“แล้วเื่อาหาร ธัญพืช ที่ทางบ้านเดิมของแม่สะใภ้รองนำมาให้ล่ะ ไปไหนหมด อย่ามาบอกนะ ว่านำไป ให้หลานฉัน ทานหมดแล้ว ฉันไม่เชื้อ ของตั้งมากมาย
หล่อนเอาไปให้บ้านเดิม ของหล่อนด้วยใช้ไหม บอกฉันมาสิ”แม่สามี ไล่ต้อนถามลูกสะใภ้ใหญ่
“ฉัน ฉัน ฉั…ไม่ ไม่”สะใภ้ใหญ่ไม่กล้าโกหก แม่สามีเื่ข้าวของอาหาร ธัญพืชที่เธอแย่งชิง มาจากน้องสะใภ้รอง และเธอก็รู้จักนิสัยแม่สามีดี
“พูด คุณแม่ถามก็ตอบท่านไป” พี่ใหญ่ะโถามภรรยาตัวเองด้วยอาการหน้าแดง
ที่เกิดจากความอับอาย จากการเห็นภรรยาทำตัวน่าอาย และไม่ต้องฟังภรรยายอมรับเื่นี้ พี่ใหญ่ก็ดูออกแล้ว อยู่ด้วยกันมาหลายปีทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยเมียตัวเองเเค่เห็นอากาiกระวนกระวายของภรรยาตรงหน้าเขา เขาก็เดาเื่ออกแล้ว
แต่เขาก็ไม่สามารถว่ากล่าวเธอได้เพราะอาหารพวกนั้น เขาและลูกชายลูกสาวก็มีส่วนในการใช้เช่นกัน
“ไอหยา ใช้สิที่ฉันทำ มันชั่วมันเลวฉันไม่ดีเอง ที่อยากให้ลูกให้ผัว ได้ทานของดีๆได้ทานให้อิ่มท้อง ไม่ใช้ ทานแต่ผักดอง ผักต้ม แม้เเค่เมล็ดข้าว ก็แทบมองไม่เห็น มีแต่น้ำข้าวใสๆ ฉันเป็แม่ที่ไม่ดีเป็เมียที่แย่แค่ให้ลูก ให้ผัวได้ทานอาหาร อิ่มท้องสักมือก็ผิดด้วย ฮื่อๆๆ”พี่สะใภ้ใหญ่ เห็นสายตาของพ่อสามีแม่สามี เเละน้องๆของสามีก็รีบร้องไห้โวยวายคร่ำครวญ ลงไปนั่งทุบอกชกหัวตัวเอง ให้พี่ชายใหญ่และคนในครอบครัวสามีได้เห็น
“หยุดโวยวายได้แล้ว” เสียงคุณพ่อดังขึ้นมา ด้วยความโมโหสีหน้าของคุณพ่อฮุ่ย ก็พลัดมืดครื้มลงหนักว่าเดิม ในใจคุณพ่อใช่ว่าไม่เสียใจที่เสียหลาน ที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ จะเอาผิดลูกสะใภ้ก็ไม่ได้ใครรู้เข้าก็มีแต่อับอายคนอื่นกันไปหมด
“พวกแกจะเถียงกันไปถึงไหน สะใภ้รอง เื่แยกบ้าน ก็รอให้เ้ารอง กลับมาก่อน ค่อยคุยกัน ส่วนเื่ที่สะใภ้ใหญ่ ทำร้ายเธอจนแท้งลูก พ่อก็จะให้บ้านเ้าใหญ่ชดใช้ให้กับเธอ ยังไงพี่สะใภ้ นางก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเื่แบบนี้ เป็ครอบครัวเดียวกันเห็นแก่หน้าพ่อ อย่าให้เื่มันใหญ่โต จนต้องถึงทางการเลยนะ”คุณพ่อกล่าวกับฟางเซียนลูกสะใภ้รองด้วยเสียงอ่อนแรง จากความเหนื่อยหน่ายของปัญหาที่บ้านทำงานมา เหนื่อยๆแทนที่เขาจะได้พักผ่อนกับต้องมาจัดการปัญหาในครอบครัว
“ก็ได้ค่ะ แต่คุณพ่อค่ะหลังจากนี้จนกว่าสามีจะกลับ ฉันกับลูกของแยกครัวออกมานะคะ และเื่เงินเดือนที่สามีส่งมา 10 หยวน ฉันของ 5 หยวน พร้อมคูปอง เนื้อ ธัญพืช เพื่อที่ฉันจะได้ ไปซื้อของมาไว้ทำอาหารรับประทานกับลูกๆค่ะ ” ฟางเซียนบอกพ่อสามี
“ไม่ได้ตาเฒ่า ฉันไม่ยอม” คุณแม่โวยวายขึ้นมาบาง หลังจากเห็น ของเรียกร้องของลูกสะใภ้รอง นางไม่เห็นด้วย นางไม่อยาก ที่จะเสียเงิน 5หยวน และไหนจะคูปอง ไปให้กับลูกสะใภ้รอง ที่นางไม่ชอบ
"ยังไม่จบค่ะคุณแม่ นอกจากพวกนี้เเล้ว ฉันจะหาคนมาสร้างบ้านให้ฉันกับครอบครัวนะคะ พอสามีกลับมา ครอบครัวของเราจะได้มีบ้านให้ย้ายเข้าไปอยู่ได้ เพราะอีกไม่นานคนในหมู่บ้าน ก็ว่างงานกันแล้ว”ฟางเซียนบอกพ่อสามี โดยไม่ได้สนใจว่าแม่ว่าสามีจะกล่าวอะไร และไม่สนใจด้วย ว่าพวกเขาจะให้เธอแยกบ้านหรือไม่ เธอไม่สนเธอของสร้างบ้านก่อนยังไงในอนาคต เธอกับลูกต้องมีบ้านที่เป็ของตัวเองอยู่
“จะสร้างบ้าน พ่อว่ารอเ้ารองกลับมาก่อนเถอะ สร้างบ้านหนึ่งหลังมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆนะ”คุณพ่อฮุ่ยพยายามพูดคุย ด้วยความใจเย็นกับลูกสะใภ้รอง
“ใช้แม่ว่า รอเ้ารองกลับมาก่อน อย่างที่พ่อของลูกบอกเถอะ”คุณแม่เห็นด้วยนางไม่้าเสียเงินไปมากกว่านี้
“ไม่ค่ะ ฉันคิดดีแล้วฉันไม่อยากจะอยู่กับคนที่ฆ่าลูกของฉันได้หรอกค่ะ คุณพ่อค่ะฉันของให้คุณพ่อไปคุยกับทางหัวหน้าหมู่บ้าน ให้หน่อยนะคะเื่ที่ดินที่จะใช้สร้างบ้าน”ฟางเซียนยังคง ยืนยันคำเดิม
“ถ้าเธอคิดแบบนี้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด เื่ที่ดินสร้างบ้านเดี๋ยวพ่อไปคุยให้ ส่วนเงินสร้างบ้าน พ่อกับแม่จะออกให้ครึ่งหนึ่งและจะให้ทางบ้านเ้าใหญ่ช่วยออกอีกครึ่ง”พ่อสามีกล่าวกับลูกสะใภ้รองหลังเห็นท่าทีของฟางเซียน
“อะไรนะ ทำไมฉันจะต้องออกเงินสร้างบ้านให้ลูกสะใภ้ด้วย บ้านก็มีให้อยู่จะไปสร้างใหม่ ให้เสียเงินทำไ ฉันไม่ยอมจ่าย อยากสร้างบ้านก็ไปหาเงินเอง”แม่สามีไม่ยอม ร้องโวยวาย
“ไม่ยอมก็ต้องยอม นี้เป็คำสั่ง”พ่อเฒ่าสั่งภรรยาเฒ่าแล้วจึงได้เดินเข้าห้องไป แม่เฒ่ามองตามหลังสามีเฒ่าไปนางไม่กล้าขัดคำสั่งสามี
“คุณแม่ค่ะ บ้านใหญ่ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น”สะใภ้ใหญ่ใที่พ่อสามีให้ครอบครัวเธอ ออกเงินช่วยสร้างบ้าน
“เป็แบบนี้ก็เพราะหล่อน นั่นล่ะ”แม่สามีว่าลูกสะใภ้ใหญ่ก่อนจะเดินตามสามีเฒ่าเข้าห้องไป หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาอีกหลายวันพ่อสามีก็จัดการเื่ที่ดิน ที่จะปลูกบ้านและจัดการหาช่างมาสร้างบ้านให้เธอแล้ว
ถึงแม้เงินที่ทางพ่อแม่สามีและทางครอบครัวสะใภ้ใหญ่ออกให้ รวมกันก็ได้หลายหยวน เพียงพอที่จะสร้างบนดินได้เท่านั่น แต่เธอไม่้าบ้านดินแบบนั้นเธอจะสร้างบ้านทั้งที่เธอก็อย่าสร้างให้ดีๆไปเลย จึงนำเงินส่วนตัวออกมาเพิ่ม
เธอพาลูกๆเดินเข้ามาในห้องหลังจากที่อุ้มลูกสาวไปเดินเล่น ก่อนที่เธอจะทำเป็เดินไป เปิดตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบกระปุกนมผงออกมากระปุกหนึ่ง(เธอประปุกใส่นมแล้ว) และขวดนม สำหรับเด็กหนึ่งขวบ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปต้มน้ำร้อนในครัวไว้สำหรับชงนมให้ลูก
“แม่ครับ น้ำอะไรนะครับ”ฮุ่ยหมิ่งถามเมื่อเห็นแม่ตักผงสีขาวๆใส่แก้วและขวดแปลกๆก่อนจะใส่น้ำร้อนลงไป น้ำในแก้วก็กลายเป็สีขาวขุ่นๆ
“อันนี้เขาเรียกว่านมผงครับ แม่ชงให้ลูกใหญ่กับน้องเล็กไงครับ ลูกหมิ่งดื่มรองท้องก่อนนะครับ”ฟางเซียนอธิบายให้ลูกฟังก่อนจะยื่นแก้วนมให้ลูกชาย
“ครับแม่ อึก อึก อึก นมนี้อร่อยจังครับ ผมของอีกแก้วได้ไหมครับ” หลังจากฮุ่ยหมิ่งดื่มนมแล้ว เธอก็พาลูกชายไปอาบน้ำก่อนที่เธอกับลูกสาวจะไปอาบที่หลัง
“ไม่ได้ครับ เดี๋ยวต้องทานข้าวอีกถ้าดื่มเยอะไปลูกจะทานข้าวไม่ได้นะ ตอนนี้ลูกควรไปอาบน้ำก่อน” หลังจากฮุ่ยหมิ่งออกจากห้องนอนไป เธอก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสบู่เหลวอาบน้ำ ยาสระผม ก่อนจะหันไปอุ้มลูกสาวคนเล็กเดินตามลูกชายไปอาบน้ำ
“มาลูกแม่จะสระผมให้ ดูสิหัวมันไปหมดแล้ว หนูไม่คันหัวหรือครับ” ฟางเซียนรับไม่ได้กับผมลูกชาย ไม่ใช้แค่ผมลูกชายแต่ผมเธอก็ด้วย เธอคันหัวจะตายอยู่แล้ว
“อะไรครับ มีฟองด้วยหอมมากเลย”ฮุ่ยหมิ่งถามผู้เป็แม่ตอนนี้หัวของเขาเบาสบายมาก
“มันเรียกว่ายาสระผมเอาไว้สระผม เพื่อให้ผมของเราสะอาดและไม่คันหัว ส่วนขวดนี้(ขวดไม้)เอาไว้ใช้ถูตัว เป็สิ่งที่ทำความสะอาดร่างกายของเราจ๊ะ ต่อไปลูกจะต้องใช้ของพวกนี้เวลาอาบน้ำ แต่ลูกอย่าให้ใครเห็นนะไม่งั้นเราจะไม่ได้ใช้” เธอเปลี่ยนภาชนะที่ใส่สิ่งของที่ดูไม่ใช้ของยุคนี้ ทั้งหมดมาเป็ แบบไม้
“ครับแม่” หลังจากที่เธออธิบายให้ลูกชาย ฟังแล้ว เธอก็จัดการอาบน้ำให้สองหนุ่มสาวน้อย ก่อนที่จะหันมาอาบน้ำให้ตัวเอง และพาลูกๆเขาห้องนอน
เธอไม่ได้ พาลูกๆ ไปทานข้าว กับทางครอบครัวใหญ่ เธอวางลูกสาวคนเล็ก ลงบนเตียง ก่อนจะสั่งให้ เ้าใหญ่ดูน้อง ส่วนเธอ ทำเป็เดิน ออกจากห้อง หามุมลับๆ ของบ้านก่อนจะนำ ข้าวต้มหมูออกมา สองชามและเดินเข้าห้องมาวางบนโต๊ะ และเดินออกไปอีกครั้งเพื่อนำข้าวบดของลูกสาว กับขวดน้ำร้อน ที่เธอได้ผสมน้ำวิเศษที่คุณตาเทวดาให้มา ลงไปนิดหน่อยเพื่อบำรุงร่างกายของร่างนี้ และร่างกายของลูกชายให้ดีขึ้น