับเล่มเมื่อครู่ เขาตัดสินใจเปิดหนังสือเล่มนี้ออกและทันทีที่เปิดออกทิวทัศน์ที่เขาได้มองเห็นก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงอีกครั้ง เทพวิถีฟ้าสามารถโคจรพลังฟ้าดินได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดวงดาวในจักรวาลทั้งหมดราวกับหมุนวนรอบตัวเขา กาแล็กซีหลายหมื่นหลายล้านกาแล็กซีดาวเคราะห์น้อยใหญ่มากมายนับอนันต์หมุนวนรอบตัวเขาภายใต้การโคจรพลังลมปราณ
ลมปราณที่สามารถดึงดูดมาไว้ในร่างของตนเองมหาศาลแทบจะไร้ขีดจํากัด เคล็ดวิชานี้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรไม่แพ้เทพวิถีดาราเลยแม้แต่น้อย ไป๋ชิงอวิ๋นซึมซับความยอดเยี่ยมของเคล็ดวิชาทั้งสอง เขารู้สึกว่ามุมมองของตัวเองกว้างไกลขึ้นทั้งที่เปิดตำราเพียงแค่สองเล่ม
ถ้าหากเขาอ่านตำราทุกเล่มในโลกหนังสือนี้จนหมด นั่นไม่เท่ากับว่าเขามีความรู้ของทั่วทั้งจักรวาลหรอกหรือ แบบนี้ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว ขณะเดียวกันก็น่ากลัวมากเกินไปแล้ว จากความทรงจำของไป๋ชิงอวิ๋นตลอดชีวิตของเขารู้จักเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยมอยู่เพียงแค่เคล็ดวิชาเดียว นั่นก็คือเคล็ดวิชาสืบทอดของตระกูลไป๋ ไป๋หยางวายุ
แต่สองสุดยอดเคล็ดวิชาที่ได้อ่านเกิดมีคนภายนอกล่วงรู้ เขาคงจะถูกฆ่าตายทันทีเพราะเคล็ดวิชาที่สุดยอดมากขนาดนี้ใครๆต่างก็อยาก
ไป๋ชิงอวิ๋นปิดหน้าหนังสือเทพวิถีฟ้าลงแล้ววางมันกลับที่เดิม จากนั้นก็หยิบเล่มถัดไปขึ้นมาอ่านดวงตาของเขาเปล่งประกายแฝงไว้ด้วยความตกตะลึงและตื่นเต้น เขาเริ่มหยิบหนังสือออกมาอ่านแล้วปิดมันลง ทำแบบนี้ซ้ำๆวนไปวนมายิ่งอ่านหนังสือเหล่านี้มากขึ้น เขาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตน
เื่ราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโลกหนังสือนี้จะต้องเป็ความลับห้ามบอกใครอย่างเด็ดขาด ต่อให้เป็คนใกล้ชิดที่สนิทที่สุดก็อาจจะฆ่าเขาเพื่อแย่งชิงมันไปได้ หรือไม่ก็อาจจะทำให้สหายคนสนิทตกอยู่ในอันตราย เพราะทันทีที่เื่ราวของสุดยอดเคล็ดวิชาเหล่านี้หลุดรอดออกไป ทั้งโลกคงตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายเป็แน่
ว่าไปแล้วหนังสือแต่ละเล่มของที่นี่มันสุดยอดมากจริงๆ ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาอย่างถึงที่สุดจริงๆ และในหนังสือเ่าั้ที่เขาได้อ่าน เขามองเห็นจักรวาลทะเลสายฟ้าจากหนึ่งในหนังสือที่เขาอ่าน หน้าปกของหนังสือเล่มนั้นเขียนไว้ว่าอัสนีบาตเก้าทิวา
เคล็ดวิชานี้สามารถทำให้จักรวาลทั้งหมดเปลี่ยนไปเป็ทะเลสายฟ้าได้ ด้วยระลอกคลื่นสายฟ้าที่สั่นะเืไม่มีสิ่งใดต้านทานมันได้ สิ่งกีดขวางทั้งหลายในจักรวาลล้วนแล้วแต่ถูกสายฟ้าแต่ละเส้นฟาดเข้าใส่จนแหลกสลาย เป็วิชาที่เหนือรับจริงๆ ผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชานี้สำเร็จต้องเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่มากขนาดไหนกันแน่ ถึงได้คิดค้นเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ออกมาได้
ไป๋ชิงอวิ๋นตกอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง ตอนนี้เขาเหมือนกับคลั่งมาร เขาไม่สนใจรับรู้สิ่งรอบกายและหมกมุ่นอยู่กับหนังสือเ่าั้โดยไม่สนใจสิ่งใดอีก
จิติญญาของคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งจ้องมองร่างของไป๋ชิงอวิ๋นที่กำลังกุลีกุจอเปิดหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าออกมาอ่าน สิ่งนี้ช่างเหมือนกับเ้านายคนเก่าของเขาจริงๆช่างเป็ความรู้สึกที่น่าคิดถึง กาลเวลายาวนานผ่านไปนับอนันต์ ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องทนเหงาอยู่คนเดียวอีกแล้ว หากเ้านายได้เห็นเด็กหนุ่มที่มีท่าทางขะมักเขม้นตั้งใจอ่านหนังสือ เขาต้องชอบใจมากเป็แน่
จิติญญาของคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งที่ร่างเหมือนกับจอมยุทธสวมชุดสีดำ คว้ามือออกไปกลางอากาศจากนั้นเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เขาวางมันลงกลางอากาศจากนั้นก็นั่งลงไปบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้น ในโลกหนังสือนี้มีชั้นหนังสือที่ถูกวางเรียงอยู่กลางอากาศมากมาย พวกมันถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบและถูกแบ่งแยกหมวดหมู่อย่างชัดเจนเข้าใจง่าย
ถึงแม้ซ้ายขวาหน้าหลังจะมองไปไม่เห็นขอบเขต อันที่จริงโลกใบนี้กลับเล็กมากสำหรับเขา การอยู่มานานจนนับกาลเวลาไม่ได้ ต่อให้โลกใบนี้กว้างใหญ่มากสักเพียงใดก็ไม่เคยมีที่ไหนที่เขาไม่เคยไปอีกแล้ว เขานั้งรออยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่อย่างสบายใจ เพราะตอนนี้ทำได้เพียงแค่รอ
รอจนกว่าไป๋ชิงอวิ๋นจะเลือกเคล็ดวิชาที่เขา้าได้
เส้นทางของใครคนนั้นต้องเป็คนกำหนด หากอ้างตนเองเป็์และโชคชะตาไปขีดเส้นทางการเดินชีวิตให้คนอื่น นั่นเท่ากับรนหาที่ตายวิถี์และโลกมีมนุษย์เป็ผู้ศึกษาตีความ การที่มนุษย์ก้าวก่ายวิถี์และโชคชะตา จะถูก์และโชคชะตาแว้งกัด กฎเกณฑ์สูงสุดไม่มีทางยอมถูกแทรกแซงจากบุคคลอื่น เพราะฉะนั้นการไม่ก้าวก่ายชีวิตของผู้อื่นถือเป็ความเคารพแก่สรรพชีวิต
กาลเวลาไหลผ่าน ไม่รู้ว่าผ่านไปแล้วกี่วันกี่เดือนหรือกี่ปีไป๋ชิงอวิ๋นยังคงเปิดหนังสืออ่านอยู่เรื่อยมา เขาแทบจะจำไม่ได้ว่าตัวเองเปิดอ่านไปแล้วกี่เล่มเพราะเขาอ่านไปแล้วมากมายมหาศาลเหลือเกิน เก้าแสนไม่สิคงล้านเล่มได้แล้วกระมัง ยิ่งเปิดอ่านก็ยิ่งลุ่มหลง ยิ่งเปิดอ่านก็ยิ่งตื่นเต้นยินดี สิ่งเหล่านี้สำหรับไป๋ชิงอวิ๋นก็ไม่ต่างไปจากยาเสพติด
เพราะเขาติดมันงอมแงมหลงใหลในโลกหนังสือนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น โลกกว้างใหญ่จักรวาลไพศาลผู้คนในอดีตได้สร้างเคล็ดวิชามากมายขึ้นมา บ้างก็อ่อนแอ บ้างก็แข็งแกร่ง อ่านมามากมายขนาดนี้ก็มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่เคล็ดวิชาที่สามารถเทียบได้กับเทพวิถีดารา เทพวิถีฟ้า และอัสนีบาตเก้าทิวาได้ ที่แข็งแกร่งพอจะเทียบกันได้ก็คงจะเป็ เทพหยินหยาง หมื่นมายาไร้ลักษณ์ เทพจุดขั้ว เพลิงเก้าตะวัน หยดวารีทลายสรรพสิ่ง ร่างมารทลาย์ และอีกไม่กี่เคล็ดวิชา
วิชาที่เหลือก็รองลงมาเป็ลำดับ เปิดอ่านมามากมายหลายเล่มขนาดนี้ วิชาที่เขาสนใจที่จะฝึกฝนทั้งหมดมีห้าวิชา วิชาแรกได้แก่เทพวิถีดารา วิชานี้สามารถรู้ความเป็ไปของดวงดาวและคาดการณ์ถึงเื่ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
วิชาที่สองได้แก่เทพวิถีฟ้า วิชานี้อลังการและแข็งแกร่งเป็อย่างมากหากฝึกฝนตามเคล็ดวิชานี้เขาก็จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล
วิชาที่สามได้แก่เทพหยินหยาง วิชานี้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กับสองวิชาที่ผ่านมา สามารถแบ่งแยกจักรวาลทั้งหลายออกเป็หยินและหยาง เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชานี้สำเร็จสรรพชีวิตก็จะไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา ตราบเท่าที่ยังมีหยินหยางเช่นนั้นก็ยังอยู่ในการควบคุมของเคล็ดวิชาเทพหยินหยาง
วิชาที่สี่ได้แก่หมื่นมายาไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชานี้โดดเด่นในเื่การหลบซ่อนอำพราง ฝึกฝนเคล็ดวิชานี้สำเร็จสามารถหลบซ่อนกฎเกณฑ์สูงสุดได้อย่างง่ายดาย หากไม่เปิดเผยร่องรอยด้วยตนเองก็ยากที่จะมีใครหาพบ ถึงจะโดดเด่นในด้านการหลบซ่อนอำพรางแต่อำนาจในการทำลายล้างยังคงมีอยู่ มายาสามารถกัดกร่อนทำลายหยินหยางและฟ้าดินได้ หาก้าทำลายจักรวาลก็ง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ
วิชาที่ห้าวิชาสุดท้ายได้แก่เทพจุดขั้ว วิชานี้แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดมันสามารถทำลายจุดขั้วซึ่งเป็ต้นกำเนิดของจักรวาลและของสรรพชีวิตได้ ถ้าฝึกฝนมันสำเร็จอดีตปัจจุบันและอนาคต วิชานี้สามารถทะลวงผ่านไปได้ ในห้าเคล็ดวิชาที่เลือกมาเทพจุดขั้วอยู่ในสามอันดับแรกที่ไป๋ชิงอวิ๋นอยากฝึกฝน
ในระหว่างที่ลังเลตัดสินใจไม่ได้หางตาของไป๋ชิงอวิ๋นก็เหลือบไปเห็นตำราเล่มหนึ่ง สภาพของมันซอมซ่อต่างจากหนังสือทุกเล่มที่เขาเคยอ่าน หน้าปกหนังสือไม่รู้ว่าทำขึ้นจากอะไร เขาแยกไม่ออกเลย
ไป๋ชิงอวิ๋นหยิบตำราเล่มนั้นขึ้นมา ััจากหน้าปกเหมือนจะไม่ใช่กระดาษ แต่กลับมีััคล้ายกับผ้าที่เนื้อละเอียดและชั้นสูง แต่เป็ผ้าชนิดไหนเขาก็แยกไม่ออกเหมือนกัน หน้าปกหนังสือเขียนไว้ว่าหยินหยางฟ้าดินโกลาหล ไป๋ชิงอวิ๋นเปิดหน้าตำราเล่มนั้นออก พริบตาแรกที่ได้เห็นเขาก็ตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ ปรากฏการณ์บิ๊กแบงเกิดขึ้นทั่วทั้งจักรวาล ผนังของจักรวาลที่แข็งแกร่งยังถูกฉีกกระชากทำลายจนไม่เหลือ พร้อมกันนั้นพลังงานอลหม่านก็ไหลทะลักเข้ามาในจักรวาลเผาผลาญทำลายจักรวาลจนสิ้น
สรรพสิ่งกลับคืนสู่ความว่างเปล่าและเงียบสงบ หลังจากที่ผ่านระยะเวลายาวนานพลังงานอลหม่านที่ไหลทะลักเข้ามาในจักรวาลก็แปรปรวนขึ้น จากนั้นเกิดเป็ความโกลาหลครั้งยิ่งใหญ่ จักรวาลที่ถูกทำลายสั่นะเือย่างรุนแรงและพลังอลหม่านที่เปลี่ยนแปลงเป็ความโกลาหลก็ถือกำเนิดหยินหยางและฟ้าดินขึ้นมา จากนั้นระยะเวลายาวนานผ่านไปจักรวาลก็ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ดวงดาวถือกำเนิดก่อเกิดกาแล็กซี่มากมายมหาศาล
จากนั้นดาวเคราะห์ที่รายล้อมอยู่ด้านข้างดาวฤกษ์ก็เริ่มให้กำเนิดสรรพชีวิตขึ้นมา กาลเวลาผ่านไปอารยธรรมรุ่งเรืองเกิดการต่อสู้เข่นฆ่า มีผู้แข็งแกร่งมากมายปรากฏตัวขึ้นในจักรวาล และนำพาจักรวาลเข้าสู่การล่มสลายอีกครั้ง การเกิดและแตกดับของจักรวาลก็เป็เช่นนี้ เกิดใหม่และทำลาย ทำลายและเกิดใหม่ เป็แบบนี้ซ้ำๆวนเวียนไปเป็วัฏจักร
ไป๋ชิงอวิ๋นลืมตาขึ้นสีหน้าของเขาเผยถึงความหวาดผวา แต่ขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ วิชานี้คือวิชาที่เขาตามหา เขาอ่านหนังสือหลายล้านเล่มก็เพื่ออยากจะได้วิชาแบบนี้มาไว้ใน ไป๋ชิงอวิ๋นตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและแน่วแน่ที่สุดในชีวิตของเขา เขา้าฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ นี่แหละคือเคล็ดวิชาที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างแท้จริง