ตอนที่ 12ผสานิญญากับร่างใหม่
ชายชราที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานได้กระแทกไม้เท้าลงกับพื้น เกิดเป็เสียงดังกังวาน ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เอาเป็ว่าถึงอย่างไร่นี้ต้องให้เ้าเพียรมันอยู่ที่เชียงรายเท่านั้น!”
“ดำเนินการตามแผนเดิมของพวกเราดูท่าจะเป็ทางที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้แล้วหากมีอะไรก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ส่วนเื่พวกกลุ่มอื่น ๆเรายังพอมีเวลาให้ปรึกษากันได้!” หญิงวัยกลางคนเริ่มชี้นำการประชุม
“ฉันน่ะเห็นด้วยกับเื่นี้แผนการนี้มันดูมั่นคงและปลอดภัยที่สุดแล้วส่วนว่าถ่วงเวลาไปได้อีกนานเท่าไหร่ก็เท่านั้น…จากนี้ลองเจรจากับพวกจังหวัดอื่น ๆดู” ชายที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานพูดขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะชี้ชวนพูดคุยในเื่แผนการอื่น ๆ ต่อ
หลังจากที่ได้ง้างปากทศได้สำเร็จเหตุการณ์ภายในห้องประชุมลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ ก็ปรากฏขึ้นในอีกหลาย ๆห้องที่อยู่ทางภาคเหนือ ครั้งนี้มีหลายคนจ่ายค่าเปิดปากไปไม่น้อยเลย
……
เมื่อเพียรได้รับข้อความปริศนานั่นเขาก็รีบพุ่งตรงเข้าไปในตัวอำเภอเมืองเชียงรายทันทีและเข้าพักในโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง
เพียรโบกมือนำศพออกมาจาก‘วัตถุเก็บของ’ซึ่งเป็สิ่งของยอดนิยมที่ผู้ฝึกฝนเวทมนตร์ทุกคนปรารถนาที่จะมีไว้ในให้จงได้ดังนั้นราคาของวัตถุเก็บของจึงสูงลิบลิ่ว
ยิ่งขนาดความกว้างมากเท่าไหร่มันยิ่งสัมพันธ์กับราคาขายมากขึ้นเท่านั้น มักนิยมอยู่ในรูปแบบของเครื่องประดับเช่น แหวน กระเป๋า เข็มกลัด และต่างหู ฯลฯ
วัตถุเหล่านี้มักเกิดจากการหล่อหลอมด้วยเวทคาถาชั้นสูงมากๆ ผสมรวมเข้ากันกับแร่วิเศษชนิดหนึ่งซึ่งแฝงไปด้วยพลังของมิติ
หากเป็วัตถุเก็บของที่กำเนิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็จะยิ่งมีมูลค่าควรเมือง ด้วยเพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่
ตอนนี้สายตาของเพียรมองไปยังเรือนร่างที่ไร้ซึ่งิญญาแต่กลับยังดูมีชีวิตชีวา คงเป็เพราะว่ามันได้ผ่านการผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อมวลกระดูกใหม่ จึงทำให้ดูแข็งแกร่งบึกบึนเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็ภาชนะให้ิญญาได้สิงสู่
ชายหนุ่มพลิกฝ่ามือปรากฏ‘กรงไม้ตะกร้อสาน’ ซึ่งเอาไว้ใช้สำหรับการจับและกักขังดวงิญญาเขาใช้มือเคาะไปที่กรงไม้ของตน คล้ายกับเป็การบอกกล่าวขอเข้าบ้านจากนั้นก็พูดขึ้น “ลุงทองทับอยู่มั้ย?”
หลังจากรออยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับเขาจึงเคาะไปอีกสองสามที “ลุงทับอยู่มั้ย!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังเงียบอยู่คราวนี้เขาเปลี่ยนจากเคาะเป็เตะเข้าที่ตะกร้ออย่างเต็มแรงจนพุ่งชนเข้ากับฝาผนังและเด้งกลับคืนมา คราวนี้เขาได้ะโใส่อย่างสุดเสียง“ผีเฒ่าตื่นได้แล้ว!”
เสียงะโของเขาทำเอาเหล่าิญญาที่อยู่ภายในตะกร้อสานแห่งนี้ สั่นสะท้านไปถ้วนทั่ว จนพากินกุมหัวทรุดตัวลงกับพื้น
รอบนี้กลับมีเสียงตอบกลับมามันเป็เสียงที่เ็าแหบแห้ง แฝงไปด้วยความหงุดหงิด “ไอ้เด็กเปรต!เอ็งจะะโหา์วิมานอะไรวะ?”
“ตาเฒ่าออกมาดูร่างนี่หน่อยสนใจจะรับไปไหม?” เขายื่นตะกร้อไปด้านหน้าศพนั่น
“น่าสนใจ…”ิญญาของชายวัยกลางคนลอยออกมาจากตะกร้อ ก่อนจะหมุนวนดูที่รอบ ๆ เรือนร่างนั้น
“ดูท่าคงจะเป็ร่างของไอ้หน้าอ่อนที่เอ็งพึ่งเก็บเข้าไปใหม่ล่ะสิ?”ผีทองทับพูดไปลูบคางไป สายตาก็พลางวิเคราะห์ร่างกายนี้อย่างละเอียด
เขาเริ่มยื่นมือแทรกเข้าไปในร่างกายเพื่อทำการทดสอบว่าร่างนี้มีความเข้ากันได้กับเขาหรือเปล่าก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างดีใจว่า “ยอดเยี่ยม…ยอดเยี่ยมเป็ร่างกายที่หลอมขึ้นใหม่หลังสิ้นชีพ ทั้งยังผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อรวมถึงมวลกระดูกใหม่”
เพียงแค่ยื่นมือเข้าไปผีทองทับก็แทบจะรู้รายละเอียดทั้งหมดแล้ว“ดีมากข้าจะใช้ร่างนี้แหละ!”
“ความเข้ากันได้กับดวงิญญาเป็อย่างไรบ้าง?”เพียรเอ่ยปากถามขึ้น
“เนื่องจากมันถูกหล่อหลอมขึ้นจากเพลิงโทสะซึ่งมีฤทธิ์มากจึงได้ชำระล้างิญญาที่ฝังอยู่ภายในเรือนกายไปจนหมดสิ้นขณะเดียวกันพวกอวัยวะภายในร่างก็ถูกฟื้นฟูขึ้นโดยสายเืของมหิงสาเพลิงโทสะซึ่งมีพลังงานชีวิตมหาศาล…”ผีเฒ่าจุปากพูด
“แต่ก็ต้องชมเอ็งที่จัดการมันอย่างเหนือชั้นจึงทำให้ร่างกายนี้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับพวกิญญาทุกประเภทคล้ายบ้านหรูระดับห้าดาวก็ไม่ปาน ใครก็เข้าพักอาศัยได้ดีไม่ดีอาจได้พลังฟื้นฟูของเ้าสัตว์โบราณนั่นติดมาด้วย” ผีเฒ่าเอ่ยปากชม
“โอ้โหดูท่าแล้วฝนคงจะตกห่าใหญ่เป็แน่ คราวนี้ลุงผีเอ่ยปากชมฉัน…”ชายหนุ่มพูดสัพยอกตาเฒ่าผีเบื้องหน้า
ทองทับไม่สนใจเสียงนกเสียงกาพลันเอ่ยปากสั่ง “ขอข้าเตรียมตัวเสียหน่อย ส่วนเอ็งก็เช่นกัน…”จากนั้นเขาก็นั่งลงด้านข้างของศพ
“ได้เลยจ้ะลุง!”ในระหว่างที่ลุงผีกำลังนั่งขัดสมาธิ เพียรก็หลับตาจำลองเหตุการณ์และเวทคาถาที่ต้องใช้ เขาเดินไปตรงหน้าศพเริ่มเพ่งสมาธิเขียนอักขระที่บนฝ่ามือขวาของตัวเอง ก่อนที่จะประทับลงไปบนหน้าผากศพ
บนศพบังเกิดรอยสักรูปวงกลมหากจ้องมองดี ๆ จะเห็นอักขระวิ่งไปมาอยู่บนรอยสักนั่นส่วนมือซ้ายของเขาก็เริ่มวาดอักขระอีกแบบหนึ่งขึ้นมา
ยามเมื่อเวลาผันผ่านไปได้สิบนาทีทองทับก็พูดขึ้นมา “เริ่มได้!”พอสิ้นเสียงเขาก็แปลงกายเป็กลุ่มก้อนิญญาพุ่งไปอยู่ระหว่างคิ้วของศพ
เพียรเองก็ได้ใช้ฝ่ามือด้านซ้ายที่เต็มไปด้วยอักขระตัวเล็กตัวน้อยตบลงไปบนกลุ่มก้อนิญญา ดันเข้าไปในร่างกายผ่านทางรอยสัก
พิธีในครั้งนี้ไม่ได้มีการจัดเตรียมธูปเทียนหรือเครื่องเซ่นไหว้สักการะแต่อย่างใดนี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านมนตราของชายหนุ่มยามลงมือก็เคลื่อนไหวคล่องแคล่วดุจสายน้ำ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ
เพียงชั่วพริบตาที่ิญญาเข้าไปในร่างทั้งรอยสักบนหน้าผากและอักขระบนฝ่ามือก็ได้จมเข้าไปพร้อมกันในเวลาเดียว
เรือนร่างที่ไร้ซึ่งชีวิตกลับสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมานั่งในเสี้ยววินาทีิญญาของทองทับเริ่มสอดผสานเข้ากับร่างกายอย่างช้า ๆก่อนจะเริ่มขยับทีละเล็กทีละน้อย
ส่วนเพียรที่นั่งจับจ้องอยู่ด้านข้างก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงลุ้นระทึก“เป็อย่างไงลุง…มีอะไรติดขัดบ้างมั้ย?” เขาถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเพราะกว่าที่จะหาร่างกายที่เหมาะสมกับลุงแกได้ ไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริง ๆ
อีกอย่างหนึ่งนี่เป็สัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับผีเฒ่าในตอนที่ตนยังเป็เด็ก ดังนั้นทุกครั้งที่หาร่างไร้ิญญาได้เขามักจะเรียกให้ลุงทองทับออกมาดูก่อนเสมอ
มันจึงเป็เหมือนการเติมเต็มความในใจให้กันและกันโดยเฉพาะกับตัวของเขาเองที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใดเขาก็ยังคงรักษาสัญญานั้นเอาไว้เสมอ
สัญญาระหว่างเด็กน้อยที่ยังไม่ประสากับผีเฒ่าเ้าเล่ห์…