“สวัสดีครับนาย”สรชัยเอ่ยทักทายกฤษณะ ก่อนจะยักคิ้วส่งไปให้เพื่อนที่เดินตามหลังมา
“มีปัญหาอะไรบ้างไหมไอ้สร”น้ำเสียงราบเรียบส่งผ่านมายังสรชัย
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับแต่ว่าวันนี้มีคนงานชายเพิ่มเข้ามาอีกสองคนซึ่งเท่าที่ผมดูก็ขยันทำงานกันดีเลยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
“อื้มถ้างั้นก็ฝากแกดูแลด้วยแล้วกัน” เขาตอบรับในลำคอแล้วเดินไปตรวจดูความเรียบร้อยต่อโดยมีเตชิตติดสอยห้อยตามไปเช่นเดิม
“วันนี้นายเป็นอะไรวะไอ้เตดูอารมณ์บูดเชียว”สรชัยที่เดินตามมาด้วยกระซิบถามให้ได้ยินเพียงแค่สองคน
“ปากไม่ตรงกับใจ เลยหงุดหงิดน่ะสิ”เตชิตมองดูใบหน้าเพื่อนที่คิ้วหนาขมวดชนกันอย่างนึกขบขันเท้าเรียวยาวเดินนำไปหมายเร่งเดินให้ทันผู้เป็นนาย
“พี่เต”เสียงใสๆ ดังแว่วมาก่อนตัว ใบหน้าหล่อหันไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังมุ่งตรงมาทางเขาในขณะที่ภายในใจหวังจะก้าวเดินหนีไปให้เร็วที่สุดแต่ทว่าหญิงสาวก็วิ่งมาดักหน้าเขาเอาไว้
“มาอยู่ตรงนี้เองน้ำหวานตามหาซะทั่วเลย” น้ำหวานเด็กสาวจอมแก่นซึ่งกำลังอยู่ในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยได้มาช่วยทำงานในไร่หารายได้พิเศษระหว่างปิดเทอมฉีกยิ้มให้
“อ้าวน้ำหวาน”เธอหันซ้ายแลขวาไม่ได้สนใจกับคำทักทายของเตชิตแม้แต่น้อย
“แล้วพี่ภูล่ะน้ำหวานไม่เห็นเลย”
“ไอ้ภูไม่ได้มาด้วยหรอกพอดีต้องอยู่ทำงานทางโน้นน่ะน้ำหวานมีอะไรรึเปล่า” เตชิตเอ่ยถามน้ำเสียงราบเรียบทั้งที่ภายในใจรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องการอะไรจากเขา
“มาทำอะไรที่นี่น่ะน้ำหวานแล้วงานล่ะทำเสร็จแล้วรึไงกัน” ผู้จัดการหนุ่มส่งสายตาดุๆ
“ชิ!!ตาลุง” เบ้ปากไม่พอใจ “น้ำหวานแค่มาหาพี่ภู เดี๋ยวก็ไปทำงานต่อแล้วละน่า”
“เรียกใครว่าลุงกันฉันก็อายุเท่าไอ้เตไอ้ภูมัน”
“อายุเท่าแล้วไงล่ะถ้าหน้าแก่ยังไงก็ตาลุงวันยังค่ำนั่นแหละ” เธอแย้งอย่างมีเหตุผลอันที่จริงหน้าเขาก็ใช่ว่าจะแก่ ออกจะหน้าตาหล่อเหลาเสียด้วยซ้ำ
“หึยัยเด็กแก่แดด เอาเถอะแล้วอย่าลืมไปทำงานต่อล่ะ” สรชัยว่ายิ้มๆ ไม่คิดจะใส่ใจกับคำพูดของหญิงสาว
“ตาลุงบ้า น้ำหวานไม่ได้แก่แดดสักหน่อย”
“ฉันไปก่อนนะไอ้เต”หันไปบอกเตชิตที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเดินไปอย่างคนอารมณ์ดี
“เอ่อพี่ไปก่อนนะน้ำหวาน” เมื่อเห็นว่าสรชัยเดินไปแล้ว เตชิตจึงบอกขึ้นมาบ้างเท้าเรียวยาวเดินไปทันทีไม่รอให้หญิงสาวได้ซักไซ้ถามอะไรจากตัวเองแม้แต่น้อย
“อ้าวเดี๋ยวก่อนสิพี่เต”ถึงเธอจะเอ่ยเรียกเขาก็ไม่มีวันหยุดหรอกมีแต่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ
“โธ่!!ยังไม่ทันได้ถามอะไรเลย แต่ก็ช่างเถอะอย่านึกว่าจะหนีน้ำหวานพ้นนะคอยดูสิถ้าพี่ภูมีสาวทางโน้น น้ำหวานนี่แหละจะจัดการพี่เตคนแรกเลยฐานที่ไม่ยอมบอกแถมยังหลบหนีอีก”
ณโรงอาหารซึ่งอยู่กลางไร่องุ่น เป็นอีกที่ที่กฤษณะมักจะมานั่งกินข้าวกลางวันสองหนุ่มเตชิต สรชัยได้ยืนต่อหลังผู้เป็นนายที่เคร่งเรื่องกฎระเบียบในการเข้าแถวต่อคิวสำหรับรับอาหารกลางวันเตชิตแอบขำนิดๆ มองดูคนงานที่ยืนถัดไปด้านหน้ากำลังยืนตัวเกร็งกับคู่สายตาคม ดีนะเขาสับเปลี่ยนที่ทัน ดวงซวยของวันเลยตกไปอยู่ที่คนงาน
ไม่นานเกินรอก็มาถึงคิวของกฤษณะแม่ครัววัยกลางคนตักข้าวเปล่าส่งให้แม่ครัวอีกคนที่กำลังรอตักแกงเผ็ดกับผัดผักรวมมิตรราดบนข้าวสวยร้อนๆให้กับผู้เป็นนายที่ยืนต่อแถวร่วมกับคนงานตามด้วยเตชิต สรชัยเมื่อได้จานข้าวทั้งสองก็เดินไปนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับกฤษณะเหมือนทุกๆ ครั้งในขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะผ่านพ้นไปอย่างเงียบๆก็มีเสียงเรียกขานที่ไม่เบานักของหญิงสาวดังขึ้นมาให้ได้ยิน
“พี่กฤษขาตะวันมาหาค่ะ” ร่างสูงใหญ่หันไปมอง ลุกขึ้นจากโต๊ะเอาจานข้าวที่กินหมดแล้วไปใส่ในกะละมัง
“มาหาพี่ถึงที่นี่มีอะไรรึเปล่าครับตะวัน”หันไปถามหญิงสาวที่ตอนนี้เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง
“แหม!!นี่ถ้าตะวันไม่มีธุระ คงจะมาเที่ยวไร่พี่กฤษไม่ได้สินะคะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ
“ถ้าตะวันอยากจะมาเที่ยวพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับเอาเป็นว่าไปที่เรือนไม้กันเถอะพี่จะกลับอยู่พอดี” เขาบอกหญิงสาวเสียงเรียบคิดไว้แล้วว่ากินข้าวเสร็จจะกลับบ้านไม้สักหน่อยและการที่ตะวันมาหาก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน
กฤษณะหันไปสั่งการคนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาตักข้าวในจานที่เหลือแต่จานเปล่าเคี้ยวตุ้ยๆราวกับมีข้าวในปาก เสร็จแล้วก็เดินกลับไปบ้านไม้โดยใช้เส้นทางที่ลัดที่สุด
“เฮ้อ!!”เสียงทอดถอนหายใจของเตชิตปล่อยพรืดอย่างโล่งใจมองดูผู้เป็นนายเดินหายไปพร้อมกับตะวันกระนั้นภายในใจก็ยังนึกเป็นห่วงหญิงสาวผู้เป็นนายหญิงอยู่ดีไม่รู้จะเป็นเช่นไรบ้างหากต้องเห็นนายพาผู้หญิงคนอื่นไปที่บ้านสรชัยเข้าใจดีว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเองก็สงสารอริสาไม่น้อยเช่นกัน
“เอาน่าไอ้เตถึงยังไงพวกเราก็ทำอะไรไม่ได้หรอก กลุ้มไปก็เท่านั้นเอาใจช่วยดีกว่าให้นายรักนายหญิง เอ่อ!! คุณลูกหว้าเร็วๆ” สรชัยเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกหญิงสาวใหม่เพราะรอบๆ ข้างมีสายตาคนงานนับสิบกำลังมองมา
ได้ฟังสรชัยพูดเตชิตปิ๊งไอ้เดียบรรเจิด รึเขาจะวางยาเสน่ห์นายเสียเลยดีไหมนะ จะได้รวดเร็วทันใจ