ตอนที่สิบห้า Beyond the journey end 15
แบบเดียวกับที่ผมอึ้งกับการที่คนสามารถเปลี่ยนฝิ่นเป็มอร์ฟีนและมอร์ฟีนเป็เฮโรอีน
คนที่ผลิตของพวกนี้ได้นั้นต้องเป็คนที่มีความรู้ทางเคมีหรือกลั่นลำดับส่วนพอสมควร
แต่แทนที่พวกเขาจะเอาไปทำสิ่งที่ทำให้ประชาชนทั้งสังคมได้ประโยชน์
พวกเขาเอาไปสร้างยาเสพติด
บางครั้งผมก็คิดว่าหลายอย่างในโลกนี้มันไม่ใช่การขาดคนมีความรู้หรือทักษะหรือแม้แต่เทคโนโลยีพื้นฐาน
แต่ขาดจิตใจที่จะทำมัน
จะเรียกว่าเป็โชคดีในโชคร้ายก็ว่าได้ที่การทำงานอย่างหนักของอวิ๋นซวงที่พยายามสร้างบรายกทรง น้ำหอม และบุหรี่ต่างๆ
รวมไปถึงระบบขายตรง การค้าปิรามิดที่เธอนำเข้ามาในยุคนี้ทำให้เธอมีรายได้เป็กอบเป็กำ
สามารถเอาเงินมาสนับสนุนหลี่เค่อจนกลายเป็ฮ่องเต้และตัวเธอกลายเป็จอมนางแห่งวังหลวงได้สำเร็จ
ทำให้ผมหากระดาษ แอลกอฮอล์ ผงด่างเครื่องแก้ว ฯลฯ
ส่วนประกอบต่างๆได้อย่างง่ายดายกว่าเดิมมาก
การพัฒนาเทคโนโลยีด้านเอกชนส่งผลไปถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการทหารด้วย
หรืออาจจะกล่าวตรงข้ามกันก็ได้ว่า
ของที่เอกชนใช้คือของที่ทางการทหารมีใช้มาหลายปีแล้ว
อินเตอร์เน็ตก็เป็หนึ่งในนั้น
แต่พอหลุดมาอยู่ในมือเอกชนมันก็กลายสภาพไปจนคนที่คิดค้นขึ้นมาในตอนแรกอาจจะคำนวณไม่ได้ก็ว่าได้
ตอนนี้ก็เช่นกัน
ความก้าวหน้าด้านวิทยาการต่างๆที่อวิ๋นซวงนำเข้ามา
แก้ไขปัญหาเื่การผลิตอาวุธของผมได้หลายประการ
ผมไม่ได้มองว่าดินดำคือยาอายุวัฒนะอย่างที่นักพรตหรือคนในแอฟริกาคิดกัน
ปุ
ปุ
ปุ
ผมทำกระบอกเก็บเสียงไม่ให้เสียงนั้นดังมากจนเกินไปไปและเน้นความแม่นยำและการใช้งานที่ง่ายดายมากกว่าด้านอื่นๆ
เพราะการจะสร้างกองทัพที่ใช้ปืนได้ทำให้ผมนึกถึงตอนอยู่ในแอฟริกาที่เด็กอายุสิบสี่ก็สามารถใช้ปืนได้ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ชุดเกราะที่บุนวมเพื่อไม่ให้ส่งเสียงดังนั้นถึงกับทะลุ
“ฝีมือนายท่านช่างยอดเยี่ยมดุจ์ประทาน”
อาหู่กล่าวชมอย่างลูกน้องที่ดี
“อืม ยังห่างอีกไกลนัก”
ผมคิดคำนวณในใจ
ความสามารถการยิงต่อนเองของปืนแบบง่ายๆของผมยังไม่ดีนักคงยากที่จะสามารถสู้กับศัตรูจำนวนมากกว่าหลายเท่าได้
ตามประวัติศาสตร์เองก็ชเนกัน
สิ่งที่คล้ายปืนมีมานานแล้ว
แต่ประสิทธิภาพจนเปลี่ยนโฉมของาต้องอาศัยระยะเวลาอันยาวนาน