"ข้าเคยไปคราหนึ่ง หากเ้าอยากไปข้าสามารถนำทางให้เ้าได้"
ป๋ายรุ่ยฉีที่นั่งอยู่กับผู้เป็บิดาตอบหลี่หลิวที่มาถามท่านผู้นำชุมชนว่าพอมีใครที่จะสามารถนำทางนางไปที่เทียนจวินได้หรือไม่ ทำให้เขารีบคว้าโอกาสไว้ เมื่อรู้ว่านางกับนายน้อยสือไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกัน
"คราแรกนายน้อยบอกพวกเราว่า"
"เขาแค่พูดไปเพราะไม่อยากให้เื่วุ่นวาย แต่ข้าที่เป็ฝ่ายเสียหายก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้จึงเออออไปตามเขาเพราะอยากให้ทุกอย่างมันสงบลง ข้าต้องขออภัยท่านผู้นำด้วยแต่ที่แปลงนั้นเราทำสัญญาเช่าซื้อกันอย่างถูกต้องแล้วดังนั้นตอนนี้ท่านคงวางใจได้แล้วใช่หรือไม่"
"แน่นอนหากเป็พวกเ้าที่เข้ามาเพื่อทำค้าขายมันไม่ใช่เื่ใหญ่อันใดอยู่แล้ว"
ป๋ายเคอตอบยิ้มๆ แม่นางตัวเล็กเพียงแค่นี้กับพูดจาได้ฉะฉาน แถมยังรู้จักผลิกแพงคำและนำมาใช้ได้อย่างดี มิน่าเล่าถึงไปถูกตาต้องใจคุณชายสือเข้าได้ แถมบุตรชายข้ายังดูดีใจจนออกนอกหน้าถึงเขาจะยังนิ่งเฉยแต่ข้าก็รู้ดีว่าเขากำลังตื่นเต้นที่จะได้ไปเทียนจวินกับแม่นางน้อยผู้นี้
"แล้วเื่คน"
"ได้แน่นอน ข้าจะให้ป๋ายรุ่ยฉีไปถามเหล่าแม่บ้านว่ามีใครสนใจงานในครัวและงานบริกรให้เดี๋ยวนี้"
ป๋ายเคอสะกิดบุตรชายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มป๋ายรุ่ยฉีถึงได้รีบเร่งรุดหน้าไปถามไถ่ผู้คนตามบ้านให้ว่ามีใครสนใจงานนี้หรือไม่
"หา!! เ้าว่านางให้เท่าใดนะข้าหูฝาดไปหรือไม่"
"ห้าสิบอีแปะไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอนขอรับ แต่ต้องมีใจรักบริการยิ้มแย้มแจ่มใส"
"ไอ้ใจรักบริการนี่มันคืออะไรหรือ"
"ข้าก็ลืมถามนาง เอาเป็ว่าดูแลลูกค้ากระมังแต่ท่านต้องไปหานางตอนนี้หากอยากได้งานเพราะข้าก็บอกไปหลายบ้านแล้ว"
"เ้ามาบอกข้าเป็คนสุดท้ายงั้นรึ"
"ก็บ้านท่านอยู่ไกลสุดนี่ขอรับ"
"ไปๆข้าจะไปพร้อมเ้า"
"ตาแก่วันนี้เ้าก็ไปทำไร่สานตระกร้าคนเดียวเถอะข้าจะไปทำงานร้านนั่งกิน"
"เห้ออออ จะได้หรือเปล่ายังไม่รู้แล้วอย่าบ่นอิดออดกลับมาเล่า"
"เ้านี่ปากไม่เป็มงคลเอาเสียเลย"
พูดจบนางก็รีบเดินตามป๋ายรุ่ยฉีไป
ผู้คนมากกว่ายี่สิบยืนเรียงแถวกันต่อหน้านางอย่างรอคอย ตอนนี้คนที่มาถูนางคัดออกไปแล้วห้าคน เพราะนาง้าคนที่คล่องแคล่วคล่องยิ้มง่าย เมื่อเจอคำถามซ้ำๆหากมีอาการหงุดหงิดนางจะคัดออกทันทีอย่างไม่เสียดาย เมื่อคัดเลือกจนหมดนางได้คนที่้ามาเพียงหกคนเท่านั้นแต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับนางในตอนนี้
"ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ หากคราวหน้าข้า้าคนคนเพิ่มหนึ่งในพวกท่านยังมีโอกาสอีกครั้ง"
หลี่หลิวโค้งตัวน้อยๆก้มหัวนิดให้กับผู้ตกรอบ
"เอาล่ะส่วนพวกท่านข้าจะอธิบายการทำงานให้พวกท่านฟัง"
หลี่หลิวทราบว่าผู้นำชุมชนมีลายมือที่งดงามจึงให้ท่านร่างสัญญาให้ตามที่นางเอ่ยปาก สำหรับใครที่ฟังแล้วไม่เห็นด้วยสามารถถอนตัวออกได้ทันที ส่วนคนที่รับข้อเสนอของนางก็ให้ลงนามพร้อมประทับลายนิ้วมือ แน่นอนว่าค่าจ้างวานวันล่ะห้าสิบอีแปะทำให้พวกเขายืนเรียงแถวอย่างดีใจ เวลาทำงานเริ่มตอนแปดโมงเช้าเพื่อเตรียมร้านและข้าวของเลิกงานหลังจากเก็บกวาดชะล้างคือตอนบ่ายสามกว่าๆ แน่นอนว่างานค่อยข้างเร่งรีบนางจึงบอกรายละเอียดอย่างชัดเจนจนพวกเขาเข้าใจ เมื่อได้บทสรุปแล้วพวกนางจึงรีบกลับบ้านไปเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะถึงเวลาเริ่มงาน เงินค่าแรงนางก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะให้เบิกทุกสิ้นเดือนระหว่างทำงานจะมีอาหารให้ด้วยหนึ่งมื้อยิ่งทำให้พวกชาวบ้านชอบใจ หลี่หลิวประสบความสำเร็จในครานี้ระดับนึงจึงเอ่ยปากขอบคุณท่านผู้นำและเชิญท่านและครอบครัวไปร่วมทานอาหารเย็นที่บ้านของนาง
"กลับกันเถอะ"
"ขอรับ"
เ้าตัวเล็กที่นั่งดูพี่รองเลือกคนอย่างแข็งขันแถมยังบอกรายละเอียดหยิบย่อยครบทุกอย่างแต่พวกนางก็ยังเซ็นสัญญาอย่างเต็มใจ ท่านพี่ของข้าร้ายกาจสุดๆแถมยังมีความน่าเชื่อถือเอามากๆเลยด้วย โตขึ้นข้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้และจะคอยปกป้องท่านพี่เองหลี่เฉินบอกกับตนเองในใจและมองไปมี่พี่สาวอย่างชื่นชม
"เด็กน้อยผู้นั้นช่างมีความสามารถมากเสียจริง นางสามารถพูดให้ผู้คนคล้อยตามและเคารพในตัวนางได้ด้วยไม่กี่ถ้อยคำ ช่างเป็สตรีที่หาได้ยากยิ่งนัก"
ป๋ายเคอพูดกับบุตรชายอย่างใจเย็น ส่วนป๋ายรุ่ยฉีที่ขอลงนามสัญญาไปเป็เสี่ยวเอ้อได้แต่แอบอมยิ้มบางๆที่มุมบางอย่างพอใจ เพราะนางตกลงกับเขาว่าจะให้ค่าแรงเขาวันล่ะร้อยอีแปะ แต่เขาก็ต้องเร่งรีบในการต้อนรับลูกค้าจนมือประวิงเลยทีเดียวนางกล่าวเช่นนั้น แต่ถึงกระนั้นเขายังคงตอบตกลงเช่นเดิม
"แล้วเ้าไม่เตรียมตัวหรือ นี่ก็จวนจะได้เวลาเริ่มงานแล้วมัวมาอมยิ้มอันใดอยู่ได้"
ป๋ายรุ่ยฉีมองดูเวลาจากพระอาทิตย์แล้วรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่กระชับกระแชงแล้วบอกลาท่านพ่อก่อนจะรีบออกบ้านไป
"ยายแก่เ้าได้งานจริงๆงั้นรึ"
เจียงเสี่ยวหนานถามภรรยาของตนอย่างคับแคลงใจ
"ได้แน่นอนสิ นี่ไงเล่าข้าพึ่งเซ็นสัญญาว่าจ้างมาแถมยังมีผู้นำชุมชนเป็คนร่างสัญญาให้ด้วยนะ"
"งั้นต่อไปครอบครัวเราจะอยู่สุขสบายแล้วสินะ"
"ใช่แล้วล่ะตาแก่"
เจียงหลินน้ำตาซึมถึงนางจะรีบกลับบ้านมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว ทว่านางยังคงเหนื่อยหอบอยู่ไม่น้อย
"ข้าไปก่อนนะตาแก่ เ้าก็สานตระกร้าพรางรอข้าไปก่อนบ่ายแก่ๆข้ากลับมาแล้วค่อยไปดูแปลงนากัน"
เจียงหลินกล่าวจบก็รีบเร่งออกจากบ้านพบว่าเจอแม่นางอีกสามสี่คนที่เซ็นสัญญาไปแล้วเช่นกันจึงเดินรวมกลุ่มไปพร้อมๆกันเพื่อไปเริ่มงาน
"หลีกทางหน่อยๆ"
เสียงรถลากนับห้าคันขนพวกผักและเนื้อสัตว์รวมทั้งเครื่องปรุงมากมายจนพวกนางที่รีบไปบ้านนายจ้างต้องหลบทางให้รถลากพวกนั้น
"บ้านไหนกันที่สั่งข้าวของมาเยอะถึงเพียงนี้"
แม่นางหลินซินหยูผู้มีดวงตาสองชั้นเอ่ยปากถาม
"ก็บ้านนายจ้างพวกท่านนั่นแหละขอรับ รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะสาย"
ป๋ายรุ่ยฉีเดินตามหลังมาพร้อมกับแม่นางอี้เฉินที่แปลว่าพระจันทร์ ป๋ายรุ่ยฉีเขาเอ่ยจบจึงเดินนำหน้าพวกแม่นางน้อยใหญ่ไป
"พ่อหนุ่มป๋าย แล้วเ้าจะไปไหนรึ"
เจียงหลินรีบก้าวขายาวๆเดินมาถามเขา
"ข้าก็ไปทำงานเช่นพวกท่านนั่นแหละ รีบไปก่อนเถอะทำงานวันแรกข้าไม่อยากไปสาย"
"เขารับแต่ผู้หญิงไม่ใช่หรือ"
เจียงหลินถามต่อ
"ข้าเป็เสี่ยวเอ้อรับหน้าที่คอยรับแขก คนล่ะหน้าที่กับพวกท่าน"
"เป็เช่นนี้นี่เอง"
เมื่อคุยกันจบพวกเขาทั้งเจ็ดก็รีบเร่งไปที่ร้านนั่งกิน พอไปถึงเห็นคนของหอวังพากันยกข้าวของลงรถเข้าไปเก็บที่ห้องใต้ถุน ป๋ายรุ่ยฉีเดินไปทักแม่นางน้อยที่ยืนคุมงานอย่างตั้งใจ
"พวกท่านมาแล้วหรือ พวกท่านถอดรองเท้าตรงชั้นไม้ไผ่แล้วตามข้ามาด้านใน พี่ใหญ่เรียกท่านพ่อท่านแม่มาที"
หลี่หลิวเอามือป้องปากตระโกนเข้าไปในครัวสักพักหลี่หงและหวังลู่ก็เดินออกมา หลี่หลิวแนะนำท่านพ่อกับท่านแม่อย่างเป็ทางการว่าสองท่านนี้จะคอยเป็หูเป็ตาคอยสอดส่องดูแลพวกท่าน หากพวกท่านไม่รู้อันใดสามารถถามท่านทั้งสองได้ในภายหลัง
"เอาล่ะข้าจะแบ่งงานให้พวกท่านก่อน ใครที่สามารถทำอาหารงานครัวได้คล่องให้ตามท่านแม่ข้าเข้าไปก่อน"
เจียงหลิน หลินซินหยูและลู่เสี้ยนตามนางหวังที่พึ่งกลายเป็เถ้าแก่เนี้ยเข้าไปในห้องครัวแล้วเริ่มงานหั่นผักหั่นเนื้อ
ส่วนที่เหลือหลี่หลิวบอกว่าพวกท่านต้องคอยเสริฟอาหารเช่นไร ทุกโต๊ะต้องมีอาหารหนึ่งเมนูอยู่สองจานอย่าได้เสริฟ์ผิดพลาด ส่วนป๋ายรุ่ยฉีหากว่างจากรับแขกให้คอยเติมน้ำในกาช่วยพี่ชายของนาง
"พวกเราเข้าใจและเ้าค่ะ/ข้าเข้าใจแล้ว"
พวกเขาทั้งสี่ขานรับอย่างพร้อมเพียง
"ระหว่างรอลูกค้าให้พวกท่านไปช่วยหั่นผักเตรียมไว้ ส่วนแม่ครัวให้หั่นเนื้อจะได้เสร็จเร็วขึ้น"
เมื่อทุกอย่างลงตัวงานหั่นหมูหั่นผักจึงเริ่มต้นขึ้นที่ใต้ถุนบ้านที่กว้างใหญ่ หลี่หลิวบอกว่าตอนนี้จะดูเรียบง่ายก็จริงแต่เมื่อลูกค้าเข้ามาพวกท่านจะเหนื่อยล้าเอามากๆ ดังนั้นใช้เวลาหั่นผักปลาให้คุ้มค่าและเร่งมือให้เสร็จโดยเร็ว โชคดีที่นางสั่งปลามาแบบล้างหั่นเรียบร้อยจึงเบาแรงไปอีกมาก
"ข้าแค่ต้องนั่งหั่นผักเช่นนี้ตลอด่เช้างานก็ไม่ได้หนักหนาอันใดดีจริงๆที่ข้ามาทำงานนี้"
ลู่เสี้ยนแม่นางอกใหญ่กล่าวอย่างยิ้มแย้ม
"พวกท่านมิเคยเห็นแเื่นับร้อย ที่นั่งในร้านแทบเบียดกันอย่าพึ่งกล่าวดีใจไป ข้าเคยพบเจอมาแล้วเมื่อวานยังดีที่มีทางเล็กๆเปิดให้เดินเหินอย่างสะสะดวกมิเช่นนั้นคงลำบากมากเอาการ"
ป๋านรุ่ยฉีกล่าวพร้อมคิดเห็นภาพผู้คนแออัดจนเขาต้องอ้าปากค้าง ไม่คิดมาก่อนว่าร้านที่เปิดใหม่จะมีคนมามากมายถึงเพียงนี้ โชคดีที่โต๊ะถูกวางเรียงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยและเว้นระยะทางไว้ให้เดินเหินอย่างพอควร ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ถูกจองไว้มากกว่าสองร้อยโต๊ะ พวกนางที่รับงานนี้มาต้องมีบ่นอิดออดเป็แน่ แต่ด้วยค่าแรงที่มากเช่นนี้คงพอปิดปากพวกนางไว้มิดได้อย่างแน่นอน
"ท่านพี่เรารับปากแม่นางน้อยไว้ว่าจะส่งพ่อครัวไปช่วยนางทำเช่นไรดีเ้าคะ ทางบุตรชายของเรายังคงไม่ลงมาอีกข้าไม่รู้ว่าเรายังคงจะต้องส่งคนไปอีกหรือไม่"
"รับปากแม่นางน้อยไว้แล้วก็ต้องไป นางคนน้อยถึงเพียงนั้นจะทำอันใดได้เล่าให้นางรอสักหน่อยหากเราไม่ช่วยนางจะได้รู้ว่าบุตรชายของเรามีค่าแค่ไหน อีกอย่างเราก็ควรไปทำหน้าที่ของเราได้แล้วเดี๋ยวข้าจะบอกเว่ยหนิงไว้ว่าเวลาเที่ยงค่อยไปส่งพ่อครัว"
"นางจะไม่เคืองโกรธหรือเ้าคะ ตอนเช้าท่านยังเข้าข้างนางอยู่เลยนะเ้าคะ"
"ข้าเห็นบุตรชายที่ทุกข์ใจถึงเพียงนั้นแม้แต่ข้าวปลายังไม่ยอมกินจะให้ข้าลงโทษพวกเขาด้วยวิธีนี้สักหน่อยไม่ได้เลยหรือ"
"แต่นี้เราเป็ผู้ใหญ่นะเ้าคะ จะให้คืนคำได้เช่นไรอย่างไรเสียข้าจะส่งคนไปตามเดิม"
สืออิงเดินไปชั้นสองก่อนที่นางจะเคาะประตู ประตูบานไม้ก็ถูกเปิดออกมา
"ท่านแม่"
"เ้าเป็เช่นไรลูกแม่"
"ข้าสบายดีขอรับ ข้าได้ไตร่ตรองแล้วนางยังเด็กมากจริงๆข้าจะเอาความเสมอต้นเสมอปลายของข้าไปใช้กับนางหากนางโตขึ้นข้าค่อยถามนางอีกทีขอรับ"
"เ้ากล่าวได้ถูกต้อง นางยังเด็กเกินไปเ้าควรค่อยๆสภาพรักตอนนางโตกว่านี้ก็ยังไม่สาย ตอนนี้เ้าควรรีบแสดงความจริงใจให้นางได้เห็นและแสดงความห่วงใยอย่างพอเหมาะ และไม่กดดันนางข้าเชื่อว่าบุตรชายข้าจะสมหวังในที่สุด แต่หากว่าเ้าทำดีมากพอแล้วนางไม่หันมามอง เ้าก็ต้องเผื่อใจไว้สักหน่อยนะ"
"ขอรับท่านแม่ใหญ่"
สืออิงโอบกอดบุตรชายด้วยความดีใจที่เขาคิดได้เร็วเช่นนี้ก่อนจะบอกให้เว่ยหนิงไปตามพ่อครัวสองสามคนแล้วให้พวกเขาขึ้นรถไปพร้อมกับบุตรชาย
"หากเขาชอบพอคนรุ่นราวคราวเดียวกันคงจะไม่ต้องเป็ทุกข์ใจเช่นนี้"
สือหานโอบไหล่ภรรยามองดูรถม้าของสือไท่จากไปแล้วค่อยไปทำหน้าตนกับภรรยาตามเดิม
รถม้าน้อยใหญ่ถูกจอดเรียงรายอย่างเป็ระเบียบตามที่แม่นางน้อยบอก ทำให้การสัญจรดูราบรื่นกว่าวันแรกเป็อย่างมากท่านพ่อและป๋ายรุ่ยฉีคอยรับแเื่เข้าร้าน บริการน้ำชาอย่างคล่องมือ ส่วนด้านในห้องครัวหลี่หลิวเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมดทำให้งานราบรื่นนางรีบทำเมนูบางอย่างไว้รอแขก ก่อนหน้านั่นก็คือยำแตงกวาเพราะเมนูนี้สามารถเรียกน้ำย่อยได้อย่างดีกลุ่มแขกทะยอยพากันเข้าร้าน แม่นางที่รับหน้าที่จัดวางอาหารก็ทำตามที่หลี่หลิวบอกอย่างไม่อิดออดและคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้าได้อย่างดี ในครัวมีเสียงเคาะกะทะดังมาเป็ระยะจนอาหารถูกจัดวางครบทุกเมนู หนึ่งโต๊ะมีจานอาหารมากกว่าสิบจานแปดเมนูเมื่อครบเวลาหนึ่งชั่วยามลูกค้ากลุ่มแรกทยอยออกร้านและมีกลุ่มใหม่เข้ามาแทนที่ ่เวลานี้หลี่หลิวให้คนงานออกไปช่วยกันเก็บโต๊ะทำความสะอาดอย่างดีก่อนที่จะลงมือเสริฟอาหารตามลำดับ วันนี้นางรับมาทั้งหมดสองร้อยโต๊ะซึ่งวันนี้ส่วนใหญ่ได้รับคำแนะนำมาจากกลุ่มคนที่มาเมื่อวาน พวกเขาดูมีความสุขกับการทานอาหารทำให้แม่นางที่จัดส่งอาหารมีรอยยิ้มสดใสประดับบนใบหน้าอย่างชัดเจน เมื่อคนครัวหั่นผักปลาเสร็จก็ต้องไปล้างจานชามรอแขกรอบถัดไป ข้าวของที่เตรียมมานับห้ารถลากถูกใช้ไปเกือบหมด ส่วนสื่อไท่ที่มาทีหลังก็ต้องไปคอยช่วยเติมน้ำในกาน้ำ พ่อครัวที่น้ำมากลับไม่ได้เข้าเตาแต่อย่างใดได้แต่คอยหั่นเนื้อและสังเกตวิธีการปลุงของแม่นางน้อยเพียงเท่านั้น
เมื่อแเื่กลับกันหมดคนงานก็เก็บถ้วยชามไปล้างส่วนพ่อครัวที่สือไท่นำมาก็ต้องช่วยทำความสะอาดโต๊ะจัดระเบียบให้เข้าที่ หลี่หลิวยังคงทำเมนูอาหารเพิ่มอีกสี่ห้าอย่างก่อนจะเรียกคนงานเอามาจัดโต๊ะแล้วให้พวกเขาได้กินอิ่มท้อง ก่อนหลับพวกเขาก็ช่วยนางทำความสะอาดอย่างเป็ระเบียบ
"ขอบคุณพวกท่านที่ทำงานหนักนะเ้าคะ"
หลี่หลิวเดินออกมาส่งป๋ายรุ่ยฉีและคนงานคนนางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"พวกเราต่างหากเล่าที่ต้องขอบคุณแม่นางที่ให้งานพวกเราทำแถมยังได้กินอาหารที่อร่อยเช่นนั้นอีก"
เจียงหลินกล่าวและมีเสียงพวกคนงานคอยกล่าวขอบคุณนางสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกับบ้าน
"ท่านป๋ายไว้เจอกันตอนมื้อเย็นนะเ้าคะ"
เมื่อแม่นางน้อยใหญ่ไปกันหมดเห็นป๋ายรุ่ยฉีมองไปยังสือไท่ที่เล่นกับหลี่เฉินจึงได้แต่มองอย่างอิจฉา เมื่อได้ยินนางบอกว่าไว้เจอกันมื้อเย็นใจของเขาค่อยรู้สึกปรีดาขึ้นมาก่อนจะกล่าวลาไป
เมื่อสือไท่เห็นว่าคนงานของนางที่จ้างวานกลับไปหมดเขาไม่รอช้า รีบเดินสารภาพรักกับแม่นางน้อยและกล่าวขอโทษในท่าทีอันไม่เหมาะสมใน่เช้าที่เขาแสดงออกมา หลี่หลิวไม่ได้คิดอันใดอยู่แล้วจึงบอกไปว่านางยังไม่คิดเื่รักใคร่หวังแค่ให้ครอบครัวเป็สุข และด้วยอายุของนางเพียงเท่านี้นางคงไม่รีบร้อนถึงเพียงนั้น เมื่อได้ฟังคำกล่าวของนางเขาจึงยิ้มอย่างเข้าใจว่าเป็เขาที่รีบเร่งมากเกินไปจนทำให้นางเคืองโกรธ
"ถ้าเช่นนั้นเมื่อเ้าอายุเข้าถึงวัยข้าจะยังพอมีโอกาสอยู่หรือไม่"
สือไท่ทำสีหน้าจริงจังมองแม่นางน้อยที่ปอยผมเปียกชุ่มไปด้วยน้ำล้างหน้า
"หากท่านยังรอได้ถึงตอนนั้นและมั่นคง ข้าอาจจะยินดีรับท่านไว้พิจารณา"
หลิวหลี่ยิ้มอ่อนก่อนจะเดินเข้าบ้านไปหาท่านพ่อที่ใต้ถุนที่กำลังนับอีแปะกับท่านแม่และพี่ใหญ่อย่างเมามัน
สือไท่ยิ้มแก้มปรินางบอกว่าหากเขารอนางได้เขาก็จะได้รับโอกาส ทำให้เขายิ้มไม่หุบเลยก็ว่าได้
"เอ่อ นายน้อยเรากลับกันเถอะขอรับ"
เว่ยหนิงเรียกนายน้อยของตนที่ยืนยิ้มโง่ๆอยู่หน้าบ้านสกุลหลี่ก่อนจะพยุงเขาขึ้นรถม้าอย่างว่าง่ายแล้วออกรถมุ่งกลับบ้านพักไป พ่อครัวที่ได้มาช่วยงานในครานี้ยังไม่มีเวลาได้เรียนรู้อะไรก็ต้องแห้วรับประทานกลับบ้านไปทั้งแบบนั้น แถมแม่นางน้อยยังบอกว่านางได้คนครัวครบแล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องลำบากมากอีกก็ได้ นั่นยิ่งทำให้พวกเขาท้อใจเป็อย่างมาก อาหารมื้อเที่ยงที่นางทำให้พวกเขากินทำให้พวกเขาอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้นทว่านางก็ตัดช่องทางการเรียนรู้ไปเสียแล้ว
"นายน้อยได้โปรดช่วยให้ข้าได้ไปเป็ลูกมือของแม่นางน้อยด้วยเถิด"
หัวหน้าพ่อครัวนั่งลงคุกเข่าข้างๆเก้าอี้ที่สือไท่นั่งอยู่
"เหตุใดเล่าเ้าทำงานไม่เข้าตาแม่นางน้อยหรือ"
สืออิงกับสามีกลับมาถึงบ้านก่อนสือไท่ถามจึงถามอย่างสงสัย ทว่าบุตรชายตนยังคงมีรอยยิ้มอยู่เช่นเคยและไม่ตอบอันใด
"ไม่ใช่ทั้งหมดขอรับนายหญิง วันนี้แม่นางน้อยได้คนงานมาเจ็ดคนถือว่าครบครันแล้วขอรับ"
เว่ยหนิงตอบไปตามที่รู้มา ว่านางไปคัดเลือกคนมาเองกับมือและจ่ายค่าแรงคนงานวันล่ะห้าสิบอีแปะนั่นทำให้งานของนางราบรื่นเอามากๆจนไม่มีที่ให้พ่อครัวเข้าไปแทรกแซงได้เลย
"นางหาคนได้เร็วเช่นนี้เลยหรือ ถึงเราไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยนางก็คงจัดการทุกอย่างได้อยู่ดี"
สือหานยกชาขึ้นมาเป่าก่อนจะจิบชาร้อนที่อุ่นแล้วทีล่ะนิด
"นายท่านอาหารของแม่นางแปลกใหม่และมีรสชาติที่ติดลิ้น แค่ได้กลิ่นก็ชวนชิมแถมยังอร่อยอย่างน่าอัศจรรย์ข้าอยากไปเรียนรู้จริงๆนะขอรับ"
หัวหน้าพ่อครัวได้แต่อ้อนวอนเ้านายอย่างขอความเห็นใจ ทว่าก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆมาเลย
"พรุ่งนี้ข้าจะไปช่วยทำแปลงผักหากเ้ามีใจก็ให้ไปพร้อมข้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นพ่อครอบครัวน้อยใหญ่ทั้งสามกล่าวขอบคุณนายน้อยและบอกจะทำงานให้สุดกำลัง หลังจากที่พวกเขาสังเกตแม่นางน้อยมาค่อนวัน ทำให้พวกเขารู้เลยทันทีว่านางชอบคนขยันคล่องตัวไม่อิดออดซึ่งพวกเขาสามารถทำมันได้ดีอย่างแน่นอนจึงพากันตอบรับด้วยความยินดี
"พวกเ้าได้ฝึกปรือก็ดีอยู่หรอก แล้วอาหารค่ำข้าล่ะพวกเ้าทำกันหรือยัง"
สือเอ็ดคนครัวของตนจนพวกเขารีบวิ่งเข้าครัวไปทำมื้อค่ำไว้รอผู้เป็นาย
สือหานถอนหายใจลูกชายนางก็จะแย่งไปแถมคนครัวนางยังจะพรากไปอีกช่างไม่ยุติธรรมเอาเสีย สือหานลุกขึ้นยืนเข้าเดินเข้าห้องหนังสือไปทั้งแบบนั้นพอเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของบุตรชายก็เข้าใจในทันทีว่านางยังเปิดใจอยู่บ้าง แต่คนเช่นนางจะยอมแต่งเข้าบ้านเขาหรืออย่าให้เป็อย่างที่ข้าคิดเลยว่าข้าจะต้องให้บุตรชายแต่งเข้าบ้านของนางแทน