ภานุนั้นเป็นหนึ่งในผู้มีพรสวรรค์และแน่นอนว่าพรสวรรค์ของเขานั้นค่อนข้างแตกต่างไปจากคนอื่น โดยปกตินั้นพรสวรรค์จะแบ่งออกเป็นสองแบบคือสามารถใช้ประโยชน์ได้ในการต่อสู้และไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งแม้แต่ภานุก็ยังไม่แน่ใจว่าพรสวรรค์ของเขาอยู่ทางด้านไหนบางทีอาจจะสามารถเป็นได้ทั้งสองอย่าง หากภานุสามารถใช้ความสามารถของพรสวรรค์ของเขาได้ตั้งแต่เด็ก บางทีเขาอาจจะมีโอกาสได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่พวกหัวกะทิเรียนกัน
อย่างไรก็ตามภานุนั้นตั้งแต่เกิดมาไม่เคยตระหนักถึงวิธีใช้มัน และพึ่งบังเอิญจะพบมันในเร็วๆ นี้ และเขาไม่ต้องการที่จะบอกความลับของตนเองกับใครด้วย เขาไม่ต้องการจะตกเป็นเครื่องมือของพวกผู้ใหญ่ มันคงจะดีกว่าถ้าในอนาคตเขาจะมีอิสระ
“คุณอย่าไปฟังที่ลิสพูดเลย ยังไงเธอก็ไม่กล้าไปฟ้องคนพวกนั้น พลังเป็นของเราแท้ๆ แล้วทำไมต้องไปฟังพวกนั้นด้วย! ”
ชาร์ลอตต์กล่าวออกมาด้วยความไม่ยอม อย่างไรก็ตามดูเหมือนโอกาสที่ภานุจะได้พูดคุยกับเธอคงจะต้องจบลงเพียงเท่านี้ เพราะเสียงสัญญาณที่บ่งบอกว่ารถไฟนั้นกำลังจะมาถึงแล้วได้ดังขึ้น ผู้คนส่วนมากจึงไปยืนรวมกันที่หน้าทางขึ้นรถไฟ และภานุเองก็จำเป็นต้องไปเช่นเดียวกัน
“รถไฟมาแล้วไปกันเถอะ…”
ลิสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ก่อนที่จะดึงมือของชาร์ลอตต์จากไปโดยที่ภานุนั้นยังไม่ได้มีโอกาสได้กล่าวลาเธอ ชายหนุ่มจึงได้แต่เพียงยิ้มอ่อนๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นและไปต่อแถวขึ้นรถไฟเช่นเดียวกัน คนยังคงเยอะและมีบรรยากาศที่น่าอึดอัด แต่หลังจากได้ขึ้นไปบนรถไฟ ดูเหมือนพื้นที่ภายในนั้นจะไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนภายนอกมันค่อนข้างกว้างและมีที่นั่งที่เพียงพอกับทุกคน
และก็บังเอิญอีกครั้งที่สองสาวงามนั้นได้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเขา ทันทีที่สองฝ่ายสบตากับชาร์ลอตต์เธอก็ได้ยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร เขาเองก็ยิ้มให้เธอเช่นเดียวกัน
“นายถึงขนาดต้องขึ้นรถไฟตามมาด้วยเหรอ? นายมันพวกน่ารังเกียจจริงๆ”
ลิสกล่าววาจาออกมาส่งผลให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ เมื่อได้ยินต่างก็มองไปที่ภานุด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตร สมัยนี้นั้นพวกวิปริตหรือโรคจิตมีเยอะ และมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อไม่เว้นในแต่ละวัน บางทีคนอื่นๆ บนรถไฟอาจจะกำลังสงสัยว่าภานุเป็นหนึ่งในพวกนั้น โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่ดูเหมือนจะออกตัวแรงผิดปกติ
สีหน้าของภานค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชาในขณะที่เฝ้ามองรอยยิ้มที่ดูจะสนุกกับเรื่องที่เธอทำของลิส อย่างไรก็ตามสำหรับภานุแล้วนั้นผู้หญิงคนนี้มันน่ารังเกียจ เขาไม่เคยแม้แต่จะสร้างปัญหาให้กับเธอด้วยซ้ำ
“ลิส! เธอจะไม่มากไปหน่อยเหรอ เห็นได้ชัดว่าเขามานั่งรอที่สถานีรถไฟก่อนพวกเราซะอีก เขาต้องการจะขึ้นรถไฟมาตั้งแต่แรกแต่เธอกลับ…..”
ชาร์ลอตต์พยายามจะแก้ความเข้าใจผิดอย่างไรก็ตามได้มีผู้โดยสารชายสามคนที่อยู่ในวัยทำงาน ดูจากการแต่งตัวของพวกเขาแล้วพวกเขาน่าจะทำงานในธนาคาร หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่การงานที่มีเกียรติรองลงมาจากทหารเลยก็ว่าได้ในหัวใจของประชาชน
“คุณผู้หญิงเมื่อสักครู่เหมือนผมจะได้ยินว่ามีพวกน่ารังเกียจติดตามคุณมา ไม่ทราบว่ามีอะไรให้พวกผมช่วยไหม? ”
ภานุรู้สึกเหมือนกับว่าปัญหานั้นกำลังจะเข้ามาหาเขาในไม่ช้า ดูจากสายตาของชายทั้งสามที่มองหญิงงามทั้งสองด้วยความบ้ากามเขาก็รู้ดีว่าพวกนี้มันสุภาพบุรุษจอมปลอม
“พวกคุณเข้าใจผิด…”
ชาร์ลอตต์ต้องการจะกล่าวบางอย่าง อย่างไรก็ตามเธอกลับถูกมือของลิสนั้นปิดปากเอาไว้ก่อน ก่อนที่ลิสนั้นจะเป็นคนกล่าวแทน
“สุภาพบุรุษทั้งสาม ชายคนนั้นพยายามที่จะติดตามเรามา และดูเหมือนเขาจะเป็นโรคจิตแน่นอนฉันมั่นใจ เพราะเขาพยายามจะจีบเพื่อนของฉันแม้ว่าเพื่อนของฉันจะปฏิเสธเขาแล้วหลายต่อหลายครั้ง”
“เวร! ”
ภานุกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและมันค่อนข้างจะดัง เขาไม่คิดเลยว่าลิสนั้นจะกล้าโกหกขนาดนี้ และการพูดโกหกของเธอนั้นสามารถส่งเขาเข้าคุกได้อย่างง่ายดาย เมื่อสายตาของผู้โดยสารคนอื่นๆ มองมาที่เขาด้วยท่าทางต่างไปจากเดิมเขาก็ต้องการจะกล่าวบางอย่างเพื่อแก้ตัว อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าชายทั้งสามคนในวัยทำงานนั้นจะไม่สนสิ่งใดแล้ว
“แกเป็นแค่นักเรียนทหารตัวแค่นี้ แต่กลับทำตัวหื่นกามเกินอายุแกคงจะรู้ใช่ไหมว่าสังคมจะลงโทษแกยังไง? ”
หนึ่งในชายวัยทำงานได้กล่าวขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาคว้าคอเสื้อของภานุและกระชากขึ้นมา ภานุขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างไรก็ตามเขายังไม่กล้าลงมือมั่วๆ เพราะหากเขาลงมือก่อนจะกลายเป็นว่าเขานั้นเป็นฝ่ายผิดทันที เขาอาจจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย
“พี่ชายทั้งสามพวกคุณ….”
“ใครเป็นพี่ชายของแกกัน! ”
ดูเหมือนว่าเหตุผลของภานุนั้นจะไม่สามารถใช้เหตุผลกับสามสุภาพบุรุษจอมปลอมพวกนี้ได้เสียแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก
‘ฉันจะยอมให้พวกเขากระทืบฉันให้พอใจดีไหม? วิธีนี้น่าจะดีกว่าการที่ฉันลงมือกระทืบเขาเอง’
ภานุครุ่นคิดกับตัวเองในใจเงียบๆ เขาตัดสินใจว่าหากชายทั้งสามนี้ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยเขาก็จะไม่ลงมือ เพราะตอนนี้เขากำลังตกเป็นจำเลยของสังคมหากทำอะไรไม่เข้าท่าผลที่ตามมาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถจะรับได้ อย่างไรก็ตามในใจของเขาก็รู้สึกขัดแย้งกับตัวเลือกนี้เช่นเดียวกัน