ผมชื่อ ‘ซัวหลง’ เป็เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่แสนจะธรรมดามากคนหนึ่ง ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายในเมืองตงกวน ก็เมืองที่อาศัยอยู่มาั้แ่เกิดนั่นแหละ
ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา มันทำให้ผมได้รับรู้ว่าโลกใบนี้มันเน่าเฟะและน่าเบื่อมากแค่ไหน
เอาตรง ๆ เลยคือ…ผมเบื่อโลกที่มันเน่าเฟะแบบนี้เต็มที
“เห้ออออ ฉันอยากจะบ้าตายกับชีวิตแบบนี้เต็มทน”
ซัวหลงทอดถอนหายใจพลางบ่นออกมาอย่างเบื่อหน่าย และในระหว่างที่ซัวหลงกำลังเดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมายอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็ได้พบเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นกลุ่มหนึ่ง
‘อะไรมันจะซวยแบบนี้วะเนี่ย’
และใช่ครับ เพื่อนร่วมชั้นกลุ่มนี้ไม่เคยคิดที่จะชอบขี้หน้าของผมเลย เจอกันทีไรก็คอยแต่จะด่าทอต่อว่า เคยพูดดี ๆ ด้วยเสียที่ไหน
“อ้าว ดูซิว่าพวกเรามาเจอใคร”
“นี้มันไอ้ขยะไร้ค่าประจำห้องของเรานี่หว่า”
“ว่าไง ไอ้สวะ เบื่อชีวิตโง่ ๆ แบบนี้หรือยัง ถ้าเบื่อแล้วก็ตาย ๆ ไปเสียดีกว่าม้าง…”
“คนอะไร ผลการเรียนก็ไม่ได้เื่ กีฬาก็โคตรห่วย ดีแต่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ”
“เกิดมาชีวิตไม่เคยจะมีอะไรดีสักอย่าง”
“นี่ ๆ ถามจริงเถอะ ถ้าชีวิตแกมันจะไร้ค่าขนาดนี้ แกจะเกิดมาให้รกโลกทำไมวะ”
“พวกฉันนี่สงสารพ่อแม่แกจริง ๆ เลยว่ะ ที่มีลูกเป็ไอ้สวะไร้ค่าแบบแก ฮ่า ๆ ๆ”
คำก็สวะ…
สองคำก็ขยะไร้ค่า…
คำเหล่านี้ แม้ต้องเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่มันก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ซัวหลงจะยอมรับมันได้เลยสักครั้ง
และครั้งนี้…
มันก็สุดจะทนแล้วจริง ๆ
ทันทีที่มีความคิดหนึ่งแว๊ปเข้ามาในสมอง มือของซัวหลงมันก็ยกขึ้นต่อยลงไปบนใบหน้าของคนที่อยู่ใกล้สุดแทบจะในทันที
แต่ในตอนนั้นเอง ที่มือของซัวหลงก็ชะงักค้างลอยอยู่กลางอากาศ ห่างจากใบหน้าของคนตรงหน้าเพียงแค่ไม่ถึงนิ้ว เพราะมีมือของคนคนหนึ่ง ที่เข้ามาคว้าข้อมือของซัวหลงเอาไว้ได้ทัน
ซัวหลงหันไปมองคนที่เข้ามาห้ามเขาเอาไว้ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด จนถึงกับทำให้คนที่เข้ามาห้ามสะดุ้งโหยงจนเผลอลดแรงที่จับข้อมือของซัวหลงออก
“เซี่ยวซู?” ซัวหลงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะทำสายตาอ่อนลงเล็กน้อย
“อื้อ ฉันเอง” เซี่ยวซูพูดด้วยน้ำเสียงอ่อน พลางมองไปที่ซัวหลงด้วยแววตาห่วงใย
“ห้ามฉันทำไม?”
“อย่า” เซี่ยวซูส่ายหน้าให้กับซัวหลงเบา ๆ ก่อนที่จะจูงมือของซัวหลงออกมาจากตรงนั้น โดยที่ไม่แม้แต่จะสนใจเหล่าเพื่อนร่วมห้องที่ยืนมองมาที่ซัวหลงด้วยความตกตะลึงอยู่ตรงนั้น
เพราะในยามปกติ ซัวหลงไม่เคยมีอาการเกรี้ยวกราดแบบนี้มาก่อน แม้จะถูกต่อว่ามากแค่ไหนก็ตาม
ซัวหลงไม่ได้ขืนแรงของตัวเองเอาไว้แต่อย่างใด เขายินยอมเดินตามเซี่ยวซูไปจากตรงนั้นแต่โดยดี ถึงแม้ว่าจะมีเสียงโวยวายหรือเสียงด่าทอต่อว่าดังไล่หลังตามมา แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจมันอีกต่อไป
ขอแค่เป็เซี่ยวซู ไม่ว่าจะอะไร ซัวหลงก็มักจะยอมให้แต่โดยดีอยู่เสมอ เพราะเซี่ยวซูคือเพื่อนเพียงคนเดียวของซัวหลง
“ฉันไม่เข้าใจ นายจะมาห้ามฉันไว้ทำไม…” ซัวหลงพูดขึ้นมาในตอนที่เดินออกมาห่างพอสมควรแล้ว
“ฉันไม่อยากให้นายมีเื่” เซี่ยวซูพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน น้ำเสียงนี้…มักจะทำให้ซัวหลงใจอ่อนอยู่เสมอ
“ที่ผ่านมา ฉันต้องทนฟังคำดูถูกเ่าั้มาโดยตลอด ฉันไม่ชอบการโดนดูถูก! ถึงจะโดนดูถูกมาทั้งชีวิต แต่…”
เซี่ยวซูจับมือของซัวหลงมากอบกุมเอาไว้ ก่อนจะลูบไปที่มือคู่นั้นเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมให้ซัวหลงอารมณ์เย็นลง
“ซัวหลง…ฉันไม่อยากให้นายไปมีเื่กับคนพวกนั้น”
“แต่…”
“เอาน่า นายอย่าใส่ใจคนพวกนั้นมากนักเลย ถ้านายไม่ได้เป็แบบที่คนพวกนั้นพูด นายจะใส่ใจมันไปทำไม”
“แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าฉันเป็อย่างที่คนพวกนั้นพูดจริง ๆ นั่นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีไหม นายลองเปลี่ยนตัวเอง ทำให้คนพวกนั้นเห็นว่านายไม่ได้เป็อย่างที่คนพวกนั้นพูด ใช้ความเปลี่ยนแปลงของนายไปตบหน้าคนพวกนั้นเป็ไง”