Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 14


    ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระดับ 4 ดาว นทีเดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวห้อง 3301 “นี่เธอจะเลี้ยงที่นี่จริงๆใช่ไหม ตอนแรกนึกว่าเธอจะพาไปร้านอาหารข้างทางซะอีก” “ระดับฉันซะอย่าง เลี้ยงทั้งทีก็ขอเลี้ยงแบบมีชาติสกุลหน่อย” เธอเดินเข้าไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ก่อนที่นทีจะส่ายหัวแล้วเดินตามไปหลังเธอไปนั่งที่โต๊ะ พวกเขานั่งและรอบริกรเพื่อสั่งอาหารสักครู่หนึ่ง เขาเลือกที่จะสั่งชุดสเต็กเนื้อวากิของขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น ส่วนของหญิงสาวเป็นชุดปลาหิมะย่างไฟ เมื่อสั่งเสร็จบริกรอีกคนก็เดินมาเติมน้ำเปล่าและสอบถามเรื่องเมนูน้ำ  เขาเลือกตามหญิงสาวคือ น้ำผลไม้รวมปั่น “ว่าแต่นายนะ ชื่ออะไร รอบแล้วฉันไม่ได้ถาม” หญิงสาวกล่าวถาม นทีเองก็คิดในใจอยู่พักหนึ่งก่อนตอบออกไปอย่างกวนๆ “ชื่อฉันมันเรียกยากนะ เธอเรียกฉันว่าที่รักก็ได้นะ ฮิ้ว” หญิงสาวที่ทำหน้าเอือมๆ “…ขอสาระ” นทีหัวเราะออกมาก่อนจะพูดอีกครั้งว่า “ฉันชื่อนทีนะ แล้วเธอละชื่ออะไร อย่าบอกนะว่าชื่อ 3301” “จะบ้าเหรอไงใครจะไปชื่อ3301 กันละยะ เรียกฉันว่าแพรวา ถึงจะเห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นเน็ตไอดอลเลยนะ ไม่แน่ว่าคนในร้านสักคนอาจจะรู้จักฉันและเดินมาขอถ่ายรูปก็เป็นได้ นายอย่าตกใจละ” “จ้าๆๆ แม่คนดัง ว่าแต่แพรวาเธออยู่เรียนหรือป่าว ฉันเองก็ว่าน่าเธอคุ้นๆนะ” “ใช่ เรียนอยู่ ที่มหาลัยเชียงใหม่นี่แหละ อยู่ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์” “ก็ว่าละหน้าคุ้นๆ ฉันเรียนอยู่ปี 4 คณะบริหารนะ เราอาจจะเคยเจอกันตอนที่เดินอยู่ในโรงอาหาร หรือไม่ก็ห้องสมุดก็ได้ แต่เธอคงสวยไม่เข้าตาฉันนะ เลยไม่ได้สนใจ” “จ่ะๆ พ่อคนดีพ่อคนหล่อ เห้อ ชีวิตฉันที่มาเจอกับนายนี่มัน..ช่างเถอะ ว่าแต่นายเองก็มีชื่อเสียอยู่นะ นทีปี4 คณะบริหารที่เขาว่ากันว่าเป็นแมงดาคอยดูดทรัพย์จากผู้หญิงแก่” นทีที่ได้ยินก็หมดคำจะพูด “เห้อ ก็แล้วแต่เธอคิดก็แล้วกัน” บรรยากาศเรื่องเปลี่ยนไป นทีคิดว่าแพรวาเองก็เหมือนกับคนอื่นๆทั่วไปที่เอาแต่ฟังคนอื่นเขาพูด เขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก กินๆให้มันเสร็จไปแล้วก็แยกย้าย ทางด้านของแพรวาก็คิดเช่นกัน หรือว่าเธออาจจะพูดแทงใจดำจนเกินไป แต่ด้วยศักดิ์ศรีของเธอ เธอจึงไม่ได้กล่าวขอโทษออกไปทันที เมื่ออาหารมาถึงเธอก็พูดขึ้นมาว่า “เอออึดอัดชะมัด ขอโทษนายก็แล้วกันที่พูดแทงใจดำ” นทีมองที่ตาของแพรวา เขาก็รู้ทันทีอยู่อย่างหนึ่งว่าเธอพูดออกมาอย่างจริงใจ เขาก็เอยรับคำของโทษของเธอ จากนั้นบรรยากาศก็กลับมาเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ จนพวกเขาทานอาหารได้มากกว่า ครึ่งจานแล้ว ก็มีคนเอยทักขึ้นมาจากด้านหลังของเขา “เอ้า สวัสดีครับ คุณแพรวา สบายดีไหมครับ ..ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่เลยนะครับ มาทานคนเดียวเหรอครับ ยังไงเชิญที่ห้อง VIP ได้นะครับ” หนุ่มมาดหนุ่มผู้ดีคนหนึ่งกล่าวออกมา แพรวาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พอดีแพรวามากับเพื่อนนะค่ะ พี่โทนี่ ยังไงไม่รบกวนพี่โทนี่หรอกค่ะ” “โอ่ว .. มากับเพื่อนเหรอเนี่ย โทษทีนะแมงดา ฉันไม่ทันเห็นคนชั้นต่ำแบบนายนะ” โทนี่ที่พูดออกมาอย่างนั้น เพราะเขารู้จักกับนทีอยู่แล้ว นทีเองก็รู้จัก เพราะเขาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ปีเดียวกัน และโทนี่ยังเป็นเพื่อนคนรวยที่เป็นทายาทธุรกิจเหมือนกันกับไอ่นัทเพื่อนยากอีกด้วย “ไม่ว่ากันโทนี่ เราก็ไม่ได้สนใจกับคนไร้มารยาทอยู่แล้ว” นทีพูดออกไปจนทำให้โทนี่เสียหน้า และที่สำคัญมันยังเสียหน้าต่อหน้าต่อตาน้องแพรวาที่มันชอบอีกด้วย โทนี่ได้แต่ทำหน้าตาไม่พอใจ แล้วกล่าวลากับแพรวาและเดินออกจากร้านอาหารไป “บรรยากาศแย่หมดเพราะพี่โทนี่เลย ไม่มีอารมณ์จะทานแล้ว ปะกลับดีกว่า” นทีที่ได้ยินก็ว่าช้อนลง “นั้นสินะ กลับกันเถอะ วันนี้ฉันเองก็เหนื่อยๆมาทั้งวันละ พรุ่งนี้ก็ยังมีเรียนอีก” พวกเขาทั้งสองที่เตรียมตัวจะลุกออกจากที่นั่ง ก็มีชายชราคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหานที “นั่นเด็กน้อยคนนั้น ใช่หลานนทีหรือป่าว?” นทีก็หันกลับไปมองก็พบกับชายชราหรือคุณตาของขวัญข้าวที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ “สวัสดีครับท่านผบ. หลังจากวันนั้นสบายดีไหมครับ” คุณตาก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะพูดขึ้น “สบายดีขึ้นเยอะเลยละหลาน ฉันขอเรียกเธอว่าหลานก็แล้วกันนะ ยังไงเธอก็เป็นเพื่อนกับหลานสาวของฉัน” “ได้ครับ ว่าแต่ท่านผบ.ทราบได้ยังไงว่าเป็นผม ผมเองก็พอมั่นใจว่าผมออกมาก่อนคุณจะฟื้นนะ” “เธอลืมอะไรไปหรือป่าว ฉันเป็นผบ.ตร.นะ” นทีที่ได้ยินก็ถึงบางอ่อ เขาลืมไปได้ยังไงนะ “ก็จริงครับ ผมคงลืมมันไปเอง ถ้าท่านสบายดีผมก็ดีใจ” ผบ.ตร.ก็ทำท่าเหมือนกับจะหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดอีกว่า “ถ้ารู้สึกไม่พอใจก็ขอโทษด้วยละกันที่ฉันค้นหาข้อมูลเธอนิดหน่อย แต่ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนก็ให้โทรมาเบอร์นี้ก็แล้วกัน ฉันยินดีที่จะช่วย” เขายื่นบัตรให้กับนที นทีเองก็รับไว้แล้วกล่าวขอลาเพราะพรุ่งนี้เขามีเรียนตั้งแต่เช้ายันบ่าย นทีเดินออกมาพร้อมกับแพรวา แพรวาที่ทำท่างงๆว่านทีไปรู้จักกับคนระดับนั้นได้อย่างไง ถึงบ้านเธอจะรวยแต่ทางบ้านก็ไม่ได้มีเส้นสายทางการทหารหรือตำรวจเลย การที่รู้จักคนใหญ่คนโตและมีหนี้บุญคุณต่อกันนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ เธอมองที่นทีอีกครั้ง ก่อนจะพูดในใจ ‘ฉันคงต้องมองนายนี่ดีๆอีกทีแล้ว ถ้าฟังจากเมื่อกี้เหมือนเขาจะมีความสามารถในการรักษานะ ยังไงเราลองรบกวนเขาดีไหมนะ’ “เธอมองฉันมีอะไรหรือป่าวแพรวา คนขับรถมันรู้สึกระแวงนะ มีอะไรก็พูดมา” นทีที่รู้สึกอึกอัดก็พูดออกมา