หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงรถยนต์และเสียงวิ่งของหลี่หยุนเฟยกับพวกดึงดูดเหล่าซอมบี้ให้กรูกันเข้ามา!
โชคดีที่ย่านที่พักแห่งนี้มีซอมบี้ไม่มากหลังจากกวาดล้างไปหลายครั้งจึงทำให้มีซอมบี้เพียงห้าตัวเท่านั้นที่ได้ยินเสียงแล้วพุ่งตัวเข้ามา!
ถังฮ่าวหันกลับไปมองหลี่หยุนเฟยเซี่ยหมิงกั๋วและคนอื่นๆ ที่วิ่งใกล้เข้ามาแล้วก็เอียงหัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“กำจัดซอมบี้ห้าตัวนี้ซะ!”
โครม!
ยวี่ซื่อหาวและเจียงอี้อิงโยนมีดทำครัวและท่อนเหล็กที่อยู่ในกระสอบลงพื้น
เจิ้งเฟยและผู้วิวัฒนาการระดับ1 อีกสามคนไม่แปลกใจเลยสักนิด เพราะเดิมทีพวกเขาก็เคยใช้เก้าอี้ โต๊ะและมีดในโรงแรมเป็นอาวุธ แต่หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากถังฮ่าวพวกเขาก็ทิ้งของพวกนั้นไปหมดแล้ว!
ในตอนนี้คนทั้งสี่ต่างหยิบท่อนเหล็กยาวหนึ่งเมตรครึ่งมาคนละท่อนส่วนเจิ้งเฟยนั้นหยิบมีดสับกระดูกขึ้นมาถือหนึ่งเล่ม
หลี่หยุนเฟยและเซี่ยหมิงกั๋วเห็นดังนั้นก็หยิบท่อนเหล็กขึ้นมาคนละท่อนเช่นกัน
ส่วนหญิงวัยกลางคนอีกหลายคนเห็นดังนั้นก็พากันหยิบมีดสับกระดูกหรือไม่ก็มีดขนาดกลางขึ้นตาม
แม้แต่จูหมิงหยางเองก็ยังถือมีดสับกระดูกสองเล่มไว้ในมือไม่ว่าอย่างไรการมีอาวุธอยู่ในมือก็จะรู้สึกปลอดภัยกว่า
ต่อมานอกจากเจิ้งเฟยและผู้วิวัฒนาการระดับ1 อีกสามคนที่ทำผลงานได้ค่อนข้างดีแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือแทบจะไม่ได้เรื่องเลย
แม้แต่หลี่หยุนเฟยและเซี่ยหมิงกั๋วเองก็ย่ำแย่ไม่ต่างกัน
โชคดีที่มีซอมบี้ตัวอื่นๆปรากฏขึ้นระหว่างทาง!
หลังจากมีถังฮ่าวสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วเจิ้งเฟยและผู้วิวัฒนาการระดับ 1อีกสามคนก็ช่วยกันฟันขาของซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาจนหัก ก่อนที่จะส่งต่อให้หลี่หยุนเฟยและคนอื่นๆสังหาร แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่น้อยที่หวาดกลัวจนฉี่ราด
ในที่สุดภายใต้การช่วยเหลือและอำนาจของถังฮ่าวแล้วทุกคนก็สามารถทำภารกิจสังหารซอมบี้ได้สำเร็จ! และของรางวัลก็คือคริสตัลวิวัฒนาการ ในยุควันสิ้นโลกแบบนี้มีเพียงการวิวัฒนาการเท่านั้นจึงจะสามารถมีชีวิตอยู่รอดต่อไป
ทีมของถังฮ่าวนั้นไม่รับคนที่ไร้ประโยชน์หากใครไม่เคยฆ่าซอมบี้เลย เขาจะไม่รับเข้าทีม
หลังจากที่กลืนกินคริสตัลวิวัฒนาการและสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ในร่างกายแล้ว การกระทำของเซี่ยหมิงกั๋วและหลี่หยุนเฟยก็ทำให้ถังฮ่าวพอใจไม่น้อยเพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้อีกครั้งพวกเขาทั้งสองคนกลับเป็นคนที่พุ่งเข้าไปต่อสู้อยู่แถวหน้า
ในขณะเดียวกันถังฮ่าวก็ได้รับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับพ่อแม่ของเย่ชิงเฉิง!
จากคำบอกเล่าของหลี่หยุนเฟยพ่อของเธอน่าจะยังคงอยู่ในมหานครแห่งเวท แต่แม่ของเธอน่าจะอยู่ที่ซูโจว เพราะในบ่ายวันนั้นแม่ของเธอได้เดินทางไปที่ซูโจวพอดี
...
ภายในย่านเฉินซีมีวิลล่าหลังเดี่ยวและหลังคู่รวมทั้งหมด 36 หลัง วิลล่าเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นแยกกันอยู่สองฝั่งของทะเลสาบจำลองส่วนด้านหลังของทะเลสาบก็มีตึกสูง 16 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่
หอสรวงสวรรค์บนดินที่หรูหราและใหญ่ที่สุดในเมืองทงตั้งอยู่บนชั้นสองถึงสี่ของอาคารหลังนี้
บัดนี้ภายในห้องโถงจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดบนชั้นสี่ของหอสรวงสวรรค์บนดินกำลังเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผู้คนที่พบเห็นเป็นต้องโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้า!
ชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้ากำลังใช้มีดในมือจ่อไปที่ใบหน้าของเด็กสาวตัวน้อย
ชายผู้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าจ่อมีดไปที่ใบหน้าของเด็กสาวพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายวัยกลางคนซึ่งถูกมัดติดกับเสาอยู่ด้านหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชาออกมา
“จ้าวโหย่วเต๋อจำคำพูดของฉันให้ดี ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของแกอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นจูหมิงคนนี้! พรุ่งนี้ถ้าแกกับลูกน้องของแกยังหาอาหารกลับมาไม่ได้ละก็ฉันจะไม่ใช่แค่กรีดหน้าของเด็กคนนี้เล่นๆ แล้วนะ แต่ฉันจะสับเธอเป็นชิ้นๆ!”
เมื่อพูดจบเขาก็ลงมือทันทีรอยแผลฉกรรจ์สองรอยปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันนุ่มนิ่มของเด็กสาว เสียงร้องไห้ของเธอดังกึกก้องไปทั่วเธอพยายามจะดิ้นรนให้หลุดพ้นแต่แขนทั้งสองข้างกลับถูกชายร่างกำยำสองคนจับเอาไว้แน่น!
บนใบหน้าของจ้าวโหย่วเต๋อเต็มไปด้วยคราบเลือดเปรอะเปื้อนเขาตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
“จูหมิงไอ้สารเลว แกต้องไม่ตายดีแน่! อิงอิง อิงอิง พ่อขอโทษนะ พ่อขอโทษ!”
“หัวหน้าจูพอเถอะ พอได้แล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยอิงอิงไปเถอะ ตราบใดที่แกปล่อยอิงอิงไป จะให้ฉันทำอะไรก็ได้คืนนี้ฉันจะยอมเป็นของนายเอง ไม่สิ ต่อให้เป็นตอนนี้เลยก็ได้...”หญิงสาววัยกลางคนที่แลดูอ่อนวัย ไม่เหมือนกับวัยสามสิบกำลังร้องไห้วิงวอน
“จ้าวโหย่วเต๋อรับรู้สถานการณ์หน่อยสิ ตอนนี้มันเป็นยุควันสิ้นโลก จึงไม่ใช่ยุคที่แกจะทำอะไรก็ได้แล้วตอนนี้เป็นยุคของฉันผู้นี้ ดูเมียของแกสิ เธอยังรู้จักสถานการณ์มากกว่าอีกเธอรู้ดีว่าเวลานี้ใครใหญ่ ใครมีอำนาจตัดสินใจ!”ชายผู้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าเอ่ยด้วยท่าทีอิ่มเอม เขามีความสุขกับชีวิตในตอนนี้มาก สำหรับจูหมิงแล้วช่วงเวลาในยุควันสิ้นโลกก็ไม่ต่างจากยุคทองของเขา หากเป็นช่วงเวลาปกติเขาก็คงเป็นได้แค่ลูกน้องของจ้าวโหย่วเต๋อไปตลอดชีวิตไหนเลยจะกล้ากดขี่ข่มเหงภรรยาและลูกสาวของคนรวยพวกนี้
หลังจากที่เขารวมทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นี่และตั้งตัวเป็นใหญ่แล้วก็ได้ทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้มานับไม่ถ้วนบัดนี้แม้แต่ภรรยาของจ้าวโหย่วเต๋อก็ยอมศิโรราบ และยอมมาปรนนิบัติเขาและนี่ก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก
“พ่อจ๋าแม่จ๋า หนูกลัว...” เด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกมีดสั้นกรีดใบหน้าจนเป็นแผลร้องไห้ออกมา เธอพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้น
มีผู้รอดชีวิตกว่าร้อยคนกำลังนั่งและนอนอยู่ใบหน้าของผู้คนส่วนมากดูไร้อารมณ์ ส่วนที่เหลือก็ก้มหน้าลง พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมองไม่กล้าพูด ยิ่งไม่กล้าโกรธแค้น ก่อนหน้านี้มีชายฉกรรจ์ไม่กี่คนที่แสดงความไม่พอใจการกระทำของจูหมิงแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะลุกขึ้น ก็ถูกพวกของจูหมิงจับตัวไว้หมด!
จูหมิงผู้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าไม่ใช่ตัวคนเดียวแค่ลูกน้องของเขาที่อยู่ในห้องโถงนี้ก็มีมากกว่ายี่สิบคนแล้วแต่ละคนถือมีดและท่อนเหล็กอยู่ในมือ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังส่งลูกน้องอีกสิบห้าคนออกไปหาอาหารและน้ำดื่ม
นอกจากจูหมิงจะมีอาวุธแล้วลูกน้องของเขากว่าครึ่งล้วนเป็นผู้วิวัฒนาการ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ2 แล้วพวกเขาจะต่อต้านได้อย่างไร? จะเอาอะไรไปต่อต้าน?ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ คนที่กล้าออกมาต่อต้านจูหมิงก็ล้วนตายไปหมดแล้วบ้างก็ถูกโยนให้ซอมบี้กิน บ้างก็ถูกจูหมิงและพวกฆ่าตาย!
“ยินดีด้วยขอรับพี่หมิงยินดีด้วย พี่ได้เมียคนงามมาเชยชมอีกคนแล้ว!”ชายหนุ่มร่างสูงผอมที่ถือมีดยาวอยู่ในมือเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
ดวงตาของจูหมิงที่มีรอยแผลบนใบหน้าเปล่งประกาย
“พาเมียของจ้าวโหย่วเต๋อมาที่นี่!”
หลี่ซินภรรยาของจ้าวโหย่วเต๋อแม้อายุจะย่างเข้าสามสิบแปดปีแล้วแต่มองดูแล้วกลับเหมือนหญิงสาวที่งดงามราวกับดอกไม้งามที่บานสะพรั่ง
จูหมิงที่มีรอยแผลบนใบหน้านั้นหมายปองหลี่ซินมานานแล้วแต่ก่อนหน้านี้จ้าวโหย่วเต๋อมีคนอยู่ข้างกายไม่น้อย แต่ในวันนี้จ้าวโหย่วเต๋อได้พาคนออกไปข้างนอกและได้ไปเจอกับฝูงสุนัขกลายพันธุ์เข้าพวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ได้อาหารและน้ำดื่มกลับมา แต่ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสคนที่รอดชีวิตกลับมาต่างก็บาดเจ็บกันหมดจึงเปิดโอกาสให้เขาจับตัวจ้าวโหย่วเต๋อไว้ได้!
หลังจากที่ใช้ลูกสาวของจ้าวโหย่วเต๋อเป็นตัวประกันหลี่ซินก็มีท่าทีอ่อนลง
พอได้ยินหลี่อวินที่ปรึกษาคนสนิทของเขาพูดเช่นนี้จูหมิงก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา!
หลี่ซินเดินโซเซเข้ามาหา
ในขณะที่จูหมิงกำลังคิดว่าจะทำเรื่องอะไรกับเธออย่างไรดีนั้น
หลี่ซินก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะอ้าปากกัดเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง
“อ๊าก!”
จูหมิงคาดไม่ถึงว่าหลี่ซินจะเล่นงานตนเองแบบนี้
แม้ว่าเขาจะหลบแต่ก็ไม่พ้นอยู่ดี ใบหูซ้ายของเขารู้สึกเจ็บแปลบส่วนหนึ่งของใบหูถูกหลี่ซินกัดขาด!
การกระทำนี้ของหลี่ซินไม่ต่างกับการไปแหย่รังแตน!
ทันใดนั้นทั้งห้องก็วุ่นวายไปหมด!
จูหมิงโกรธมากเขาจับหลี่ซินไว้แน่น ก่อนจะออกแรงบีบแขนทั้งสองข้างของเธออย่างแรง
โครม!
ร่างของหลี่ซินกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงก่อนจะสิ้นลมหายใจไป การกระแทกครั้งนี้รุนแรงมาก จนพื้นถึงกับสั่นสะเทือนเลยในขณะเดียวกันก็มีเสียงกรีดร้องดังกึกก้องไปทั่ว!
ตอนที่โอวหยางมี่มี่กำลังเดินตามหาผู้รอดชีวิตอยู่ในย่านวิลล่าก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนนี้เธอพุ่งตัวออกไปพร้อมกับจับจ้องไปยังอาคารที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ!
“ในบ้านไม่มีใครอยู่แต่กลับมีคราบเลือด!” ไม่นานนัก จางเสี่ยวหาว จางเฉิน จ้าวเสี่ยวเยว่ และแบงก์กิ้งก็เดินเข้ามา!
“ผู้รอดชีวิตอยู่ข้างบนนั่น!พี่สาวกับพี่เขยของเธอก็อาจจะอยู่ที่นั่นด้วย” โอวหยางมี่มี่ชี้ไปที่อาคารที่ตั้งตระหง่านอย่างสะดุดตาที่อยู่ข้างทะเลสาบ
ทั้งห้ารีบวิ่งไปยังอาคารสูงอย่างรวดเร็ว!
หลี่ซินถูกฆ่าตายแต่ดูเหมือนจูหมิงยังไม่หายแค้น เขาคว้ามีดยาวจากมือของลูกน้องที่ยืนข้างๆมาฟันร่างของหลี่ซินจนขาดเป็นท่อนๆ ในขณะที่เขากำลังจะฟัน ลงไปที่ตัวศพซ้ำก็มีลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างก็ตะโกนออกมา
“พี่หมิงเกิดเรื่องแล้ว!”
“ตำรวจหรือ? พวกเขามาที่นี่ได้ยังไง? หรือว่าจะมาช่วยเหลือผู้รอดชีวิต?”จูหมิงมองไปที่จางเสี่ยวหาวและคนอื่นๆอีกสี่คนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้อาคาร ขณะที่มืออีกข้างก็กุมใบหูซ้ายที่มีเลือดไหลไม่หยุดดวงตาของเขาเป็นประกาย ก่อนจะหันไปเอ่ยเสียงเย็นชา
“ลากศพของยัยนั่นออกไปและพาจ้าวโหย่วเต๋อไปขังไว้ในห้องด้านหลัง!”