บทที่ 4ถูกตามล่า
“ได้อย่างไรโทษของใครคนนั้นก็ต้องรับ”จ้าวส่วนพูดขึ้นมาทันทีเขา้าเห็นครอบครัวนี้ได้รับความเ็ปทุกๆคนอย่างถ้วนหน้า
“เฮ้อ!จ้าวส่วนแม้แต่ความกตัญญูคนตระกูลจ้าวก็ไม่ได้สอนเ้าเลยหรอ” จ้าวเฟยหลงเอ่ยชื่อของเขาออกมาโดยตรง เพราะตอนนี้แตกหักกันแล้วใยต้องห่วงมารยาทอะไรอีก
“ไอ้เด็กเหลือขอไร้มารยาทเช่นนี้พ่อแม่ของเ้าคงไม่ได้สั่งสอนเมื่อเป็เช่นนี้ข้าจะขอสั่งสอนมารยาทแทนพ่อแม่ของเ้าเอง” จ้าวส่วนกระตุ้นลมปราณของเขาเตรียมจะลงมือต่อจ้าวเฟยหลงพลังนี้ช่างรุนแรงไปด้วยความดุดัน กดดันจนจ้าวเฟยหลงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แต่แล้วก็มีพลังสายหนึ่งพุ่งเข้ามาราวกับดาวตกเข้าปะทะกับพลังของจ้าวส่วนจนสลายไป
“ข้าอยู่นี่เ้าอย่างหวังว่าจะทำอะไรลูกของข้าได้”จ้าวิลู่แสดงพลังออกมาสลายพลังของจ้าวส่วน พลังของนักยุทธ์ขั้นเก้าช่างทรงพลังกดดันจนนักยุทธ์ขั้นแปดอย่างจ้าวส่วนต้องโคจรพลังต่อต้านแต่ก็เป็ไปด้วยความยากลำบากเพราะถึงแม้จะห่างกันแค่หนึ่งขั้นแต่ระยะห่างก็กว้างกว่าเหวกับฟ้าด้วยซ้ำ
“พอได้แล้ว”จ้าวเย่ซงกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่นแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่กำลังจะปะทุอยู่รอมร่อ
“ในเมื่อไอ้เด็กเหลือขอมัน้ารับโทษก็ให้มันรับไปเสร็จแล้วก็เนรเทศพวกมันไปซะข้าไม่อยากเห็นหน้าของพวกมันทุกคนอีก”
คำพูดของจ้าวเย่ซงผู้ที่เป็ผู้นำตระกูลเป็ดั่งประกาศิต ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะคัดค้านอีกในเมื่อไม่มีผู้ใดเสนอความคิดอื่นใดอีกการลงโทษจ้าวเฟยหลงก็เริ่มขึ้น ผู้าุโฝ่ายคุมกฏเป็ผู้ลงมือลงโทษเองการโดนโบยสามสิบครั้งของจ้าวเฟยหลงจึงไม่มีครั้งใดที่ถูกผ่อนแรง ไร้ความเมตตาสงสารเสียงฟาดไม้ดังทั่วหน้าตึกหลักของตระกูลแต่ถึงอย่างไรกลับไม่มีเสียงร้องของจ้าวเฟยหลงเล็ดลอดออกมาแม้แต่ครั้งเดียว
สามวันหลังจากวันที่ถูกโบยครอบครัวของจ้าวเฟยหลงถูกเนรเทศออกจากจวนตระกูลจ้าว เ้าตระกูลของตระกูลจ้าว ทำการตัดชื่อออกจากศาลบรรพชนแล้วประกาศตัดความเกี่ยวข้องไปทั่วทั้งเมืองตงเฟิงไม่นานข่าวการตัดสัมพันธ์ในครั้งนี้ก็ถูกเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองทำให้ครอบครัวของจ้าวเฟยหลงต้องพบกับความยากลำบากยิ่งขึ้น
เรือนจิตสงบ ที่อยู่ของเ้าส่วนสองพ่อลูกจ้าวส่วนกับจ้าวจิงกำลังพูดคุยอย่างมีความสุขการถูกเนรเทศของครอบครัวจ้าวเฟยหลงทำให้พวกเขาอยู่ในอารมณ์ที่แจ่มใสมีความสุขยิ่งนัก “ฮ่าๆๆ! ท่านพ่อข้ามีความสุขยิ่งนักป่านนี้พวกมันคงกำลังเดินกลางแดดไร้ร่มเงาที่พักพิง ทนทุกข์เจียนตายไหนจะจ้าวเฟยหลงขยะนั่นอีก าเ็สาหัสจากการถูกโดนโบยป่านนี้คงทรมารยิ่งกว่าตายเพราะต้องเดินทางไกลไปสู่ถิ่นทุรกันดาร”
“อืม...สมแล้วกับเป็แผนของเ้าลูกชายของข้าได้ทำร้ายจ้าวเฟยหลง แล้วก็ยังได้ไล่พวกมันออกจากตระกูลอีก ผลงานของเ้านับว่าโดดเด่นโดยแท้เมื่อไม่มีพวกมันอยู่การตำแหน่งเ้าตระกูลของข้าก็สะดวกสบายมากขึ้น”
“ขอบคุณท่านพ่อที่ชม....แต่ว่าท่านพ่อข้ามีอีกเื่จะเสนอขอท่านพ่อพิจารณา”
“มีอะไรก็พูดมาข้าฟังอยู่”
“เรียนท่านพ่อการที่พวกเราได้ไล่พวกมันไปแล้วถือเป็เื่ดีอย่างหนึ่งแต่การเนรเทศก็ไม่ได้มีอะไรมากนักนอกจากการย้ายที่อยู่หาก้ากำจัดปัญหาให้ลุล่วงก็ต้องลงมืออย่างเด็ดขาด”จ้าวจิงเสนอความคิดโดยเน้นเสียงไปที่คำว่ากำจัดอย่างเห็นได้ชัดเพราะหากทำเื่นี้อย่างครึ่งๆกลางๆอาจนำปัญหากลับมาสู่พวกเขาอย่างแน่นอน
“อืม...ข้าก็คิดเื่นี้เช่นกันแต่ถ้าหากพวกเราลงมือเอง อาจทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเสื่อมเสียผู้คนจะต้องพากันติฉินนินทาตระกูลจ้าว ว่าเนรเทศคนแล้วกลับตามล่าสังหาร”ชื่อเสียงของตระกูลสำคัญมากหากมีข่าวการตามสังหารญาติหลังจากเนรเทศแล้วแบบนี้หากเ้าตระกูลรู้เข้าพวกเขาต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่ๆ
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงลูกจัดการในครั้งนี้จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆลูกรับรองเพราะในครั้งนี้ลูกได้เชิญนักฆ่าจากต่างเมืองมาจัดการพวกมันและต่อให้ท่านปู่รู้ ท่านปู่ก็น่าจะทำเป็หลับตาหนึ่งข้างเป็แน่ไม่ลงโทษพวกเราอย่างแน่นอน”
“ถ้าเช่นนั้น...ก็จงจัดการให้เรียบร้อย”
ครอบครัวของจ้าวเฟยหลงออกเดินทางไปยังตำบลไม้งามที่ซึ่งห่างไกลจากเมืองตงเฟิงออกไปทางตะวันตกอีกราวหนึ่งร้อยลี้* ที่นั่นไร้ซึ่งพลังฟ้าดินโดยสิ้นเชิงทำให้ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้การเดินทางยากลำบาก สภาพโดยทั่วไปจึงแร้นแค้นยิ่งนักเป็ที่กำหนดให้ไปของผู้ถูกตระกูลจ้าวเนรเทศ
ชายป่าัเร้นเขตหุบเขาัเร้น
ทางผ่านไปยังตำบลไม้งามสามชีวิตของครอบครัวจ้าวเฟยหลงกำลังนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทางแม้ว่าการถูกเนรเทศจะนำมาซึ่งความทุกข์กายแต่กลับกันจิตใจของพวกเขาทุกคนเหมือนกับดั่งได้โยนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ในใจออกไปสักทีรู้สึกปลอดโปร่ง สบายใจยิ่งนักแม้จะทรมานกายแต่ก็พูดคุยกันได้อย่างมีความสุขเสียงหัวเราะจึงดังออกมาเป็ระยะ
กระทั่งจ้าวิลู่แม้จะถูกเนรเทศจากพ่อของเขาแต่ก็ยังรู้สึกว่าการที่ได้อิสระออกมาใช้ชีวิตข้างนอกตระกูลมันทำให้ครอบครัวของเขามีความสุขมากกว่าอยู่ที่ตระกูลแล้วลูกชายของตนต้องถูกกลั่นแกล้งภรรยาโดนดูิ่เหยียดหยาม
“ท่านพ่อหุบเขาัเร้นช่างดูยิ่งใหญ่และลึกลับเหลือเกินข้าสงสัยจริงๆว่าจะมีัอยู่ที่นั่นหรือไม่”
“จากที่พ่อเคยได้ยิน เทือกเขาัเร้นคือร่างของเทพัที่ลงมาจาก์เพื่อลี้ภัยเมื่อหลบอยู่ในพื้นที่นี้นานเข้าร่างกายจึงกลายเป็หินและกลายเป็เทือกเขาัเร้นเช่นทุกวันนี้”จ้าวิลู่บอกเล่าเื่ราวแก่ลูกชายของตน
น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักหากมีเทพัอยู่ที่นี่จริงๆคิดแล้วก็ได้แต่พยักหน้าฟังเื่ราวจากบิดาของเขาต่อไป
คืนนี้ทั้งสามชีวิตได้พักนอนที่ศาลาพักร้อนริมทางห่างออกมาจากจุดพักคุยตอนกลางวันราวๆยี่สิบลี้หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไม่นานทั้งสามก็ทิ้งตัวลงนอนหลับไปในราตรีอย่างรวดเร็ว
ลึกเข้าไปในป่าหลังศาลาพักร้อนราวๆครึ่งลี้ร่างเงาสามร่างกำลังพากันจ้องมองครอบครัวของจ้าวเฟยหลงเหมือนกับอาหารอันโอชะกำลังรอที่จะถูกกลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย
“พวกมันมีสามคนตามข้อมูลที่ได้รับมา มีหนึ่งคนอยู่ระดับนักยุทธ์ขั้นเก้าหนึ่งคนอยู่ระดับนักยุทธ์ขั้นหนึ่ง อีกคนเป็หญิงไร้วรยุทธ์” หัวหน้ากลุ่มบอกเล่าข้อมูลออกมา
“พวกเรามีสามคนล้วนแล้วแต่เป็นักยุทธ์ขั้นเก้าฝ่ายนั้นมีนักยุทธ์ขั้นเก้าคนเดียวเท่านั้นงานนี้ก็แค่เื่ง่ายๆ” นักฆ่าอีกคนพูดขึ้น
พวกเราคือนักฆ่าจาก“ภาคีร้อยสังหาร” ทำงานเฉียบขาดว่องไว ไร้ซึ่งร่องรอย อย่างไรเสียงานนี้ก็ต้องให้เป็ไปตามคำสั่งฆ่าพวกมันต้องตายหมด จะได้ไม่เสียชื่อเสียงของภาคีร้อยสังหารจากนั้นหัวหน้าจึงได้สั่งการให้ลูกน้องเตรียมตัวเข้าประจำที่รอสัญญาณลงมือฆ่า
เมื่อถึงยามโฉ่ว* สายลมพัดแรงมาจากป่าเสียงหวีดหวิวลอยตามมาศาลาพักร้อนในตอนนี้จึงเหน็บหนาวยิ่งนัก พลันสามร่างได้ปรากฏขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียงค่อยๆก้าวเข้ามาหาครอบครัวของจ้าวเฟยหลงอย่างเงียบเชียบหมายจะทำการสังหารทั้งสามอย่างรวดเร็ว ฉับพลันดาบก็ปรากฏขึ้นในมือของเหล่านักฆ่าพวกมันเงื้อง่าดาบหมายจะฟันลงมาที่คอของทั้งสามคน
ทันใดนั้นเองฟ้าร้องเสียงดังลั่นทั่วพื้นที่ชายป่าราวกับจะปลุกผู้ที่กำลังหลับใหลอยู่ให้รู้ตัวจ้าวิลู่รู้สึกตัวก่อนคนอื่นะโลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้พลางะโเรียกลูกชายและภรรยาให้รู้สึกตัว
แม้จะไม่เป็ไปตามแผนการแต่ด้วยจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ที่เหนือกว่าพวกมันก็ไม่ได้ตื่นตูมต่างเดินล้อมกลุ่มของจ้าวเฟยหลงเอาไว้หากการต่อสู้เกิดขึ้นพวกมันก็ไม่้าให้เสียเวลาและเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
ด้วยจำนวนที่เสียเปรียบเ้าเฟยหลงคิดดูแล้วจึงซิบพ่อของตน“ท่านพ่อหากเรารวมกันตอนนี้ต้องเสียเปรียบมาก หากจะให้ท่านพ่อพาหนีคนเดียวจะไปได้ง่ายกว่าสองคน”
“ไม่ได้หากจะหนีก็ต้องไปด้วยกันพ่อจะไม่ทิ้งเ้ากับแม่อย่างแน่นอน”เสียงกระซิบตอบของจ้าวิลู่ตอบกลับมา
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้าชำนาญเส้นทางในป่าัเร้นพวกมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ท่านพาท่านแม่หนีไป อาศัยที่ตำบลไม้งามรอข้าแล้วข้าจะไปหาพวกท่านภายหลัง” พอพูดเสร็จจ้าวเฟยหลงก็โดดออกจากศาลาพักร้อนวิ่งเข้าไปในป่าัเร้นไม่เหลียวหลังกลับมาแม้แต่น้อย
“บัดซบ!มันกำลังจะหนีไปแล้ว เ้าสาม เ้าตามไปฆ่ามัน อย่าลืมต้องมีศพกลับมาด้วย”หัวหน้ากลุ่มสั่งการลูกน้องของตน หลังจากนั้นเ้าสาม ก็ออกวิ่งไล่ตามเพื่อไล่ล่าสังหารจ้าวเฟยหลง
เมื่อลูกของตนหนีไปและมีนักฆ่าเหลือเพียงสองคน จ้าวิลู่ จึงเข้าต่อสู้เพื่อปกป้องภรรยาของตนอย่างเต็มกำลังเดิมทีเขาคือคุณชายจากตระกูลใหญ่ คนที่อยู่ในระดับเดียวกันเขาสามารถจัดการพร้อมกันสองคนได้อย่างสบายหลังจากเข้าประดาบกันสามกระบวนท่าจ้าวิลู่ก็ทำให้นักฆ่าทั้งสองาเ็แล้วพาฟางเหนียงฝ่าวงล้อมหนีออกไปได้
ฝ่ายของจ้าวเฟยหลงหลังจากวิ่งหนีออกมาจากศาลาพักร้อน ก็รีบวิ่งเข้าสู่เขตรอบนอกของป่าัเร้นทันทีเร่งเร้าตนเองคิดหาวิธีเอาตัวรอดให้ได้ “ข้าและนักฆ่าคนนั้นระดับต่างกันเกินไป หากสู้ตายก็คงได้ตายจริงๆ
แต่ถ้าจะหนีมันก็เป็ไปไม่ได้ด้วยความเร็วของนักยุทธ์ขั้นหนึ่งกับนักยุทธ์ขั้นเก้ามันคนละระดับกันยังไงก็คงหนีไม่พ้น เฮ้อ! ทำไมถึงซวยอย่างนี้นะ”หนุ่มน้อยถอนหายใจ
ทันใดนั้นเองเสียงของเ้าสามก็ดังขึ้นมา “ไอ้หนู อย่าหนีอีกเลย ที่เ้าทำอยู่ตอนนี้มันก็แค่ทำให้ตนเองเหนื่อยก่อนตายเท่านั้นเองหยุดอยู่ตรงนั้นเสียข้าสัญญาว่าจะให้เ้าตายอย่างเป็สุขที่สุด” พูดไม่พูดเปล่ามีดสั้นสามเล่มก็ลอยออกมาจากมือของเ้าสาม พุ่งตรงไปหาจ้าวเฟยหลงยังดีที่ทักษะการหลบหลีกเหล่าสัตว์อสูรที่เคยผ่านมาพาเขาหลบหลีกจากวิถีของมีดสั้นได้“ฮึ่ม...”เสียงไม่พอใจของเ้าสามดังในลำคอ
หลังหลบมีดบินมาได้จ้าวเฟยหลงก็พูดเสียงดังขึ้นตอบกลับ“พี่ชายนักฆ่าตอนนี้ข้ายังไม่อยากเป็สุขอย่างเ้าว่าเชิญเ้าเป็สุขไปคนเดียวเถอะ” แล้วก็เหลือบมองไปเห็นลานเล็กๆล้อมรอบได้ด้วยผาหิน“นั่นมัน!...หึหึ ได้การละ” ว่าแล้วหยิบห่อกระดาษออกมาเปิดออกเทผงที่อยู่ในนั้นโรยไปทั่วทั้งตัวแล้ววิ่งเข้าไปที่ลานเล็กๆนั้นแอบหลบอยู่ใต้โขดหินหลังลาน
“ไอ้หนูยั่วโมโหข้ามันมีแต่จะทำให้ตายอย่างเ็ปมากขึ้นในเมื่อยังไงก็ต้องตายทำไมไม่ทำให้มันง่ายๆเล่า” เ้าสามกระโจนไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิดเข้าไปในลานเล็กๆแห่งนั้น
“หืม...มันไม่ถูกต้อง”เ้าสามหยุดคิดตามประสบการณ์ของนักฆ่าที่ฆ่ามาแล้วอย่างโชกโชน
“มันหนีเข้ามาในพื้นที่ ที่ไม่มีทางออกอย่างนี้ก็เท่ากับมาฆ่าตัวตายจะทำอย่างนี้ไปทำไมกัน หรือว่า...”
ยังไม่ทันจะพูดจบเ้าสามก็ถูกขัดเสียก่อน
“โบร๋วววว โบร๋วววว โบร๋วววว”เสียงหอนลากยาวต่อเนื่อง ดังขึ้นล้อมรอบลานเล็กแห่งนี้