ไป่หลิงต้องเจอกับความวุ่นวายกำลังสอง เพราะต่งหนานไม่ได้มาคนเดียว แต่พาองค์หญิงชานชิวมาด้วย
ต่งหนานทานยาเสร็จก็บอกว่า “ท่านนี้คือ องค์หญิงชานชิว พระองค์ทรงอยากเจอท่านน่ะ ไป่หลิง”
“ใช่แล้วล่ะ เราเคยเห็นเ้าสองครั้งแล้ว ครั้งแรกเราประทับใจเ้า ที่เ้ายอมช่วยสนมลู่ เปิดโปงแผนชั่วของสนมหยาง ครั้งที่สองก็เมื่อวานนี้ที่เ้าปลอมเป็สาวใช้อีกครั้งเพื่อมาดูการแข่งขันขี่ม้าล่าสมบัติไง” องค์หญิงชานชิวตรัส
“แล้วพระองค์มีธุระอะไรกับหม่อมฉันหรือเพคะ” ไป่หลิงกล่าว
“ตอนนี้เราปลอมตัวเป็สามัญชนคนธรรมดา พูดกับเราปกติทั่วไปก็ได้” “คือว่าเราจะให้เ้าช่วยส่งจดหมายรักขององค์หญิงชานหยางให้กับท่านเสนาบดี พระองค์ทรงหลงรักท่านเสนาบดีมาเนิ่นนานแล้ว เราเลยอยากเป็แม่สื่อให้กับพี่สาวของเรา ให้สมหวังในรักครั้งนี้” องค์หญิงตรัส
“ข้าขอปฏิเสธ” ไป่หลิงกล่าว
“ไหนต่งหนานบอกเราว่า เ้าเป็คนดีมีน้ำใจช่วยเพื่อนไงล่ะ” องค์หญิงตรัส
“เข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นางมาร การจะทำอะไรทุกครั้งต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน” ไป่หลิงกล่าว
“งั้นเราเอาอัฐให้เ้าก็ได้” องค์หญิงตรัส
“นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้า้า” ไป่หลิงกล่าว
“เรายอมทำทุกอย่างเลยก็ได้ ขอแค่เ้าไปส่งจดหมายให้” องค์หญิงตรัส
“ไป่หลิง! ท่านก็ยอมช่วยสักครั้งเถอะนะ” ต่งหนานช่วยขอร้อง
“งั้นก็ได้ ถ้าท่านยอมไปกวาดทำความสะอาดศาลเ้า และเวลาที่ใครเข้ามาศาลเ้าก็กล่าวต้อนรับเป็อย่างดี โดยไม่ถือตัวว่าเป็องค์หญิง ข้าถึงจะยอมช่วยท่านส่งจดหมาย” ไป่หลิงกล่าว
“ได้ งั้นเราจะทำให้เ้าดู” องค์หญิงตรัส
*********************************
ณ ศาลเ้า มีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามาเซ่นไหว้เทพเ้า
องค์หญิงชานชิวยังคงมุ่งมั่นทำความสะอาดกวาดลานรอบๆ ศาลเ้า ใครเข้ามา นางก็กล่าวทักทายเป็อย่างดีโดยไม่ถือตัว
“ทำไมท่านต้องให้องค์หญิงทรงทำแบบนั้นด้วยล่ะ” ต่งหนานสงสัย
“ข้าเคยได้ยินข่าวว่าองค์หญิงชานชิวเป็คนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ติดที่ซนไปหน่อย ข้าอยากขัดเกลาองค์หญิงให้เป็คนไม่ถือตัว โดยให้กล่าวทักทายและทำความรู้จักกับชาวบ้านมากขึ้น ในอนาคตนางจะได้มีจิตใจเมตตาห่วงใยชาวประชา” ไป่หลิงอธิบาย
“ท่านมองการณ์ไกลมากเลย ไป่หลิง” ต่งหนานนึกชื่นชม
“แต่ปัญหาคือ ข้าจะไปส่งจดหมายให้ท่านเสนาบดีได้ยังไงล่ะเนี่ย” “ข้ายอมท้าพนัน จนลืมนึกถึงตนเองไปเลย” ไป่หลิงเริ่มได้สติ
“น่า ไป่หลิง มันก็แค่ส่งจดหมายเองไม่ใช่หรอ” ต่งหนานกล่าว
“แต่ข้ากับท่านเสนาบดีไม่ถูกกันนี่สิ” ในใจไป่หลิงอยากบอกว่าเป็ศัตรูกันแต่กลัวต่งหนานถามมาก
“อะไรนะ ไม่ถูกกัน ทำไมล่ะ ท่านเสนาบดีเป็คนดีนะ ติดแค่ดูเ็าไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนท่านอ๋อง” ต่งหนานสงสัย
“เหตุผลส่วนตัวน่ะ ช่างมันเถอะ ข้าจะพยายามก็แล้วกัน” ไป่หลิงตัดบท
*********************************
เพื่อมอบจดหมายให้ท่านเสนาบดี ไป่หลิงจึงต้องคอยติดตามท่านเสนาฯ อย่างลับๆ ซึ่งในตอนนี้ท่านเสนาฯ ทำตัวลับๆ ล่อๆ เข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่นอกเมืองไม่ไกลมาก น่าแปลกที่ภายในถ้ำกลับมีกองทหารแอบซุ่มฝึกรบ และภายในถ้ำก็มีอาวุธเถื่อนที่ติดต่อซื้อมาจากแคว้นชิตันด้วย
เหตุการณ์ภายในถ้ำทำให้ไป่หลิงลืมเื่จดหมายไปเลย แล้วหันมาสนใจว่าทหารกลุ่มนี้แอบซุ่มฝึกรบเพื่ออะไร หรือว่าจะก่อฏ อีกทั้งยังแอบได้ยินว่าอาวุธเหล่านี้ถูกซื้อมาจากชิตันนั่นเอง ไป่หลิงกับท่านเสนาบดีต่างเฝ้าแอบมองกันคนละมุม จนกระทั่งเห็นนายใหญ่เดินเข้ามา ภาพที่เห็นทำให้ไป่หลิงแปลกใจอย่างมาก เพราะคนนั้นคือ “ท่านอ๋องซานตง” ในใจไป่หลิงคิดว่า “หรือว่า ท่านอ๋องกำลังคิดการณ์ใหญ่” ไป่หลิงใกับภาพที่เห็นเลยทำให้ไป่หลิงเผลอเหยียบก้อนหินจนกระทั่งเกิดเสียง ทำให้คนภายในถ้ำเริ่มไหวตัวและพากันออกตามหาผู้บุกรุกทันที ไป่หลิงพยายามวิ่งหนี แต่ผู้ติดตามมีเยอะมาก จนกระทั่งไป่หลิงเกือบถูกจับได้ ยังดีที่ท่านเสนาบดีดึงตัวไป่หลิงเข้าไปหลบในพุ่มไม้และปิดปากไป่หลิงไม่ให้ส่งเสียง
พอพวกทหารหาผู้บุกรุกไม่เจอเลยพากันกลับเข้าไปในถ้ำทันที เมื่อเหตุการณ์ปลอดภัยแล้ว ท่านเสนาบดีเลยยอมปล่อยตัวไป่หลิงทันที
“เ้าคิดถึงข้ามากเลยหรอ ไป่หลิง ถึงขั้นต้องติดตามข้าถึงที่นี่เชียว” ท่านเสนาบดีกล่าว
“ข้าไม่มีวันคิดถึงคนที่ฆ่าพ่อข้าหรอก ข้าเพียงแต่มีธุระกับท่านก็เท่านั้น” ไป่หลิงกล่าว
“มีธุระอะไรก็ว่ามา” ท่านเสนาฯ กล่าว
“องค์หญิงชานหยางฝากให้ข้ามาส่งจดหมายให้ท่าน” ไป่หลิงบอกธุระ
“ข้าไม่รับ เ้ามีเื่แค่นี้ใช่มั้ย ข้าไปล่ะ” ท่านเสนาฯ กล่าว
“นี่ท่าน!” ไป่หลิงตั้งสติแล้วพูดใหม่ว่า “ข้านึกไม่ถึงเลยว่า ผู้ชายอย่างท่านจะกลัวกะอีแค่จดหมายของผู้หญิง”
ท่านเสนาบดีจึงรับจดหมายมา แล้วเปิดอ่าน จากนั้นก็ฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตาไป่หลิง แล้วเดินจากไป
ไป่หลิงเม้มปาก ในใจคิดว่า “ท่านนี่ช่างโหดร้าย เืเย็นจริงๆ ทำลายแม้กระทั่งความรู้สึกดีๆ ของผู้หญิง” แล้วไป่หลิงก็หันหลังและจากไปทันที