*
ชื่อ : ลากูน เรย์นอ
อาชีพ : บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่น
ระดับ : S+
เลเวล : 1
ขั้น : 0
ความแข็งแกร่ง : 32 (+64)
ความทนทาน : 25 (+25)
ความเร็ว : 22 (+22)
ความอึด : 26
มานา : 24
แต้มิญญา : 8
สกิลใช้งาน : ฟ้าลั่น , แยกปฐี , ฟ้าคำราม , ประกายอัสนี , กลืนอัสนีบาต , หมัดราชันย์
สกิลติดตัว : กายหลอมวัชระ , พลังช้างสาร , คลั่งต่อสู้ , กายเนื้ออัสนีบาต
สกิลแฝง : ระบำดาบเทพอัสนี , คลุมอัสนี , ….
*
ฟ้าลั่น : เรียกสายฟ้าเส้นหนึ่งลงมาสถิตที่ร่างของบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่น การโจมตีจะมีเอฟเฟคสายฟ้าฟาดทุกครั้งที่โจมตีออกไปทำให้ศัตรูเกิดอาการชา เพิ่มความแข็งแกร่ง +150% ความเร็ว +150% ความทนทาน+150%
แสดงผล : 5นาที
คูลดาวน์ : 1ชั่วโมง
มานาที่ใช้ : 15/ครั้ง
แยกปฐี : สร้างคลื่นพลังคมดาบขึ้นมาจากมานาและหลอมรวมเข้ากับความแข็งแกร่งของบาร์บาเรี่ยนฟ้าลั่น ความเสียหาย +150%ของความแข็งแกร่ง
คูลดาวน์ : 10นาที
มานาที่ใช้ : 12/ครั้ง
ฟ้าคำราม : เสียงคำรามแห่งความกระหายเืของบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นดังดังเหมือนฟ้าร้องฟ้าลั่น ทำให้ศัตรูที่ได้ยินมึนงง และหยุดชะงัก
ผล : ทำให้ศัตรูที่ได้ยินมึนงง มานาปั่นป่วน เสียการควบคุมร่างกาย สกิลที่มีผลเสริมต่อศัตรูที่ได้ยินเสียงคำรามจะหายไป 5วินาที
มานาที่ใช้ : 20/ครั้ง
คูลดาวน์ : 5นาที
ประกายอัสนี : ท่าร่างที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วดั่งอัสนีบาต
ผล : พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับพลังสายฟ้าได้7ครั้ง แต่ละครั้งมีระยะ500ม. หรือต่ำกว่าตามใจผู้ใช้ ความเร็ว+150%
มานาที่ใช้ : 15/ชุด 1ชุด=7ครั้ง
คูลดาวน์ : 2.30นาที
กลืนอัสนีบาต : บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นสามารถกลืนกินสายฟ้าจากธรรมชาติและกักเก็บเอาไว้ในร่างกายเพื่อะเิออกมาได้ ผู้ใช้สามารถกักเก็บสายฟ้าเอาไว้ได้นานเท่าที่ตนเองจะใช้ได้
ผล : สร้างความเสียหายสายฟ้า250%ต่อทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในรัศมี1กิโลเมตรรอบตัวของผู้ใช้
มานาที่ใช้ : 30/ครั้ง
คูลดาวน์ : 10นาที
หมัดราชันย์ : เนื่องจากบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นเป็เผ่าคนเถื่อนที่มีพลังความแข็งแกร่งอันมหาศาลมาั้แ่เกิด จึงชอบต่อสู้เป็ชีวิตจิตใจ และกำปั้นก็ถือว่าเป็หนึ่งในทักษะที่บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นเชี่ยวชาญ
ผล : บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นชกหมัดออกไป10ครั้งติดตากันด้วยพลังความแข็งแกร่งอันล้นเหลือ +350%ของความแข็งแกร่ง
มานาที่ใช้ : ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะเลือก 100%ของความแข็งแกร่ง 25/ครั้ง
150% 35/ครั้ง
200% 50/ครั้ง
350% 100/ครั้ง
กายหลอมวัชระ : บาร์บาเรี่ยนฟ้าลั่นสามารถใช้สายฟ้าเพื่อหลอมร่างกายของตนเองได้
ระดับ 1 : ความแข็งแกร่ง +50%
ความเร็ว +50%
ความทนทาน +75%
ความอึด+25%
มานา+15%
ระดับ 2 : ความแข็งแกร่ง +75%
ความเร็ว +75%
ความทนทาน +100%
ความอึด+40%
มานา+25%
ระดับ 3 : ความแข็งแกร่ง +100%
ความเร็ว +100%
ความทนทาน +125%
ความอึด+55%
มานา+35%
ระดับ 4 : ความแข็งแกร่ง +125%
ความเร็ว +125%
ความทนทาน +150%
ความอึด+70%
มานา+45%
ระดับ 5 : ความแข็งแกร่ง +150%
ความเร็ว +150%
ความทนทาน +175%
ความอึด+85%
มานา+55%
ระดับ 6 : ความแข็งแกร่ง +175%
ความเร็ว +175%
ความทนทาน +200%
ความอึด+100%
มานา+65%
ระดับ 7 : ความแข็งแกร่ง +200%
ความเร็ว +200%
ความทนทาน +225%
ความอึด+115%
มานา+75%
พลังช้างสาร : ความแข็งแกร่ง+200%
คลั่งต่อสู้ : เมื่อบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นต่อสู้กับศัตรู ยิ่งการต่อสู้ยืดเยื้อมากเท่าไหร่พลังของบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
สู้นาน30นาที เพิ่ม25% ทุกค่า
สู้นาน1ชั่วโมง เพิ่ม50% ทุกค่า
สู้นาน2ชั่วโมง เพิ่ม75% ทุกค่า
สู้นาน4ชั่วโมง เพิ่ม100% ทุกค่า
สู้นาน6ชั่วโมง เพิ่ม125% ทุกค่า
สู้นาน8ชั่วโมง เพิ่ม150% ทุกค่า
สู้นาน10ชั่วโมง เพิ่ม175% ทุกค่า
สู้นาน1วัน เพิ่ม200% ทุกค่า
กายเนื้ออัสนีบาต : ร่างของบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นที่ถูกหลอมรวมหลอมกลั่นโดยสายฟ้าจนกลายเป็ร่างอัสนีบาตที่ไม่เกรงกลัวสายฟ้า
ผล : ผู้มีร่างอัสนีบาตจะทำให้ ความเร็วและความทนทานเพิ่มขึ้น +ความเร็ว 100% +ความทนทาน100%
มองดูข้อมูลพื้นฐานและเห็นข้อมูลสกิลของการ์ดบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นแล้วดวงตาของวรรณชัยก็ถึงกับเบิกกว้างทันที อย่างแรกเลยที่มันทำให้เขาในั้นก็คือ ค่าสถานะพื้นฐานของบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นนั้นเต็มเพดานของระดับSเลยทีเดียว
ซึ่งในแต่ละระดับ จะมีเพดานของค่าสถานะพื้นฐานเริ่มต้น ตัวอย่างเช่น
ระดับ G ค่าสถานะรวม 20-29
ระดับ F ค่าสถานะรวม 30-39
ระดับ E ค่าสถานะรวม 40-49
ระดับ D ค่าสถานะรวม 50-59
ระดับ C ค่าสถานะรวม 60-69
ระดับ B ค่าสถานะรวม 70-79
ระดับ A ค่าสถานะรวม 90-99
ระดับ S ค่าสถานะรวม 120-129
ดูว่าค่าสถานะเริ่มต้นของแต่ละระดับนั้นต่างกัน และที่เห็นได้ชัดที่สุดของความต่างกันนั่นก็คือระดับAขึ้นไป จะเห็นได้ว่าค่าสถานะพื้นฐานะโจาก 79ของเพดานระดับBไปที่90โดยตรง
และข้อมูลสกิลที่วรรณชัยอ่านมามันแทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้เองที่ทำให้เขาแทบจะกรีดร้องออกมาเสียงดัง เขาไม่คิดเลยว่าหมู่บ้านสายหมอกจะให้ของตอบแทนที่อลังการและมีประโยชน์เช่นนี้แก่เขา
ซึ่งนั่นยังไม่นับรวมสกิลแฝงเร้นอีกมากมายที่ยังไม่ได้ตรวจดูอีก เรียกได้ว่าสมกับเป็การ์ดิญญาระดับS+เลยจริงๆ เรียกได้ว่าอยู่ระดับเดียวกับเหล่าปีศาจะและเทพนักรบที่เขาเคยมีเลยทีเดียวเชียว
ขณะที่วรรณชัยกำลังจะตรวจสอบของอย่างอื่นที่ตนได้มา เขาก็ได้ยินเสียงของนายทหารข้างๆเรียกเขา
" นายน้อยเราไม่มีเวลาแล้ว ! เราต้องรีบหนีไปตอนนี้เลย ท่านไตรวิทย์จะช่วยยื้อเวลาเพื่อให้ท่านหนีไป !"
ได้ยินดังนั้นวรรณชัยก็มองไปยังกลุ่มหมาป่าที่ตีวงล้อมพวกเขาเข้ามาเรื่อยๆ หากเป็แบบนี้ต่อไปอีกไม่นานพวกเขาคงต้องเข้าปะทะกันอย่างแน่นอน
แม้ว่าวรรณชัยจะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงเรียกเขาว่านายน้อย แต่วรรณชัยก็ไม่ได้ตื่นตระหนกหรือทำอะไรที่เป็ผลเสียต่อตัวเอง
เขาเคยมีประสบการณ์แบบนี้อยู่บ้างตอนที่ยังเล่นเกมเมื่อเขารับภารกิจบางอย่าง บางครั้งพวกเขาก็จะถูกวาปไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จักและต้องสวมบทบาทเป็คนผู้นั้น จากนั้นจึงค่อยทำภารกิจให้สำเสร็จแล้วระบบก็จะให้รางวัลและส่งเขากลับไปยังสถานที่เดิม
นั่นคือประสบการณ์ที่เขาเคยพบมาตอนอยู่ในเกม แต่ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหนโลกสมมติหรือว่าโลกจริงกันแน่ ? แต่ที่เขารู้คือเขาน่าจะมาแทนที่คนที่เป็นายน้อยของกลุ่มทหารเหล่านี้อย่างแน่นอน !
และหากอยากจะรู้ว่าตอนนี้เป็โลกสมมติหรือโลกจริงได้ก็ต่อเมื่อเขารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้แล้วเท่านั้น หากเขาผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ เขาก็เชื่อว่าเขาคงจะมีเวลาให้พิสูจน์อีกมากมาย
" ไม่ต้อง ! บอกทุกคนว่าให้เตรียมตัวป้องกันอย่างสุดชีวิต หากหมาป่าลมกรดหลุดเข้ามาได้ ก็ให้รีบสังหารมันทันที "
วรรณชัยหันหน้าไปมองนายทหารที่เข้ามาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงขึงขังและราบเรียบบ่งบอกว่าเขาไม่มีความลังลังเลเลยแม้แต่น้อย
" แต่ว่านายน้อย.." นายทหารพยายามจะคัดค้านการตัดสินใจของวรรณชัย แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดจบประโยควรรณชัยก็พูดแทรกขึ้นมา
" ไม่มีแต่ ! นี่คือคำสั่ง ! และต้องทำเดี๋ยวนี้ !" คราวนี้น้ำเสียงของวรรณชัยกลายเป็เด็ดขาดและปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเล็กน้อย
นายทหารที่ได้ฟังดังนั้นก็ตัวสั่นเทิ้มไปทันที แม้จะอยากคัดต้านแต่พวกเขาเป็ทหารจึงไม่อาจขัดคำสั่งผู้เป็นายได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงกลั้นใจต่อสู้ไปจนตัวตายเท่านั้น
" ทหารทุกนายรับคำสั่งจากนายน้อย ! ทุกนายเข้าสู่รูปแบบป้องกันอย่างเต็มรูปแบบ ต้านทานหมาป่าลมกรดที่หลุดรอดเข้ามาและสังหารมันซะ ! "
นายทหารที่ล้อมวรรณชัย หันมามองหน้าวรรณชัยอย่างพร้อมเพรียงกัน บ้างก็มีความสับสนอยู่บนใบหน้า บ้างก็ไม่ยอมรับและ้าให้วรรณขัยหนีไป บ้างก็เลื่อมใสในการตัดสินใจอันเด็ดขาดและเบือกที่จะตกตายไปด้วยกัน ของวรรณชัยในครั้งนี้
" ทหารทุกนายเข้าสู่รูปแบบป้องกัน !" ไตรวิทย์ที่ได้ยินการตัดสินใจของวรรณชัย เขาก็ะโสั่งทหารที่ยังคงมีความลังเล แม้เขาจะอยากให้วรรณขัยหนีออกไปพร้อมทหารบางส่วนมากกว่าก็ตาม
แต่นี่เป็การตัดสินใจของวรรณชัยเขาก็ไม่ควรที่จะขัดคำสั่งของวรรณชัย
" เปิดใช้งานหุ่นไม้ผ่าดาว !" เมื่อเห็นว่าทุกคนเตรียมพร้อมการป้องกันเรียบร้อยแล้ว
วรรณชัยก็เปิดใช้งานหุ่นไม้ที่เขาได้รับมาทันที ร่างของหุ่นไม้อันปราณีตและวิจิตราก็ปรากฎขึ้นมาตรงหน้าของเขา ก่อนที่คำพูดของเขาจะดังขึ้นอีกครั้ง
" สวมใส่การ์ดบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นไปยังหุ่นไม้ผ่าดาว !" การ์ดสีแดงขอบม่วง มุมขวาบนและซ้ายล่างของการ์ดมีตัวหนังสือS+สีทองประกายแดงประดับอยู่ลอยออกมาจากช่องเก็บของมาอยู่ตรงหน้าของวรรณชัยและหมุนไปมาสักพัก
ก่อนที่มันจะกลายเป็ลำแสงสีทองพุ่งเข้าไปในร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวและเรืองแสงออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นร่างของหุ่นไม้ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นักรบที่สวมใส่ชุดเกราะเต็มตัวสีม่วงอมแดง มีประกายสายฟ้าสีม่วงแดงลั่นเปรี้ยะปร๊ะล้มรอบไปมาทั่วร่าง
ตรงเอวของนักรบนั้นมีดาบคู่หนึ่งห้อยอยู่ และเมื่อวรรณชัยตรวจดูในช่องเก็บของของเขาก็พบว่าดาย
บระดับDที่เขาได้มานั้นหายไปแล้ว นั่นหมายความว่าดาบที่สะพายอยู่ที่เอวของนักรบคนนั้นเป็ดาบของเขานั่นเอง
ว่าแล้วทันทีที่ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวปรากฎขึ้น มันก็พุ่งไปหาหมาป่าลมกรดทันที พร้อมกับชักดาบที่ห้อยอยู่ข้างเอวทั้งสองขึ้นมาและฟันไปที่หมาป่าลมกรดอย่างรวดเร็ว
ฉั่วะ ~
ดาบในมือของหุ่นไม้ผ่าดาวสามารถผ่าร่างของหมาป่าลมกรดออกเป็สองส่วนได้อย่างง่ายดาย
วูป ~
ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวเรืองแสงขึ้นมา บ่งบอกว่าเขาเลเวลอัพแล้วนั่นเอง และในเวลาเดียวกันนั้นร่างของวรรณชัยที่อยู่ในวงล้อมของเหล่าทหารก็เรืองแสงขึ้นมาเช่นกัน
[ หุ่นไม้ผ่าดาว(บาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่น) สังหารหมาป่าลมกรดระดับEเลเวล24สำเร็จท่านได้รับค่าประสบการณ์ 550 ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
.
.
.
เลเวลของวรรณชัยพุ่งมาเป็เลเวล5ในทันที ส่วนของหุ่นไม้ผ่าดาวนั้นเขาเลเวลพุ่งไปที่เลเวล10ในทันที
ความพิเศษของหุ่นที่เขาอัญเชิญออกมานั่นก็คือ มันจะแบ่งค่าประสบการณ์มาให้เขา10%ทุกครั้งที่สังหารได้ แม้ว่าหุ่นไม้ตัวนี้จะไม่ใช่เขาที่อัญเชิญออกมาก็ตาม แต่มันก็ยังนับเขาให้เป็เ้าของ ดังนั้นทันทีที่หุ่นไม้สังหารได้ เขาจึงได้รับค่าประสบการณ์มาด้วย
*เงื่อนไขการเลื่อนระดับ(G-F) : สังหารมอนสเตอร์ด้วยตนเองจนถึงเลเวล10
*เงื่อนไขในการปลดผนึก [ สวมใส่ ] : จุติหนึ่งครั้ง ได้รับการ์ดเปล่าระดับ F 10ใบ
เมื่อเห็นว่าเลเวลของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วรรณชัยก็เปิดเงื่อนไขในการเลื่อนระดับของเขาขึ้นมา
" ยังคงเหมือนเดิมแฮะ.." มองดูเงิ่อนไขมนการเลื่อนระดับ วรรณชัยก็พยักหน้าเบาๆ เพราะมันก็เหมือนกับที่เขารับรู้
หากเป็แบบนี้เขาก็ไม่ต้องเปลืองแรงไปสังหารมอนสเตอร์เพื่อเก็บเลเวลเอง แค่ปล่อยให้หุ่นผ่าดาวจัดกาน เงื่อนไขของเขาก็สามารถเติมเต็มได้
ที่สามารถเติมเต็มได้นั่นเพราะหุ่นผ่าดาวเป็ความสามารถของเขาเอง มันจึงไม่นับเป็คนอื่นสังหาร เมื่อมันสังหารก็เหมือนกับเขาสังหารเอง
ดังนั้นจึงบอกได้ว่าเขาสังหารด้วยตัวเองโดยไม่มีใครช่วยเหลือนั่นเอง
เมื่อเห็นเลเวลของตนเองค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้ดวงตาของวรรณชัยก็สว่างวาบขึ้นมา นั่นเพราะเมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่เขาใช้เวลาเก็บเลเวลจาก1ไป10นั้นเขาใช้เวลากว่า3วันเต็มๆในการล่า !
นั่นเพราะค่าสถานะทุกอย่างเป็เลข1ของเขานั่นเอง ! ทำให้กว่าจะจัดการมอนสเตอร์แต่ละตัวได้ก็ทำเอาเขาหืดขึ้นคอเลยทีเดียว
มันช่างต่างจากตอนนี้มากนักที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลยค่าประสบการณ์ก็ไหลเข้ามาหาเขาราวกับน้ำหลาก
[ ยินดีด้วยท่านได้รับการ์ดเปล่านะดับE*1 ]
[ยินดีด้วยท่านได้รับการ์ดิญญา นักรบหมาป่าลมกรด ระดับE*1 ]
.
.
.
[ ยินดีด้วยท่านได้รับการ์ดเปล่านะดับF*1 ]
[ยินดีด้วยท่านได้รับการ์ดิญญา นักรบหมาป่าลมกรด ระดับF*1 ]
เพียงแค่ไม่ถึง1นาที หุ่นไม้ผ่าดาวของเขาก็สามารถจัดการกับหมาป่าลมกรดได้สำเร็จทันหมด เป็การสังหารที่ง่ายดายยิ่งนัก !
วรรณชัยตรวจสอบเลลของหุ่นไม้ผ่าดาวดู เขาก็เห็นว่ามันเลเวล15แล้ว ส่วนเขาในตอนนี้ก็เลเวล9แล้วเช่นกัน อีกเพียงแค่1เลเวลเขาก็สามารถเลื่อนระดับให้กับตนเองได้แล้ว
เหล่านายทหารที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็กลายเป็แข็งค้างอยู่ในท่าป้องกันอย่างนั้น พวกเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย และยังไม่ทันที่จะได้ปรับอารมณ์อะไรเลยที่อยู่ๆพวกเขาก็เห็นว่าหุ่นไม้ที่โผล่ออกมาจากอากาศธาตุนั้นกำจัดเหล่าหมาป่าลมกลดทั้ง10กว่าตัวจนสิ้นแล้ว ในเวลาเพียงไม่นาน
ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงมองไปยังร่างของหมาป่าลมกรดที่พวกเขาหวาดกลัวนักในก่อนหน้านี้อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
" นายน้อย… นี่มัน.." เป็ไตรวิทย์ที่สามารถควบคุมตนเองได้และได้สติก่อนใครถามวรรณชัยที่อยู่ไม่ไกลนัก
" เื่พวกนั้นช่างมันก่อน เรารีบหาทางออกจากที่นี่และไปหาที่ปลอดภัยกันก่อนเถอะ " วรรณชัยหลีกเลี่ยงคำถามของไตรวิทย์ เขายังไม่อยากตอบคำถามของไตรวิทย์ในตอนนี้
" อ่า… ช่างน่าละอายยิ่งนักที่ข้าน้อยไม่สามารถปกปิดความอยากรู้อยากเห็นได้และทำให้ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือการปกป้องนายน้อยและออกจากป่าอสูรคลั่งนี้ไป.. " ไตรวิทย์กล่าวด้วยน้ำเสียงระอายใจ ที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้
ดังนั้นเขาจึงรีบไปจัดขบวนของนายทหารที่อยู่ในความดูแลอีกครั้งและจัดการคุ้มกันวรรณชัยในทันที