บทที่ 7 ภายนอกองอาจห้าวหาญ ภายในกลับกลัวภรรยา!
ป้าเซียวตุ๋นน่องไก่ชิ้นโตกลิ่นหอมฉุยให้หรานหร่านสองน่อง อีกทั้งยังเตรียมขนมของว่างไว้อีกหลายอย่าง ทันทีที่เห็นของกิน ดวงตาของหรานหร่านก็เปล่งประกายวิบวับ นางลงมือจัดการยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากกวาดข้าวสวยไปถึงสามชามพูน ๆ เ้าก้อนแป้งน้อยก็เรอออกมาเสียงดัง วางชามลงพลางใช้มือกุมพุงกะทิน้อย ๆ ของตน เอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดสภาพ "กับข้าวฝีมือท่านป้าเซียวอร่อยล้ำเลิศ! หรานหร่านอิ่มแปล้เลยเ้าค่ะ!"
"หากหรานหร่านชอบ พรุ่งนี้ข้าจะทำให้กินอีกนะ" ป้าเซียวเก็บถ้วยชามไปพลางเอ่ยยิ้ม ๆ
ทว่าในใจลึก ๆ นางกลับอดกังวลมิได้ว่าเด็กน้อยกินเยอะเพียงนี้จะปวดท้องหรือไม่
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็เห็นเ้าก้อนแป้งน้อยหาวหวอด ๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้แต่หนังตาเริ่มจะปิดมิปิดแหล่ ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ป้าเฟิงเห็นดังนั้น จึงรีบอุ้มนางขึ้นมา พาไปนอนยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้
ทันทีที่ออกมา ป้าเซียวก็รีบดึงแขนป้าเฟิงไว้ เอ่ยถามด้วยความกังขา "นังหนูนั่นเป็บุตรสาวของใต้เท้าจริงหรือ? มิใช่ว่าใต้เท้ากับฮูหยินมีแต่บุตรชายสามคนหรอกรึ? อีกทั้งใต้เท้ากับฮูหยินก็รักใคร่ปรองดองกันปานนั้น เหตุใดจู่ ๆ ถึงมีบุตรสาวโผล่มาได้เล่า?"
"ชู่!"
ป้าเฟิงมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงกระซิบเสียงเบา "เื่ของเ้านายหาใช่เื่ที่พวกเราจะเอามาถกเถียงกันไม่ เราทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ!"
ป้าเซียวเม้มริมฝีปากแน่น "ข้าก็แค่เป็ห่วงใต้เท้า..."
ป้าเฟิงถลึงตาใส่ "เป็บ่าว สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการสืบความเื่เ้านาย ระวังปากจะพาซวย! เอาเถอะ คืนนี้ข้าจะอยู่เฝ้าเ้าก้อนแป้งนี่เอง เ้าไปนอนก่อนเถอะ"
"อื้ม"
ป้าเซียวพยักหน้า ก่อนจะเดินจากไป
ยามซวี *[1]
เซียวจิ้งเสวียนวางเอกสารคดีความในมือลง ชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเอ่ยเรียก "ลู่ชิง!"
"ขอรับใต้เท้า" ลู่ชิงผลักประตูเข้ามา ท่าทางนอบน้อม
"เ้า... ก้อนแป้งน้อยนั่นเป็อย่างไรบ้าง?"
ลู่ชิงตอบกลับอย่างเคารพ "ป้าเฟิงเพิ่งมารายงานเมื่อครู่ว่าแม่หนูน้อยหลับไปแล้วขอรับ พักอยู่ห้องข้าง ๆ ท่านนี่เอง ใต้เท้าจะไปดูสักหน่อยหรือไม่?"
เซียวจิ้งเสวียนลุกขึ้นยืน
เดินไปได้สองก้าวก็ชะงักฝีเท้า เอ่ยถามเสียงขรึม "ถามความเื่บิดามารดาจากปากนางได้บ้างหรือไม่?"
"เรียนใต้เท้า ป้าเฟิงบอกว่าแม่หนูน้อยเติบโตมากับอาจารย์บนูเา ส่วนเื่อื่นนางมิได้เอ่ยถึงขอรับ"
เซียวจิ้งเสวียนยกมือนวดหว่างคิ้ว "อาจารย์รึ?"
"หาโอกาสถามนางดูว่าอาจารย์ของนางเป็ใคร!"
"ขอรับ" ลู่ชิงรับคำ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยต่อ "ใต้เท้า เ้าก้อนแป้งน้อยแม้ตัวจะเล็กจ้อย แต่วรยุทธ์กลับไม่ธรรมดา! หากหาพ่อแม่หรืออาจารย์ของนางไม่พบจริง ๆ มิสู้รับนางไว้ข้างกาย ให้เป็องครักษ์ตัวน้อยเสียเลยเล่า?"
สิ้นคำของลู่ชิง ก็ได้รับสายตาเย็นเยียบจากเซียวจิ้งเสวียนตอบกลับมาทันที
"จ้างเด็กสี่ขวบมาเป็องครักษ์? ลู่ชิง เ้าช่างกล้าพูดนัก!"
ลู่ชิงก้มหน้าลง "ใต้เท้า ก็ฮูหยิน ฮูหยินผู้เฒ่า แล้วก็ฮูหยินสาม วัน ๆ เอาแต่บ่นอยากได้ลูกสาว เ้าก้อนแป้งน้อยเองก็ยอมรับแค่ท่านเป็บิดา มิสู้... ท่านก็รับนางเป็บุตรบุญธรรมเสียเลยสิขอรับ?"
"เ้าก้อนแป้งน้อยหน้าตางดงามปานตุ๊กตาหยก ปากก็หวาน ที่สำคัญหน้าตายังละม้ายคล้ายท่านอีก! พวกฮูหยินจะต้องชอบนางแน่นอน!"
ใบหน้าของเซียวจิ้งเสวียนดำทะมึนลงทันตา "เ้าคิดว่าข้ามีชีวิตอยู่นานเกินไปแล้วใช่หรือไม่!?"
ลู่ชิง "..."
เกือบลืมไปเลยว่า ฮูหยินขี้หึงยิ่งชีพ แถมยังดุประหนึ่งนางพยัคฆ์ เ้านายของเขาอยู่ข้างนอกองอาจห้าวหาญน่าเกรงขาม แต่อยู่ในบ้านกลับกลัวภรรยา!
"ใต้เท้า ถือซะว่าเมื่อครู่ข้าน้อยมิได้พูดสิ่งใดก็แล้วกันขอรับ" ลู่ชิงรีบก้มหน้าขอขมา
เซียวจิ้งเสวียนโบกมือไล่ "พรุ่งนี้ให้ป้าเฟิงหลอกถามนางต่อไป รีบส่งตัวนางออกไปให้เร็วที่สุด"
"ขอรับ"
หลังจากลู่ชิงถอยออกไป ในหัวของเซียวจิ้งเสวียนหวนนึกถึงภาพตอนที่ได้พบหรานหร่าน ใบหน้าและดวงตานั้นคล้ายคลึงกับหนิงเอ๋อร์ราวกับพิมพ์เดียว
ลู่ชิงบอกว่าเ้าก้อนแป้งน้อยหน้าเหมือนเขา แต่ลู่ชิงหารู้ไม่ว่า แท้จริงแล้วเ้าก้อนแป้งน้อยนั้นเหมือน 'เซียวหนิง' น้องสาวของเขาอย่างกับแกะ!
น่าเสียดาย... น้องสาวของเขาตายจากไปเกือบหกปีแล้ว
มิเช่นนั้น เขาคงต้องสงสัยแน่ว่าเ้าก้อนแป้งน้อยที่แสนจะนุ่มนิ่มน่ารักผู้นี้ เป็เืเนื้อเชื้อไขของน้องสาวเขาเป็แน่ เมื่อนึกถึงเซียวหนิง และนึกถึงสถานการณ์ของตระกูลเซียวในยามนี้ ดวงตาสีดำสนิทของเซียวจิ้งเสวียนก็ฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง สองมือเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
สักวันหนึ่ง ความแค้นที่พึงชำระ เซียวจิ้งเสวียนผู้นี้จะต้องสะสางให้จงได้! เมื่อปรับอารมณ์ให้สงบลง เซียวจิ้งเสวียนก็เดินออกจากห้องหนังสือ ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องนอนของตน ฝีเท้ากลับชะงักลง สายตาหยุดอยู่ที่ประตูห้องข้าง ๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงผลักประตูเข้าห้องตนเองไป
รุ่งสาง
ไก่ขันเตือนยามเช้าไปสามรอบแล้ว
ทันทีที่เซียวจิ้งเสวียนลืมตาตื่น ก็ััได้ถึงความผิดปกติ ข้างหูแว่วเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ปลายจมูกคล้ายได้กลิ่นหอมน้ำนมจาง ๆ ลอยวนเวียนอยู่
เซียวจิ้งเสวียนผุดลุกขึ้นนั่งทันควัน หันขวับไปมอง ก็พบว่าข้างกายเขามีเ้าก้อนแป้งน้อยนอนแผ่หรากางแขนกางขาอยู่อย่างสบายใจเฉิบภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของเซียวจิ้งเสวียนกระตุกวูบ ตามมาด้วยอาการปวดตุบ ๆ ที่ขมับ
เ้าก้อนแป้งน้อยนี่เข้ามาในห้อง แล้วปีนขึ้นเตียงเขาั้แ่เมื่อใดกัน?
ปกติเขาเป็คนตื่นไวรู้สึกตัวง่าย แต่กลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด!
"ท่านพ่อ..."
ทันใดนั้น เ้าก้อนแป้งน้อยก็เดาะลิ้นจ๊อบแจ๊บ ริมฝีปากเล็กขยับพึมพำออกมาสองคำเซียวจิ้งเสวียนนวดหว่างคิ้ว จ้องมองเ้าก้อนแป้งน้อยเขม็ง ครั้นเห็นน้ำลายที่มุมปากของนาง ใบหน้าก็ยิ่งดำคล้ำลงไปอีก!
ขณะที่กำลังจะยื่นมือไปหิ้วคอเ้าก้อนแป้งน้อยขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ นางก็ลืมตาแป๋ว พอเห็นเขายื่นมือมา ก็หัวเราะคิกคักแล้วลุกพรวดพราดขึ้นมานั่งทันที
"ท่านพ่ออยากจับแก้มข้าใช่หรือไม่เ้าคะ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยยิ้มตาหยี มืออวบอ้วนคว้าหมับเข้าที่มือใหญ่ของเซียวจิ้งเสวียน แล้วจับมาแปะลงบนแก้มยุ้ย ๆ ของตนเอง เอ่ยถามเสียงใส "ท่านพ่อเ้าขา แก้มของหรานหร่านนุ่มมากใช่ไหมเ้าคะ?"
เซียวจิ้งเสวียน "..."
เซียวจิ้งเสวียนชักมือกลับ ตีหน้าขรึมปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าเอง พลางเอ่ยถามเสียงเย็น "เ้าเข้ามาได้อย่างไร!"
หรานหร่านกะพริบตากลมโตใสซื่อ ตอบอย่างงุนงง "ข้าก็เดินเข้ามาน่ะสิเ้าคะ"
กล่าวจบ หรานหร่านก็ยิ้มแฉ่ง "เมื่อคืนท่านพ่อนอนหลับฝันดีไหมเ้าคะ?"
มุมปากของเซียวจิ้งเสวียนกระตุกยิก! โชคยังดีที่เป็แค่เ้าก้อนแป้งตัวน้อย!
"ชายหญิงสามขวบห้ามนั่งร่วมโต๊ะเคียงหมอน เข้าใจหรือไม่!" เซียวจิ้งเสวียนปั้นหน้าดุสั่งสอน "ต่อไปต้องนอนคนเดียว! ห้ามปีนขึ้นเตียงคนอื่น! โดยเฉพาะเตียงของบุรุษ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ "อื้ม หรานหร่านทราบแล้วเ้าค่ะ!"
พูดจบ เ้าก้อนแป้งน้อยก็เสริมขึ้นอีกประโยค "เช่นนั้นวันหน้าข้าจะปีนแต่เตียงท่านพ่อคนเดียวเ้าค่ะ!"
"ไม่ได้!"
"ทำไมเล่าเ้าคะ?" ดวงตาโตของหรานหร่านเต็มไปด้วยความสงสัย "ท่านมิใช่คนอื่นนี่นา ท่านคือท่านพ่อของข้า ข้าเปรียบเสมือนเสื้อนวมตัวน้อยที่ให้ความอบอุ่นแก่ท่านพ่อนะเ้าคะ!"
"เช่นนั้นก็ไม่ได้!"
เซียวจิ้งเสวียนเอ่ยเสียงเข้ม แล้วเดินอ้อมฉากกั้นตรงไปยังประตูห้อง ทันทีที่เปิดประตู ก็เห็นป้าเซียวถืออ่างน้ำล้างหน้าเดินเข้ามาพอดี
"ใต้เท้า ตื่นแล้วหรือเ้าคะ!"
"อืม"
เซียวจิ้งเสวียนตอบรับเสียงเรียบ ก่อนจะเบี่ยงตัวให้ป้าเซียวเดินเข้าไปในห้อง
*[1] ยามซวี 19.00 – 21.00 น.