พี่ชอบนะครับ...
“งั้นไหนบอกมาซิว่าคนที่พี่แอบชอบเป็ใคร” พระเพื่อนกอดอกแล้วถามพี่ทั้งน้ำเสียงแข็งๆไม่ปรกติ... งงงวย ใ หวั่นใจ ไม่แน่ใจว่าอะไรเป็ความรู้สึกของเขาตอนนี้กันแน่ที่อยู่ๆพี่ก็พูดขึ้นมาเช่นนี้
พี่ เพื่อนสนิทของเขาคนนี้นั้นพวกเราเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กตีนเท่าฝาหอยที่ยังเดินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากเพราะว่าพ่อแม่ของเราเป็เพื่อนรักกันจึงทำให้เราสองคนเป็เพื่อนกันมานานกว่าเพื่อนคนอื่นๆ และเขาพระเพื่อนรู้จักพี่ดี!
พี่ เป็คนหน้าตาดีที่หล่อได้และสวยมาก ด้วยนิสัยที่อ่อนโยนและมักจะมีรอยยิ้มละมุนแต่งแต้มบนใบหน้าเสมอ ทั้งมีเสน่ห์แรงดึงดูดผู้คนให้เข้าหาสูงไม่ว่าจะหญิงหรือจะชาย... แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่พี่จะบอกว่าสนใจใครก่อน
“พี่ชอบก็คือพี่ชอบ ทำไมพี่ต้องแอบล่ะ” ผมยกมือขึ้นเท้าคางกับโต๊ะหันไปพูดกับพระเพื่อน…ที่ต่างตื่นสงสัยกันคงเป็เพราะว่าผมไม่สนใจหรือคิดเข้าหาใครก่อนด้วยกระมัง ใบหน้าของพี่ก็ยังคงแต่งแต้มประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ
“สงสัยว่าเป็ใคร”
“นั่นสิ บังอาจมา่ชิงพี่ไป มันเป็ใครบอกมานะ!” กวินพูดอย่างมีน้ำโห สำหรับกวินเขาได้มาเป็เพื่อนกับพี่่มัธยมปลายแต่บอกเลยว่า ั้แ่แรกพบวันนั้น... คนนี้กูจองใครมองกูยิง!
อืม ซับน้ำตาเฟรนด์โซนไปดิวะเรา...(จุดจุดจุดนี้) บางประโยคบางคำอาจล้อเล่นแต่ความรู้สึกมันก็มีหวั่นไหวจริงบ้างแหละ พี่งานดีขนาดนี้ หล่อดี สวยดี หุ่นดี นิสัยดีที่สำคัญอ่อนโยนมาก โคตรดีต่อใจมากสุดๆ ใครได้ไปครองวะ บอกเลยมึงโคตรโชคดีเลยว่ะ
“แล้วตกลงใครอ่ะ”
“ลองเดาไหม”
“ทุกคนรู้จัก เป็คนดังคนฮอตของมอ ไม่ใช่คณะสถาปัตย์...”
“โธ่คนสวย! คำใบ้ที่ว่ามาตัวเลือกมีเยอะแยะออกถมเถไปจ้า ใครจะรู้” เมจิว่าแล้วทำอมลมพองแก้มใส่ผมที่ยังไม่ยอมพูดออกมาตรงๆจริงๆเสียที
“หึๆๆ... ไม่ใช่คนอื่นไกลขนาดนั้นหรอก” ผมเองก็ไม่ใช่คนชอบยืดเยื้อพูดไม่พูดนานเสียเหมือนกัน แค่พอให้ลุ้นให้พองามก็พอละ ใบหน้าเกลี้ยงเกล้ายกยิ้มอ่อนโยนชัดเจนขึ้น ก่อนที่จะพยักพเยิดใบหน้ามองข้ามไหล่พระเพื่อนไปแล้วพูด “คนนั้น...”
พรึ่บพรึ่บ!
“คนไหน!?” ทุกคนพูดพร้อมกันละพร้อมกับหันไปทางที่ผมพยักหน้าชี้ทางก่อนหน้านี้พร้อมกันอีก ผมยกยิ้มส่ายหน้าอ่อนอกอ่อนใจให้กับแต่ละคน... ทำไมแลดูไม่เนียนกันเลย เล่นหันไปมองพร้อมกันแบบนี้คนอื่นเขาก็รู้หมดสิ
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงพูดต่อ “แจ็กเก็ตยีนส์”
คนใส่แจ็กเก็ตยีนส์เหรอ... ก็มีคนเดียวนะ
“เหี้ยครับ!”
ทุกคนอึ้งไปพักหนึ่งก่อนที่จะสบถคำหยาบโลนออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย... ผมไม่ได้โกรธหรือขุ่นเคืองใจใดๆกับคำหยาบดังกล่าว ยังคงยกยิ้มรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่ตลอด และเพียงมอง ‘เพียง’ ด้วยสายอ่อนโยน
แต่ก่อนที่จะได้มีใครพูดอะไรต่อ ก็น้ำเสียงหนึ่งแข็งกร้าวพูดเสียงดังมาจากทางด้านหลังผม... “ไอ้เวรพี่... มึงจะชอบใครก็ได้แต่มึงจะชอบคนนี้ไม่ได้!”
“ทำไม” ผมพูดแล้วหันไปมองบุคคลมาใหม่อย่างราบเรียบเฉยปรกติ ต่างจากหลายคนที่กำลังทำหน้ายุ่งๆ ‘ฟง’ เพื่อนสนิทอีกคนของพวกผมเรียนคณะเดียวกันแต่อีกฝ่ายซิ่วเรียนหลังเลยอยู่ปี 2 ส่วนพวกผมอยู่ปี 3
“ยังจะถามอีกว่าทำไม!”
“แล้วทำไม” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนอยู่เช่นเดิม พระเพื่อนนิ่งเงียบไป กวินยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง บูเก้กับเมจิยังดูอึ้งๆ ฟงก้าวฉับๆสองก้าวยาวมานั่งลงข้างๆกวิน จ้องผมเขม็ง
“มันเหี้ย!”
“หึๆๆ” ถ้าคนอื่นรู้แล้วทำไมผมจะไม่รู้ว่าน้องเขานิสัยยังไง... นี่ก็ถือว่าเป็ตัวท็อปของมหา’ลัยของปี ผมก็ต้องรู้จักสิ
“คนอื่นเถอะว่ะ” พระเพื่อนเงียบอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากพูดบ้าง เื่นิสัยไม่ขอพูดถึงยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่เพราะว่ามันยังมีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นอีก คือ...
“คนนี้แหละดีแล้ว... ดูน่ารักดี” ผมพูดทั้งที่รู้... ใช่ และต่อมาพระเพื่อนก็ได้พูดแทนสิ่งที่ผมคิดไว้แล้ว
“มันดูน่ารักดีแต่มันไม่รักดีแน่นอน”
“มันเ้าชู้มากเปลี่ยนคู่ควงคู่ขาเป็ว่าเล่น โคตรเสือสัสๆ” กวินพูดบางอย่างตามที่เห็นและรู้มา ด้วยเพราะเ้าตัวเป็คนที่เที่ยวกลางคืนบ่อยที่สุด คงจะเคยๆเห็นหลายครั้งหลายคราจนชินตาอยู่กระมัง
“อืมมมมม เอ๋ แต่ถ้าคิดว่าพี่เป็เหยื่อระวังเสือจะตกหลุมเหยื่อ(เสือ)โดยไม่รู้ตัวน้า น่าคิด... คิดว่าแอบเหมาะพี่อยู่ป่ะ” เมจิพูดยิ้มๆแต่ดวงตาไม่ยิ้มเลย เพราะด้วยนิสัยส่วนตัวของเ้าตัวแล้วไม่ชมชอบผู้ชายเ้าชู้ไปเรื่อยและเปลี่ยนผู้หญิงเป็ว่าเล่นเท่าไหร่
“อืม” ผมตอบรับประโยคที่เมจิพูด... ผมแค่มีนิสัยอ่อนโยนมาั้แ่กำเนิดเพราะว่าเป็พี่ แต่ผมว่าผมก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดนั้นนะ (?)
เื่นิสัยใจคอของใครล้วนไม่มีใครถูกใจใครไปซะทั้งหมดหรอก แน่นอนว่ามันมีเหตุผลที่มากกว่านั้น อย่างเช่น....
“เพราะมันไม่ใช่แค่นั้น ที่สำคัญคือ... คณะวิศวะมันไม่ถูกกับคณะเรา!” ฟงลุกขึ้นมองหน้าแล้วพูดอย่างเดือดดาล... ใช่ครับ ผมไม่ปฏิเสธอะไรเพราะว่าเป็เื่จริงจริงๆ สายตาที่ผมมองข้ามไปเมื่อกี้เป็คณะข้างเคียงพวกเราเอง น้องคณะวิศวะ
“คณะมันแย่งตำแหน่งเดือนมหา’ลัยคณะเรามา 2 ปีแล้ว!” กวินนึกขึ้นมาได้ลุกขึ้นพูดเดือดๆอีกคน... นี่ก็จริงอีกนั่นแหละ เดือนมหา’ลัยคัดเลือกมาจากเดือนคณะต่างๆเพื่อเป็หน้าเป็ตาให้กับมหา’ลัย ไม่ใช่แค่เป็หน้าเป็ตาให้กับมหา’ลัยอย่างเดียว ก็เป็หน้าเป็ตาให้กับคณะตัวเองด้วยนั่นแหละ รวมถึงจะได้อภิสิทธิ์ประโยชน์อะไรต่างๆเข้าคณะตัวเองด้วย ซึ่งเด็กวิศวะชิงตำแหน่งนี้ไปได้แล้วถึง 2 ปีซ้อน แน่นอนที่ว่าแย่งเพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อน เดือนมหา’ลัย มาจากคณะสถาปัตย์ครับ
“อีกอย่างที่สำคัญกว่านั้นอีกคือไอ้เด็กเวรนั่นมันหยามเด็กเรา!” พูดแล้วก็เป็ต้องขึ้น ฟงมองข้ามไปคณะข้างเคียงที่เขาไม่ชอบ... อ่า เื่นี้พี่ก็เข้าใจอีกนั่นแหละไม่แย้งอะไร เพราะเด็กเวรที่ว่าเป็เดือนมหา’ลัย ปีนี้ และมันเ้าตัวก็ได้พูดอะไรอย่างหยามเดือนเด็กคณะพวกเขา
ไอ้เด็กเวรมึงมั่นใจว่าพอหล่อฉิบหายหรือไง! เออ มึงหล่อ! ฟงคิดอย่างฮึดฮัดในใจ
“คณะมันกับคณะเราจะไม่มีทางมากัน!”
“เพราะคณะมันกับคณะเราจะมากันไม่ได้ ”
“ไม่เอาวิศวะ!”
“พี่คนนี้ไม่ได้!” ฟงกับกวินพูดอือเออกันเองหลายครั้งก่อนที่จะหันมาพูดกับพี่ต่อ แต่ว่า...
“ฮะฮ่าๆ พวกมึงบอกว่าไม่ได้ แต่พี่มึงมันไปแล้วนะ” บูเก้พูดทั้งหัวเราะใบหน้าแหยๆ ั้แ่ที่ฟงกับกวินเริ่มโต้ตอบเดือดๆกัน พี่ก็ลุกออกไปสักพักแล้วล่ะ... ส่วนสำหรับตัวเขาจะว่าหัวเราะก็น่าหัวเราะขำกับฟงกวินอยู่ แต่ในใจก็ไม่ได้หัวเราะทั้งหมด มันกึ่งๆน่ะ ถ้าถามว่าอินเื่ความไม่ชอบไม่ถูกกันของสองคณะนี้ไหม ก็นิดหน่อยนะเวลาคณะตรงข้ามมาว่ามาแซะหรือหาเื่เด็กคณะเรา ก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่ทางเราก็ไม่น้อยหน้า เอาเป็ว่าพอกันนั่นแหละ สาวเทยขอไม่เข้าข้างใคร
แต่เื่ผู้งานดีหล่อมากกกกกกกก อันนี้อินมากว่าอ่าาาาาาาา !
“เหี้ยเถอะ!” พระเพื่อนที่เงียบๆสบถดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขามองหน้าพี่ตลอด... พี่ไม่ได้ว่าอะไรกับที่พวกเขาไม่ชอบเด็กวิศวะเวรนั่น พี่แค่นั่งเท้าคางยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ แต่เขารู้ว่าพี่เอาจริงแน่นอน!
คนอย่างพี่ไม่ควรชอบหรือสนใจไอ้เชี้ยนั่น!
“พี่แม่งเอาแต่ใจว่ะ ไปไม่รอดหรอก”
“มันโคตรเสือจริงนะมึงและมันชอบผู้หญิงนมใหญ่สัสไม่ใช่แบบพี่” กวินพูดอย่างกังวลหน่อย วกกลับมาเื่ความเ้าชู้มากของเด็กที่พี่สนใจ พวกเขารู้ว่าพี่ได้ทั้งหญิงและชายพอๆกัน แต่ว่ากับเด็กนั่นมันร้ายจริงมันร้ายมาก พี่อ่อนโยนและดีเกินไป!
“พี่โตแล้วคิดเองได้เื่ผัวเื่เมียน่ะ... อีกอย่างพี่ไม่ใช่เหยื่อใคร” เมจิพูดตามความคิด ถึงยังไงก็เป็คนที่พี่สนใจก่อนหรืออยากเริ่มเข้าหาก่อนเป็คนแรก ในฐานะเพื่อนก็ดูห่างๆอย่างห่วงๆนั่นแหละถึงจะถูก อีกอย่างเธอคิดว่าโดยส่วนตัวพี่แค่เป็คนอ่อนโยนไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย อืมมม แต่ว่า... เื่ความรักก็มักจะทำให้คนฉลาดกลายเป็คนตาบอดโง่งมมาก็เยอะแล้วไม่ใช่หรือ มิฉะนั้นจะมีคำกล่าวที่ว่า ‘ความรักทำให้คนตาบอด’ กับ ‘ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์’ ได้อย่างไร
อีกทางฝั่งหนึ่งคณะข้างเคียง... กลุ่มเสื้อช็อปสีกรมท่า
พวกเขาก็กำลังนั่งแซวสาวก่อนเข้าเรียนนั่นแหละ... เอ่อ อาจจะไม่แซวสาวแต่แซวเทยก็ได้ แซวหยอกๆอ่ะน่ะ เื่นี้ก็ค่อนข้างหนักใจหน่อยก็ใครใช้ให้คณะพวกเขาขาดดอกไม้งามๆอย่างนั้นเล่า แต่ไม่พูดหรือคิดเปล่าหนึ่งในกลุ่มแก๊งค์ก็หันเข้ามาปะทะสายกับใบหน้าละมุนของร่างสูงโปร่งเพรียวที่ส่องเห็นออร่าความสวยมาั้แ่ระยะไกล แล้วจึงหันไปสะกิดและส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ
“เหยดเข้ มึงคนสวยเดินมาวะ”
เชื่อฟังมากด้วยแค่คำว่า ‘คนสวยเดินมา’ ทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียว… เงียบเลยครับ
คนสวยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเพื่อนใส่แจ็กเก็ตยีนส์ของพวกเขาแล้วเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่มอ่อนโยนมากและยิ้มสวยมากด้วยจนน่าใจสั่นเลย
“น้องครับ”
“อ่า” น้องแจ็กเก็ตยีนส์ที่ถูกเรียกตอบรับในลำคอแล้วพยักหน้ารับอย่างช้าๆเงียบๆ... เงียบ เงียบเลยครับ ใช่ พื้นที่ตรงนี้อ่ะเงียบกันหมดเลยครับ! มึงเงียบกันทำไมขนาดนี้ถามจริง! และต่อมาก็ยิ่งต้องเงียบและช็อกกันไปเลยอีกกับคำถามคำพูดของคนสวยละมุนดีต่อใจตรงหน้านี้
ทำไมละมุนจังวะ...
“น้องมีแฟนหรือยังครับ”
“…..”
“เพราะพี่ชอบก็คือพี่ชอบ ทำไมพี่ต้องแอบ... พี่ชอบนะครับ”
-------------------------------
โฮ้วววววว พี่รุกบุกแรงมากจ้าาาาา น้องเอ้ยยยย ยอมพี่เขาไปเหอะ [5555]
ตอนหน้าเจอกันกับน้องแจ็กเก็ตยีนส์