“ไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุก!! ข้าบอกว่าไม่ให้พานังตัวขาดทุนไปหาหมอยังกล้าขัด ถ้าวันนี้ข้าไม่เอาเืหัวพวกเ้าออก อย่ามาเรียกข้าว่าแม่เฒ่าจูเลย”
“ท่านแม่ตีพวกมันให้ตายเลย ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าทำไมเสบียงในบ้านหายไปบ่อย ๆ นี่พวกมันคงแอบขโมยทุกวันกระมังเ้าค่ะ”
แม่เฒ่าจูไม่สนใจว่าจูฉางหยูจะกำลังอุ้มจูฉิงอันอยู่ นางพุ่งเข้าไปพร้อมไม้ท่อนยาวที่ไม่รู้ว่าไปนำมาจากไหนหวดเข้าใส่กลุ่มจูฉางหยูอย่างไม่ออมแรง
จูฉางหยูเห็นแม่ตนเองพุ่งเข้ามาเช่นนี้ก็รีบหันหลังบังร่างของทุกคนในบ้านเอาไว้จนถูกไม้หวดเข้าเต็มแรงจนเขาเกือบเสียหลักล้มลงไปกองที่พื้น
“ฮือ… ท่านแม่ ท่านอย่าตีท่านพี่”
“ฮือ… ท่านย่า อย่าตีท่านพ่อขอรับ” สองแฝดรีบเข้าไปเกาะขาแม่เฒ่าจู
“หลีกไป! ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้าย”
พลั่ก! ตุ้บ! โอ๊ย!!!
จูฉางหยูได้ยินเสียงร้องของลูกชายก็รีบหันกลับไปมอง เขาเห็นแม่เฒ่าจูเงื้อไม้ตีเด็กทั้งสองอย่างรุนแรง ภรรยาของเขาพยายามเอาตัวบังลูกไว้ก็พลอยถูกทำร้ายไปด้วย จูฉางหยูทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาวิ่งเข้าชนแม่เฒ่าจูจนนางล้มลง
ตุ้บ! กรี๊ด!!!
“ไอ้ลูกอกตัญญู! เ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ? อาฮวา ไปเอามีดในครัวมา วันนี้ข้าจะสับพวกมันเป็ชิ้น ๆ”
“เอ่อ.. ท่านแม่เ้าคะ ถ้าท่านทำเช่นนั้นจริง ๆ มีหวังท่านต้องติดคุกแน่เ้าค่ะ”
“บัดซบ! เ้ามาช่วยข้าลุกขึ้นก่อน ข้าไม่ยอมให้พวกมันลอยนวลไปง่าย ๆ แน่”
จูฉางฮวารีบเข้าไปช่วยแม่ลุกขึ้น เธอไม่กล้าลงมือลงไม้กับพวกเขาเพราะกลัวว่าจูฉางหยูจะทำร้ายนางกลับ แม่เฒ่าจูพอลุกขึ้นได้ก็คิดจะพุ่งเข้าไปตีพวกมันอีก เสียดายที่มีอีกเสียงหนึ่งดังออกมาจากหน้าบ้านเสียก่อน
“หยุดนะ!!! มันจะมากเกินไปแล้วนะแม่เฒ่าจู ข้าเคยเตือนเ้าแล้วว่าอย่าทำร้ายพวกเขา นี่เ้าคิดว่าคำพูดข้าไม่มีความหมายใช่หรือไม่?”
ผู้ใหญ่บ้านตะวาดแม่เฒ่าจูเสียงดังจนนางสะดุ้งโหยง นางหันไปมองตามที่เสียงดังมาก็เห็นผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านหลายคนอยู่ที่หน้าประตูรั้ว ไม่นานแม่เฒ่าจูก็ปลุกปลอบใจตัวเองก่อนจะตอบโต้ผู้ใหญ่บ้านอย่างเผ็ดร้อน
“อะไรกันผู้ใหญ่ นี่มันในบ้านของข้านะเ้าคะ พวกท่านจะเข้ามาโดยพละการไม่ได้ แล้วเื่นี้มันก็เื่ของคนในบ้านข้า ข้าสั่งสอนพวกหัวขโมยจะเป็ไรไป”
“เพ้ย!!! เ้ายังกล้าอ้างว่าพวกเขาเป็ขโมยอีกหรือ? ในเมื่อบ้านรองแค่พาลูกสาวไปหาหมอแล้วเพิ่งกลับมา พวกเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปขโมยของของเ้ากัน”
“ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อเสบียงบ้านข้าหายไป ยังไงก็มีแค่พวกมันนั่นแหละที่จะขโมยได้”
“ฮือ… ท่านแม่อย่าใส่ร้ายพวกข้านะเ้าคะ เหตุใดท่านไม่ถามบุตรสาวท่านเล่า ทุกทีที่นางมาที่นี่ เสบียงอาหารก็หายไปทุกครั้ง ท่านจะมาหาว่าพวกข้าขโมยได้ยังไง”
“หุบปาก!!! ลูกสาวข้ามีหรือจะเป็คนเช่นนั้น ข้าเลี้ยงนางมากับมือ ไม่เหมือนพวกเ้าที่จ้องแต่จะขโมยของในบ้านข้า”
“เ้านั่นแหละต้องหุบปาก! ข้าเคยเตือนเ้าว่าอย่าทำร้ายคนบ้านรอง แต่เ้าก็ยังทำอยู่ ถ้าชาวบ้านไม่นำเื่มาบอกข้า ป่านนี้พวกเขาไม่าเ็ล้มตายกันไปแล้วหรือ”
“ท่านผู้ใหญ่ก็กล่าวเกินไปนะขอรับ ท่านแม่ข้าแก่ชรามากแล้ว จะมีเรี่ยวแรงที่ไหนตีคนพวกนี้จนตายกันเล่า ท่านแม่ข้าก็แค่สั่งสอนพวกมันเท่านั้น”
จูฉางไห่ที่กลับมาจากโรงเตี๊ยมรีบเข้ามาสอดเื่ในครั้งนี้ หากแม่เขาเสียท่าเข้าล่ะก็ เงินที่เขาคอยขอท่านแม่คงจะไม่ได้อีกเป็แน่
“ฮึ พวกเ้ามันก็เข้าข้างกันทำร้ายบ้านรองมาตลอด คำพูดเ้าเชื่อถือได้ที่ไหนกัน”
“ท่านลำเอียงเกินไปแล้วนะเ้าคะ แม่สามีข้าก็บอกแล้วยังไงเล่าว่าแค่ตีสั่งสอนน่ะ”
“ใช่ ๆ ท่านผู้ใหญ่ลำเอียงเกินไปจริง ๆ พี่สะใภ้ใหญ่พูดถูก”
“พูดกับพวกเ้าไปก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง ตกลงว่าเ้าจะยังตีบ้านรองอยู่อีกหรือไม่ แม่เฒ่าจู”
“ท่านถามทำไมผู้ใหญ่ นี่มันเื่ในบ้านของข้า”
“ถ้าเ้ายังไม่หยุดทำร้ายพวกเขาอีกล่ะก็ ข้าจะให้พวกเขาแยกบ้านไปเสีย เ้าอย่าลืมว่าเคยสัญญากับข้าไว้อย่างไร ถ้าสามีเ้าไม่สิ้นบุญไปเสียก่อน พวกเขาคงไม่ต้องมาคอยรองมือรองเท้าเ้าเช่นนี้ อย่าให้ข้าต้องนำเื่ทั้งหมดไปแจ้งทางการเลย เ้าก็รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไร”
“นี่ท่านขู่ข้าหรือ?”
“ข้าไม่ได้ขู่เ้า ข้าจะทำเช่นนั้นจริง ๆ ว่าอย่างไร เ้ายังจะทำร้ายพวกเขาต่อไหม”
“ฮึ่ย ในเมื่อท่านพูดเช่นนี้แล้ว ข้าจะกล้ายุ่งกับพวกมันได้อย่างไร พวกเ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!”
จูฉางหยูรีบคำนับขอบคุณผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่ช่วยครอบครัวพวกเขาเอาไว้ในวันนี้ หากพวกเขาไม่เข้ามา ป่านนี้เขาก็ไม่รู้ว่าลูกเมียจะาเ็ขนาดไหน
ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าครอบครัวรองกลับเข้าไปในกระท่อมแล้ว เขาจึงหันหลังกลับออกไปพร้อมชาวบ้านที่มามุงดู
จูฉางไห่รีบเดินเข้าไปประคองแม่เฒ่าจูเพื่อกลับเข้าบ้าน ป่านนี้ภรรยาเขาน่าจะเตรียมอาหารเย็นเอาไว้ให้แล้วกระมัง ระหว่างทางแม่เฒ่าจูยังก่นด่าจูฉางหยูต่อ
“พวกเ้าดูเอาเถอะ นับวันพวกมันจะยิ่งปีกกล้าขาแข็ง ต่อไปมันคงไม่เชื่อฟังข้าอีก”
“ท่านแม่ใจเย็นก่อน ท่านอย่าลืมว่าเรายังต้องใช้จูฉางหยูหาเงินอยู่นะขอรับ ถ้าท่านใจร้อนจนมันแยกบ้านเข้าจะทำอย่างไร”
“มันจะกล้ารึ! ลองมันมาขอแยกบ้านดูสิ ข้าจะไม่ให้สิ่งใดติดตัวพวกมันไปสักอย่าง”
“นั่นสิพี่ใหญ่ ท่านคิดมากเกินไปหรือเปล่า พี่รองโง่จะตาย เขาหรือจะกล้าแยกบ้าน”
“เ้าจะไปรู้อะไร แล้ววันนี้เ้ากลับมาบ้านทำไมกัน สามีเ้าไม่ว่าเอาหรือ”
“เอ้า ข้าแค่คิดถึงท่านแม่เลยอยากกลับมานอนบ้านสักคืนจะเป็อะไรไป หรือว่าพี่ใหญ่ไม่อยากต้อนรับข้าแล้ว?”
“หยุด ๆ พวกเ้าจะทะเลาะกันทำไม มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง แทนที่จะช่วยกัน”
“เอ่อ ท่านแม่เ้าคะ เหตุใดท่านไม่นับจูฉางหยูด้วยเล่าเ้าคะ”
“ไม่ใช่เื่ของเ้า! อย่าสอดรู้สอดเห็นให้มันมากนัก แล้วนี่เ้าตั้งโต๊ะเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ ๆ” ฮั่วหลิวรีบกระวีกระวาดไปดูโต๊ะอาหารก่อนจะถูกดุด่าอีก
สองพี่น้องได้แต่มองตามหลังฮั่วหลิวไปอย่างระแวง พวกเขากลัวว่านางจะนำเื่นี้ไปเล่าให้คนอื่นฟัง แต่พวกเขาก็ยังเชื่อว่านางคงกลัวพวกเขามากกว่า
“เอาล่ะ ๆ รีบไปกินข้าวกันก่อน แล้วลูกชายเ้าไม่กลับบ้านหรือยังไงอาไห่”
“เขาบอกว่ามีเรียนขอรับ ข้าไม่อยากขัดใจเขา เลยปล่อยให้อยู่ในอำเภอขอรับ”
“อืม รอให้ลูกชายเ้าสอบได้ก่อน นี่เขาเรียนมาหลายปีแล้ว เหตุใดไม่มีกำหนดการเข้าสอบออกมาเสียทีเล่า ข้าเสียเงินให้เขามามากแล้วนะ”
“ท่านแม่นั่งลงก่อนขอรับ เื่นี้ลูกชายข้าบอกว่าอาจารย์รอให้เขามีความรู้มากกว่านี้เสียก่อนจึงจะพาเขาไปสอบขอรับ”
“ฮึ ให้มันจริงเถอะ ถ้าข้ารู้ว่าพวกเ้าโกหกข้าล่ะก็ พวกเ้าเจ็บตัวแน่”
“ข้าไม่กล้า ๆ ท่านแม่กินข้าวก่อนเถอะขอรับ”
จูฉางไห่รีบเอาใจแม่เฒ่าจูก่อนที่นางจะสงสัยเขากับลูกชาย ความจริงลูกเขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนมาหลายปีแล้ว บ้านเช่าในอำเภอเขาจึงต้องขอเงินท่านแม่มาคอยจ่ายอยู่ทุกเดือน จนใจที่ตอนนี้ไม่มีอาจารย์คนไหนจะรับลูกชายเขาไปเรียนอีก เขาจึงต้องโกหกไปก่อน ไม่เช่นนั้นน้องสาวเขาต้องเยาะเย้ยครอบครัวเขาแน่
แม่เฒ่าจูที่เสียแรงไปไม่น้อยั้แ่เช้า นางกินข้าวเย็นมูมมามจนจูฉางฮวานึกรังเกียจ นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างคุณหนู จึงไม่ชอบกิริยามารยาทของท่านแม่นางนัก ดีที่นางได้แต่งเข้าครอบครัวบัณฑิต ทำให้นางไม่ต้องทำงานบ้านเหมือนพี่สะใภ้ทั้งสอง แต่ที่นางชอบกลับบ้านมาบ่อย ๆ ก็เพราะอยากได้คำชมจากแม่สามี ทุกครั้งที่นางมาที่นี่ นางจะแอบนำเสบียงอาหารจำนวนหนึ่งกลับไปด้วย หากวันไหนนางไม่ถือเสบียงกลับไป แม่สามีของนางมักจะไม่ค่อยมีความสุข นางจึงต้องหาเวลามาที่นี่บ่อย ๆ อย่างที่ทุกคนเห็น
ฮั่วหลิวได้แต่มองภาพสามีคอยเอาอกเอาใจแม่สามี ั้แ่แต่งกับเขามา นางไม่เคยได้รับการเอาอกเอาใจเช่นนี้เลย ขนาดนางคลอดลูกชายให้เขาคนหนึ่ง เขาก็ยังไม่คิดจะดูดำดูดีนางสักเท่าไหร่ เสียดายที่นางแอบรักเขามานานจนยอมลำบากปักผ้าหาเงินมาแต่งงานกับเขา แต่พอเขาได้นางเป็เมียแล้วกลับไม่สนใจนาง ทำให้นางรู้ว่าสามีนางคนนี้เป็คนเห็นแก่เงินเท่านั้น ขนาดเขาทำงานในโรงเตี๊ยมมานาน เงินที่เขาได้รับกลับไม่เคยนำมาจุนเจือครอบครัวเลย เป็นางที่ยังต้องปักผ้าแล้วฝากเขาไปขายในอำเภอมาตลอดหลายปี