แสงแดดยามเช้าค่อย ๆ ลอดผ่านม่านสีเทาบางของคอนโดธนัชลำแสงสีทองอ่อนสาดลงบนพื้นไม้สีน้ำตาลเข้มที่เงาวับสะท้อนเงาของโซฟาหนังสีเทาที่ทั้งคู่หลับอยู่เมื่อคืนรอยยับย่นและคราบเหงื่อแห้งกรังยังคงติดอยู่บนิัของโซฟากลิ่นจาง ๆ ของเหงื่อผสมกับกลิ่นลาเวนเดอร์จากสบู่ลอยคละคลุ้งในอากาศลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดเบา ๆ พัดพาม่านให้ปลิวไหว เสียงนกร้อง “จิ๊บ จิ๊บ” จากระเบียงด้านนอกดังเข้ามาเบา ๆผสมกับเสียงหายใจสม่ำเสมอของภณที่ยังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมสีเทา ร่างเปลือยของเขาถูกห่มจนมิดเผยเพียงไหล่ขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยแดง รอยดูด และรอยกัดจากคืนอันดุเดือด ผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิงตกลงมาปรกหน้าผาก ใบหน้าหวาน ๆ ดูสงบปากแดงระเรือเม้มเล็กน้อย
ธนัชตื่นขึ้นก่อนร่างสูงของเขานอนทับข้างภณแขนขวาคล้องรอบเอวบางผิวสีน้ำผึ้งที่ตึงแน่นมีรอยขีดข่วนจากเล็บของภณเขาสวมกางเกงขาสั้นสีเทาเพียงตัวเดียวผมสีดำเข้มเปียกชื้นจากเหงื่อแห้งตกลงมาปิดตาเขาลืมตาช้า ๆแสงแดดที่ส่องเข้ามาทำให้หยีตาหันมองภณหัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกอบอุ่นปนความรู้สึกผิดรอยที่ตัวภณชัดเจนเกินไปเขาคิดถึงเมื่อคืนที่หนักมือเกินความตั้งใจธนัชโน้มตัวไปใกล้ลมหายใจร้อนัักับแก้มภณเขาก้มลงจูบที่หน้าผากััที่นุ่มนวลภณขยับตัวครางเบา ๆ ในลำคอ “อืม…”ก่อนลืมตาขึ้นดวงตาคู่สวยปรือมองธนัชด้วยความงุนงง “หมอ…” เขาพูดน้ำเสียงแหบจากคืนที่หนักหน่วง “เช้าแล้วเหรอครับ”
“เช้าแล้ว” ธนัชตอบน้ำเสียงนุ่มยกมือลูบผมภณนิ้วสางผมที่นุ่มภณยิ้มเขินยกมือขึ้นขยี้ตาผ้าคลุมเลื่อนลงเผยรอยแดงที่หน้าอกและไหล่รอยดูดสีเข้มที่คอชัดเจนในแสงสว่างเขาดึงผ้าขึ้นปิดหน้าแดง “เมื่อคืน…หมอแรงไปหน่อยนะครับ” เขาพูดท่าทางเขินอายธนัชหัวเราะเบา ๆลุกขึ้นจากโซฟากล้ามเนื้อที่เมื่อยส่งเสียง “กร็อบ” เบา ๆเขาเดินไปที่ครัวหยิบขวดน้ำเย็นจากตู้เย็นสแตนเลสกลิ่นโลหะจาง ๆ ลอยออกมารินน้ำลงในแก้วใสสองใบหยดน้ำเกาะรอบแก้วยื่นให้ภณ “ดื่มก่อน วันนี้ต้องไปโรงพยาบาล” เขาพูดมองนาฬิกาที่ผนังเข็มสั้นชี้ที่เลข 6เหลือเวลาอีกชั่วโมงก่อนกะเช้า
ภณรับแก้วจิบน้ำช้า ๆความเย็นไหลลงคอช่วยให้ตื่นตัว “ไปด้วยกันเลยไหมครับ” เขาถามยิ้มกว้างธนัชพยักหน้า “ไปด้วยกัน” เขาตอบเดินไปหยิบเสื้อผ้าจากตู้เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำสำหรับเขาเสื้อยืดสีเทาและกางเกงยีนส์สำหรับภณ “ไปอาบน้ำกัน” เขาพูดพาภณไปที่ห้องน้ำกระเบื้องสีขาวเงาวับสะท้อนแสงฝักบัวสแตนเลสมีน้ำไหล “ฉี่” เมื่อเปิดไอน้ำร้อนลอยขึ้นกลิ่นลาเวนเดอร์คละคลุ้งทั้งคู่อาบน้ำด้วยกันน้ำร้อนไหลลงตามร่างล้างคราบเหงื่อและกลิ่นจากคืนก่อนภณยิ้มเขินเมื่อธนัชช่วยถูหลังััที่นุ่มนวลตัดกับความหยาบของฝ่ามือรอยแดงที่ตัวภณยังชัดเจนเขาหันไปมองกระจกเห็นรอยดูดที่คอครางเบา ๆ “หมอ รอยมันชัดไปนะครับ” ธนัชยิ้มลูบผมเปียกของภณ “เดี๋ยวหาเสื้อปิดให้” เขาพูดน้ำเสียงขบขัน
ทั้งคู่แต่งตัวเสร็จธนัชในชุดหมอที่ดูเรียบร้อยผมหวีเรียบไปด้านหลังภณในเสื้อยืดและยีนส์ผมเปียกชื้นตกลงมาปรกหน้าผากรอยแดงที่คอและข้อมือยังชัดเจนเขาใส่เสื้อกันหนาวทับแต่รอยที่ไหล่และหูยังโผล่ออกมาธนัชหยิบกุญแจรถเสียง “แกร๊ง” ดังเบา ๆทั้งคู่ลงลิฟต์ถึงลานจอดรถรถ BMW สีเงินรออยู่ขับออกจากคอนโดถนนยามเช้าคึกคักแสงแดดส่องผ่านกระจกกลิ่นกาแฟจากร้านข้างทางลอยเข้ามาธนัชขับรถมือซ้ายจับพวงมาลัยมือขวาวางบนเกียร์ภณนั่งข้าง ๆยกมือขึ้นเกาคอเผยรอยดูดเขาชะงักรีบดึงคอเสื้อธนัชหันไปมองยิ้มเล็ก ๆ “ระวังหน่อย” เขากระซิบภณหน้าแดงบีบมือธนัชที่เกียร์ทั้งคู่เงียบแต่ัันั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น
โรงพยาบาลคึกคักั้แ่เช้ารถพยาบาลจอดเรียงที่หน้าตึกเสียงไซเรนดัง “วี๊ว วว” เป็ระยะพยาบาลและแพทย์เดินขวักไขว้กลิ่นยาฆ่าเชื้อลอยคละคลุ้งธนัชจอดรถที่ลานจอดทั้งคู่ลงจากรถเดินเข้าโรงพยาบาลด้วยกันฝีเท้าของธนัชหนักแน่นภณตามหลังกระเป๋าสะพายสีดำห้อยไหล่เสื้อกาวน์ของทั้งคู่ถูกหยิบจากห้องพักแพทย์ธนัชสวมกาวน์สีขาวป้ายชื่อ “นพ. ธนัช” ติดที่อกใบหน้าคมสงบภณสวมกาวน์ที่ยับเล็กน้อยป้ายชื่อ “นศพ. ภณ” เขิน ๆ เมื่อติดป้ายรอยแดงที่คอและข้อมือโผล่พ้นกาวน์เขาดึงแขนเสื้อแต่รอยยังชัดเจน
ที่โถงตึกผู้ป่วยในฟางยืนจัดแฟ้มที่เคาน์เตอร์ชุดพยาบาลสีขาวของเธอยับเล็กน้อยผมยาวสีดำเข้มตัดตรงกรอบหน้าแว่นกรอบดำเลื่อนลงที่ปลายจมูกมือเล็ก ๆ ถือปากกาสีแดงหมุนไปมาระหว่างนิ้วกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อติดปลายนิ้วเธอเงยหน้าขึ้นเห็นธนัชและภณเดินเข้ามาด้วยกันธนัชเดินนำใบหน้าคมสงบภณตามหลังใบหน้าหวาน ๆ ที่แดงระเรือฟางขมวดคิ้วสายตาคมกริบจับจ้องสังเกตท่าทางที่ใกล้ชิดธนัชหันไปพูดอะไรบางอย่างกับภณภณยิ้มกว้างหัวเราะเบา ๆฟางกำปากกาแน่นความโกรธเริ่มปะทุในใจ
เมื่อทั้งคู่เข้าใกล้ฟางเห็นชัดขึ้นรอยแดงที่คอของภณโผล่พ้นคอเสื้อกาวน์รอยดูดสีแดงเข้มที่ไหล่รอยมัดที่ข้อมือรอยกัดที่หูรอยที่เหมือนเล็บขูดที่คอของธนัชเธอชะงักลมหายใจติดขัดความโกรธเดือดในอกภาพความเ็ปในอดีตผุดขึ้นครั้งที่ภณเคยปฏิเสธเธอทำให้เธออับอายต่อหน้าเพื่อนคำพูดเ็าของเขายังดังก้องในหู “เราคิดกับฟางแค่เพื่อน”เธอกำหมัดเล็บจิกฝ่ามือสายตาเลื่อนไปที่ธนัชหมอหนุ่มที่ทุกคนชื่นชมตอนนี้กลายเป็ของภณความอิจฉาและความแค้นพุ่งสูงเธอแน่ใจแล้วทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าหมอกับนักศึกษา
“สวัสดีค่ะ หมอธัน” ฟางทักน้ำเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความเ็าหันไปมองภณสายตาเย็นเยือก “สวัสดี ภณ วันนี้มาด้วยกันเลยเหรอ” เธอถามน้ำเสียงประชดจ้องที่รอยแดงภณหน้าแดงยกมือขึ้นดึงคอเสื้อ “เอ่อ…ใช่” เขาตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักหันไปมองธนัชธนัชพยักหน้า “เจอกันที่ลานจอด” เขาพูดน้ำเสียงนิ่งพยายามกลบเกลื่อนแต่ฟางไม่เชื่อเธอหัวเราะในใจรู้ว่ามันโกหก
“อ๋อ…” ฟางลากเสียงหยิบแฟ้มผู้ป่วยยื่นให้ธนัชนิ้วเกร็งจนข้อขาว “วันนี้เคสไม่เยอะค่ะ หมอพักได้บ้าง” เธอพูดสายตายังจ้องที่ภณเห็นเขาเดินตามธนัชไปที่ห้องตรวจฝีเท้าช้าลงเหมือนปวดเมื่อยเธอกำหมัดแน่นความโกรธเดือดภณเคยทำให้เธอเจ็บตอนนี้เขากลับมีความสุขกับคนที่เธอเคยแอบชื่นชมฟางหันไปกระซิบกับตัวเอง “แกต้องเจ็บเหมือนที่ฉันเคยเจ็บ” เธอพูดน้ำเสียงต่ำสายตาวาวโรจน์ด้วยความแค้น
ในห้องตรวจธนัชตรวจผู้ป่วยภณจดบันทึกทั้งคู่ทำงานอย่างมืออาชีพแต่สายตาที่มองกันรอยยิ้มเล็ก ๆบ่งบอกถึงความลับฟางแอบมองจากโถงเห็นภณยกแขนขึ้นเผยรอยดูดที่ชัดเจนเธอกัดฟันความอิจฉาทำให้เืสูบฉีดเธอนึกถึง หมอกรณ์หมอหนุ่มรุ่นพี่ที่เคยสนิทกับธนัชเขาเป็คนทะเยอทะยานและชอบยุ่งเื่ชาวบ้านฟางยิ้มเย็นหมอกรณ์จะเป็เครื่องมือที่สมบูรณ์แบบเธอจะใช้เขาเปิดโปงธนัชและภณทำให้ทั้งคู่เสียชื่อทำให้ภณต้องเ็ปเหมือนที่เธอเคย