การที่แว่นตัดสินใจไปต่างๆนาๆไม่ว่าจะเป็การไปนิพพาน ไปพรมหมโลก ไปเทวโลก กลับมาเกิดเป็มนุษย์ ตามนิยามของศาสนาพุทธ ก็เลยตัดสินใจว่าไปนิพพานนี้แหละ เลือกของยากไปเลยสำเร็จไม่สำเร็จว่ากันอีกที เมื่อความคิด จิตใจ ร่างกาย มุ่งตรงไปยังสิ่งเดียวกันการฝึกฝนและสถานการณ์ต่างๆก็บังเกิดขึ้นตามความคิด จิตใจ ร่างกายที่ตั้งไว้ และนี้ก็คือสิ่งที่คนในครอบครัว ในตระกูล ได้เลือกกันเองไว้แล้วโดยทุกคนเก็บเป็ความลัพธ์ทั้งหมด และเมื่อวันเวลาที่แว่นต้องเลือกก็ทำให้คนอื่นๆได้เลือกอีกครั้งหลังจากรอคอยคนที่จะถูกปลุกให้ตื่นเพื่อมาเลือก พวกเขาทุกคนที่ได้เลือกไปแล้วก็จะมีได้มีโอกาสเลือกใหม่
แว่นเลือกที่จะกำหนดเสียงที่ได้ยินถ้ามาจากทลงางฝั่งซ้ายว่ามันคือเสียงกจากหัวใจ เสียงที่มาจาดฝั่งขวาคือเสียงจาดมันสมองความคิด เสียงที่มาจากจิตวิณญาณแว่นเอง เสียงที่ถามว่ากลัวตายมั้ยคือเสียงของพยายม เสียงที่ถามหาความรักคือเสียงจากเทวดา และเสียที่ให้บอกความปรารถนาคือเสียงจากพรหม และความรู้สึกทางกายที่แปลกไปจากปกต นี้คือการตื่นของแว่น แว่นเริ่มคิดได้ถึงความแปลกประหลาดใจของคนในครอบครัวและวงศ์ตระกูลที่มองแว่นแบบแปลกๆสิ่งนี้หมายความว่าพวกเขาตื่นแล้วใช่มั้ย ตื่นมาั้แ่อายุเท่าไร และเขาัักับอะไรเหมือนแว่นมั้ย ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ เมื่อทุกอย่างไม่มีใครบอกอะไรมันก็ต้องมีสาเหตุของมัน
ปัญหาที่แย่ที่สุดในการใช้ชีวิตของแว่นคือไม่ว่าจะ ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รับรู้ในชาติ รับรู้ััทางร่างกาย และอารมณ์ในใจ มันจะเกิดเสียงต่างๆขึ้นมาโต้ตอบและแสดงความคิดเห็นอันบ้าคลั่งจากทุกฝ่ายของเสียงต่างๆได้ดังเข้ามาในตัวแว่น มันทำให้แว่นแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ แว่นทนกับเสียงเหล่านี้ทุกวัน ทุกชั่วโมง หรือบางครั้งแทบจะทุกนาทีเป็เวลาหลายชม. ได้แต่ทนเท่านั้น ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยว่าเสียงต่างๆเหล่านี้เถียงอะไรเพราะมันจับต้นชนปลายไม่ได้
และแล้วเวลาอันทรมานที่ต้องทรหดอดทนก็ถึงเวลาไปคุยให้จิตแพทย์ฟังเสียทีเพราะน้องชายได้กลับมาจากต่างจังหวัดแล้ว เวลานี้แว่นมีอาการเครียจตลอดเวลา ร่างกายผ่ายผอม ข้าวปลาอาหารกินไม่ลง สภาพแย่มากสร้างความเป็ห่วงให้แก่แม่และน้องชายเป็อย่างยิ่ง
แว่น " แม่ ให้น้องชายพาโน้ตไปหาจิตแพทย์ได้แล้วใช่มั้ย "
แม่ปลีกตัวไปคุยกับน้องชายเงียบๆกัน 2 คนและก็สรุปกันว่าไปหาจิตแพทย์กัน
น้องชาย "แม่กับพี่แว่นขึ้นรถไปหาหมอกันเลย "
ขณะที่น้องชายกำลังขับรถไปหาหมอ แว่นก็พลันได้ยินเสียงในใจดังขึ้นมาพร้อมกันว่าถ้าเอาเื่นี้ไปเล่าให้ใครฟัง อย่าหวังว่า แม่ น้องชายและแว่น อย่าหวังว่าจะรอดชีวิตไปจากรถคันนี้ สิ้นเสียงปุ๊ป น้องชายก็เบรกรถจนตัวโก่งเพราะรถสิบล้อขนดินไปถมคันข้างหน้าก็เบรกกะทันหันจนดินเทลงมาบนถนนเกือบทับรถที่แว่นนั่งอยู่กับแม่และน้อง เสียงต่างๆก็พูดพร้อมๆกัน แว่นตัดสินใจเองละกันนะ และแล้วเสียงทั้งหมดก็หายไปกลับสู่ความเงียบประดุจป่าช้าวังเวง แม่กับน้องยังคงเถียงกันเื่รถสิบล้อกันอย่างไม่สบอารมณ์ เราจะทำยังไงดีต้องเริ่มหาทางออกแล้ว