“เขาจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ อีกอย่างคนอย่างคุณจะไปเข้าใจอะไร”
“อ่า นั่นสิ คนจนๆ ไร้ซึ่งการศึกษา ไม่มีแม้แต่หัวนอนปลายเท้าแบบผมจะไปเข้าใจลูกผู้ดี ชนชั้นสูง ร่ำรวยเงินทองเหมือนพวกคุณได้อย่างไร”
เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าแดงก่ำจนน่ากลัว ทุกการกระทำคล้ายคนไม่มีสติสัมปชัญญะที่พร้อมจะคลุ้มคลั่งได้ตลอดเวลา
“ลูกผู้ดีก็ต้องคู่กับลูกผู้ดีอยู่แล้วนี่ จริงไหม”
“ฉันไม่ใช่ลูกผู้ดีอะไรทั้งนั้น เลิกพูดแบบนี้สักทีเถอะ” เขมจิราพยายามจะขัดขืน แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับไม่สะเทือนต่อชายคนนี้แม้แต่น้อย
“งั้นก็บอกมาสิว่าไปแอบนัดเจอกับเมฆาทำไม!” เรวัชตวาดเสียงดังลั่นจนอีกฝ่ายสะดุ้ง แววตาเข้มขึ้นอย่างน่ากลัว
“ฉันก็แค่ไปคุยเรื่องค่าเลี้ยงดูและมรดกบางส่วนของทักษ์ก็แค่นั้นเอง”
“ก็แค่นั้นงั้นเหรอ แค่นั้นถึงกับต้องวิ่งมากอดกันเลยงั้นเหรอ ดูท่าว่าพวกคุณคงจะสนิทกันมากเลยสิ!”
“ฉันก็อธิบายไปแล้ว คุณจะเอายังไงอีก พูดนี่ก็ไม่ถูกใจ พูดนั่นก็ไม่ถูกใจ”
เขมจิราทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน ชายคนนี้กำลังเป็นบ้าขั้นสุด ขนาดที่ไม่หลงเหลือสติอยู่แล้ว
“ก็บอกความจริงผมมาสิ บอกผมมาให้หมดทุกอย่าง!” สายตามองมาที่เธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่ความรู้สึกนั้นถูกเคลือบด้วยความโกรธไปจนหมดสิ้น “เรื่องในอดีตของพวกคุณทั้งสองคนผมรู้หมดแล้ว รู้หมดทุกอย่างนั่นแหละ แต่คุณเอาเอาแต่บอกว่าอย่ามายุ่ง จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง! ก็คุณ-”
“รู้แล้วจะมาถามฉันทำไมอีก คุณต่างหากที่ต้องการให้ฉันพูดอะไรกันแน่”
ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเขา...
“คุณรู้คำตอบทุกอย่างอยู่ก่อนแล้ว ที่ฉันตอบไปทั้งหมดมันก็แค่ไม่ตรงกับคำตอบที่คุณต้องการ ถึงได้เป็นบ้าแบบนี้ใช่ไหม”
“คุณรู้ว่าควรจะพูดอะไร แต่กลับเอาแต่พูดปฏิเสธอยู่ตลอด ที่เป็นแบบนี้เพราะยังเหลือความรู้สึกให้กับคนรักเก่าอยู่ล่ะสิ คงรอเวลานี้มานานเลยสิท่า”
“...”
“ที่เดินหนีออกมานั้นแบบคงเพราะตกลงกันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ทำไมเหรอ เขาจะให้คุณเป็นเมียเก็บหรือไง”
ล้ำเส้นเกินไปแล้ว...
เขมจิราใช้แรงเฮือกสุดท้ายขยับข้อมือให้หลุดพ้นจากการควบคุมของเขา ก่อนจะฟาดไปที่ใบหน้าของผู้ชายคนนี้เต็มแรงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เสียงดังลั่น มันแรงมากซะจนใบหน้าของเขาเกิดรอยแดงขึ้นมาในทันที แต่เขมจิรากลับไม่นึกเสียใจเลยสักนิด
ทว่าเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมาเธอก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะจากแรงที่ฟาดไปเมื่อครู่สร้างบาดแผลให้เขา เลือดที่มุมปากไหลออกมาช้าๆ แต่เรวัชกลับเลือกที่จะไม่สนใจ สายตาเอาแต่กลับจ้องมองมาที่เธอ
“แทงใจดำมากเลยเหรอ” เขาเอ่ยอย่างเชื่องช้า แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง “ที่คุณผลักผมออกไปเมื่อคราวก่อนก็คงเป็นเพราะสาเหตุนี้สินะ”
“ไม่-”
“ดี! เป็นแบบนั้นก็ดี! ผมจะได้ไม่ต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้นถ้าทำกับคุณแบบนี้”
พูดจบเรวัชก็มุ่งตัวเขาหาเขมจิราอีกครั้ง มือข้างหนึ่งตรึงท้ายทอยเธอเอาไว้ ขณะที่มืออีกข้างฉุดรั้งข้อมือทั้งสองของเธอ ไม่ทันที่เขมจิราจะได้โวยวายอะไรก็ถูกอีกฝ่ายช่วงชิงริมฝีปากไปเสียก่อน
เรวัชก้มลงจูบเขมจิราอย่างเอาแต่ใจ พยายามบดขยี้ริมฝีปากของเธอโดยไร้ซึ่งความปรานี ช่วงชิงเอาทุกลมหายใจของเธอมาเป็นของตัวเอง
จูบที่ไร้ซึ่งความรู้สึกอ่อนหวาน เต็มไปด้วยความปรารถนาจะเอาชนะ
เขมจิราพยายามต่อต้าน กลิ่นคาวคละคลุ้งของเลือดลอยฟุ้งไปทั่วทั้งปาก อีกฝ่ายพยายามสอดแทรกลิ้นของเข้ามาด้านใน ทำให้กลิ่นน้ำหอมของเขาเด่นชัดขึ้นทุกที จากที่เคยต่อต้านก็เริ่มอ่อนเอนไปตามแรงจูบของเขาจนอีกฝ่ายรู้สึกได้ใจ ยิ่งแทรกลิ้นเข้ามาสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างเร่าร้อน เสียงหายใจหอบถี่ของหญิงสาวยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี
มือที่เคยฉุดรั้งเอาไว้กลับเริ่มเคลื่อนตัวไปมาตามร่างกายของเธออย่างชำนาญ ไม่เว้นว่างไว้สักตำแหน่ง ยิ่งโดยเฉพาะส่วนนุ่มนิ่มที่นูนขึ้นมา เขาทั้งบีบทั้งเคล้นด้วยความชอบใจ
เธอปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ ขณะที่ตัวเองก็โน้มตัวเข้าไปหาอีกฝ่ายมากขึ้น จนตอนนี้กลับเป็นเขมจิราเองที่นั่งคร่อมร่างกายของเขาเอาไว้ จนเผลอทำให้เขาหลงดีใจไปว่าเธอนั้นตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว
ทว่าในขณะที่เรวัชรู้สึกได้ใจอยู่นั้น เธอกลับเล่นไม่ซื่อกัดลงมาที่ลิ้นของเขาเต็มแรงพร้อมกับกดยกเลิกปุ่มล็อกรถยนต์ ในขณะที่เขาต้องรีบถอนจูบออกมาทันที มือที่เคยวางอยู่ตามร่างกายของเธอรีบยกขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะตามเข้ามากัดอีกรอบ
“เป็นไง ตั้งสติได้หรือยัง” เขมจิราเอ่ย แล้วขยับตัวกลับมานั่งที่ข้างคนขับอีกครั้ง
เธอยอมให้อีกฝ่ายจูบอยู่นาน เพื่อที่จะอาศัยจังหวะนั้นหาปุ่มล็อกรถและกัดเข้าไปที่ลิ้นของเขา แม้บางทีอาจจะมีเผลอหลงลืมสติไปบ้างก็ตาม ทว่าก็สามารถเรียกกลับคืนมาได้ทัน
เรวัชถูกหญิงสาวท้าทายแบบนั้นก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่กำลังจะดับลงถูกเธอทำให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ความเสียใจเริ่มถาโถมเข้ามาสร้างบาดแผลลึกไว้ในใจ
“นี่คุณต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ รังเกียจกันมากขนาดนี้เลยหรือไง!” เขาตวาดใส่คนตรงหน้า นึกไม่ถึงเลยว่าเพื่อที่จะได้ห่างกับเขา เธอต้องลงทุนถึงขั้นนี้
“ใช่ พอใจหรือยัง” เขมจิราไม่สนใจคนตรงหน้าอีกต่อไป เธอพยายามจะหนีออกไปจากเขาให้เร็วที่สุด แต่ก็ถูกเขาคว้าข้อมือเอาไว้
เขมจิราหันกลับไปกำลังจะต่อว่าเขาอีกครั้ง ทว่าสีหน้าของอีกฝ่ายในตอนนี้กลับย่ำแย่เสียเหลือเกิน เกินกว่าที่เธอจะพูดอะไรออกมาได้ คล้ายจะเต็มไปด้วยความผิดหวัง แววตาที่เคยฉายแววความกราดเกรี้ยวและเจ้าเล่ห์คู่นั้น ในตอนนี้เหลือเพียงความแน่นิ่ง
“สำหรับคุณยังไงก็ต้องเป็นแค่เทวราชสินะ...”
เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ ไม่มีความรู้สึกอะไรซ่อนอยู่ในประโยคนั้น คล้ายกับว่ากำลังกล่าวกับตนเอง
เลือดบางส่วนยังไหลออกจากมุมปากของเขาไม่หยุด เขมจิราไม่แน่ใจว่าเลือดเหล่านั้นมาจากแรงตบหรือแรงกัดของเธอกันแน่ ในใจนึกเป็นห่วงอยากจะยื่นมือเข้าไปเช็ดเลือดเหล่านั้นออก ทว่าร่างกายกลับนิ่งสนิท ยิ่งได้ฟังคำพูดของเขาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากที่จะตีตัวออกห่างจากเขาให้เร็วที่สุด
เรวัชนิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่เลือกจะปล่อยมือของเธอไปอย่างช้าๆ ไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามองหน้าของเขมจิราอีก
“ลงไปซะ แล้วอย่าเสนอหน้ามาให้ผมเห็นอีก”