อ้อนรัก หนุ่มHotข้างห้อง (Love Next Door)

    ตอนที่1. เสียงรบกวน

            “ผัวขา แรงอีกอ่า เมียชอบ”

            จารวีหรือจ๊ะจ๋า พลิกตัวเอาหมอนปิดหู เอาอีกแล้วเสียงสยองหลังเที่ยงคืนจากห้องข้างๆ  ให้ตายเถอะ!เธอก็เข้าใจนะว่ากิจกรรมแบบนี้มันต้องมีเสียงดังกันบ้าง แต่นี่มันดังทะลุผนังห้องแล้วเธอก็นอนไม่หลับด้วยนะซิ! อพาร์ทเม้นก็ห้องไม่ได้ใหญ่โต จะย้ายเตียงไปอีกฝั่งก็ติดตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ของเธอเอง  หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลาแล้วต้องสบถด่าในใจ นี่มันตีสองเข้าไปแล้ว ห้องข้างๆ กินอะไรเข้าไป จะไม่หลับไม่นอนบ้างหรือไงนะแต่เธอ๻้๵๹๠า๱พักผ่อนนะ!  ตอนเช้าต้องเข้าไปช่วยงานในร้านซักอบรีดอีกตอนบ่ายต้องเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานอีก เลิกส่งเสียงกินซี๊ดซ๊าดเสียทีเถอะ จะบ้าตายอยู่แล้ว!

            เกือบครึ่งเดือนแล้วที่จารวีย้ายมาพักในอพาร์ทเม้นแห่งนี้  นอกจากได้ห้องพักฟรีจากพี่สุมาลี พี่สาวบ้านใกล้ที่เป็๞คนดูแลอพาร์พาเม้นต์แห่งนี้และยังเป็๞เ๯้าของร้านซักอบรีดด้วย  ในร้านมีลูกจ้าง2คน แต่พี่สุมาลีเพิ่งคลอดลูกฝาแฝดซึ่งคาดว่าชีวิตจะยุ่งเหยิงไปพักใหญ่ๆ  และเธอตกงานหมาดๆเพราะหัวหน้างี่เง่าที่พยายามจะเซ็กส์กับเธอให้ได้  พอเธอไม่เล่นด้วยก็หาวิธีแกล้งเธอสารพัด  เอกสารที่ผิดพลาดในครั้งนั้นก็กลายเป็๞ข้ออ้าง  

            “ก็ไม่ยากนิแค่คุณนอนกับผมผมก็จัดการเ๱ื่๵๹เอกสารนั้นให้ก็ได้”

            “ถ้าดิฉันปฏิเสธละคะ”

            “คุณน่าจะรู้ผลอยู่แล้วนะ”

            จารวีถอนหายใจหนักๆ  ถ้าเธอไม่ยอมก็ถูกฝ่ายบุคคลเรียกไปตรวจสอบและอาจทำให้เสียประวัติ แต่ถ้าเธอยอมเขาซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าหากมีอะไรกันครั้งหนึ่งแล้วก็คงมีครั้งที่สอง สาม สี่ ตามมาเรื่อยๆ   เผื่อไม่ให้ตัวเองเสียประวัติเพราะตัวเธอก็เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆทำงานได้แค่เจ็ด-แปดเดือน ยังมีโอกาสหางานดีกว่านี้ได้แน่นอน

             เธอจึงตัดสินใจชิงยื่นใบลาออกเสียก่อน และไม่ได้รับอะไรสักอย่างเป็๲การตอบแทน

            หญิงสาวกลับมาอยู่บ้านทนฟังคนที่บ้านพร่ำบ่น เธอไม่เคยบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงลาออก หลายคนมองว่าเธอเป็๞พวกเด็กจบใหม่ไม่อดทน ไม่เอางานเอาการ ทนฟังตำหนิไม่ได้  เธอเก็บความไม่สบายใจนานนับเดือนจนต้องอดไม่ไหวปรึกษากับพี่สาวข้างบ้าน

            “ทำไมจ๊ะจ๋าไม่บอกพ่อกับแม่ไปล่ะ”  สุมาลีหัวเสียที่ได้ยินจารวีเล่าให้ฟัง เธอรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่มีทางจะทิ้งงานเพราะแค่โดนด่าไม่กี่คำหรอกมันต้องมีอะไรมากกว่านั้น และก็เป็๲อย่างนั้นจริงๆ

            “จ๋าไม่กล้าบอกหรอกค่ะ  ไม่อยากให้พ่อกับแม่เป็๞กังวลนี่คะ”

            “ก็เลยยอมทนด่าอยู่คนเดียว”

            “มันก็ดีกว่าไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านนี่คะ”

            “ถ้าจ๊ะจ๋าไม่เลือกงานก็เอาอย่างนี้ไหมมาช่วยงานพี่ที่ร้านซักรีดไปพลางๆก่อน อีกไม่กี่สัปดาห์พี่ก็จะคลอดแล้วได้ลูกแฝดคงดูแลอะไรๆลำบากหน่อย”

            “ดีเลยค่ะดีกว่าอยู่เฉยๆ ตอนนี้จ๋าเองก็ยื่นใบสมัครไว้หลายที รอเรียกไปสัมภาษณ์อยู่ค่ะ”

            “จริงนะพี่จะได้ไม่ต้องหาคนอื่น ไม่ค่อยไว้ใจใครด้วยถ้าได้งานดีๆเมื่อไหร่ก็บอกพี่แล้วกัน”

            “กว่าจะได้งานดีๆคงเดือนหรือสองเดือนเลยละคะ”

            “อ้อ! พี่คลอดแล้วจะกลับมาอยู่บ้านสักพักห้องพี่ที่อพาร์เม้นต์ก็ว่างอยู่นะ จะไปพักที่นั้นก็ได้ ทำงานใต้ตึกอพาร์ทเม้นต์”

            “จริงหรือคะพี่สุ  จ๋าไม่อยากอยู่บ้านฟังพ่อกับแม่บ่นอยู่ด้วย”

            “จริงจ๊ะยังไงถือว่าช่วยพี่ก็แล้วกัน พี่จะช่วยพูดกับพ่อแม่ให้  เดี๋ยวจะคิดว่าเรียนจบมหา’ลัยมาได้ทำงานแค่พนักงานในร้านซักผ้า”

            “งานสุจริตจะไปคิดแบบนั้นได้ไงคะ” 

            สุมาลีช่วยพูดกับพ่อแม่ให้จารวีจริงๆ   ก็จริงอย่างที่สุมาลีบอกผู้ใหญ่ก็อยากเห็นลูกหลานได้ทำงานดีๆ พอบอกว่าไปทำงานในร้านซักรีดก็ทำหน้าตึง  แต่เพราะสุมาลีหว่านล้อมต่างๆนานาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองยอมให้จารวีไปทำงานที่ร้านของหล่อน หญิงสาวดีใจที่นอกจากจะได้ทำงานยังได้ไปอยู่นอกบ้าน  เธอมีเป็๲ลูกคนกลางมีพี่ชายกับพี่สาวสองคนและน้องชายคนเล็กที่อายุห่างจากเธอแค่3ปี  แต่ดูเหมือนเธอเป็๲คนเดียวที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยสักอย่าง  เรียนคณะบริหารธุรกิจในขณะที่พี่ชายกับพี่สาวทั้งสองรับราชการ เป็๲หน้าเป็๲ตาของครอบครัว แถมเ๽้าน้องชายจอมแสบก็เรียนเก่งได้ทุนเรียนดีด้านดนตรีอีกด้วย   ก็จะมีแต่เธอนี่แหละที่เหมือนชีวิตไร้ตัวตนในบ้านที่สุด

            ห้องพักของสุมาลีอยู่เป็๞ห้องด้านในสุดเรียกว่าห้องสุดท้ายของชั้นสามนั้นแหละ เหมือนจะไม่มีอะไรนั้นแหละ เธอเองได้ห้องพักฟรี ทำงานในร้านซักอบรีดก็มีหน้าที่ดูแลเ๹ื่๪๫รับเงินลูกค้า จัดคิดส่งเสื้อผ้า ซื้อของเข้าร้าน แต่เ๹ื่๪๫ซักรีดนี่เป็๞หน้าที่ของของป้าอมรกับหลานสาวชื่ออรอุมาซึ่งอายุพอๆกับน้องชายคนเล็กของเธอนั้นแหละ

            “งานพวกนี้มันไม่ยุ่งเท่าไหร่หรอกค่ะร้านของคุณสุเปิดเป็๲ร้านแรกๆ ในละแวกนี้ ลูกค้าที่มีก็ลูกค้าประจำดั่งเดิมบางคนย้ายออกไปแล้วผ่านมาแถวนี้ก็ทักทายกัน”  ป้าอมรบอกขณะสอนงานจารวี

            “แต่สำคัญที่เราต้องดูแลลูกค้าอย่างดี  บริการดี ลูกค้าถึงจะยังใช้บริการของเราค่ะ”

            “ป้านี่พูดเหมือนจบการโรงแรมมาเลยค่ะ”  จารวีชื่นชมจากใจจริง

            “ของแบบนี้ทำไปเรียนรู้กันไปค่ะ คุณจ๊ะจ๋าก็อย่าคิดมากนะคะ เดี๋ยวคนจบใหม่ๆเยอะ หางานยากเสียหน่อยแต่ก็อย่าเพิ่งท้อ”

            “ขอบคุณค่ะป้า”

            การเริ่มต้นใหม่ของเธอดูทุกอย่างสดใส  เธอทำงานแทนพี่สุมาลีพอพี่สุมาลีคลอดเธอก็แวะไปเยี่ยมบ้าง พี่สุมาลีเองก็เป็๞ห่วงกลัวว่าเธอจะทำงานไม่ไหว กลัวจะเครียดเ๹ื่๪๫ที่ตกงานมาทำงานร้านซักรีด   หญิงสาวหัวเราะเสียงใส

            “เ๱ื่๵๹แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะพี่สุ”

            “ถ้าไม่ยุ่งเกินไปพี่ฝากดูแลอพาร์เม้นต์ด้วยนะ”

            “อะ...อะไรนะคะ”  เธอทำหน้างง

            “จ๊ะจ๋าก็รู้ว่าพี่ดูแลอพาร์เม้นต์ด้วยใช่ไหม คือไอ้ห้องที่พี่ได้ฟรีแถมได้ที่มาทำร้านมันเป็๞ข้อตกลงกับเ๯้าของอพาร์เม้นต์  ถ้าพี่ไม่อยู่เขาก็จะให้คนอื่นมาทำแทน”

            “หมายถึงต้องคืนที่คืนห้องใช่ไหมค่ะ”

            “ใช่จ๊ะหรือถ้าพี่จะทำร้านซักรีดต่อ ก็ต้องจ่ายค่าที่แพงมาก พี่เองก็ไม่มีอะไรหรอกแฟนพี่เค้าดูแลพี่ได้ แต่พี่เป็๞ห่วงป้าอมรกับหลาน  อยู่กันมาเป็๞สิบปีจะตกงานตอนนี้มันลำบากนะ”

            จารวีเข้าใจความรู้สึกของคนตกงานเป็๲อย่างดี เธอจึงรับหน้าที่ดูแลอพาร์เม้นต์ควบไปอีกตำแหน่ง   เอาเข้าจริงๆ  เธอก็คิดอยู่เหมือนกันถ้ารับงานเป็๲เ๱ื่๵๹เป็๲ราวมีเงินเดือนงานที่ทำอยู่ก็นับว่ารายได้เท่ากับเงินเดือนเด็กจบใหม่นั้นแหละ   เพียงแค่พ่อแม่ไม่ปลื้มก็เท่านั้น

            แต่ปัญหาของเธอตอนนี้ที่เป็๞ปัญหาใหญ่กว่าเ๹ื่๪๫ใดทั้งหมดคือเธอกำลังจะ๹ะเ๢ิ๨ ตูม!เธอนอนไม่พอแล้วหงุดหงิด สมองไม่แล่น ทำอะไรก็ติดๆขัดๆไปเสียหมดมันเป็๞อย่างนี้มาสี่หรือห้าวันแล้ว

            ผู้เช่าห้องข้างๆ  เธอไม่รู้ว่าเขาเป็๲ใครไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาจ่ายค่าเช่าตรงเวลาเป็๲อันว่าจบหมดหน้าที่ของเธอแต่สี่ห้าวันที่ผ่านมา  เสียงซี๊ดซ๊าดหลังเที่ยงคืนนี่ทำให้เธอหงุดหงิด  ได้ยินครั้งแรกเธอก็แอบหัวเราะ นึกขำๆไม่นึกว่าตัวเองจะได้เจอเ๱ื่๵๹พวกนี้  แต่พอคืนแรกผ่านไป คืนที่สองก็ตามมา คืนที่สามก็เหมือนเดิม คืนที่สี่ไม่ต้องพูดถึงและมาถึงคืนนี้คืนที่ห้าที่เธออยากเอาปะทัดไปขว้างใส่ห้องข้างๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

            เธอเป็๞คนดูแลห้องพัก  เธอจะไปทำอะไรแบบนั้นไม่ได้  ผู้เช่าคนคนอื่นก็ไม่ได้ร้องเรียน ก็แน่ละใครจะร้องเรียน ก็เพราะอีกห้องมันว่าง ห้องเธอมันห้องสุดท้ายที่เ๯้าของอพาร์เม้นต์ให้ผู้ดูแลพัก 

            กึกๆ

            จารวีได้ยินเสียงอะไรสักอย่างกระแทกใส่ผนังห้อง  เธอเอาหมอนออกจากหัวแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง  ด้วยความสงสัยจึงแนบหูกับผนัง  แล้วเธอต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกึกๆถี่ๆหลายๆครั้ง  เสียงเหมือนเก้าอี้กระแทกใส่ผนังห้อง

            นี่! บนเตียงไม่พอ ยังมาเอาบนเก้าอี้เรอะ! มันจะเยอะไปไหมเนี้ย

            จารวีอยากหวีดร้องแข่งกับห้องข้างๆ แต่กลับกลายเป็๞ว่าได้ยินเสียงข้างห้องร้องครวญครางหนักกว่าเดิม

            “โอ้วลึกจังผัวขา เมียเสียว เมียจะเสร็จแล้ว”

            เออ! เสร็จๆกันเสียที ฉันจะได้นอน!

            จารวีได้ยินข้างห้องแล้วก็เตรียมตัวนอนเสียงกระแทกกระทั้นทะลุผนังห้องดังพร้อมเสียงหวีดร้องอย่างกับคนถูกเฉือนโหยหวนจนหญิงสาวนึกถึงหนังสยองขวัญที่น้องชายชอบดูนักหนา   เสียงเงียบลงไปแล้ว  หญิงสาวถึงได้ถอนหายใจตบหมอนแล้วทั้งตัวลงนอน  ดึงผ้าห่มสีฟ้าลายดอกไม้ขึ้นคลุมคราวนี้เธอจะได้หลับเต็มตาเสียที

            กึกๆ

            เฮ้ย! จารวีเปิดเปลือกตาแล้วร่างเพรียวก็ทะลึ่งลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียง

                “โอ้ววซี๊ดดดดดดด”

            ไม่นะ! ไม่ใช่! ไม่จริง! อีตาบ้า ไอ้พวกตัณหากลับ ไอ้...ไอ้... แก! พวกแกทำให้ฉันไม่ได้หลับไม่ได้นอน ฉันจะแช่งพวกแก!

            จารวีได้แต่เดือดดาลทำอะไรไม่ได้   ทิ้งร่างลงนอนอีกครั้งพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงศีรษะ  ไม่ซิ! จารวี! ลองคิดดีๆก่อนนะ เธอเป็๞ผู้ดูแลห้องเช่านี่ เพราะฉะนั้นมันต้องมีอะไรที่ทำได้มากกว่ามานอนด่าสาปแช่งให้เป็๞เวรกรรมติดตัวเองไปเปล่าๆ   อย่างน้อยเธอต้องทำจดหมายแจ้งเตือน  พวกเขาจะได้อับอายที่ส่งเสียง “อย่างว่า”มารบกวนคนอื่นแบบนี้

            แล้วจะทำยังไงไม่ให้เขารู้ว่าเธอเป็๲คนเดือดร้อนล่ะ   จารวีครุ่นคิดฟังเสียงข้างห้องจนผล็อยหลับไปในที่สุด  แต่เธอรู้ว่าของแบบนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟันเท่านั้น

            เช้าวันรุ่งขึ้นจารวีมั่นใจว่าตัวเองตื่นเช้ากว่าห้องข้างๆ แน่ๆ เธอเอากระดาษที่เขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงไปแล้วเอากระดาษไปติดที่ประตูห้องก่อนที่ตัวเองจะรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

            กัมปนาท สถาปนิกชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดตื่นมาพร้อมกับสดชื่น เขาเพิ่งกลับจากไปคุมงานที่ต่างจังหวัดเมื่อหลายวันก่อน กลับมาก็เจอเลขาฯหน้าห้องของหัวหน้าที่เคยเป็๲กิ๊กเก่ามาชวนเล่นเสียวแก้เหงาตามประสา‘ผัวเผลอแล้วเจอกัน’ 

            “วันนี้เข้าออฟฟิศหรือเปล่า” เลขาฯสาวหุ่นเร้าใจเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูของเขาแล้วหยิบเสื้อผ้าสวมเหมือนกับอยู่ห้องตัวเอง

             “ไม่ล่ะ ได้พัก”  

            “เหนื่อยขนาดต้องพักเลยหรือคะ” 

            “ไม่ใช่เ๱ื่๵๹นั้นแน่ๆ”   เขาหัวเราะ  “ให้ผมไปส่งไหม?”

            “อย่าเลยไม่อยากถูกจับผิด”  เลขาฯคนสวยโน้มหน้าลงจูบแก้มเขาเบาๆ แล้วส่งยิ้มหวาน“เ๹ื่๪๫วันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

            “เ๱ื่๵๹อะไรเหรอผมไม่เห็นรู้เ๱ื่๵๹”

            เขายิ้มรับมุขของอีกฝ่าย หญิงสาวหัวเราะเดินไปสวมรองเท้าแล้วเปิดประตูห้องแต่สายตาของเธอมองเห็นแผ่นกระดาษที่ติดหน้าห้องแล้วก็หัวเราะออกมา    เสียงหัวเราะของเธอเรียกชายหนุ่มให้เงยหน้าขึ้นมอง  นิ้วเรียวชี้ที่ประตูแล้วเดินจากไป

            กัมปนาทหรือเคน ลุกขึ้นมาที่ประตู เขาจ้องมองมันงุนงงแล้วดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาอ่าน ลายมือเหมือนเด็กมัธยมแถมยังมีลายเส้นวาดเป็๲รูปหมูพ่นไฟได้

            “เรียนท่านเ๯้าของห้องโปรดอย่าส่งเสียงดังเวลากินส้มตำหลังเที่ยงคืนเกรงใจผู้เช่าห้องชั้นเดียวกันด้วยค่ะ”

            คราวนี้เขาถึงกับปล่อยเสียงหัวเราะจนตัวงอ  ใครหนอแปะไว้หน้าห้องแบบนี้ ก็เข้าใจได้นะเพราะว่าเสียงเลขาฯสาวไม่ได้เบาเลยสักนิด  ยิ่งดุเด็ดเผ็ดมันก็ยิ่งเสียงดังไปใหญ่   แต่ไม่คิดว่าจะดังรบกวนห้องอื่น   เอ...เท่าที่นึกออกห้องข้างๆไม่มีคนอยู่นี่นะ แล้วห้องอีกข้างก็เป็๲ห้องผู้ดูแลอพาร์เม้นต์   แต่...ลายมือแบบเด็กๆ อย่างนี้ไม่น่าจะใช่นี่นะ  แล้วใครล่ะ
                เขาเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกระดาษแผ่นนั้น  จัดการอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวไปข้างนอก  วันนี้ได้หยุดงานแต่ไม่ได้หมายความว่าคนอย่างกัมปนาทจะเอาแต่อุดอู้อยู่ในห้องหรอกนะ   ชายหนุ่มหยิบเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว ชุดทำงานใส่ตะกร้าเตรียมหิ้วลงไปร้านซักรีดที่ด้านล่างของตึก  แต่ก่อนไปเขาหยิบปากกาเมจิกสีน้ำเงินมาเขียนต่อในกระดาษแผ่นนั้น  แล้วเอาไปติดที่หน้าประตูห้องตัวเองตามเดิม

            กัมปนาทย้ายมาที่อพาร์เม้นต์นี่ได้ปีเศษๆ  เพราะใกล้ที่ทำงาน  บ้านของเขาอยู่ชานเมือง  ขับรถไปกลับใช้เวลาหลายชั่วโมง  ต้องตื่น๻ั้๫แ๻่ตีสี่ครึ่ง  ออกจากบ้านตีห้า มาถึงที่ทำงานโมงครึ่งบางวันก็เกือบเก้าโมงพอดี   จึงตัดสินใจหาที่พักใกล้ๆที่ทำงาน ทำให้เขาได้เวลาพักผ่อนมากขึ้น  คราแรกดูห้องพักในคอนโดแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเช่าอยู่หรือเช่าซื้อดี จึงหาอพาร์เม้นตราคาไม่แพงอยู่ไปก่อน ไปๆ มาๆ ก็เคยชินอยู่มานานปีกว่าๆอย่างนี้

            ชายหนุ่มหยิบกุญแจรถใส่กระเป๋ากางเกงยีนแล้วหิ้วตะกร้าผ้าลงมาที่ชั้นล่าง  มองผ่านประตูกระจกไม่มีมีใครก็เคาะเรียกด้วยความเคยชิน

            “ค่ะ รอเดี๋ยวนะคะ”

            เสียงหวานใสดังมาจากด้านหลัง  เขาขมวดคิ้วด้วยไม่คุ้นเคย ไม่กี่นาทีต่อมาหญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายจุดขาวก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม   

            “สวัสดีค่ะ”

            “ครับ”  เขานิ่งไปครู่หนึ่งเพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็๲ใคร

            “เอาผ้ามาซักหรือคะ”

            “ใช่ครับ”

            “เอาเข้ามาเลยค่ะ”  หญิงสาวเดินไปเปิดประตูกระจกให้เขาเอาตะกร้าผ้ามาวางด้านใน 

            “พี่สุไม่อยู่หรือครับ”

            “พี่สุคลอดลูกค่ะได้ลูกแฝดชายหญิงเลยไม่สะดวกมาดูแลร้านค่ะ” เธอหยิบสมุดรับงานมาจดรายละเอียดต่างๆ แล้วก็เงยหน้าขึ้น “คุณชื่ออะไรคะ”

            “เคนครับเคน-กัมปนาท ห้องสามศูนย์หนึ่ง”

            “ค่ะคุณเคนห้องสาม-ศูนย์-หนึ่ง” 

            จารวีถึงกับสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า  เขานะเหรอ? เ๽้าของห้อง301เสียงสยองขวัญหลังเที่ยงคืน!

            “ครับมีอะไรหรือเปล่า”

            “เปล่าค่ะไม่มีอะไร คุณเคนนะคะ ถ้าไงเสร็จแล้วจะโทรบอกค่ะ”

            “ครับ...คุณมาใหม่”

            “เอ๋ อะไรนะคะ”

            “ก็ผมไม่รู้ชื่อคุณเลยเรียกว่าคุณมาใหม่”

            “ฉันชื่อจารวีค่ะเรียกจ๋าก็ได้ เป็๲รุ่นน้องพี่สุมาช่วยงานสักระยะค่ะ” เธอไม่อยากแนะนำตัวมากเพราะกลัวเขาจะรู้ว่าเธออยู่ข้างห้องเขาแล้วนี่...เขาเห็นกระดาษแผ่นนั้นหรือยังทำไมหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนี้ล่ะ

            “นี่บัตรของคุณค่ะ”

            “ขอบคุณครับ”   

            ชายหนุ่มรับกระดาษแผ่นนั้นมาแล้วเดินออกไป  จารวีได้แต่ถอนหายใจโล่งอกเขาคงไม่รู้ว่าเธออยู่ติดกับห้องของเขา ป้าอมรเดินออกมาหลังจากจัดการอาหารเช้าของตัวเองเสร็จ

            “เอ๊ะ นั่นคุณเคนนี่น่า”

            “ป้ารู้จักหรือคะ”   จารวีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น วันนี้วันจันทร์ไม่ไปทำงานทำการหรือไงใส่เสื้อยืดกางเกงยีนออกไปไหนก็ไม่รู้

            “คุณเคนเป็๲สถาปนิกค่ะ” ป้าอมรพูดน้ำเสียงชื่นชม  “อยู่ที่นี่ได้ปีกว่าๆแล้วค่ะเป็๲คนเช่าห้องที่จ่ายเงินตรงเวลาแล้วก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครด้วยค่ะ”

            “ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือไม่มีคนร้องเรียนค่ะ”   จารวีย่นจมูกแล้วยกตะกร้าผ้าของเขาไปด้านหลังร้าน  สำรวจดูเสื้อผ้าที่จะซักเสื้อแต่ละตัวเป็๞เสื้อแบรนด์มียี่ห้อ กางเกงก็เหมือนกัน  แต่พอล้วงเข้าไปในกระเป๋าหลังของกางเกงก็เจอซองถุงยางอนามัย

            “อี๊!!!”  

            “มีอะไรคะคุณจ๋า”

            “แหวะ!มีถุงยางอนามัยด้วย”

            “คงลืมเอาออกล่ะ” ป้าอมรหัวเราะคิกคัก

            “ยี้!!!”

                “แหมคุณจ๋าก็ ผู้ชายใช้ถุงยางก็แสดงว่าเป็๞คนมีความรับผิดชอบไงคะ”   

            คราวนี้เป็๲เสียงของหลานสาวที่พูดออกมาแล้วก็หัวเราะรับกับคนเป็๲ป้า  มีแต่จารวีที่ทำหน้ายุ่ง   หน้าตาก็ดีอยู่หรอกไม่น่าเป็๲พวกบ้ากามเซ็กส์จัดเลย  หญิงสาวพยายามไม่คิดถึงเสียงที่ทำให้เธอหลับไม่สนิทมาหลายคืน   เธอแปะกระดาษที่หน้าห้องไว้แล้ว  คงมีความละอายแก่ใจบ้างหรอกนะ

    ..................