บทที่ 103: โศกนาฏกรรมในคืนวันเพ็ญ (Tragedy in the Full Moon)
เมื่อริโกะ อาซึสะ และซานาเอะ ได้มาถึงที่บริเวณต้นตอของเสียงกรีดร้องที่ดังออกมา ก็ได้มาพบกับสึบากิในคราบมิโกะในศาลเจ้าที่มีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปจากเดิม“กรร...” เธอได้กลายร่างเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์จากคำสาปของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่อยู่ในร่างของสึบากิ เธอยืนมองไปที่เพื่อนๆ ทั้งสามพลางคำรามในลำคอเบาๆ“สึบากิ...จัง” เพื่อนๆ ทั้งสามต่างก็รู้สึกตกใจจนแทบช็อก ดวงตาคู่งามกลมโตของพวกเธอนั้นเบิกกว้าง มือเรียวงามทั้งสองข้างของพวกเธอนั้นก็พลางค่อยๆ ยกขึ้นปิดปาก“ทำไมกัน...ทำไมสึบากิจัง...ถึงได้กลายเป็นแบบนี้” ซานาเอะพลางค่อยๆ ทรุดเข่าลงที่พื้น พลางมีน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาคู่งามสีชมพูอ่อนๆ จนอาบแก้ม เมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของสึบากิที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเช่นนั้น แทนที่จะรู้สึกหวาดกลัว แต่พวกเธอนั้นกลับรู้สึกเสียใจจนร้องไห้สะอื้นออกมาด้วยความรู้สึกสงสารที่สึบากิต้องมาเจออะไรแบบนี้“ไม่ต้องกลัวไปนะ สึบากิจัง พวกฉันก็เคยบอกกับเธอไว้แล้วนี่ ไม่ว่ารูปลักษณ์ของเธอจะเปลี่ยนไปเช่นใด พวกฉันก็จะไม่มีวันทอดทิ้งเธอไว้ข้างหลัง จะยังคงเป็นเพื่อนกับเธอ และอยู่เคียงข้างเธอเสมอ”“สึบากิจัง พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็จะยังอยู่เคียงข้างเธอ”อาซึสะกับริโกะพลางค่อยๆ เดินเข้ามาหาสึบากิที่ได้กลายร่างเป็นอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์อย่างไม่เกรงกลัว และสักพัก เธอก็ปล่อยพลังปีศาจใส่พวกเธอทั้งสอง จนให้ร่างงามของพวกเธอนั้นกระเด็นออกมา และล้มกระแทกลงที่พื้น จากนั้น ร่างอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์ของสึบากินั้นก็กลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หางสีเหลืองทองที่มีขนาดใหญ่เท่ากับช้าง และบินพุ่งตรงไปยังศาลเจ้าโอยามะซุมิด้วยความเร็วสูง ปล่อยให้เพื่อนๆ ทั้งสามของเธอนั้นนั่งทำสีหน้าตกใจอยู่อย่างนั้นเมื่อได้มาถึงที่ศาลเจ้าโอยามะซุมิ ขาทั้ง 4 ของมันก็ค่อยๆ หย่อนลงมาทีละน้อย ก่อนที่มันจะยืน 4 ขาอยู่บนหลังคาของตัวศาลเจ้า พลางจ้องมองไปที่เหล่าบรรดาแขกผู้มีเกียรติที่อยู่ภายในศาลเจ้าด้วยสายตาที่ดุร้ายราวกับหมาป่า ในท่ามกลางความหวั่นเกรงของเหล่าแขกผู้มาร่วมงานพิธีในศาลเจ้าแต่ทางด้านเคียวโกะ โดมัน และอิชชินนั้นกลับไม่รู้สึกหวั่นเกรงที่มีต่อพญาจิ้งจอก 9 หางที่อยู่ตรงหน้าเลยซักนิด เคียวโกะนั่งมองไปที่สึบากิที่อยู่ในร่างของพญาจิ้งจอก 9 หาง พลางยิ้มออกมาบนใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความอำมหิต“โฮก~” พญาจิ้งจอก 9 หางที่ยืน 4 ขาอยู่บนหลังคาของตัวศาลเจ้านั้นกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณภายในศาลเจ้า จนทำให้เหล่าแขกผู้มาร่วมงานพิธีในครั้งนี้พากันวิ่งหนีออกมาจากศาลเจ้ากันอย่างแตกตื่นทางด้านพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นไม่รอช้า จึงรีบบินมายังตรงบริเวณทางยาวที่หน้าศาลเจ้า และพ่นลูกไฟใส่เหล่าแขกผู้มาร่วมงานทั้งหมดอย่างไม่ยั้ง เรียงตรงไปเป็นทางยาวจนมาถึงซุ้มประตูที่อยู่หน้าสุด ลูกไฟนับสิบกว่าลูกที่ได้พ่นออกมาจากปากนั้นได้ก่อให้เกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแรงระเบิดที่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างด้วยเหตุเช่นนั้น จึงทำให้เหล่าบรรดาแขกผู้มาร่วมงานพิธีในศาลเจ้าหลายร้อยกว่าชีวิตได้สิ้นใจลงทั้งหมด เหลือรอดเพียงแค่สองพ่อลูกแห่งตระกูลฟูจิเอดะอย่างทาดาชิกับมิเนโกะร่างไร้วิญญาณของพวกเขาทั้งหมดนั้นได้กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณทางยาว ตั้งแต่หน้าซุ้มประตูทางเข้าออกของศาลเจ้าโอยามะซุมิไปจนถึงซุ้มประตูที่อยู่ด้านหน้าสุด ที่บริเวณตรงนั้นมีเปลวไฟอันร้อนระอุที่ลุกไหม้แทบจะหลายๆ จุดทั่วทั้งบริเวณ จนพื้นที่บริเวณตรงนั้นแทบจะกลายเป็นขุมนรกอเวจีไปในทันที มีกลุ่มควันไฟที่ลอยฟุ้งขึ้นมาเป็นจำนวนมาก มีกลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนแทบจะรู้สึกอึดอัดและสะอิดสะเอียนพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นรีบร่อนลงมายังตรงหน้าทาดาชิกับมิเนโกะ ก่อนที่มันจะค่อยๆ ขยับ 4 ขาก้าวเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้าๆ ด้วยสายตาอันดุร้ายราวกับสัตว์กินเนื้อ แม้ว่าทั้งสองพ่อลูกจะรู้สึกกลัวจนแทบจะขาสั่น แต่พวกเขานั้นต่างก็ไม่แสดงความรู้สึกนั่นออกมา ใบหน้าของทั้งสองพ่อลูกนั้นต่างก็นิ่วด้วยความรู้สึกเคร่งเครียด คิ้วทั้งสองข้างของพวกเขานั้นพลางขมวดเข้าหา พร้อมกับเบิกตากว้างออกมาเพียงเล็กน้อยและทันใดนั้น อุชิโกเซ็น ภูติพิทักษ์วัวน้ำก็ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับพ่นแรงดันน้ำโจมตีใส่พญาจิ้งจอก 9 หาง แต่มันก็รีบพ่นเปลวไฟออกมาตอบโต้ได้ทันเวลา จนเกิดการต้านทานกันขึ้นระหว่างเปลวไฟอันร้อนระอุที่พ่นออกมาจากปากของพญาจิ้งจอก 9 หาง และแรงดันน้ำอันเย็นเฉียบที่พ่นออกมาจากปากของอุชิโกเซ็น ภูติพิทักษ์วัวน้ำและในระหว่างนั้น คินซากิ มือขวาประจำตระกูลฟูจิเอดะก็ได้วิ่งเข้ามาหาสองพ่อลูกอย่างทาดาชิกับมิเนโกะที่ตรงบริเวณทางยาวที่อยู่ในท่ามกลางเปลวไฟอันร้อนระอุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่อารักขาอีกประมาณ 2-3 คนที่วิ่งติดตามเข้ามาด้วยแต่ไฟย่อมแพ้น้ำ เปลวไฟของพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นมิอาจที่จะต้านทานแรงดันน้ำของอุชิโกเซ็นอีกต่อไปได้ จึงทำให้พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นถูกแรงดันน้ำของอีกฝ่ายโจมตีเข้าอย่างจังจนแทบจะทรุดลงในทันที จากนั้น ก็เกิดการต่อสู้กันขึ้นอย่างดุเดือดระหว่างอุชิโกเซ็น ภูติพิทักษ์วัวน้ำ กับพญาจิ้งจอก 9 หางที่สึบากิกลายร่างขึ้นจากคำสาปของนางเทวีอสูรฯ“รีบหนีไปจากที่นี่กันเถอะครับ”ทางด้านคินซากินั้นก็รีบพาทาดาชิกับมิเนโกะหนีออกไปจากบริเวณตรงนั้น หลัง จากที่วิ่งหนีมาได้สักพัก พญาจิ้งจอก 9 หางปล่อยพลังปีศาจธาตุสายฟ้าโจมตีใส่อุชิโกเซ็น ภูติพิทักษ์วัวน้ำ จนทำให้ร่างของมันนั้นค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นแล้วเลือนหายไปในขณะเดียวกัน ทางด้านพวกเคียวโกะ โดมัน และอิชชินนั้น ก็กำลังยืนมองจากทางด้านหลังด้วยรอยยิ้มอำมหิตบนใบหน้าที่แสดงออกถึงความร้ายกาจได้อย่างชัดเจน อยู่ที่บริเวณซุ้มประตูที่อยู่ด้านหน้าสุด ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะรีบเดินหายไปจากตรงนั้นพญาจิ้งจอก 9 หางรีบกระโดดเข้ามาขวางหน้าพวกมิเนโกะเอาไว้ ก่อนที่มันจะพ่นลูกไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่โจมตีใส่อีกฝ่าย แต่ทันใดนั้น ก็ได้มีภูติพิทักษ์กระต่ายเบญจธาตุทั้ง 5 ตนปรากฏตัวขึ้น และปกป้องพวกเขาเอาไว้ได้ทัน ในขณะเดียวกัน มีเด็กสาวมัธยมปลายนางหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นในชุดนักเรียนกะลาสีแขนยาวโทนสีน้ำเงินล้วน ตัดกับเส้นขอบสีขาว ผูกด้วยโบว์สีแดง สวมใส่ถุงน่องกางเกงสีดำสนิท และรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มจากแบรนด์หรูเธอถือคฑาเวทย์กึ่งดาบเรเปียร์ไว้ที่มือเรียวงามข้างซ้าย ซึ่งมีหัวเป็นพระจันทร์เสี้ยว และมีด้ามจับหัวทรงกลมที่ละม้ายคล้ายกับดาบยื่นออกมาจากด้านในพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งหัวทรงกลมของมันนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับบริเวณส่วนกลางของวงกลมพอดี และถือมีดบินแห่งจันทรมนตราที่มีขนาดยาวทั้ง 4 เล่มไว้ที่มือเรียวงามข้างขวาเด็กสาวมัธยมปลายนางนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกสาวบุญธรรมในตระกูลทาเคโทริที่มีนามว่าคางุยะ เธอมีผมสีบลอนด์ที่สั้นนิดๆ พร้อมกับไว้ทรงแสกข้าง ดวงตาคู่งามกลมโตสีเทา ผู้ริบบิ้นสีฟ้าอ่อนไว้ที่ผม มีใบหน้างามที่อ่อนเยาว์ และเรือนกายที่เพรียวงาม ผิวพรรณเปล่งปลั่งสมวัยที่ออกขาวปนเหลืองนิดๆ มีออร่าที่เปล่งประกาย เมื่อได้ชายตามองแล้ว ก็จะพบว่าเด็กสาวนางนี้มีหน้าตาน่ารัก และสวยสง่าผ่าเผยในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมากด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นอีกด้วย