“เกิดะไรขึ้นเหรอ” หญิงแว่นลืมตาขึ้นในอ้อมแขนของวุธพร้อมกับมองดูรอบๆ ราวกับจำไม่ได้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
“หญิงแว่น หญิงแว่นใช่ไหม”วุธพูดพลางเขย่าตัวหญิงแว่น จนแว่นตาหญิงแว่นจะหลุดร่วงเสียให้ได้
“หญิง เอง แล้วนี่เรามาถึงแล้วใช่ไหมเ้านางตาทิพย์ พาเรามาถึงโรงเรียนแล้วใช่ไหม”
“ถึงอะไรละ เนี้ยเ้านางพาหลง แล้วอยู่ดีๆก็งอแงแล้วก็ทิ้งพวกเราไว้เนี้ย”
“อะไรนะแม้แต่เ้านางตาทิพย์ก็พาเราออกจากที่นี่ไม่ได้เหรอ”หญิงแว่นพูดน้ำเสียงเริ่มสั่นเคลือ น้ำตาเริ้มปริ่ม พร้อมที่จะไหลโฮออกมา
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะหญิงแว่นเดี๋ยวผมจัดการเองไม่ต้องห่วง” หญิงแว่นได้ยินก็เริ่มอุ่นใจแต่ก็ยังรู้สึกผิดที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้อยู่ดี
{{{ วุธ เกมนี้กระจอกมากดูนาฬิกาไว้ให้ดี อีกสองนาที วิ่งตามนี้นะแต่ละทิศทางให้วิ่งให้ได้ 200 เมตร ภายในสองนาทีแล้วเปลี่ยนทิศทางตามนี้ เหนือ เหนือ ใต้ ใต้ ออก ตก ออก ตก หยุด หยุดแล้วจะเจอประตูรั้ว }}} เสียงปริศนาดังขึ้นทำเอาหญิงแว่นประหลาดใจและพยายามหาต้นเสียงว่ามาจากไหน
“ขอบใจมากโดต้านายนี่มันาาเกมเมอร์จริงๆ” วุธตอบรับคำจากเสียงปริศนาพร้อมกับพยุงตัวหญิงแว่นลุกขึ้น
“ใครเหรอคุณวุธเขาจะให้เราไปไหน”หญิงแว่นผู้ที่มองหาผู้พูดไม่เจอเริ่มฉงน และถามหาจากวุธ
“เื่นั้นไว้อธิบายทีหลังนะหญิงแว่นวิ่งไหวนะ”
“อืม” หญิงแว่นยังงงๆอยู่แต่ก็รับคำวุธไป
“ดูเข็มทิศได้ใช่ไหม”วุธหยิบเข็มทิศที่ขนาดใหญ่ออกมาจากกระเป๋า เข็มทิศที่ดูไม่เหมือนเข็มทิศ มันดูเหมือนนาฬิกาแขวนมากกว่าจะต่างที่มีเข็มยาวเข็มเดียว หญิงแว่นหญิงรับเข็มทิศวุธรีบตั้งเวลาบนนาฬิกาข้อมือตัวเอง
“พร้อมนะหญิงแว่น เริ่มจากทางเหนือ 5 43 2 1 วิ่ง” สิ้นสัญานจากวุธ วุธที่แบกแม็กอยู่กลางหลังและหญิงแว่นก็รีบวิ่งไปทางทิศเหนือทันที
ปิ๊บๆ เสียงนาฬิกาเตือนว่าครบสองนาทีแล้ว
“สองร้อยเมตรพอดี หญิงแว่นทางเหนืออยู่ด้านไหน”
“เอ่อ ทางเหนืออยู่ทางซ้าย”
“โอเค วิ่งซ้าย”วุธและหญิงแว่นพากันหักเลี้ยวไปทางซ้าย ทุกสองนาทีทิศทางที่วุธและหญิงแว่นจะเปลี่ยนไปตลอด ทำให้วุธกับหญิงแว่นจึงต้องอาศัยการวิ่งไปดูเข็มทิศไป เพื่อจะวิ่งไปในทิศทางที่เสียงปริศนาบอก
วุธและหญิงแว่นวิ่งมาได้สักพักวุธก็หยุดยืนนิ่ง
“คุณวุธจุดนี้เป็จุดที่ให้หยุดแล้วใช่ไหม ไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่หลุมศพกั้นทางไปหมดไม่มีทางไปต่อแล้วนะ” หญิงแว่นเริ่มวิตกกังวลในขณะที่รอบๆตัวของพวกเขาไม่มีทางที่จะไปต่อแล้วทางด้านหลังที่พวกเขาพึ่งเดินมาตอนนี้ก็มีหมอกลงจัด และมีหลุมศพปิดทางไว้อีก
“ไม่ เราต้องรอ” วุธเอ่ยบอกหญิงแว่นเบาๆเพราะตอนนี้วุธเริ่มเหนื่อยหอบด้วยเพราะอากาศที่บางเบาบวกกับตัองแบกแม็กวิ่งมาตลอดทาง
ปิ๊บๆเสียงนาฬิกาเตือนว่าครบสองนาทีดังขึ้นอีกครั้งตอนนี้หมอกเริ่มลงจัดมากขึ้นแทบจะมองอะไรไม่เห็นทั้งคู่พยายามจ้องมองฝ่าเข้าไปในม่านหมอกที่ขาวโพลนพลันสายตาของหญิงแว่นก็มองเห็นประตูรั้ว อยู่ข้างๆ พวกเขาทั้งๆที่ตอนแรกมันมีแต่หลุมศพอยู่ตรงนั้น
“คุณวุธประตูรั้ว นั้นประตูรั้ว”หญิงแว่นดึงชายเสื้อของวุธให้หันมามองดูด้วยความดีใจวุธหันมามองพร้อมกับจ้องมองดูนาฬิกาแล้วยิ้มอย่างโล่งใจ
“เรามาถึงโรงเรียนแล้วละ ทันเวลาอยู่ไปกันเถอะหญิงแว่น” วุธแบกแม็กเดินเข้าประตูรั้วโรงเรียนโดยมีหญิงแว่นคอยประคองดันตัวแม็กไว้ไม่ให้ร่วงหล่น
หมอกหนาจัดเริ่มบางลง ทำให้เห็นประตูรั้วมากขึ้นรั้วยาวทอดไปในสายหมอกจนสุดลูกตา ข้างๆ ประตูรั้ว ปรากฎป้ายชื่อโรงเรียนหมอกจางลงทำให้เห็นชื่อโรงเรียนชัดขึ้น “มัจจุราชวิทยาลัย”ชื่อบนป้ายตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ติดกับประตูรั้ว
วุธและหญิงแว่นพาแม็กไปจนถึงอาคารหอประชุมที่นั่นรุ่นพี่มากมายยืนรออยู่และที่นั่นมีพลายที่มีผ้าพันแผลพันรอบตัว และมะลินั่นรออยู่ก่อนแล้วพอพลายและมะลิเห็นจึงวิ่งเข้ามาหาและถามถึงเื่ที่ว่าทำไมวุธจึงแบกแม็กมาวุธจึงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
“น้องๆจ๊ะ ใหนขอพี่ดูหน่อยสิ” น้ำเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นรุ่นพี่สาวสวย คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับหยิบขวดเล็กๆออกมาจากกระเป๋าแล้วให้แม็กดม
สักพักแม็กก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพแรกที่แม็กเห็นหลังจากฟื้นลืมตาขึ้นมา คือรุ่นพี่สาวสวย
“นางฟ้า” แม็กเหมือนอยู่ในผวัง มะลิเห็นยังไม่ได้สติจึงหยิกไปที่แขนที่หนึ่ง
“โอ้ย ทำอะไรของเธอนะ”
“ปลุกนายให้ตื่นไง” มะลิตอบแบบห้วนๆ
“เอาละจ๊ะน้องๆ ไปนั่นรอก่อนนะพอเพื่อนๆเรามาครบแล้วจะได้เขาหอประชุมกัน” พูดจบรุ่นพี่สาวสวยก็เดินไป
“เอ่อพี่ครับ พี่ชื่ออะไรครับ” แม็กรีบลุกขึ้นมาถามก่อนที่รุ่นพี่จะเดินไป
“พี่ชื่อปลายฟ้าจ๊ะ ไม่ใช่นางฟ้านะ”พี่ปลายฟ้าหันกลับมาตอบแล้วยิ้มให้แม็กก่อนที่จะเดินกลับไป
ไม่เพียงแค่แม็กที่ตะลึงในความงามของพี่ปลายฟ้าแม้แต่วุธและพลายก็ยังมองตาไม่กระพริบเหมือนกัน ทำเอามะลิหมั่นใส้ทั้งสามหนุ่มมะลิค้อนหันหน้ามาเห็นบางกลุ่มเริ่มทะยอยมากันแล้วแต่ที่น่าแปลกใจมีกลุ่มสาวๆกลุ่มหนึ่งลุมล้อมอะไรบางสักพักเสียงกรี้ดกร้าดก็ดังขึ้นมะลิ จึงลุกขึ้นมอง
“หญิงแว่นๆ ดูนั่น” มะลิกวัดมือเรียกหญิงแว่นมาดู หญิงแว่นลุกขึ้นมองพลันหนังสือในมือหญิงแว่นก็ร่วงลงตกใส่หัวของแม็กที่นั่งอยู่
“โอ้ย อะไรนักหนาเนี้ยพวกเธอ” แม็กลุกขึ้นพร้อมกับอีก 2 หนุ่ม มองดูสิ่งที่เกิดขึ้น ในวงล้องของสาวๆ มีชายหนุ่มคนหนึ่งทั้งเทห์สมาร์ท สูงใหญ่ จมูกโด่ง ใบหน้าใสแต่งตัวเนี้ยบ กล้ามแน่นจนเห็นมวลกล้ามชัดเจนแม้จะสวมเสื้อแขนยาวอยู่ก็ตามยืนแจกน้ำอยู่
“อะไรกันแค่ผู้ชายคนเดียวกรี้ดกร้าดอะไรกัน” แม็กเอ่ยขึ้น
“นี่แม็กเธอไม่เห็นเหรอ เขาหล่อมากเลยนะ”หญิงแว่นหันมาคุยและหันกลับไปราวกับโดนมนต์สะกด
เด็กใหม่เริ่มทยอยกันเข้าสู่ หอประชุมซึ่งหอประชุมนี่ประตูจะปิดตอนเที่ยงคืนถ้าใครมาไม่ทันก็ถือว่าหมดสิทธิ์เข้าเรียนโรงเรียนนี้เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนประตูหอประชุมจึงเริ่มปิด ยังไม่ทันที่ประตูจะปิดสนิดดีประตูหอประชุมก็ถูกพลักออกอีกครั้ง
“เที่ยงคืนพอดีหวังว่าพวกฉันจะยังทันนะ” เสียงของหญิงสาวที่ดูมาดมั่น เชอร์รี่นั่นเองเธอมาพร้อมกับเพื่อสนิทสองคน มะนาวกับเมล่อน แถมพ่วงเด็กหนุ่มฝาแฝดสองคนติดมาด้วย เหล่ารุ่นพี่ไม่มีใครคัดค้านอะไรปล่อยให้ทั้งห้าคนเข้ามาในหอประชุม พร้อมกับปิดประตูอีกครั้ง
“หมดเวลา เด็กใหม่ทุกคนในที่นี้ยินดีต้อนรับเข้าสู่มัจจุราชวิทยาลัย” เสียงรุ่นพี่ประกาศบนเวทีทำให้เด็กใหม่ทุกคนพากันตบมือดีใจจนเสียงตบมือดังก้องหอประชุม
“สวัสดีน้องๆ ทุกคน พี่ชื่อมาร์ค เป็ประธานรุ่นปี 2 ยินดีต้อนรับน้องๆทุกคนเข้าสู่รั้วโรงเรียนมัจจุราชวิทยาลัย จากนี้ไปเราคือพี่น้องรั้วโรงเรียนเดียวกันให้เรารักใคร่สามัคคีกันไว้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน วันนี้น้องๆ จะเห็นว่าจะมีแต่คณาจารย์ และรุ่นพี่ปี 2 มาร่วมในงานปฐมนิเทศในครั้งนี้ เพราะรุ่นพี่ ปี 3ต้องออกฝึกประสบการจริง เพื่อพร้อมที่จะจบออกไปสู่การศึกษาที่สูงขึ้นอีกแต่ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้เจอ เพราะพวกพี่ๆ เขาจะกลับมาเจอกับน้องๆในงานอำลาของพวกพี่เขา ขอให้น้องๆ อยู่รอด ปลอดภัยที่จะเจอกับรุ่นพี่ปี 3กันนะครับ เอาละต่อนี้ไปพี่ขอแนะนำให้น้องๆ รู้จักคณาจารย์ของเรา”
คำกล่าวต้อนรับที่ดูแสนจะแปลกประหลาดของพี่มาร์ค ประธานรุ่นปี 2ทำเอาเด็กใหม่ถึงกับฉงนและเป็กังวลว่านี่ คือคำกล่าวทักทายหรือคำเตือนกันแน่พี่มาร์คเริ่มแนะนำคณาจารย์แต่ละคนให้น้องรู้จักจนครับ อาจารย์บางท่านก็สุขุมเยือกเย็น บางท่านก็ยิ้มแย้มแจ่มใส น่ารักจนทำให้เหล่าเด็กต่างพากันคาดเดาว่าอาจารย์แต่ละคนน่าจะเป็คนอย่างไร
“เอาละต่อไปเราได้รับฟังโอวาทจากท่านรองผู้อำนวยการโรงเรียนมัจุราชวิทยาลัยขอเชิญท่านรองครับ” ชายหนุ่มวัยกลางคนสวมสูตขาวถุงมือขาว ดูภูมฐาน แต่ก็ยังดูหนุ่มแน่นอยู่เลยเดินขึ้นมาบนโพเดียวกลางเวที
“ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน โชคดีนะ” ท่านรองมองไปรอบๆแล้วก็เดินลงไป รุ่นพี่ตบมือนำแล้วเสียงตบมือก็ก้องหอประชุมอีกครั้งด้วยความงุนงงของเหล่าเด็กใหม่
“เอาละต่อไปขอแนะนำให้รู้จักกับคนที่น้องๆอยากรู้จักมาก ขอเชิญครับ”สิ้นเสียงพี่มาร์ค พี่ปลายฟ้ากับรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อที่ยืนแจกน้ำเดินก็ขึ้นเวทีมา เรียกเสียงฮือฮาในหมู่เด็กใหม่ได้อย่างสนั่นหวั่นไหว
“น้องๆครับ ทั้งสองคนนี้คือ เทพบุตรและเทพธิดาประจำโรงเรียนพี่เทพธิดา พี่ปลายฟ้า (เสียงตบมือดังขึ้นโดยเฉพราะผู้ชายตบมือกันดังเกินเหตุ)พี่เทพบุตร พี่ตะวัน (เสียงตบมือดังขึ้นอีก คราวนี้มีเสียงกรี้ดของสาวๆ พ่วงมาด้วย)พี่ทั้งสองจะดำรงตำแหน่งนี้ 1 ปี และแน่นอนว่า ว่าที่เทพบุตรและเทพธิดาคนต่อไปนั่งอยู่กับพวกเราในนี้ สิ้นปีเราจะทำการคัดเลือกอีกที”ทุกคนต่างมองหน้ากันเสียงอื้ออึงดังขึ้น
“เงียบก่อนต่อไปเราจะคัดเลือกประธานรุ่น” พี่มาร์คพูดยังไม่ทันจบ เชอร์รี่ก็เดินขึ้นบนเวทีพร้อมกับยื่นสมุดให้รุ่นพี่
“นี่ค่ะพี่รายชื่อผีทั้ง 666 ตัว สาเหตุการตายและแหล่งที่พบใช้ได้ใช่ใหมคะ” พี่มาร์ครับสมุดไปเช็ค
“เราได้คนที่หาผีครบทั้ง 666 ตน แล้ว ต่อไปผู้ถูกคัดเลือกอีก 1 คน ผู้ที่เดินผ่านป่าช้าโดยไม่เจอผีเลยแม้แต่ตนเดียว นาย ศาสตราวุธ เชิญขึ้นมาบนเวที”พูดจบเสียงดังอืออึงดังขึ้น วุธได้แต่มองรอบๆ มองหน้าพลายและแม็ก เหมือนจะให้ทั้งสองยืนยัยว่านั่นหมายถึงเขาแม็กไม่พูดอะไรได้แต่ดันวุธออกไป วุธเดินขึ้นเวทีด้วยความงุงงง
“พี่ นี่หมายความว่าไง ที่ทำแบบนี้” เชอร์รี่ประท้วง ที่อยู่ๆรุ่นพี่ก็ดึงคนเข้ามาคัดเลือกแข่งกับตัวเอง
“ก็พี่ยังพูดไม่จบไงน้อง คนที่มีสิทธิ์เป็ประธานคือคนที่เจอผีทั้ง 666ตน และไม่เจอเลย คือความจริงมันมีโอกาศน้อยมากนะว่าจะมีคนเจอผีทั้ง 666 ตนในระยะเวลาเท่านี้ มันจึงมีเกรณ์คัดอยู่ โดยที่คนที่เจอครบจะได้เป็ประธานเลยกับคนที่เจอมากสุดกับน้อยสุดมาเป็ตัวแทน โดยเราจะใช้เสียงข้างมากในการคัดเลือกโอเค เข้าใจ๋” พี่มาร์คพูดพร้อมกับทำหน้ายียวนใส่เชอร์รี่ก่อนที่จะหันมาหาคนส่วนมาก
“แต่ฉันพบผีทั้ง 666 ตนนี่รายชื่อทั้งหมดเป็หลักฐาน ฉันก็ต้องได้เป็ประธานรุ่นสิ” เชอร์รี่หยิบสมุดจดขึ้มาให้พี่มาร์ดดูอีกครั้ง
“จะให้พี่พูดไหมว่าน้องได้รายชื่อทั้งหมดมาได้อย่างไรพี่จะบอกอะไรให้ การสอบวัดผลครั้งนี้ พวกพี่ไม่ได้ปล่อยน้องๆ ไปกันเองนะครับทุกคู่ จะมีรุ่นพี่หนึ่งคนตามประกบไปด้วยตลอด เพื่อดูแลความปลอดภัยและป้องกันการใช้อาคมเกินกว่าเหตุ เพราะฉะนั้นทุกเหตุการณ์ทุกการกระทำของทุกคนถูกรายงานให้พวกพี่ทราบหมด อ้อ อาจารย์ก็รับทราบด้วยเช่นกันเข้าใจ” พี่มาร์คพูดจบทำเอาเชอร์รี่ถึงกับหน้าถอดสีแม้แต่เหล่าเด็กใหม่ก็เริ่มพูดคุยถึงเื่นี้กันมากขึ้น
“เอาละเราจะให้ทุกคนโหวตว่า จะเลือกใครระหว่างน้อง เชอร์รี่สุดสวยที่มีความสามารถล้นเหลือสามารถหา ราย ชิ ผี มาได้ครบทั้ง 666 ตนแต่แล้งน้ำใจนิดหน่อย กับใช้ทริกนิดหน่อย เพื่อให้ได้มา กับหนุ่มหล่อน้องศาสตราวุธ ผู้ที่คอยห่วงแต่ผู้อื่นจนไม่ยอมเจอผีเลยซักตนเดียวเอาละบริเวณเก้าอี้ที่น้องๆ นั่งอยู่ มีปุ่มกดอยู่สองปุ่ม ให้น้องๆกดเลือกประธานรุ่นของน้องๆ ได้เลย สีแดงน้องศาสตราวุธ ส่วนสีน้ำเงินน้องเชอร์รี่เอาละครับถ้าพร้อมแล้ว ลงคะแนน” สิ้นเสียงพี่มาร์คเหล่าเด็กใหม่ก็พากันกดปุ่มเลือก แล้วผลคะแนนก็ขึ้นมาบนจอแอลอีดีขนาดั์กลางเวที
ในที่สุดผลโหวตก็ออกมาแล้วโดยเชอร์รี่ได้เพียงสี่เสียงก็คือจากมะนาวเมล่อน และสองหนุ่มฝาแฝดที่คอยติดสอยห้อยตามเ้าหล่อนนั่นเองส่วนคนที่เหลือก็เทใจให้วุธจนหมด
“เป็อันว่าประธานนักเรียงเด็กปีหนึ่ง น้องศาสตราวุธ เย้ๆๆๆๆๆ”คำพูดของพี่มาร์คยิ่งทำให้เชอร์รี่เจ็บใจยิ่งขึ้นเธอหันมามองวุธด้วยสายตาเคียดแค้นแล้วออกจากหอประชุมไป โดยมีมะนาวกับเมล่อนวิ่งตามออกไปส่วนวุธยืนอยู่บนเวทีด้วยสายตาอาลัยเหมือนทำผิดอะไรบางอย่าง
“เอาละครับประธานรุ่นปีหนึ่งมีอะไรจะกล่าวไหมครับ” พี่มาร์คพยายามดึงตัววุธเข้ามาในโพเดียมวุธที่ไม่รู้เื่อะไรก็ได้แต่ยืนเก้ๆกังอยู่หน้าไมค์โครโฟน
“ก็ครับ ก็งงๆ นิดหน่อยครับไม่คิดว่าอยู่ดีๆตัวเองจะได้เป็ประธานรุ่น ทั้งๆที่ ยังไม่มีทีมไม่ได้หาเสียงด้วยซ้ำ ก็ยังไงก็คงต้องขอคำแนะนำจากรุ่นพี่นะครับแล้วผมก็คงจะทำให้ดีที่สุดครับ” เสียงตบมือปนเสียงหัวเราะดังขึ้นทำเอาวุธเขินหน้าแดงไปไม่ถูก พี่มาร์คจึงรีบมาแย่งไมค์คือ
“ไม่เป็ไรนะครับตอนพี่มาครั้งแรกพี่ก็โดนแบบนี้แหละเหมือนเป็ธรรมเนียมของโรงเรียนเราไปแล้วนะครับ แต่ไม่ต้องห่วง ก่อนรับตำแหน่งจริงเราจะมีการเทรนให้กันก่อนอยู่แล้วนะครับแล้วถ้าน้องทำหน้าที่ได้ไม่เหมาะสม น้องก็จะถูกปลดเอง อ้อ แล้วใครที่คิดว่ามีความสามารถมากกว่าก็ให้จัดตั้งทีมมาชิงตำแหน่งได้นะครับ รับรองว่าการทดสอบชิงตำแหน่งโหดกว่าการสอบเข้านี้ร้อยเท่ายังไงตอนนี้ก็ขอเสียงตบมือให้กับน้องศาสตราวุธด้วยครับ” พี่มาร์คผายมือให้วุธคล้ายๆเหมือนจะไล่ลงจากเวทีไปก่อน วุธได้แต่ทำหน้างงๆ เดินลงเวทีไป
“เอาละน้องๆ ต่อไปให้แยกชายหญิง ผู้ชายออกประตูซ้ายผู้หญิงออกประตูขวา แล้วเดินตามทางไปที่หอพักที่นั่นจะมีรุ่นพี่และอาจารย์ประจำหอพักรออยู่เพื่อจัดสรรห้องพักให้แต่ละคนนะครับหอพักจะอยู่เยื้องกับหอประชุม เลยปะตูตาสยามไปทางประตูพันตานะครับ ทุกคนเข้าหอพักภายใน10 นาที ใครไปไม่ทันก็นอนตากยุงแล้วกัน ไปได้”เสียงฮือฮาดังระงมพร้อมกับการแตกฮือของเหล่าเด็กใหม่ พลายเห็นวุธยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เวทีจึงวิ่งไปดึงแขนลงมา
“อยากนอนตากยุงเหรอไง ไปกันเร็ว”พลายวิ่งลากวุธไปโดนมีแม็กดันหลังไป และสองสาววิ่งออกไปอีกทางด้วยความยิ้มแย้ม ทำเอาวุธที่ยังงงๆกับเื่ที่เกิดขึ้น ก็พอมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง