"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีขอรับท่านอาจารย์!"เจียงโป้ยที่ลอยตัวอยู่ด้านหลังเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
"พวกเรากลับนิกายกันก่อนเถอะ! ส่วนเรื่องนี้ไว้ให้ท่านประมุขเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะจัดการอย่างไร!"
อาวุโสมุ่ยเอ่ยบอกกับเจียงโป้ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเหาะไปอีกทาง เจียงโป้ยมองดูพื้นที่ตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก หากเขาไม่เชื่อฟังอาจารย์แล้วมาพร้อมกับต๋งเซียะ คงได้ตกตายจากการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วยแน่ จากนั้นจึงหันหลังไปไม่นึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้อีก ก่อนจะเหาะตามอาจารย์ของมันไปอย่างรวดเร็ว
ทางด้านของเทียนฉินที่ส่งกระแสจิตไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณนี้ ก็ได้รับรู้เหมือนกันว่ามีคนมาพร้อมกับเตรียมตัวที่จะต่อสู้อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเห็นว่าทั้งสองจากไปแล้วจึงมุ่งมั่นค้นหาค่ายกลลวงตานี้ต่อไป
"เจอแล้ว!!"
เทียนฉินรู้สึกตื่นเต้นอย่างอดไม่ได้ เมื่อกระแสจิตของเขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนบางอย่าง เพราะครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาส่งกระแสจิตเข้าตรวจซ้ำ เมื่อได้พบเบาะแสแล้วเทียนฉินจึงได้พุ่งเป้าไปยังตำแหน่งที่ตนเองค้นพบอีกครั้ง ความผันผวนที่เขาสัมผัสได้นั้นเบาบางเป็นอย่างมาก หากเขาไม่มุ่งเน้นสมาธิให้ดีแล้วละก็ รับรองได้เลยว่าไม่มีทางค้นพบได้อย่างแน่นอน
"แล้วข้าต้องทำอย่างไรถึงไม่ให้ผู้ที่อยู่ภายในได้รู้ตัวกัน?"
เทียนฉินส่งกระแสจิตสอบถามหลงยู่หมิงอีกครั้ง เพราะวิธีที่เขารู้มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือการค้นหาแกนหลักและใช้พลังในการทำลายมัน แต่หากเขาทำอย่างนั้นไม่พ้นพวกที่หลบซ่อนอยู่ด้านในต้องรู้ตัวกันแน่ จึงลองสอบถามหลงยู่หมิงดูว่าเขาพอมีวิธีจัดการกับค่ายกลนี้บ้างหรือเปล่า
"มันคงเป็นเรื่องยากสักหน่อนที่จะทำลายค่ายกลโดยไม่ให้ผู้ที่ใช้มันรู้ตัว เพราะค่ายกลส่วนใหญ่ล้วนผูกเข้ากับจิตวิญญาณของผู้ที่ใช้มัน!"
"แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังพอมีวิธีอยู่บ้าง เพียงแต่เจ้าต้องทำด้วยความว่องไวเท่านั้นเอง!"หลงยู่หมิงกล่าวบอกกับเทียนฉินอย่างไม่ปิดบัง
ซึ่งวิธีที่หลงอยู่หมิงบอกกับเขาก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลย เพียงให้เขาค้นหาแกนกลางของค่ายกลให้เจอ จากนั้นจึงปรับเปลี่ยนตำแหน่งของแกนกลางนั้น เพื่อให้มองเห็นทางเข้าหรือที่ซ่อนตัว จากนั้นจึงรีบนำแกนกลางของค่ายกลนั้นกลับไปยังตำแหน่งเดิม เพื่อไม่ให้ผู้ที่ใช้จับสัมผัสความผิดปกติได้ทัน
เทียนฉินพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเริ่มตรวจหาแกนกลางเหล่านั้น เมื่อรู้ตำแหน่งของค่ายกลที่แน่นอนได้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เขาจะมุ่งเน้นไปยังตำแหน่งที่ค้นหา เพียงเวลาผ่านไปไม่นานเทียนฉินจึงได้พบกับแกนกลางอันหนึ่งได้
เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าค่ายกลลวงตานี้มีแกนกลางทั้งหมดกี่อัน แต่เพราะเขาไม่ได้ต้องการทำลายค่ายกลอันนี้ ฉะนั้นการสับเปลี่ยนแกนกลางแค่อันเดียว ก็เพียงพอแล้วที่จะมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ได้
เทียนฉินไม่รอช้ารีบส่งสัญญาณให้กับตาเฒ่าหม่าที่คอยเฝ้าระวังอยู่เตรียมตัวให้พร้อมไปกับเขา พร้อมทั้งบอกว่าให้คอยมองดูรอบๆเมื่อเขาย้ายตำแหน่งของแกนกลางนั้นแล้ว
เทียนฉินและตาเฒ่าหม่ามายังตำแหน่งที่เขาพบแกนกลาง ซึ่งมีลักษณะเป็นเป็นแท่งโลหะกลมๆยาวเพียงคืบเดียวเท่านั้น รอบด้านล้วนถูกจารึกไปด้วยตัวอักษรที่แปลกตา เขามองดูมันอยู่ครู่หนึ่งจึงหันไปพยักหน้ากับตาเฒ่าหม่าเพื่อให้เขาเตรียมตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแกนกลางนั้นมือถือไว้
เดิมทีนั้นเทียนฉินคิดจะนำแกนกลางชิ้นนี้ไปวางไว้ยังตำแหน่งอื่นก่อนเพื่อให้ค่ายกลทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ตามที่หลงยู่หมิงได้บอกแก่เขาไว้ แต่เขากลับเปลี่ยนใจนำแกนกลางนั้นใส่ไปในแหวนมิติ
ทันทีที่แกนกลางถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากตำแหน่งเดิม ภาพลวงตาที่เคยเป็นธรรมชาติเหล่านั้น ก็เริ่มปรากฏอุโมงค์ขึ้นมา แม้ว่าภาพที่ทั้งสองคนเห็นตรงหน้าจะไม่ชัดเจนเท่าใดนัก เนื่องจากค่ายกลลวงตานี้ยังไม่ถูกทำลาย จึงเห็นเป็นเพียงภาพสลัวๆแต่ก็ยังพอที่จะมองออกได้
"มันอยู่ตรงนั้น!"เทียนฉินชี้ให้ตาเฒ่าหม่าดูพร้อมกับจดจำภาพตรงหน้าไว้อย่างแม่นยำ ก่อนจะนำแท่งเหล็กนั้นกลับมาวางตรงจุดเดิม
ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นภูเขาและต้นไม้เหมือนเดิม แต่เทียนฉินคิดไว้ในใจอยู่แล้วว่า หากเขาจัดการพวกลัทธิอีกาดำที่อยู่ด้านในจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาต้องกลับมาค้นหาแกนกลางพวกนี้เก็บกลับไปใช้อย่างแน่นอน เพราะถึงแม้เขายังไม่ได้ศึกษาเรื่องการจารึกอักษรนี้ดีเท่าไหร่ แต่การนำแกนกลางที่ถูกจารึกอักษรไว้แล้วมาใช้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับเขานัก
"ไม่รู้ว่าด้านในจะเจอกับอะไรบ้าง พวกเราคงต้องเตรียมตัวกันสักหน่อย!"
เทียนฉินหันมานัดแนะกับตาเฒ่าหม่าอีกครั้ง โดยทั้งสองได้เปลี่ยนไปใส่ชุดสีดำเหมือนอย่างที่พวกมันใส่กัน ก่อนจะเดินมายังตำแหน่งที่พวกเขามองเห็นทางเข้านั้น
เทียนฉินสูดหายใจเข้าปอดอีกครั้งก่อนจะเดินหายเข้าไปยังตำแหน่งนั้นทันที ตาเฒ่าหม่ามองแผ่นหลังของเทียนฉินที่หายลับไปแล้วจึงเดินตามเข้าไปด้วยอาการประหม่า
ทันทีที่ผ่านม่านพลังเข้ามา พวกเขาเห็นเพียงบันไดหินทอดยาวลงไปด้านล่าง เขาหันมาพยักหน้าให้ตาเฒ่าหม่าก่อนจะเดินลงไปตามบันไดนั้นอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันน่ากลัวและอันตรายก็พุ่งเข้ามา เงาสีดำที่อยู่ด้านหน้าพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง เมื่อมันเข้ามาใกล้เทียนฉินก็เห็นได้ว่าเป็นกรงเล็บอันใหญ่ราวกับตะขอฟาดใส่เขาอย่างรุนแรง
เทียนฉินรีบพริ้วตัวหลบตามสัญชาติญาณอย่างว่องไว กรงเล็บที่พลาดเป้าเข้ากระแทกกับขั้นบันไดนั้นอย่างแรง จนทางลงแคบๆนั้นฟุ้งกระจายไปด้วยเศษหิน
แต่กรงเล็บนั้นยังไม่สลายไป มันกลับพุ่งเข้าหาเทียนฉินอีกครั้งทันที ตาเฒ่าหม่าที่ยืนอยู่ด้านหลังตั้งสติได้ พุ่งเข้ามาใช้กระบี่สีดำวาดเข้าใส่กรงเล็บนั้นอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
กระบี่สีดำเข้ากระแทกกับกรงเล็บสีดำจนพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนปรากฏรอยแตกจำนวนมากขึ้นขึ้นตามทางเดินนั้น ตาเฒ่าหม่าปลิวลอยกลับมาอย่างควบคุมไม่ได้ ก้มลงมองดูแขนที่สั่นเทาของเขา
ในเวลาเดียวกันกรงเล็บสีดำนั้นก็พลันแตกสลายไป ก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า เทียนฉินหลี่ตาแคบลงจ้องมองชายคนนั้นที่ปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังสีดำ
"ลัทธิของเรามีแขกมาหาด้วยหรือนี่?"
ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะแปลก ๆ ดังขึ้นข้างหลังชายคนนั้น มันเป็นชายชราแต่งกายด้วยชุดดำค่อยๆโผล่ออกมาจากความมืด คลื่นพลังที่แผ่กระจายออกมาทำให้เทียนฉินโล่งใจอยู่บ้าง เพราะชายชราคนนั้นมีพลังเพียงระดับผันแปรขั้นสูงสุดเท่านั้น
"พวกนอกรีต!!"เทียนฉินกัดฟันแค้นเสียงออกมาทันทีที่จิตสำนึกของเขาถูกกระตุ้นจากเสี้ยวจิตวิญญาณของจักรพรรดิฮงกวง
"ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนหาฐานลับของพวกเราเจอ! แต่ก็เท่านั้นแหละ!"
"ในเมื่อพวกเจ้าเข้ามาแล้วก็อย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่เลย!"ชายชราคนนั้นกล่าวออกมาพร้อมกับเร่งพลังออกมา
"พวกเจ้ารู้ว่าเรากำลังเข้ามาอย่างนั้นรึ?"เทียนฉินเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ฮ่าๆ! เจ้าคิดว่าค่ายกลที่พวกข้าตั้งไว้ จะสามารถปล่อยให้คนนอกเข้ามาได้ง่ายๆอย่างนั้นรึ!"
"ทันทีที่พวกเจ้าสัมผัสกับม่านพลังของค่ายกล ท่านหัวหน้าก็รู้ได้เลยว่ามีคนกำลังบุกรุกเข้ามาแล้ว!"ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เทียนฉินจ้องมองพวกมันด้วยตวามตกใจ ครั้งนี้เป็นเขาเองที่พลาดแล้ว ไม่ทันฉุกคิดเลยว่าค่ายกลลวงตาด้านนอกนั้นจะสามารถแจ้งเตือนแก่ผู้ใช้แบบนี้ได้ด้วย แต่ในเมื่อเข้ามาด้านในแล้วอย่างไรเขาก็ไม่มีทางถอยกลับอย่างแน่นอน
ทันทีที่ตัดสินใจได้เขาก็ส่งกระแสจิตบอกกับตาเฒ่าหม่าให้จัดการชายหนุ่มคนนี้ ส่วนเทียนฉินก็เรียกดาบเขี้ยวพยัคฆ์ออกมาก็พุ่งทะยานเข้าใส่ชายชราทันที
ในเวลาเดียวกันชายชรายิ้มเหยียดออกมามุมปากก่อนจะขับเคลื่อนคลื่นสีดำเข้าปะทะกับเทียนฉิน
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาทั่วร่างของเทียนฉินราวกับภูเขาไฟระเบิดก่อนจะกลายร่างเป็นมังกรสองตัวพุ่งเข้าใส่ชายชรา ในขณะเดียวกันเกราะเพชรเกล็ดมังกรก็ถูกเรียกมาห่อหุ้มตนเองไว้อย่างไม่ประมาท
ชายชราที่พุ่งเข้ามาสีหน้าเปลี่ยนไปทันที พร้อมกับแหกปากตะโกนออกมาเสียงดัง ซัดคลื่นสีดำใส่มังกรเพลิงทั้งสองอย่างรุนแรง
"ตาย!!"
ตู้ม!
มังกรเพลิงทั้งสองเข้ากระแทกคลื่นสีดำจนผนังหนังรอบด้านสั่นไหว เทียนฉินที่พุ่งเข้าไปยกดาบเขี้ยวพยัคฆ์วาดออกไปอีกครั้ง คลื่นดาบที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุพิษจนมีสีเขียวพุ่งเข้าหาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
"อาวุธระดับอมต
ะ!"
ชายคนนั้นเห็นดาบที่เทียนฉินวาดออกมาก็ออกอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
จบตอนที่ 118