หลังจากจัดการกวาดล้างนางร้ายดอกบัวขาวอย่างรินดาออกไปจากคฤหาสน์ บรรยากาศในบ้านตระกูลหวังก็เปลี่ยนจากหลังมือเป็หน้ามือ พี่ชายทั้งสามคนพยายามทำตัวเป็ "เบ๊" ระดับพรีเมียมเพื่อเอาใจน้องสาวสุดที่รัก (ที่พวกเขาแอบบูชาเป็เทพเ้าพยากรณ์ประจำตัวไปแล้ว)
เช้าวันหยุดที่ควรจะเงียบสงบ กลับวุ่นวายเมื่อพี่ชายทั้งสามมายืนออกันอยู่หน้าห้องของชิงเซียน
"ชิงชิงจ๊ะ... วันนี้พี่ใหญ่จะพาน้องไปช้อปปิ้งที่ห้างที่แพงที่สุดในประเทศ น้องอยากได้เกาะส่วนตัวหรือเครื่องบินเจ็ท พี่จัดให้ได้หมดเลยนะ!" หวังอี้ในชุดสูทสุดเนี๊ยบเอ่ยขึ้น พร้อมโชว์บัตรเครดิตสีดำในมือ
"ถอยไปพี่ใหญ่! ชิงชิงต้องไปตรวจร่างกายกับพี่รองก่อน ร่างกายมนุษย์มันอ่อนแอ พี่เตรียมคอร์สบำรุงด้วยรังนกทองคำหมื่นปีไว้ให้น้องแล้ว!" หวังลั่วขัดขึ้นพลางขยับแว่น
"พวกพี่นี่ไร้สาระจริง!" หวังซิง น้องเล็กไอดอลแทรกกลาง "ชิงชิงต้องไปเดินห้างกับผมสิ ผมจะพาน้องไปแต่งตัวให้สวยเช้งจนคนทั้งประเทศต้องตะลึง! ใครมองน้องผม ผมจะจิกตาให้หลุดเลย!"
[โอ๊ย... ไอ้พวกปลากระเบนพวกนี้มันเป็อะไรกันนักหนา? ข้าเพิ่งจะลืมตาตื่น พลังปราณยังไม่ทันหมุนเวียนครบหนึ่งรอบ ก็มาะโโหวกเหวกอยู่หน้าประตูปานผีส่วนบุญขอส่วนแบ่ง! แล้วไอ้ 'ห้าง' ที่ว่านั่นน่ะ มันมีของอร่อยกว่าเป็ดปักกิ่งเมื่อวานไหม? ถ้าไม่มี ข้าจะนอนต่อให้ถึงชาติหน้า!]
พี่ชายทั้งสามสะดุ้งกึก หันมามองหน้ากัน 'นั่นไง... น้องสาวเราหิวอีกแล้ว!'
"มีแน่นอนชิงชิง! ที่ห้างมีบุฟเฟต์โอมากาเสะที่คำละหมื่น! มีเนื้อวากิวเอไฟว์ที่นุ่มจนละลายในปาก!" หวังซิงรีบะโบอกผ่านประตู
ครืด...
ประตูห้องเปิดออกทันที ชิงเซียนเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีชมพูแปร๊ด (ที่เธอคิดว่ามันดูเหมือนชุดคลุมของเ้าสำนักที่เกษียณแล้ว) ผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยกลับทำให้เธอดูมีเสน่ห์แบบลึกลับ
"เนื้อวากิว... มันคือนกชนิดไหนกัน? รสชาติสู้ตับหงส์ได้หรือไม่?" ชิงเซียนถามเสียงเรียบแต่ดวงตาเป็ประกาย
[นุ่มจนละลายในปากรึ? ฮึ! ข้าจะลองดูหน่อยสิว่ามันจะจริงอย่างที่พูดไหม ถ้ามันสู้เนื้อสัตว์อสูรที่ข้าเคยล่ามาไม่ได้ ข้าจะจับพวกเ้าไปยืนท่าขี่ม้ากลางห้างให้เข็ด!]
พี่ชายทั้งสามเหงื่อตก รีบกุลีกุจอพาน้องสาวไปเตรียมตัวทันที
ณ ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางกรุง
การปรากฏตัวของสี่พี่น้องตระกูลหวังทำเอาห้างแทบแตก หวังอี้ หวังลั่ว และหวังซิง เดินขนาบข้างชิงเซียนราวกับบอดี้การ์ดมาเฟีย ชิงเซียนในชุดเดรสสีขาวเรียบหรูที่หวังซิงเลือกให้ (ซึ่งเธอแอบบ่นในใจว่ามันสั้นปานจะโชว์น่องไปถึง์) เดินกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
[โอ้โห... วิหารแก้วนี่มันช่างใหญ่โตนัก! แสงสีวับวามยิ่งกว่าค่ายกลลวงตาของสำนักมารเสียอีก! แล้วไอ้รูปปั้นผู้หญิงที่ยืนแข็งทื่อนี่มันอะไรกัน? (หุ่นโชว์เสื้อผ้า) ทำไมพวกนางถึงไม่ใส่เสื้อผ้าให้ครบชิ้น? มนุษย์ยุคนี้ช่างไร้ยางอายจริงๆ!]
ขณะที่เดินผ่านร้านแบรนด์เนมชื่อดัง ชิงเซียนก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าหนังจระเข้ใบละล้าน
[หือ... หนังเ้าสัตว์เลื้อยคลานนี่น่ะรึราคาเป็ล้าน? ข้าเคยเอาหนังัดินมาทำเป็พรมรองนั่งยังไม่เห็นจะอวดร่ำอวดรวยขนาดนี้! แต่สีแดงนั่น... มันก็ดูถูกโฉลกกับปราณเพลิงของข้าดีนะ]
หวังอี้รีบเดินเข้าไปในร้านทันที "กระเป๋าใบนี้ ใบที่น้องผมมอง... เอามาทั้งหมดทุกสี! เดี๋ยวนี้!"
พนักงานร้านแทบจะกราบกราน ชิงเซียนมองการเปย์ของพี่ชายด้วยสายตาว่างเปล่า
[ไอ้พี่ใหญ่ปลากระเบนเอ๊ย... มีเงินเหลือใช้จนสมองไหลรึไง? ซื้อมาหมดทุกสีจะเอาไปแขวนคอแมวที่ไหน? แต่ก็เอาเถอะ... ถือว่าเป็บรรณาการที่เขาตั้งใจถวาย ข้าจะรับไว้ให้เขาสบายใจแล้วกัน]
ความสงบสุขจบลงเมื่อพวกเขากำลังจะเดินไปที่ร้านอาหาร จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาขวางหน้า เขาคือ "ปรเมศวร์" ทายาทคู่แข่งตระกูลหวังที่เคยจีบรินดา แต่ตอนนี้กลับตาโตเมื่อเห็นความงามของชิงเซียน
"อ้าว... คุณหวังอี้ พาน้องสาวคนสวยที่เพิ่งเจอตัวมาเดินห้างเหรอครับ? สวยกว่าในรูปเยอะเลยนะเนี่ย" ปรเมศวร์ส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ชิงเซียน "สวัสดีครับคุณชิงชิง ผมปรเมศวร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"
ชิงเซียนหรี่ตามอง [หือ... ไอ้หน้าจิ้งเหลนติดไฟนี่เป็ใคร? กลิ่นอายรอบตัวมันช่างขุ่นมัวปนไปด้วยราคะและกลิ่นคาวโลกีย์ เห็นแล้วอยากจะเอาพัดฟาดหน้าให้หายคันจริงๆ! แถมดวงตายังเ้าชู้ั์เหมือนหมูตอนในฟาร์มไม่มีผิด!]
พี่ชายทั้งสามคนได้ยินเสียงในใจปุ๊บ พลันรังสีอำมหิตก็พวยพุ่งออกมาทันที
"ถอยไป ปรเมศวร์! อย่ามาใช้สายตาสกปรกมองน้องสาวฉัน!" หวังอี้คำรามเสียงต่ำ
"เอานี่ไปกิน!" หวังซิงเดินเข้าไปขวางหน้า "อย่ามาแตะต้องน้องสาวผม แม้แต่ปลายเส้นผมก็ไม่ได้!"
ปรเมศวร์หน้าเสีย "อะไรกันครับ แค่ทักทายเอง... คุณชิงชิงครับ พรุ่งนี้ไปทานข้าวกับผมไหม? ผมมีร้านอาหารสุดพิเศษ..."
[ทานข้าวรึ? ข้าว่าเ้าไปทาน 'บาทาเซียน' ของข้าก่อนดีกว่าไหม? ดูดวงชะตาเ้าแล้ว... อีกสิบวินาทีข้างหน้า เ้าจะเกิดเคราะห์หนักจากการ 'ลื่นอากาศ' จนฟันหน้าหลุดหายไปสองซี่! หึหึ ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้คำทำนายเป็จริงเอง!]
ชิงเซียนสะบัดปลายนิ้วเบาๆ ส่งมวลอากาศที่อัดแน่นไปด้วยปราณไปที่ใต้ฝ่าเท้าของปรเมศวร์
"เหวออออ!"
ปรเมศวร์ลื่นพรืดราวกะเหยียบเปลือกกล้วยล่องหน ร่างของเขาลอยเคว้งกลางอากาศก่อนจะคว่ำหน้ากระแทกพื้นเสียงดัง "ปึก!"
"อ๊อ... อ่อยยย (โอ๊ย)" ปรเมศวร์เงยหน้าขึ้นมาพร้อมเืกบปาก และฟันหน้าสองซี่ที่หลุดออกมาวางอยู่บนพื้นพรมอย่างสวยงาม
คนรอบข้างพากันตกตะลึง พี่ชายทั้งสามถึงกับแอบทำท่า "สะใจ" อยู่ลับหลัง
"โอ้โห... ลื่นแรงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ดวงตกจริงๆ นะคุณปรเมศวร์" หวังลั่วพูดพลางแสร้งทำเป็ตรวจอาการ "อืม... ฟันหลุดจริงด้วย สงสัยต้องไปทำฟันใหม่นะ เดี๋ยวผมแนะนำหมอให้ แต่ราคาแพงหน่อยนะ"
[ฮ่าๆๆๆ! สมน้ำหน้าไอ้หน้าจิ้งเหลน! นี่แค่สั่งสอนเบาๆ นะเนี่ย ถ้าเ้ายังกล้ามาตอแยข้าอีก ข้าจะเสกให้เ้ากลายเป็ขันทีไปตลอดกาล!]
เฟยหลงที่แอบเดินตามมา (ด้วยความหึง) ั้แ่ต้น เดินเข้ามาหาชิงเซียนพร้อมรอยยิ้มเย็น
"ดูเหมือนคุณชิงชิงจะมีความสามารถในการ 'ทำนายดวง' ที่แม่นยำมากนะครับ" เฟยหลงกระซิบข้างหูเธอ "แต่คราวหลัง... ปล่อยให้หน้าที่จัดการพวกแมลงหวี่เป็ของ 'คู่หมั้น' อย่างผมดีกว่านะครับ"
ชิงเซียนหน้าแดงวูบ [ไอ้หน้าปลาทูนี่มาตอนไหนเนี่ย! แล้วมาพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้ใส่ข้าทำไม? หัวใจข้า... มันจะสั่นอะไรนักหนา! หรือว่าข้าต้องกลับไปฝึกสมาธิใหม่? ไม่ได้การ... ข้าต้องหาเนื้อวากิวกินดับอาการใจสั่นเดี๋ยวนี้!]
เฟยหลงหัวเราะเบาๆ "ไปครับ... เนื้อวากิวรอคุณอยู่ ผมจองร้านที่อร่อยที่สุดไว้ให้แล้ว"
พี่ชายทั้งสามหันขวับมามองเฟยหลงพร้อมกัน "เฮ้ย! ใครให้แกไปกับน้องสาวพวกเรา!"
ความวุ่นวายในห้างยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเหล่าพี่ชายและคู่หมั้นต้องมาเปิดศึกชิงตัวเซียนสาวจอมกินที่ในหัวมีแต่เื่ของอร่อย!