ตอนที่ 15 วินาทีเป็ตาย
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินเดินไปตามสะพานที่ไร้สิ้นสุดด้วยความรู้สึกที่หวาดหวั่น แม้เขาจะแกร่งกล้าเพียงใด อย่างไรเขาก็ยังคงเป็เด็กสิบขวบคนหนึ่งเท่านั้น
แต่ทว่าการเดินทางนี้มันก็ไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น เพราะมันยังมีอุปสรรคอย่างเช่นสายลม
ใช่แล้ว มันยังมีสายลมจากที่สูงและทำให้สะพานแห่งนี้กวัดแกว่งอย่างไร้การทรงตัว
มือน้อยพยายามจับยึดมันเอาไว้
“นี่มันลมอะไรกัน?” เมอร์ลินแปลกใจกับสายลมที่จู่ๆ ก็พัดเข้ามา และเขาก็สงสัยว่ามันไม่ใช่สายลมปกติ เพราะรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าว
ครืน .....
สายลมนั้นเริ่มทำให้เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อน จนเขาต้องก้มลงคุดเข่าเพื่อหลบการพัดผ่านของสายลมนี้
“มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันเนี้ย!”
หลังจากสายลมนั้นผ่านไป เมอร์ลินก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้เขาไม่สามารถถอยหลังกลับได้อีกแล้ว ดังนั้นจึงต้องมุ่งตรงไปข้างหน้าต่อไป
การเดินทางบนสะพานเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นสายลมร้อนก็ยังพัดผ่านมาเป็ระลอก และในเวลานั้นเอง ...
ตึง!
เสียงอึกทึกเสียงหนึ่งดังขึ้น มันคล้ายกับเสียงกลองที่ดังสนั่น และเสียงนี้ก็ทำให้หัวใจของเมอร์ลินสั่นไหวอย่างรุนแรง
มือน้อยกุมกลางอก
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ราวกับหัวใจกำลังจะทะลุออกมาอย่างไรอย่างนั้น
“จะไปอีกไหม?” เมอร์ลินอดที่จะเอ่ยถามตัวเองไม่ได้
ตอนนี้เขาพบว่ายิ่งตนเองเดินทางบนสะพานนี้เท่าไหร่ เขาก็เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เขาในตอนนี้ก็มีตัวเลือกไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงต้องลุกขึ้นจับราวสะพานแล้วก้าวเดินต่อไป
ตึง!
เสียงกลองดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันมาพร้อมกับสายลมร้อน
เมอร์ลินทรุดลงตรงนั้นในแทบจะทันที เขากุมหัวใจของตนเอง การเต้นของหัวใจนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับจะรับมันไว้ไม่ไหว
ตึง!
อ๊ากกกกก
เด็กน้อยอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความทรมานเป็อย่างมาก
ทั้งเสียงกลองและสายลมร้อน ทั้งสองไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยวัยสิบขวบจะสามารถรับได้ไหว
แม้ว่าเขาจะมีแม่ที่เป็แม่มด แต่อย่างไรเขาก็เป็แค่เด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ตึง!
ตึง!
ตึง!
เสียงกลองและสายลมร้อนค่อยๆ ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนว่าการเดินบนสะพานแห่งนี้จะไม่ใช่เื่ที่ง่ายอีกต่อไป อย่างไรก็ตามการจะหันหลังกลับก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะปลายทางมันไม่ต่างไปจากการะโลงจากสะพานแห่งนี้อยู่แล้ว
ตึง!
อ๊ากกกกกกกกกกก
เมอร์ลินเริ่มดิ้นอย่างทุรนทุราย ความทรมานจากเสียงกลองนั้นไม่ต่างไปจากการถูกทรมานในห้องขังที่ดำมืด
ร่างเล็กค่อยๆ ดิ้นพล่านอยู่ตรงนั้น
จนกระทั่ง ...
ผลัก!
ร่างของเขาเกิดพลัดตกลงมาจากสะพาน
ร่างเล็กไม่สามารถทนต่อเสียงกลองได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนี่คือการตัดสินใจของเขารึเปล่า หรือมันเป็แค่อุบัติเหตุจากการดิ้นรนนั้น
บางทีเขาอาจจะเลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการตกลงมาจากสะพานสูงแห่งนี้ก็เป็ได้
อย่างไรก็ตามร่างของเขาในตอนนี้ได้ร่วงหล่นลงมาแล้ว
สายลมปะทะเข้ากับใบหน้าของเขา ดวงตาเล็กคู่นั้นมองภาพที่เคลื่อนไหวรอบตัวอย่างไม่ได้ตั้งใจเพราะสายลมพัดพลิกร่างของเขาไปมาราวกับเป็แค่วัตถุหนึ่ง
“ตาย ... ตายไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
ท้ายที่สุดแล้วเมอร์ลินก็อดที่จะคิดแบบนี้ไม่ได้
บางทีนี่อาจจะเป็การดีกว่าที่เขาต้องทนดิ้นทุรนทุรายบนสะพานแห่งนั้น
ทว่า ...
ตอนนั้นเองสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างที่วาบขึ้น
ตึง!
แสงนั้นมาพร้อมกับเสียงกลองที่ทำให้เขาทุกข์ทรมานนั้น
ใช่แล้ว เสียงกลองที่ว่าแท้จริงแล้วก็คือเสียงะเิจากแสงสว่างนั้น
ตึง!
มันเป็แสงสีม่วงกับแสงสีน้ำเงินปะทะกัน
เมอร์ลินมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกจากแสงเ่าั้ และมันก็ปะทะกันในจุดที่ต่างกันบนท้องฟ้า ประหนึ่งว่าพวกมันกำลังต่อสู้กัน
ตึง! ตึง! ตึง!
ทุกๆ การปะทะนอกจากเคลื่อนเสียงที่ทำให้หัวใจของเมอร์ลินเต้นระส่ำแล้ว มันยังมีคลื่นกระเพื่อมที่สาดซัดออกมาด้วย และสายลมร้อนนั้นก็เป็แค่ส่วนหนึ่งของมัน
เมอร์ลินตกจากสะพาน เขานั้นเตรียมพร้อมสำหรับความตายแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าตอนเองจะได้มาเห็นภาพนี้
เวลานั้นเองเขาก็ไม่ได้เกรงกลัวในความตายอีกต่อไป ไม่เท่านั้นเขายังตั้งใจดูการปะทะของแสงเ่าั้ด้วย
เขาไม่รู้ว่าสะพานนี้มีความสูงเท่าไหร่ ร่างที่ร่วงหล่นนี้ไม่มีท่าทีที่จะตกถึงพื้นเลยแม้แต่น้อย
ปัง!
เสียงของการปะทะดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป เมอร์ลินรู้สึกว่าเขาได้เข้าใกล้มันมากกว่าเดิม
การเข้าใกล้การปะทะของแสงนั้นไม่ใช่เื่ที่ดีเลยแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่เสียงปะทะของมันก็ทำให้หัวใจของเขาเหมือนกับจะถูกฉีกกระชากออกมา
หากเป็แบบนี้ต่อไป ต่อให้เขาไม่ร่วงหล่นตกไปถึงพื้น เขาก็ต้องตายเพราะหัวใจของเขาที่จะเต้นทะลุออกมาอยู่ดี
ปัง! ปัง! ปัง!
วินาทีแห่งความเป็ตายนี้เมอร์ลินไม่สนความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับหัวใจของเขาอีกต่อไป ในดวงตาสีดำนั้นเพียงกระหายในความใคร่รู้ เขา้ารู้ว่าการปะทะนั้นคืออะไรมากกว่า
ปัง!
การปะทะของแสงนั้นเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ
จนกระทั่งเขาได้พบว่าการปะทะนั้นไม่ได้มีเพียงแค่แสงสีม่วงกับสีน้ำเงินอีกต่อไป
เขาเห็นแสงเ่าั้ที่ชัดเจน ซึ่งมันคือสีม่วง สีคราม สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีแสด และสีแดง
่เวลาที่เขาจ้องมองมันนั้น จู่ๆ โลกทั้งโลกของเขาก็ราวกับว่าจะหยุดนิ่ง
ั์ตาสีดำของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง
มันมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับดวงตาของเขา
วินาทีนั้นดวงตาของเขาพลันมองอะไรที่ได้มากว่าแสง การจ้องมองในวินาทีแห่งความตายนี้ราวกับได้ไปกระตุ้นจินตนาการของเขา
“นั่นมันอะไร? ทำไมสีเ่าั้ถึงเป็แบบนั้น?” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างใ เมื่อเขามองเห็นแสงที่ปะทะเท่านั้นเป็คลื่นแสงที่มีความถี่ และเวลานั้นเขาก็ได้มองเห็นอะไรที่ลึกเข้าไปอีก
ขณะที่เขามองเห็นคลื่นแสงนั้นเขาก็มองเห็นคลื่นเ่าั้เป็อณูเล็กๆ ไปด้วย
คลื่นเ่าั้แท้จริงแล้วเป็อณูนับไม่ถ้วน!