รัตติกาลล่วงเข้าสู่ยามสาม ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วลานบ้านของนาวีที่ควรจะเงียบสงบ แต่บัดนี้กลับขุ่นมัวด้วยรังสีฆ่าฟันที่เย็นเยียบจนแมลงกลางคืนพากันเงียบเสียง เงาดำนับสิบเคลื่อนไหวประดุจภูตผีไร้ลักษณ์ พวกมันทะยานผ่านแนวกำแพงดินเข้ามาโดยไร้สัญญาณเตือน เป้าหมายชัดเจนคือการจู่โจมโรงกลั่นสบู่และที่พักของคนงานอย่างรวดเร็วเพื่อปิดปากทุกคนในคราวเดียว
"มีผู้บุกรุก! ป้องกันสูตรสบู่ไว้!"
เสียงะโทรงพลังของ ถังขู่ ดังทำลายความเงียบ พร้อมกับร่างกำยำที่พุ่งพรวดออกมาจากเงามืด เขาเหวี่ยงดาบหัวตัดเล่มั์สกัดกั้นกลุ่มคนชุดดำสามคนที่พยายามจะกระแทกประตูโรงกลั่น เสียงโลหะปะทะกัน เคร้ง! ดังสนั่นสะท้อนไปถึงยอดไม้
"พวกเ้าเป็ใคร! กล้าดีอย่างไรมาปล้นชิงในเขตเมืองซานเหอ!" ถังขู่คำรามพลางฟาดฟันดาบด้วยวิชาที่ดุดันและหนักแน่น แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบดุจก้อนหิน พวกมันประสานงานกันเป็ระบบระเบียบ เน้นการสังหารที่แม่นยำและไร้ความปราณีจนน่าขนลุก
ในขณะที่ถังขู่กำลังยื้อการโจมตีจากลิ่วล้ออยู่นั้น เงาร่างหนึ่งที่ปราดเปรียวและแผ่รังสีข่มขวัญที่สุดก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาเขาโดยตรง ถังขู่ฟันดาบในแนวขวางเพื่อขับไล่ แต่นักรบชุดดำคนนั้นกลับบิดตัวหลบกลางอากาศอย่างพิสดารดุจมัจฉาแหวกวารี ก่อนจะชักอาวุธคู่กายออกมาจากเอวทั้งสองข้าง
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงปะทะสองจังหวะที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบทำเอาข้อมือของถังขู่ถึงกับสั่นสะท้าน เมื่อเขามองชัดๆ ก็ต้องเบิกตากว้าง... ในมือของชายผู้นั้นคือ 'กระบี่คู่' ที่เรียวบางและอ่อนช้อย ทว่าใบกระบี่กลับมีไอปราณสีครามจางๆ เคลือบอยู่รอบคมดาบในระยะไม่เกินหนึ่งฝ่ามือ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่แทรกซึมผ่านดาบั์เข้าสู่กระดูกแขนของเขาโดยตรง
"วิชากระบี่คู่ร้อยวารี..." ถังขู่เค้นเสียงพูดด้วยความตระหนก "พวกเ้าไม่ใช่โจรป่า แต่เป็ นักลอบสังหารของตระกูลชาง!"
"รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว" หัวหน้าทีมบุกตระกูลชางเอ่ยเสียงเย็น "เ้าเมืองหลินเลี้ยงสุนัขได้เชื่องดี แต่น่าเสียดายที่สุนัขเฝ้าบ้านตัวเดียวขวางทางพยัคฆ์อย่างพวกเราไม่ได้!"
สิ้นคำพูด มันก็รัวกระบี่คู่เข้าใส่จุดตายของถังขู่ราวกับพายุพัดกระหน่ำ ปราณที่เคลือบบนใบดาบทำให้นากาศรอบๆ บิดเบี้ยว ทุกครั้งที่คมดาบเฉียดผ่านจะเกิดแรงอัดอากาศกระแทกผิวจนเืซึม บีบให้ถังขู่ต้องถอยร่นจนหลังพิงฝา
ทว่าความวุ่นวายยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในจังหวะที่ถังขู่กำลังจะเสียที เสียงหวีดหวิวที่แหลมสูงดุจเสียงพิณปีศาจก็ดังมาจากยอดไม้เบื้องบน!
ฟิ้ววว!
กระบี่เดี่ยวเล่มหนึ่งถูกซัดลงมาอย่างแรง ปักลงกลางลานดั่งสายฟ้าฟาด แรงเหวี่ยงจากลมปราณที่ควบแน่นเป็แก่นทำให้พื้นดินโดยรอบแตกกระจาย แยกวงล้อมระหว่างถังขู่และนักฆ่าตระกูลชางออกจากกัน ร่างในชุดเทาเข้มร่อนลงมาเหยียบบนด้ามกระบี่นั้นอย่างเงียบเชียบ แววตาของเขาเ็าดุจน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เพียงแค่เขาปรากฏตัว บรรยากาศรอบด้านพลันหนาวเหน็บเพราะไอเย็นจากแก่นปราณที่เข้มข้น
"ตระกูลชางคิดจะชุบมือเปิบงั้นรึ?" ตง ฟานหรง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง "ฉางตงคือเหยื่อที่พวกข้า 'นักฆ่าแห่งตงเป่ย' ทำพลาดไว้ เกียรติยศที่ด่างพร้อยนี้ ข้าจะเป็คนล้างมันด้วยเืของเขาเอง ใครหน้าไหนก็ห้ามสอด!"
เหล่านักฆ่าตระกูลชางถึงกับชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นแรงกดดันจากยอดนักฆ่าที่ใช้ปราณเคลือบศาสตราวุธจนเกิดไอเย็นรอบตัว สถานการณ์ในลานบ้านกลายเป็สามฝ่ายที่ตึงเครียดถึงขีดสุด
หัวหน้าทีมบุกตระกูลชางแค่นยิ้มอำมหิต "ตงเป่ยรึ? สิ้นชื่อไปนานแล้วมั้ง! พวกเรา... แบ่งกำลังคนไปหาสูตรสบู่และลากตัวฉางตงออกมา ส่วนที่เหลือรุมฆ่าไอ้พวกที่ขวางทางให้หมด!"
สิ้นเสียงคำสั่ง นักฆ่าตระกูลชางสี่คนแยกตัวออกไปบุกฝ่าเข้าไปในบ้านไม้ของนาวีทันที ส่วนที่เหลือรวบรวมปราณเคลือบอาวุธพุ่งเข้าใส่ถังขู่และตง ฟานหรง เกิดเป็ศึกตะลุมบอนที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยรังสีสังหาร
ไกลออกไป หลินชิงเซียน ที่กำลังเร่งรุดกลับมาหยุดชะงักอยู่บนหลังคาบ้านใกล้เคียง กลิ่นเืที่คาวคลุ้งปนกับััถึงการรีดเร้นลมปราณที่เกิดขึ้นพร้อมกันทำให้นางตระหนักได้ทันทีว่าความวุ่นวายครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว ความโกรธขึ้งพลันปะทุขึ้นในใจคุณหนูผู้สูงศักดิ์
'พวกเ้ากล้าหยามเกียรติท่านพ่อของข้าถึงในถิ่น... ข้าจะทำให้พวกเ้าเห็นเองว่าเมืองซานเหอไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาทำตัวเป็อันธพาลได้!'
ชิงเซียนสะบัดผ้าคลุมสีฟ้า รีดเร้นปราณเมฆาคล้อยจนเกิดเป็ไอกระแสพลังไหลเวียนรอบกายในระยะหนึ่งฝ่ามือดุจเกราะคุ้มกัน นางพุ่งตัวเข้าสู่ลานสังหารด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมที่จะบดขยี้ทุกคนที่กล้าละเมิดกฎหมายของจวนเ้าเมือง!