ท่ามกลางบรรยากาศท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดสะท้อนผิวน้ำทะเลสีฟ้าเป็ประกาย กับสายลมเย็น ๆ ที่พัดพาไอน้ำทะเลเข้าฝั่งชวนให้คนที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ริมชายหาดผ่อนคลายทั้งกายและใจ ความเครียด ความไม่สบายใจมลายหายไปจนหมดสิ้น
ปารมีเองนั้นก็หวังว่า่เวลาพักร้อนที่เธอใฝ่ฝันนั้นจะเป็แบบนั้น ทว่าสิ่งที่หวังกับในความเป็จริงนั้นมันช่างต่างกันลิบลับ จริงอยู่ที่วิวทิวทัศน์และบรรยากาศนั้นเป็อย่างที่เธอคิด แต่ตอนนี้เธอนั้นหาได้มีอารมณ์สุนทรี ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนผ่อนคลายไม่ เพราะว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดอย่างเคร่งเครียดอยู่ตอนนี้คือ คืนนี้เธอจะไปพักที่ไหน!!
อา— ช่างเป็เื่ตลกร้าย หรือจะเป็โชคไม่ดีของเธอหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ปารมีนั้นก็อุตส่าห์เตรียมตัวจองห้องพักริมทะเลผ่านแอปเอาไว้เสียดิบดี แต่วันนี้พอเธอจะเช็คอินเข้าพัก ปรากฏว่าที่พักที่เธอจองไว้ดันยกเลิกกิจการไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ พอเธอติดต่อไปทางเอเจนซี่ที่รับจองห้องพัก กลับได้คำตอบที่ไม่น่าพอใจสักเท่าใดนัก
‘วันหยุดอันแสนมีค่าของฉัน...’
ปารมีได้แต่นั่งจ๋องง๋องที่ม้านั่งริมทะเล สายตาจ้องมองไปที่คลื่นทะเลที่ซัดกระทบชายฝั่งด้วยความรู้สึกที่เคว้งคว้าง เธอลองหาดูที่พักในแอปเกือบชั่วโมง แต่ปรากฏว่าเต็มหมด ที่เหลือก็จะมีแต่ที่พักที่ราคาแต่ละคืนแพงหูฉี่ บางส่วนก็เป็ที่พักที่เธอดูแล้วนั้นเหมือนจะมีของแถมติดมาด้วยถ้าเธอเข้าไปพักอาจจะเป็การเพิ่มความเคลียดแทนที่จะผ่อนคลายก็เป็ไปได้
เธอจ้องมองดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้าด้วยความรู้สึกที่เฟลสุด ๆ ่วันหยุดที่แสนจะน้อยนิดของเธอแทนที่จะมีความสุขกับมีความเฟลมาแทนเสียนี่ อีกไม่กี่ชั่วโมงฟ้าก็จะมืดแล้ว เธอได้แต่มองกระเป๋าลากที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าที่คิดหนัก
‘หรือเราจะกลับดีนะ....’
ไม่ทันที่ปารมีจะตัดสินใจอะไร เธอก็ได้ยินเสียงดังโหวกเหวกโวยวายดังมาจากด้านหลัง พอเธอหันไปก็พบกับชายคนหนึ่งที่วิ่งมาทางที่เธอนั่งด้วยความเร็วสูง ในมือถือกระเป๋าถือของผู้หญิงซึ่งมันขัดกับบุคลิกของชายคนนั้นเป็อย่างมาก
จากนั้นเธอก็เห็นมีผู้หญิงวัยกลางคนกำลังวิ่งตามชายคนนี้อยู่ลิบ ๆ พร้อมกับร้องะโอะไรบางอย่างซึ่งเธอฟังไม่รู้เื่ แต่เมื่อดูจากรูปการณ์แล้วปารมีก็เดาได้ไม่ยากว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นมันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงตัดสินใจในเสี้ยววินาทีลุกขึ้นยกกระเป๋าลากของเธอขึ้นมาแล้วหวดไปที่ชายคนนั้นที่วิ่งมาถึงเธอพอดีอย่างเต็มแรง
ผลั๊วะ!!!!
ชายคนนั้นถูกแรงกระแทกของกระเป๋าลากที่ปารมีฟาดมาเต็มแรง แรงวิ่งของเขาบวกกับแรงเหวี่ยงของปารมีทำให้ชายคนนั้นถึงกับจุกล้มทรุดไปได้ในทันที เธอเดินเข้าไปหาชายคนนั้นพร้อมกับกระชากกระเป๋าถือที่ผู้ชายคนนั้นถืออยู่อย่างไม่เกรงใจ กอปรกับที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นที่เธอเดาว่าเป็เ้าของกระเป๋ามาถึงพอดี เธอจึงยื่นไปให้กับหญิงเ้าของกระเป๋าทันที
“อันนี้เป็กระเป๋าคุณน้ารึเปล่าคะ”
หญิงคนนั้นเมื่อเห็นว่ากระเป๋าของตัวเองนั้นปลอดภัยดี แม้จะมีแค่รอยขีดข่วนนิดหน่อย แต่ของข้างในก็ยังคงอยู่ครบ เธอก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ
“ใช่จ๊ะ— กระเป๋าของน้าเอง ขอบใจหนูมากเลยนะจ๊ะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ แค่......”
ไม่ทันที่ปารมีจะพูดจบประโยค เสียงร้องของหญิงกลางคนตรงหน้าก็ร้องออกมาด้วยความใพลางสายตาก็มองเลยไปทางด้านหลังที่คนร้ายที่คิดว่านอนโอดโอยอยู่บนพื้นนั้นกำลังถือมีดพุ่งตรงมาหาปารมี แต่พอปารมีหันไปมองเธอก็ทำแค่ยกขาขึ้นมาแล้วหมุนถีบไปด้านหลังด้วยสีหน้านิ่งเรียบราวกับเป็เื่ธรรมดา ส่วนโจรวิ่งราวคนนั้นเมื่อถูกลูกถีบของปารมีเสยคางเข้าอย่างจัง ก็ได้สลบสมใจ ก่อนที่จะถูกตำรวจลากไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้สติอยู่อย่างนั้น
“แค่นี้เอง...”
จากนั้นปารมีก็หันมาตอบหญิงคนนั้นต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนหญิงคนนั้นได้แต่ตกตะลึงอ้าปากค้างกับการกระทำของปารมี
ทันใดนั้นปารมีก็ได้ยินเสียงของชายคนหนึ่งที่คุ้นหูร้องดังมาจากด้านหลังของเธอ ทำให้เธอต้องรีบหันไปมองอย่างอัตโนมัติ
“คุณแม่เป็อะไรมากรึเปล่าครับ!!!”
นักรบ!!!
เธอถึงกับใปนอึ้งเมื่อเจอกับคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเจอที่นี่ ส่วนนักรบนั้นก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากเธอมากนักเพียงแต่ว่าเธอแอบสังเกตเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของเขานิดนึง ทว่าก็แค่แป๊บเดียวเท่านั้น เมื่อเธอเห็นหญิงวัยกลางคนผู้ที่เป็เ้าของกระเป๋าที่เธอช่วยเอาคืนมาจากโจรวิ่งราวนั้น เดินไปหานักรบราวกับรู้จักคุ้นเคยกันเป็อย่างดี
“อ้าวเสือ— แม่ไม่เป็ไรลูก พอดีแม่ได้หนูคนนี้ช่วยเอาไว้....ขอบใจหนูมากนะจ๊ะ”
หญิงคนนั้นหันมาขอบใจปารมี ซึ่งตอนนี้รู้สึกช็อคกับความโลกกลมไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
‘ให้ตายเถอะ— อุตส่าห์มาพักผ่อนทั้งที ก็ยังเจออีตานี่อีกเหรอเนี่ย!!!’
-------------------------
“แหม ๆ ๆ – ที่แท้ก็คนกันเองแท้ ๆ”
เสียงของหญิงคนนั้นที่ปารมีเจอโดยบังเอิญดังขึ้น ซึ่งเธอมารู้ภายหลังว่าหญิงกลางคนคนนั้นก็คือแม่แท้ ๆ ของนักรบและแม่ของแม่จอมทัพนั่นเอง—
ฮ้า— โลกนี้ช่างกล๊มกลมเหลือเกิน เธอคิด
“ดิฉันต้องขอบใจคุณครูมากเลยนะคะที่ช่วยดิฉันเอาไว้ ไม่งั้นแย่แน่เลย กระเป๋าใบนี้สำคัญกับดิฉันมากเลยค่ะ....ถึงจะราคาแค่ไม่กี่แสน แต่ข้างในมีเอกสารสำคัญ ๆ กับเครื่องเพชรชุดสำคัญราคาเป็ล้านอยู่ด้วย ถ้าหายไปละแย่เลย”
เมื่อได้ยินรัชนีแม่ของนักรบเอ่ยขึ้น ปารมีก็รู้สึกได้ถึงความน่าหมั่นไส้ที่มันผุดขึ้นมาจากไหนไม่รู้ พลางคิดในใจว่า ไม่แปลกใจเลยที่เป็แม่ลูกกัน เพราะให้ความรู้สึกน่าหมั่นไส้ไม่ต่างกัน แต่เมื่อสังเกตที่สีหน้าและกิริยาของรัชนีดีดีแล้วเธอก็ััได้ว่า ทุกการกระทำและคำพูดของเ้าตัวนั้นเป็ไปอย่างธรรมชาติ ทั้งรอยยิ้ม คำพูดและท่าทางที่ดูกระตือรือร้นจนเกินไปนั้น หาได้มีความเหยียดหยามหรือดูถูกเธอไม่ ทำให้ความรู้สึกหมั่นไส้ทั้งหลายนั้นมันค่อย ๆ มลายหายไปกลับกลายเป็รู้สึกขบขันเอ็นดูคุณน้าคนนี้แทน
ซึ่งความรู้สึกนี้มันต่างจากความรู้สึกที่เธอมีกับนักรบลิบลับเลยทีเดียว สิ่งนี้แหละที่เธอคิดว่านักรบนั้นคงไม่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ของเขาแน่ ๆ
หลังจากจบเหตุการณ์วิ่งราวแล้วนั้น ปารมีก็ถูกรัชนีคะยั้นคะยอให้มาที่บ้านพักตากอากาศของตนที่อยู่ไม่ไกลจากที่เจอกับเธอมากนัก ซึ่งสำหรับปารมีแล้วมันไม่ใช่บ้านพักตากอากาศ แต่มันคือคฤหาสน์ดีดีนี่เอง!!
“ว่าแต่ทำไมอาจารย์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละครับ”
จอมทัพขยับเข้ามาใกล้ปารมีพร้อมกับก้มกระซิบถามด้วยความสงสัย ตอนที่เขาเห็นปารมีลงจากรถมาพร้อมกับยายและน้าของเขานั้นก็ทำให้เขานั้นอึ้งและแปลกใจไม่น้อย เมื่อถึงเวลาเขาจึงถามออกไปด้วยความอยากรู้
“เื่มันยาวน่ะ”
“แล้วทำไมอาจารย์ถึงมาอยู่ที่ทะเลนี่ได้ละครับ”
“ครูแค่ลามาพัก....”
พึ่บ!!!! ไม่ทันที่ปารมีจะพูดจบ นักรบที่มาจากไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามานั่งแทรกกลางระหว่างเธอและจอมทัพอย่างเร็ว จนเธอนั้นขยับหลบแทบไม่ทัน
“นี่คุณ!!”
ปารมีเผลอะโออกไปด้วยความเคยชิน พร้อมกับขมวดคิ้วไปให้นักรบที่จ้องมาที่เธอด้วยแววตานิ่งเรียบทว่ากลับแฝงความรู้สึกไม่ชอบใจเอาไว้เล็กน้อย จากนั้นเขาก็ละสายตาจากเธอหันไปทางจอมทัพ ก่อนที่เธอจะเห็นว่าจอมทัพลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ รัชนีผู้เป็ยายด้วยท่าทีที่จนใจ ส่วนรัชนีนั้นก็ได้แต่ส่งสายตายิ้มกริ่มมาที่เธอจนเธอนั้นรู้สึกขนลุกวาบทั้งตัว
เมื่อเห็นว่าหลานชายของตนไปนั่งถูกที่ถูกทางแล้ว เขาก็หันมาสบตากับหญิงสาวข้าง ๆ เขาที่จ้องมองเขาเขม็ง ก่อนที่จะเขยิบถอยห่างจากเขาออกไป จนเขาต้องคว้าเอวของปารมีเอาไว้ไม่ให้กระเถิบออกไปไกลกว่านี้
นักรบไม่สนใจสายตาไม่พอใจของปารมีที่ส่งตรงมาที่เขาอย่างไม่ลดเลี้ยว แต่กลับหันไปสนใจกับกระเป๋าเดินทางของเธอแทน
“แล้วนั่น— อะไร”
เขาส่งสายตาพร้อมกับเอ่ยถามปารมีด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ส่วนมือที่กำลังโอบเอวปารมีอยู่นั้นนั้นก็พยายามต่อสู้กับมือของเธอที่กำลังจะออกแรงแกะมือเขาออกจากเอวบางของเธอ
“ก็กระเป๋าเดินทางไง คุณไม่รู้จักเหรอ— แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้วคุณ คุณน้ากับจอมทัพมองใหญ่แล้ว...”
ปารมีกระแทกเสียงตอบนักรบออกไป ก่อนที่จะกระซิบพูดกันสองคนพลางเหลือบสายตามองไปที่รัชนีกับจอมทัพที่กำลังนั่งมองเธอกับนักรบอยู่ด้วยแววตาที่ต่างกัน
นักรบนั้นไม่ได้คลายอ้อมแขนที่โอบปารมีเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับกระชับแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนปารมีนั้นเกือบจะสบถออกมาด้วยความใ ยังดีที่ยั้งปากเอาไว้ได้ทันจึงได้แต่มองค้อนเขาแทน
“คุณแม่ครับ— นี่ปารมีแฟนผมครับ”
เขาหันไปทางรัชนีที่กำลังมองมาทางเขาและปารมีอย่างยิ้ม ๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงธรรมดาราวกับคุยเื่สัพเพเหระแต่เนื้อหาที่พูดออกไปนั้นทำให้ปารมีถึงกับต้องสะดุ้งและตกตะลึงกับคำพูดของเขา
ผู้ชายคนนี้กำลังพ่นอะไรออกมากันเนี่ย!!!
“จริงเหรอเนี่ย!!!— ดิฉันก็ว่าแล้วว่าต้องไม่ใช่ครูของตาจอมธรรมดา ๆ แน่ งั้น...ครูปารมีใช่มั้ยคะ— ไม่ต้องเรียกคุณน้าหรอกค่ะ.... เรียกแม่ไปเลยลูก”
คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนั้นทำเอาปารมีถึงกับตามอารมณ์ของหญิงวัยทองคนนี้แทบไม่ทัน ใบหน้าที่ดูเหมือนราวกับสี่สิบต้น ๆ แต่อายุนั้นกลับปาไปตั้งเกือบหกสิบแล้ว อีกทั้งประโยคของรัชนีที่เอ่ยกลับมานั้นยิ่งทำให้ปารมียิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีก เพราะแทนที่รัชนีจะค้านหัวชนฝา กลับเออออห่อหมกไปกับคำพูดของนักรบเข้ากันแบบเป็ปี่เป็ขลุ่ยจนเธอทำตัวไม่ถูกเข้าไปอีก
‘คุณน้าคะ!!จะเร็วไปมั้ยคะ!!’
สามสิบนาทีผ่านไป—
ปารมีนั่งบนเตียงขนาดคิงไซส์ฟูนุ่มในห้องนอนที่ตกแต่งห้องสไตล์มินิมอลสีเอิร์ธโทนด้วยความรู้สึกที่งงงวยพร้อมกับกำลังนั่งทบทวนสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
หลังจากที่นักรบแนะนำเธอกับแม่ของเขาเองให้รู้จักในฐานะ ‘แฟน’ เธอก็ถูกต้อนรับอย่างดีมากขึ้นไปอีก แถมยังถูกรัชนีบังคับให้เรียกตัวเองว่าแม่อีกต่างหาก จนทำให้ปารมีนั้นยากที่จะปฏิเสธจึงได้แต่ตามน้ำไปอย่างงง ๆ จากนั้นก็ถูกชักชวนให้พักที่บ้านพักตากอากาศประจำตระกูลนี่ทันทีที่รู้ว่าเธอนั้นไม่มีที่พัก แม้ว่าเธอจะปฏิเสธและยืนยันว่าจะออกไปหาโรงแรมข้างนอกนอนก็ตาม แต่สุดท้ายเธอก็ถูกรัชนีเกลี่ยกล่อมพร้อมกับท่าทางแกมบังคับของนักรบ จนเธอต้องมาพักที่นี่อย่างช่วยไม่ได้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยหาโรงแรมใหม่ละกัน...”
เธอได้แต่ถอนหายใจพึมพำก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายที่เหนียวเหนอะหนะเพราะเหงื่อและไอเกลือจากน้ำทะเล ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย
โปรดติดตามตอนต่อไป