เซี่ยชิงเยว่ปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางระหว่างแม่สื่อสองคนนางสวมมงกุฎหงส์บนศีรษะโดยมีไข่มุกงดงามร้อยเรียงเป็สายห้อยระย้าตามแนวขอบของมงกุฎหงส์เพื่อปิดบังใบหน้าทั้งหมดและซ่อนอารมณ์ความรู้สึกของนางจากสายตาผู้คนเส้นผมสีดำยาวสลวยทอประกายทิ้งตัวอย่างนุ่มนวลบนแผ่นหลังชุดคลุมยาวสีแดงชาดประดับเป็ลวดลาย “ความสุขทั้งสี่”ลายปักรูปเมฆาและเข็มขัดขับเน้นทรวดทรงองค์เอวเท่าหยิบมือ บั้นเอวของนางประดับด้วยเครื่องรางทำจากหยกน้ำงามร้อยด้วยไข่มุกแกว่งไกวตรงปลายพู่เข้ากันกับรองเท้าสีทองที่นางสวมใส่ รายละเอียดพิเศษเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ส่งผลให้เซี่ยชิงเยว่ดูงดงามเฉิดฉายในอาภรณ์เลิศหรูยิ่งกว่าที่เคยเป็
เซี่ยฉิงเยว่เดินใกล้เข้ามาหาเีเ่อย่างช้าๆภายใต้การจับจูงของแม่สื่อทั้งสองทุกย่างก้าวของนางทั้งแ่พลิ้วทั้งงามสง่าประดุจเคลื่อนคล้อยข้ามเมฆาหากเป็การเดินของบุคคลทั่วไป สามารถเรียกว่าการก้าวเดิน แต่เมื่อเป็นางแล้วกลับดูเหมือนนางเซียนเหาะเหินเหนือยอดเมฆ อากัปกิริยาของนางที่แสนงดงามอ่อนช้อยทำให้เีเ่จับจ้องมองอย่างลืมตัว
เซี่ยชิงเยว่ก้าวเดินมาหยุดยืนด้านข้างเกี้ยวเ้าสาวในที่สุดแม่สื่อทั้งสองทำการคารวะก่อนถอยกายอำลาตามธรรมเนียมการแต่งงานของจักรวรรดิวายุครามนั้นเ้าบ่าวต้องเป็ผู้นำส่งเ้าสาวเข้านั่งภายในเกี้ยวเีเ่ก้าวมาข้างหน้าและยื่นมือออกมาเพื่อช่วยพยุงเซี่ยชิงเยว่หญิงสาววาดมือขึ้นเป็เส้นสายอันงามงด...หากทว่า เมื่อเีเ่กุมมือนางพลังงานความเย็นที่เย็นเยียบเสียดแทงพลันบุกรุกเข้าทางฝ่ามือของเีเ่แขนข้างซ้ายทั้งข้างของเขาแข็งทื่อด้วยความเ็ปและเกือบแข็งตัวเป็อัมพาต
ความรู้สึกเย็นเยียบทรมานค่อยๆจางหายไปเมื่อเีเ่ลดมือลงอย่างเงียบๆ โดยไม่แสดงสัญญาณถึงสิ่งผิดปกตินอกเหนือไปจากรอยหยักหนึ่งเส้นระหว่างหัวคิ้วขณะที่ความเยือกแข็งเข้าโจมตีเขาไม่ได้แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่เสียงแม้เพียงเล็กน้อย
หากมีใครเปิดม่านมุกที่ปิดบังใบหน้าเซี่ยชิงเยว่ออกจะพบว่าดวงตาอันงดงามของนางทอประกายตื่นเต้นสงสัยขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับกลายเป็เ็าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เีเ่ขึ้นนั่งบนหลังม้าขบวนแห่เ้าสาวเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งอย่างคึกคักเข้มแข็ง พนักงานแต่งงานของตระกูลเซี่ยติดตามทิศทางขบวนแห่ของตระกูลเซียวไปหลังจากนั้นไม่นาน
เซียวเล่ยยืนอยู่ที่ประตูอย่างเรียบร้อยเพื่อต้อนรับแเื่ผู้มาร่วมงานน่าเศร้าที่จำนวนแเื่ผู้มาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีกับเีเ่มีน้อยยิ่งกว่าน้อยผู้มาร่วมงานส่วนมากล้วนสืบเนื่องจากเซียวเล่ยและตระกูลเซี่ย ด้วยชื่อเสียงของเซียวเล่ยและความกว้างขวางของตระกูลเซี่ยผู้คนล้วนมากันอย่างคับคั่งภายนอกทางเข้าตึกตระกูลเซียวล้วนยืนเต็มไปด้วยผู้คนที่มาสังเกตการณ์จนแทบนับไม่ถ้วนถนนหนทางแออัดยัดเยียดจนแม้แต่น้ำหยดหนึ่งก็ไม่สามารถหยดผ่านได้ผู้คนเหล่านี้มาเพราะการแต่งงานของโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาล่อง
เกี้ยวเ้าสาวของเซี่ยชิงเยว่ค่อยๆหยุดลงท่ามกลางเสียงอึกทึกมุมด้านหนึ่งของม่านบังประตูถูกเปิดเมื่อเซี่ยตงหลิงสาวใช้ของนางรายงานอย่างนอบน้อม“คุณหนู พวกเรามาถึงแล้ว”
จากนั้นเซี่ยชิงเยว่ยื่นเหยียดแขนออกไป เซี่ยตงหลิงลดมือลงเพื่อพยุงนายหญิง
ทันทีที่เซี่ยชิงเยว่ปรากฏออกมาจากเกี้ยวเ้าสาวสรรพสำเนียงเซ็งแซ่หนวกหูถูกแทนที่ด้วยความเงียบอย่างกะทันหันเนื่องจากการสูดลมหายใจอย่างตื่นตะลึงของผู้คน
มันเป็เวลาเกือบเที่ยงวันแสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบมงกุฎเ้าสาว ชุดยาวสีแดงทอประกายแวววาวพลิ้วไหวตามสายลมสะท้อนให้ผู้คนตาลายพร่าพรายจนไม่กล้าจ้องมองนานเกินไปเส้นผมของนางขมวดมุ่นเป็วงบนศีรษะ ครอบทับด้วยมงกุฎหงส์สูงสี่ชั้น้าสุดของมงกุฎหงส์เหน็บไว้ด้วยปิ่นปักผมทำจากทองคำขณะที่ด้านล่างแกะสลักด้วยทองคำเป็รูปหงส์ ขอบผ้าสีแดงเข้มบนมงกุฎหงส์สีทองยืดขยายออกเป็ม่านมุกพลิ้วไหวเป็เส้นสายแม้แต่ใบหน้าของนางก็ได้รับการแต่งแต้มประทินโฉมด้วยดวงตาและริมฝีปากกึ่งเปิดเผยกึ่งปกปิดเช่นนี้ความงามของนางยิ่งสมบูรณ์แบบถึงที่สุด
เสียงทอดถอนหายใจที่ไม่สามารถควบคุมไว้ได้ของทุกผู้คนดังขึ้นทับซ้อนไล่เลี่ยกันเมื่อแต่ละคนได้แต่มองจ้องไปเบื้องหน้าคนคล้ายยังไม่ตื่นจากฝัน นี่เป็อิทธิพลความงามของเซี่ยชิงเยว่และมันเกิดขึ้นขณะที่นางยังไม่แม้แต่จะเปิดเผยใบหน้า! เพียงแค่สง่าราศีและเงาร่างอันอ่อนช้อยเพียงเท่านี้นางดูไปคล้ายกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากงานจิตรกรรม ที่สุดแห่งความงามที่ยากละสายตา
เซี่ยตงหลิงรัดผ้าไหมสีแดงเข้าที่ข้อมือของเซี่ยชิงเยว่ตามธรรมดาแล้ว อีกปลายหนึ่งของผ้าสีแดงย่อมผูกกับข้อมือของเีเ่เมื่อเขาลงจากอานม้าเีเ่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเขาเดินไปหาเซี่ยชิงเยว่เพื่อนำทางนางก้าวข้ามกระถางอัคคีทั้งสองก้าวผ่านธรณีประตูของตระกูลเซียวและเดินตรงเข้าสู่ห้องโถง
เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงทางเข้าหลักของตระกูลเซียวเสียงรอบข้างยังคงดังเซ็งแซ่ สีหน้าของเีเ่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้เพียงน้อย เขารักษาฝีเท้าให้คงที่ทั้งที่ความจริงแล้ว้าจบพิธีให้เร็วที่สุด
นี่คือห้องโถงกลางของตระกูลเซียวที่จัดเตรียมเฉพาะการเรียกประชุมงานสำคัญบุคคลที่ได้รับอนุญาตในการใช้สถานที่นี้เพื่อประกอบพิธีแต่งงานมีเพียงเ้าบ้านตระกูลเซียวและเหล่าผู้าุโเพียงเท่านั้นเพื่อรับรองงานพิธีมงคลสมรสครั้งนี้ ห้องโถงผ่านการตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่เป็ภาพที่มีค่าควรแก่การทัศนาอย่างแท้จริง ที่เห็นได้อย่างชัดเจนต้นเสาทุกต้นต่างถูกฝังด้วยบุษราคัมสีสดผนังทุกด้านถูกแต่งแต้มเป็ลวดลายัฝังด้วยมุกอันล้ำค่าหายากพรมสีแดงปูทอดข้ามกึ่งกลางห้องโถงเป็เส้นตรงและหยุดอยู่ที่บันไดสีทองขั้นเล็กๆ รัศมีสีทองเบาบางเคลือบคลุมไปในชั้นบรรยากาศส่งผลให้ห้องโถงที่ถูกประดับตกแต่งอย่างงดงามอยู่แล้วยิ่งสะท้อนประกายจนตาพร่าตระกูลเซียวไม่ได้ยินดีจับจ่ายใช้สอยเงินจำนวนมากเพื่อเีเ่ส่วนใหญ่ล้วนเป็ส่วนของตระกูลเซี่ยซึ่งเซี่ยหงอี้ยิ่งกว่ายินยอมพร้อมใจที่จะใช้จ่ายเพื่องานแต่งงานของบุตรสาวผู้เป็แก้วตาดวงใจ
เซียวเล่ยและเซี่ยหงอี้นั่งเป็ประธานคู่กันบนเก้าอี้ที่ถูกจัดวางไว้จุดสูงสุดของห้องโถงรอยยิ้มกลาดเกลื่อนทั่วใบหน้าของทั้งสองยามเห็นเีเ่และเซี่ยชิงเยว่ก้าวเข้ามาด้านในสองฟากข้างพรมแดงล้วนตั้งไว้ด้วยเก้าอี้ไม้จันทน์แดงและที่ถูกนั่งเต็มไปด้วยแเื่โดยมีเซียวหยุนไห่ผู้นำตระกูลเซียวนั่งรวมอยู่ในจำนวนนั้นปะปนไปด้วยผู้าุโทั้งสี่แห่งตระกูลเซียวเมื่อเีเ่เดินเข้ามาภายในด้วยรอยยิ้มเฉิดฉาย สีหน้าของบุคคลเ่าั้ต่างไม่เปลี่ยนแปลงอันใดหากทว่าภายในใจล้วนร่ำร้องด่าทอด้วยความดูแคลน
ตระกูลเซียวเป็ตระกูลผู้ฝึกวรยุทธ์อุทิศตนในการขัดเกลาฝีมือสืบต่อกันมาหลายต่อหลายรุ่นการถือกำเนิดของผู้มีเส้นชีพจรลมปราณพิการเสียหายเช่นเีเ่ถือเป็ความน่าอับอายของตระกูลหากเขาไม่ใช่หลานชายของผู้าุโที่ห้าเซียวเล่ย เขาคงถูกอัปเปหิออกจากตระกูลไม่ใช่คงอยู่ในศักดิ์ฐานะปัจจุบันอย่างเช่นทุกวันนี้
...และหากไม่ใช่เหตุผลที่เีเ่กำลังจะแต่งงานกับเ้าสาวตระกูลสูงผู้เป็ทายาทของตระกูลเซี่ยแล้วพวกเขาคงไม่แม้แต่จะมาร่วมเป็แเื่ในงานไม่ต้องพูดถึงการร่วมเป็สักขีพยานในพิธี
เกี่ยวกับเีเ่หากพวกมันได้ยินชื่อนี้ สิ่งเดียวที่พวกมันจะคิดถึงในครั้งแรกล้วนเป็คำว่า “ขยะ”พวกมันล้วนไม่สนใจว่าเีเ่จะทำอะไร แม้แต่ใบหน้าของเีเ่พวกมันยังไม่อาจจดจำได้ด้วยซ้ำ ในทวีปลมปราณฟ้าแห่งนี้ไม่มีใครไว้หน้าท่านหากท่านไม่มีกำลังอันแข็งแกร่งนี่เป็ความจริงที่น่าขมขื่นอันเป็ที่ยอมรับโดยทุกผู้คนแม้ว่าท่านจะเป็หนึ่งในสมาชิกของตระกูลเดียวกันก็ตาม
สีหน้าท่าทางของเหล่าผู้เยาว์ในตระกูลเซียวเองก็สงบนิ่งอย่างเหนือความคาดหมายพวกมันต่างจับจ้องไปที่เซี่ยชิงเยว่อย่างไม่คลาดสายตาแววตากลับแสดงชัดถึงความหลงใหลคลั่งไคล้อันไม่อาจสะกดควบคุมเมื่อพวกมันหันมามองที่เีเ่ดวงตาของพวกมันล้วนเปิดเผยถึงความอิจฉาริษยาอันพลุ่งพล่านภายในศิษย์ภายนอกตระกูลเซียวซึ่งตลอดมาแสดงความดูถูกเหยียดหยามต่อเ้าคนพิการตลอดชีวิตผู้นี้พวกมันล้วนคาดคิดมิถึงว่าเีเ่จะได้ตบแต่งกับโฉมงามล่มเมืองเช่นเซี่ยชิงเยว่ความรู้สึกไม่พึงประสงค์ที่บุคคลกลางห้องโถงพิธีแต่งงานทั้งสองปลุกขึ้นมาล้วนน่าอึดอัดประดุจการกลืนกินแมลงวันตัวเป็ๆ
ผู้รับผิดชอบขั้นตอนพิธีในงานแต่งนี้คือผู้จัดการแผนกขนส่งของตระกูลเซียวเรียกว่าเซียวเต๋อ พิธีสมรสเริ่มขึ้นโดยสัญญาณเมื่อเขาเริ่มขับขาน
เ้าภาพเริ่มพิธีรีตองขั้นแรกด้วยการแนะนำคู่บ่าวสาวทั้งสองต่อจากนั้นจึงอ่านรายนามของแขกผู้มีเกียรติผู้มาเป็พยานในงานแต่งงานขณะพิธีดำเนินไปตามขั้นตอน ท่าทางภายนอกของเีเ่ยังคงไม่ยินดียินร้ายหากทว่าในใจของเขาปรากฏคลื่นเป็ระลอกซัดสาด ไม่ว่าเ้าภาพจะพูดอะไรหลังจากนี้เีเ่ล้วนไม่มีแก่ใจรับฟังเนื่องจากในหัวของเขาล้วนจดจ่อใคร่ครวญถึงปัญหาที่เขาวิตกกังวลอยู่เท่านั้น
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาััจากการแตะมือของเซี่ยชิงเยว่เมื่อครู่คืออะไรกันแน่ ? นั่นเป็เพียงพลังลมปราณเท่านั้น ? ทว่าเขากลับไม่เคยได้ยินได้ฟังถึงพลังปราณที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อนในเมืองเมฆาล่องนี้การที่เซี่ยชิงเยว่มีพลังฝีมือบรรลุถึงขอบเขตยุทธ์ลมปราณเริ่มต้นขั้นที่สิบด้วยอายุเพียงสิบหกปีแม้แท้จริงจะน่าตระหนก...แต่นางก็อยู่เพียงขั้นเริ่มต้นของระดับสิบในขอบเขตลมปราณชั้นแรกเริ่มนางจะมีความสามารถถึงขั้นปลดปล่อยพลังความเย็นที่สามารถเยือกแข็งแขนทั้งข้างของเขาอย่างไร้เสียงได้อย่างไร ? พลังยุทธ์อันลึกลับน่าตระหนกที่สูงส่งรุนแรงถึงระดับนี้คือพลังอะไรกันแน่ ?
หรือนี่จะเป็ความเก่งกาจที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ของเซี่ยชิงเยว่ผู้บรรลุจุดสูงสุดของขั้นสิบในขอบเขตชั้นลมปราณเริ่มต้น ?
เสียงบรรยายของผู้ดำเนินพิธีหยุดลงหลังจากการหยุดพักครู่หนึ่ง เขาเปล่งเสียงขึ้นอีกครั้งด้วยความดังระดับแปด
“คารวะครั้งที่หนึ่ง กราบฟ้าดิน!”
ความคิดคำนึงของเีเ่วกกลับมาเขาจับจ้องไปยังเซี่ยชิงเยว่ทางหางตาตอนที่ทั้งสองก้มศีรษะลงคารวะไปทางประตูเพื่อกราบไหว้ฟ้าดิน
“คารวะครั้งที่สองกราบบรรพบุรุษ!”
ทั้งสองหมุนกลับหลัง 180 องศาเผชิญหน้ากับเซี่ยหงอี้และเซียวเล่ยและโขกศีรษะเซียวเล่ยผงกศีรษะรับอย่างหนักแน่นและยิ้มอย่างยินดีให้แก่เีเ่และสะใภ้ใหม่เซี่ยหงอี้เองใบหน้าเปล่งปลั่งเปื้อนรอยยิ้มด้วยความยินดีอย่างถึงที่สุด
“บ่าวสาวคารวะกันและกัน!”
เีเ่หันหน้าเขาหาเซี่ยชิงเยว่ขณะเดียวกันเซี่ยชิงเยว่ก็หันหน้าเข้าหาเขาอากัปกิริยาการเปลี่ยนทิศทางที่ไม่มีความลังเลหรือเฉื่อยช้าเลยแม้แต่น้อยทำให้เหล่าผู้เยาว์ในตระกูลเซียวต้องกัดฟันแน่นในความคาดคิดของพวกมันล้วนเชื่อว่าเซี่ยชิงเยว่ไม่มีทางยินยอมพร้อมใจแต่งงานกับตัวพิการไร้ประโยชน์ หากคงถูกบังคับขืนใจโดยตระกูลเซี่ยช่างเป็ที่น่าผิดหวังจนถึงขณะนี้ไม่มีแม้แต่การดิ้นรนขัดขืนแม้เพียงเศษเสี้ยวจากเซี่ยชิงเยว่ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยของการหลบหนีที่ล้มเหลวของนางอย่างที่พวกมันต่างคาดหวังให้เกิดขึ้น
คู่บ่าวสาวทั้งสองโน้มตัวลงก้มศีรษะคารวะแก่กัน เีเ่สบตากับดวงตาเยือกเย็นที่ส่องประกายลอดผ่านช่องว่างระหว่างม่านมุก
...ดวงตาเย็นเยือกประดุจน้ำแข็งที่ปราศจากความรู้สึกใดๆ
ปกติแล้วใน่เวลานี้แเื่จะปรบมือแสดงความยินดีอย่างกระตือรือร้น หัวเราะเสียงดังและกล่าวคำอวยพรแต่คราวนี้ เพียงไม่กี่คนที่ปรบมืออย่างจริงใจต่อคู่บ่าวสาวก่อให้เกิดบรรยากาศกระอักกระอ่วน
“ช่างเป็เื่น่ายินดีอย่างสุดซึ้งต่อท่านผู้าุโห้า”เซียวหลี่ ผู้าุโลำดับหนึ่งซึ่งนั่งติดกับเซียวหยุนไห่พูด น้ำเสียงแฝงแววเหยียดหยามแปลกแปร่ง
“ข้าขอเป็ตัวแทนของผู้าุโทั้งห้าในการอวยพร”แม้แต่เซียวหยุนไห่เองยังได้ยินหางเสียงแฝงแววดูแคลนในน้ำคำของตนอย่างชัดเจน
ผู้าุโที่สองเซียวป๋อหัวเราะแปร่งประหลาดเช่นเดียวกับเซียวหยุนไห่และพูดช้าๆว่า “ท่านผู้าุโห้าได้สะใภ้เปี่ยมพร์ ช่างเป็เกียรติแก่ตระกูลเซียวเราส่วนตระกูลเซี่ยที่ได้ลูกเขยเพิ่มมานั้น...ฮ่าๆๆ พูดได้ว่าไม่ถึงกับเลวเกินไป ยินดีด้วย”
บรรยากาศในห้องโถงพลันแปรเปลี่ยนเป็เยือกเย็นลงหากไม่โง่เง่าจนเกินไปทุกคนย่อมฟังออกอย่างชัดเจนถึงน้ำเสียงเสียดสีประชดประชันในคำ “ยินดีด้วย”ที่ออกมาจากปากของเหล่าผู้าุโ
*********************************************************************************************************
เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับพิธีแต่งงานของจีน
พิธีแต่งงานของจีนตามประเพณีมีหกขั้นตอนสำคัญ เรียกว่า พิธีหก ประกอบไปด้วย (๑)ส่งของขวัญแก่บ้านเ้าสาว (๒) หาชื่อและประวัติเ้าสาว (๓) การหมั้นหมาย (๔)การส่งมอบสินสอด (๕) หาฤกษ์ยามพิธี และ (๖) พบเ้าสาว
ขั้นตอนแรกคือการส่งของขวัญแก่บ้านเ้าสาวนั้น เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มหลงรักหญิงสาวหลังจากนั้นครอบครัวฝ่ายชายจะไปพบพ่อสื่อพร้อมของขวัญของขวัญตามธรรมเนียมจีนในที่นี้ประกอบด้วย (๑) ห่าน (ที่ยังมีชีวิต)เพื่อเป็เครื่องหมายแห่งการรักษาคำมั่นเนื่องจากห่านจะอพยพลงใต้ในฤดูใบไม้ร่วงและบินกลับขึ้นเหนือในฤดูใบไม้ผลิใน่เวลาเดิมของทุกปี(๒) ห่านสีขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ (๓) ภาพวาดสีน้ำหมายความถึงความปรองดองและความรักชื่นชม และ (๔) ต้นไหม สื่อถึงความสุข
ขั้นที่สอง รับชื่อเ้าสาวการรู้ชื่อจริงพร้อมทั้งวันเดือนปีเกิดของเ้าสาวเพื่อนำมาผูกชะตา
ขั้นที่สาม พิธีหมั้นเมื่อผูกชะตาหนุ่มสาวแล้วพบว่าชะตาทั้งคู่เข้ากันดี ครอบครัวฝ่ายชายจะให้พ่อสื่อนำส่งของขวัญหมั้นหมายพร้อมทั้งหนังสือหมั้นหมายอย่างเป็ทางการทั้งสองครอบครัวจะแลกเปลี่ยนวันเดือนปีเกิดของทั้งบ่าวสาวหลังจากนั้นบ้านเ้าบ่าวจะจัดเตรียมงานแต่ง
ขั้นที่สี่ นำส่งสินสอดเมื่อทุกอย่างพร้อมสำหรับงานแต่งงาน ครอบครัวฝ่ายชายจะต้องส่งของขวัญ เงินทองและของมีค่าต่างๆ แก่ครอบครัวเ้าสาวพร้อมสมุดจดรายการสินสอดทั้งหมด
ขั้นที่ห้า หาฤกษ์ยามครอบครัวฝ่ายชายหาฤกษ์เหมาะสมสำหรับงานมงคล
ขั้นที่หก พบเ้าสาวขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในประเพณีแต่งงานของจีน คือวันแต่งงานเ้าสาวจะใส่ชุดมงคลสีแดง เ้าบ่าวใส่ชุดแต่งงานพร้อมจัดขบวนเดินทางไปรับเ้าสาวในงานพิธีแต่งงาน เมื่อเ้าสาวมาถึงบ้านฝ่ายชาย เ้าบ่าวจะนำเ้าสาวเดินข้ามกระถางอัคคี ก่อนเข้าบ้าน สื่อนัยยะถึงการขับไล่สิ่งอัปมงคลทั้งหลายออกจากตัวหลังจากนั้นบ่าวสาวคารวะสาม คือ คารวะฟ้าดิน บิดามารดา และคารวะซึ่งกันและกัน
หลังจากนั้นคือการฉลองและส่งคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอเ้าบ่าวและเ้าสาวต้องอยู่ภายในห้องหอตลอดหนึ่งคืนห้ามออกไปไหน