“ปลายทำไมทำกับน้องอย่างนี้ล่ะลูก พูดกับน้องดีๆ ก็ได้”
พรรณีปรามลูกชายซึ่งเธอเข้ามาเห็นเหตุการณ์และการกระทำที่ไม่เหมาะสมของลูกชายพอดี เพราะเมื่อไม่กี่นาทีนี้เธอได้ให้ลูกสาวคนใหม่เอาผ้าพันคอมาให้พี่ชายเป็ของขวัญเอาไว้ใช้ที่เมืองนอก แต่พี่ชายก็ดูจะไม่รับไมตรีน้องสาวเอาเสียเลย แถมยังขว้างทิ้งอย่างไม่ไยดีเสียอีก
“ปลายไม่ชอบนี่ครับคุณแม่ และอีกอย่างปลายก็มีผ้าพันคอไม่รู้กี่อันแล้ว ไม่จำเป็ต้องให้ใครมาซื้อให้อีก และโดยเฉพาะเงินนั้นก็เป็เงินของปลายเอง”
ปลายมองมาหาผู้ที่ถูกพูดถึงด้วยอาการไม่ชอบหน้าอย่างยิ่ง
“เงินปลายที่ไหนเอาอะไรมาพูดจ้ะ น้องเค้าอุตส่าห์เก็บเงินที่พ่อให้ค่าขนมมาซื้อให้ลูกนะ” พรรณีตำหนิน้อยๆ
“แล้วเงินพ่อเป็เงินปลายหรือเปล่าครับแม่” ปลายย้อนแม่ ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน
“ไม่ใช่ครับเงินพ่อก็คือเงินพ่อ และเมื่อพ่อให้ใครก็เป็ของคนนั้น แม่ว่าปลายไปขอโทษน้องเดี๋ยวนี้เลยนะก่อนที่แม่จะโกรธ” พรรณีสั่งเสียงเด็ดขาด
“ไม่!! ปลายไม่ขอโทษปลายเกลียดมันคุณแม่ได้ยินมั้ยครับว่าปลายเกลียดมัน ไม่มีใครมาแทนที่ยัยขิมได้หรอกครับแม่ ปลายไม่ชอบปลายไม่อยากมีน้องอีกคนแม่เข้าใจมั้ยครับ”
ปลายตะคอกแม่ด้วยอาการเกรี้ยวกราด แต่แล้วก็ต้องตะลึงที่เห็นอาการเหมือนจะช็อกอีกครั้งของพรรณีด้วยอาการโรคหัวใจกำเริบเหมือนหลายๆ ครั้งที่มีเื่กระทบกระเทือนจิตใจ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะเกิดขึ้นต่อหน้าของเขาเอง
“คุณแม่ครับๆ เป็อะไรไปครับ ปลายขอโทษครับ ปลายไม่ได้ตั้งใจ”
ปลายพูดพร้อมๆ วิ่งไปประคองแม่ ที่กำลังจะล้มลงที่พื้น พร้อมทั้งเ้าตัวเล็กก็เข้าไปประคองพอดี
“คุณผู้หญิง!! เป็อะไรไปคะ” บังอรอุทานเมื่อเข้ามาสมทบหลังจากที่ได้ยินเสียงเอะอะ
“ไม่เป็ไรหรอกคุณอร ช่วยประคองฉันไปที่โซฟาทีเถอะ”
พรรณีเสียงอ่อยและพยายามมพยุงตัวเองไปด้วย
“อ้าว! ใครอยู่ตรงนั้นเอายามาให้คุณผู้หญิงหน่อย เร็วๆ เข้า”
บังอระโบอกคนที่บ้าน เพราะเข้าใจดีว่าอาการของพรรณีคืออะไร พรรณีเป็โรคหัวใจ หลังจากที่คลอดลูกคนสุดท้องออกได้ไม่กี่ปี และก็ไม่สามารถมีทายาทได้อีกเพราะเป็อันตรายกับสุขภาพ และทุกครั้งที่มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจ ก็จะมีอาการอย่างที่เห็นนี้
“คุณแม่ครับปลายขอโทษครับ ปลายไม่ดีเองที่ทำให้คุณแม่ต้องเป็แบบนี้ ปลายเสียใจครับ”
ปลายกราบแทบตักเมื่อแม่อาการดีขึ้นมากแล้ว
“ไม่เป็ไรจ้ะลูกแม่ แต่ทีหลังปลายอย่าทำอย่างนี้อีกนะคะ แม่ไม่อยากให้ปลายคิดกับน้องอย่างนี้ลูก ปลายลองดูน้องสิจ๊ะ เขาไม่รู้เื่อะไรเลยนะ เราต้องให้ความรักและความอบอุ่นกับน้องนะรู้มั้ย เพราะน้องเขาไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติที่ไหนเลย เราต้องให้ในสิ่งที่น้องเขาขาดไปลูกรู้มั้ยจ้ะ”
พรรณีอธิบายยาวยืดพร้อมทั้งโอบกอดลูกชายสุดที่รักเอาไว้ ซึ่งทุกการกระทำและคำพูดต่างๆ อยู่ในสายตาของบังอร ซึ่งเป็เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของปลายก็ว่าได้
“ยัยขิมเข้ามาหาแม่สิจ๊ะ”
พรรณีอ้าแขนอีกข้างรับลูกสาวบุญธรรมให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดให้พร้อมๆ กับลูกชาย เด็กน้อยทันทีที่ถูกเรียกก็โผเข้ามาในอ้อมกอดโดยไม่รีรอ ด้วยอาการที่ไม่ค่อยประสาเท่าไหร่
“ดูสิจ๊ะคุณอรฉันมีลูกสาวและลูกชายที่น่ารักมั้ย” พรรณีพูดพลางหันไปหา บังอรคนสนิทของเธอ
“ค่ะอรก็ว่าอย่างนั้นล่ะค่ะ น่ารักทั้งคู่เลย” บังอรเสริมเพราะเห็นด้วยจริงๆ ในเื่นี้
“ยัยขิมเอาของขวัญมาให้พี่ปลายสิจ๊ะ”
พรรณีบอกเ้าตัวเล็กที่ั้แ่เกิดเื่ก็ได้แต่หอบของขวัญที่เตรียมเอาไว้ให้พี่ชายไว้ตลอดเลย
“ขิมให้พี่ปลายค่ะ เอาไว้พันคอตอนอากาศหนาวๆ นะคะ พี่ปลายจะได้ไม่เป็หวัดยังไงล่ะคะ”
หนูน้อยพูดพร้อมทั้งยื่นของให้พี่ชายนอกไส้
“ขอบใจจ้ะ”
ปลายฝืนใจรับของและฝืนใจขอบคุณเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ แต่ความจริงแล้วเขาไม่ชอบใจเอามากๆ เลย ที่มีคนมาคอยแย่งอ้อมกอดแม่ไป
“เร็วๆ สิจ๊ะตาปลาย เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดีหรอก”
ภาวินียืนอยู่หน้าบ้านกรรชัยและส่งเสียงเรียกเร่งหลานชายที่อยู่ในบ้านให้รีบมาขึ้นรถเร็วๆ ด้วยอาการที่รีบร้อนเกินเหตุทั้งๆ ที่มีเวลาเหลือเฟือที่จะไปสนามบิน
“ไม่ต้องรีบก็ได้จ้ะน้องภาเหลือเวลาอีกตั้งนานจ้ะ”
พรรณีบอกน้องสามี ขณะนั่งรอลูกชายในรถคันงามพร้อมกับกรรชัย และคุณพร้อม โดยมีสมาชิกใหม่นั่งร่วมอยู่ด้วย
“ไม่รีบได้ไงคะพี่ณีก็ภากลัวหลานตกเครื่องนี่คะ”
ภาวินีบอกพี่สะใภ้ในที่สุดขณะยืนรอหลายชายคนโปรดให้มาขึ้นรถ
“แหม! ยายภาก็ดูจะตื่นเต้นกว่าตาปลายอีกนะยะ”
ภัคคินีแหย่น้องสาวขณะเดินมาสมทบเพื่อไปส่งหลานชาย และก็ได้ยินเสียงน้องสาวเอะอะโวยวายเหมือนที่เคยเป็
“อ้าว! พี่ภัค ภานึกว่าจะไม่มาเสียแล้วซะอีกแน่ะ แล้วเด็กๆ ไม่มาเหรอคะ” ภาวินีถามพี่สาว
“ลูกพี่ติดเรียนดนตรีจ้ะมาไม่ได้” ภัคคินีอธิบายให้น้องสาวฟัง
“ปลายเสร็จแล้วฮะอาภา อาภัค” ปลายพูดพร้อมวิ่งมาจากในบ้านเพื่อสมทบ
“มาเลยหลานอา นั่งรถตู้กับอานะ ปล่อยให้คนสูงอายุเขาไปรถเก๋งก็แล้วกัน” ภัคคินีแหย่คนในรถเก๋ง
“ได้ครับอา ไปกันได้หรือยังครับ”
ปลายรับคำพร้อมทั้งกวาดตาดูคนในรถเก๋ง และเขาก็รับข้อเสนอของอาในที่สุด เพราะไม่อยากจะไปร่วมรถคันเดียวกับคนที่เขาไม่อยากจะให้ร่วมทางไปเท่าไหร่เลย
“พี่ภัคคะ ภานะหมั่นไส้นังเด็กเหลือขอนั่นจริงๆ เลย ดูสิพี่กรรชัยกับพี่ณีนะเอาใจมันสารพัดเลย แถมคุณแม่อีก หลงมันจริงๆ เลย ไม่รู้มันมีดีอะไรนักหนา กะอีแค่เด็กจรจัดคนเดียวแท้ๆ ทำจะเอามาชุบเลี้ยงให้เป็หงส์ พูดแล้วมันน่าโมโหจริงๆ เลย”
ภาวินีบ่นยืดยาวขณะนั่งในรถไปส่งหลานชาย
“นั่นสิยายภา พี่ก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้ามันเท่าไหร่เลย ทำเป็โอ๋ไปเหอะนะ อีกหน่อยโตมาแล้วถ้ามันเนรคุณพี่จะหัวเราะให้ฟันหักไปเลยไม่เชื่อคอยดูสิ”
ภัคคินีสมทบ
“นี่นะพอภาเอาไปเล่าให้เพื่อนๆ ภาฟังนะ ไม่มีใครเห็นด้วยสักคนเลย มีแต่คนเขาบอกว่า ไอ้พวกลูกเลี้ยงทั้งหลายที่ขอมาเลี้ยงนะ ตอนเล็กๆ มันก็เชื่อฟังเราหรอกนะคะ พอมันโตมาสิ เห็นออกลายไม่มีเว้นสักรายเลย บางรายหนักๆ เข้านะ”
“เอาพ่อผู้มีพระคุณนั่นแล่ะทำผัว พอปอกลอกจนหมดตัวแล้วมันก็ถีบหัวส่ง อีนังเด็กนี่ก็เหมือนกันแล่ะ ดูท่ามันแล้วคงไม่เบาแน่ ดูหน้าตามันนะจิ้มลิ้มไม่เบาเลย นี่ถ้าโตมาแล้วพี่กรรชัยเอามันทำเมียแล้วจะว่ายังไงล่ะเนี๊ย”
ภาวิณีสาธยายยืดยาว
“เออ! นั่นสินะ แต่ก็ช่างมันเถอะยายภา มันคงอีกหลายปีกว่ามันจะโตอย่าไปคิดให้เปลืองสมองเลย”
ภัคคินีสรุปในที่สุด แต่บทสนทนาทั้งหมดนี้มันทำให้คนฟังที่นั่งมาด้วยไม่ได้โล่งใจแม้แต่นิดเดียวเลย ปลายมีอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะตัวเองก็จะไม่ได้อยู่ที่บ้านอีกนาน คงต้องปล่อยให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์แล้วจริงๆ
“ตั้งใจเรียนดีๆ นะลูกพ่อ แล้วอย่าลืมกลับมาเยี่ยมบ้านทุกๆ ซัมเมอร์นะลูก”
กรรชัยสั่งลูกชายขณะที่กำลังจะเข้าประตูทางเข้าผู้โดยสารขาออก
“ครับคุณพ่อ ปลายจะโทรมาหาทุกอาทิตย์เลย และจะเขียนจดหมายมาหาทุกๆ เดือนด้วยครับ”
“ปลายไหนมาให้อากอดหน่อยสิจ๊ะหลานอา”
ภัคคินีพูดพลางอ้าแขนรับหลานชาย โดยไม่สนใจผู้คนที่เดินไปมาสักเท่าไหร่เลย แม้กระทั่งผู้ร่วมขบวนที่มาส่งลูกชายของเธอเอง ซึ่งยืนห้อมล้อมกันเต็มไปหมด
“ตั้งใจเรียนนะลูก ปลายเป็ความหวังของพวกเราทุกคนนะจ๊ะ กลับมาแล้วจะได้ช่วยพ่อบริหารงานนะลูก” กรรชัยลูกไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเลย
“คุณแม่ กับณีไม่ต้องห่วงอะไรนะ ไปถึงที่นั่น ขาดเหลืออะไรก็ให้โทรมาหาผมนะ แล้วอย่าอยู่กับลูกนานจนลืมผมกับยัยขิมนะ”
กรรชัยบอกแม่ และภรรยาที่เป็คนไปส่งลูกชาย โดยที่ปล่อยให้ยัยขิมยืนมองอยู่ข้างๆ ตามลำพัง
“ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะพ่อคุณ แม่อยู่ไม่นานหรอก ไม่ค่อยจะชอบอากาศหนาวๆ สักเท่าไหร่สู้บ้านเราก็ไม่ได้ จริงมั้ยแม่ณี”
คุณพร้อมรีบบอก
“คงไม่เกินเดือนค่ะคุณ แล้วณีจะรีบกลับมาค่ะ”
“ณีดูแลคุณแม่และตัวเองให้ดีนะผมห่วง” เขาบอกภรรยา
“ปลายด้วยดูแลคุณย่ากับคุณแม่ดีๆ นะลูก” เขาสั่งบุตรชายอีกครั้ง
“ครับพ่อ เอ่อ! พ่อครับปลายขออะไรจะได้มั้ยครับ” ปลายเอ่ยขณะผละออกจากอ้อมกอดพ่อ
“ว่ามาสิลูก”
กรรชัยทำท่ารอฟังลูกชายอยู่
“คุณพ่อสัญญาได้มั้ยครับว่า จะรักคุณแม่คนเดียว จะไม่มีใครที่ไหนอีก ไม่ว่าจะเป็ใครที่ไหน สาว สวย มากน้อยแค่ไหน คุณพ่อก็จะไม่เอามาแทนที่คุณแม่เด็ดขาดเลย สัญญากับปลายได้มั้ยครับคุณพ่อ”
ปลายขอคำตอบจากพ่อ ท่ามกลางความมึนงง ของคนที่ถูกถาม และทุกคนในกลุ่มซึ่งมีอาการไม่ต่างกันเท่าไหร่เลย
“พ่อไม่รู้ว่าปลายหมายถึงอะไรนะลูก แต่พ่อให้สัญญาว่าทุกอย่างที่ปลายขอ พ่อให้ได้หมดเลย แม่เป็ดวงใจของพ่อนะลูก ไม่มีวันที่พ่อจะเอาใครมาแทนที่ได้หรอกลูก”
กรรชัยให้คำมั่นสัญญาลูกชาย
“ตาปลายเขาเรียกแล้วลูก เข้าไปได้แล้วล่ะ อากับอาภัคขออวยพรให้ปลายประสบความสำเร็จในทุกๆ เื่นะจ๊ะ”
ภาวินีพูดขณะเอามือลูบหัวหลานชาย
“อาด้วยจ้ะ” ภัคคินีร่วมด้วย
“ครับคุณอา ปลายฝาก คุณพ่อด้วยนะครับ”
ปลายสั่งขณะจะเดินเข้าไปทางเข้าผู้โดยสาร และกวาดสายตามาหาทุกๆ คนด้วยความอาลัย แต่มันช่างไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย เมื่อหันไปเจอกับคนที่จะมาแทนที่เขาในตอนที่เ้าตัวไม่อยู่ หรืออาจจะมาเอาความรักและทุกสิ่งทุกอย่างจากเขาไปก็ได้
คิดๆ ไปแล้วเขาก็นึกถึงคำพูดของอาๆ ตอนที่นั่งมาในรถ ถ้ามันเป็อย่างนั้นจริงๆ เขาจะทำยังไงดีนะ แต่ช่างมันเถอะเอาไว้ให้เื่มันเกิดขึ้นก่อนดีกว่าแล้วค่อยมาหาทางแก้ไขทีหลัง นั่นคือวิธีการที่เขาคิดเสมอมา
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
