EP : 42 นางเป็นปีศาจ
“วันนี้นางโลมอันดับหนึ่งของเราจะทำการร่ายรำให้ทุกท่านดูเชิญทุกท่านเชิญชมการร่ายรำจากนางโลมอันดับหนึ่งได้เลยเจ้าค่ะ”
แปะๆ
“เมื่อไรแม่นางเซียนน้อยจะยอมดื่มกับข้าเสียที” เสียงร้องตะโกนถามจากชายร่างอ้วนคนหนึ่งที่ด้านข้างมีหญิงงามนั่งขนาบข้างซ้ายขวา
“มาดื่มกับข้าสักจอกข้าสิแม่นางเซียนน้อย” ชายหนุ่มที่มีท่าทางเป็นหนุ่มเจ้าสำราญเอ่ยขึ้น ในตอนที่นางโลมอันดับหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลังม่านก่อนจะเริ่มทำการร่ายรำ
“ท่านอ๋อง ท่านว่าระหว่างนางกับข้าใครงดงามกว่ากัน” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามหลังจากจ้องมองนางโลมอันดับหนึ่งหญิงสาวผู้นี้ถือว่างดงามมากทีเดียวแต่ว่าเมื่อเธอมองไปนานๆ แล้วกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ถูกต้อง แต่เธอไม่รู้ก็เท่านั้นเองว่ามันคืออะไร
“ใครจะงดงามเท่าชายาของข้ากัน” ซิวเหวยหลงเอ่ยบอกพลางจ้องมองซีเหลียนฮวาที่กำลังดื่มน้ำชาทานขนมอย่างมีความสุขเขาจ้องมองไปที่หน้าท้องแบนราบของนาง เพราะอยากรู้ว่าเมื่อไรนางจะท้องเสียที
“มองอะไรของท่านกัน” ซีเหลียนฮวาเมื่อรับรู้ว่าซิวเหวยหลงจ้องมาที่หน้าท้องของเธอนานเกินไป
“เมื่อไรเจ้าจะท้อง” ซิวเหวยหลงเอ่ยถามนั้นทำเอาเพิงเทียนสำลักน้ำชาทันทีอย่างช่วยไม่ได้
“แค่ก น้ำชามันร้อนนะขอรับ” เพิงเทียนที่ถูกอ๋องซิวเหวยหลงจ้องมองมาก็เอ่ยตอบทันที
“ถามอะไรของท่านกัน” ซีเหลียนฮวาพูดพร้อมกับถลึงตาใส่ซิวเหวยหลงอย่างอดไม่ได้ มาถามอะไรแบบนี้ต่อหน้าลูกน้องได้ยังไงกัน อีกอย่างนอนด้วยกันยังไม่ถึงอาทิตย์เลยเธอจะท้องได้ยังไง
ซิวเหวยหลงเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของซีเหลียนฮวาก็ยิ้มที่มุมปากก่อนจะนั่งดื่มชาไปเงียบๆ โดยไม่ได้สนใจมองดูการแสดงเลยสักนิด
“เจ้านายๆ นางเป็นปีศาจขอรับ” ยิวฉี่ร้องบอกเธอในตอนที่นางโลมอันดับหนึ่งคนนั้นมองมายังห้องของพวกเธอ
“จริงหรือ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามรู้สึกตกใจนิดหน่อย ที่ได้เห็นปีศาจครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าการมาเที่ยวหอนางโลมครั้งนี้จะได้เจออะไรดีๆ
“ใช่ขอรับ กลิ่นปีศาจของนางแรงมากขอรับ” ยิวฉี่เอ่ยบอกอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง” ซีเหลียนฮวาขยับเข้าไปจนแทบจะนั่งตักของซิวเหวยหลงอยู่แล้วก็เอ่ยเรียกเบาๆ เพราะกลัวเพิงเทียนจะได้ยิน
“อะไร” ซิวเหวยหลงถามพลางรวบเอวของซีเหลียนฮวาขึ้นมานั่งบนตักของเขา
“นางเป็นใช่หรือไม่” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามพลางจ้องมองไปยังนางโลมอันดับหนึ่งที่ตอนนี้กำลังร่ายรำอยู่บนเวที
“อืม อย่าไปสนใจเลย” ซิวเหวยหลงเอ่ยตอบ พลางคิดว่าพวกปีศาจบางตนยอมรับไม่ได้ที่เขามีคู่ครองเป็นมนุษย์ แต่แล้วอย่างไรกันเล่า เขาไม่สนใจพวกนั้นหรอก
“แต่นางหมายปองท่านอยู่นี่น่า” ซีเหลียนฮวาพึมพำเบาๆ พลางหันหน้าหนีแสร้งทำเป็นงอนอีกฝ่าย ทั้งที่จริงแล้วเธอไม่ได้งอนเขา
“มีเยอะไปก็ปวดหัว” ซิวเหวยหลงเอ่ยบอกแค่ซีเหลียนฮวาเขาก็พอแล้ว มีมาทำไมตั้งมากมาย
“เหมือนนางจะเดินมาหาท่านนะ” ซีเหลียนฮวาหันใบหน้าหนีก็เจอกับนางโลมอันดับหนึ่งที่เดินตรงมายังห้องของพวกเธอ โดยที่คนอื่นยังคงดื่มเหล้ากันปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทานขนมของเจ้าไปเสีย” ซิวเหวยหลงกล่าวบอกพลางโบกมือไปมาเพื่อกางอาณาเขตเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาหลบกวนตัวเอง
“ท่านอ๋องใจร้าย” ซีเหลียนฮวาพึมพำก่อนจะนั่งทานขนมไปพลางมองไปยังด้านล่างที่กำลังวุ่นวายเพราะมีคนก่อเรื่องด้านล่าง
“กลับเลยหรือไม่” ซิวเหวยหลงไม่สนใจเสียงพึมพำของซีเหลียนฮวาก็เลยเบี่ยงประเด็นทันที
“เที่ยวรอบเมืองสักรอบก็ดีนะเจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกเพราะวันนี้พระจันทร์สวยมากถ้าหากได้ขึ้นรถม้าไปพลางมองพระจันทร์ไปด้วยคงจะดีไม่น้อย
“ตามใจเจ้า” ซิวเหวยหลงเอ่ยบอกเพราะนานๆ ทีเขาจะได้เที่ยวแบบนี้กับซีเหลียนฮวา แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
แล้วทั้งสามก็เดินออกจากห้อง ซิวเหวยหลงทำให้ปีศาจตนนั้นขยับตัวไม่ได้ ทำให้เขาเดินผ่านนางได้อย่างสบายๆ จากนั้นเขาก็จ่ายเงินแล้วพากันออกไปทันที
“นั้นมันท่านอ๋องนี่น่า มาเที่ยวที่แบบนี้หมายความว่าหมดรักพระชายาของตัวเองแล้วอย่างนั้นหรือ” ขุนนางคนหนึ่งที่เคยคิดจะให้ลูกสาวตัวเองไปจับอ๋องซิวเหวยหลงก็เอ่ยขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าจะมาเจออ๋องซิวเหวยหลงในสถานที่แบบนี้
“คงต้องให้ลูกสาวข้าช่วยเสียแล้ว” ขุนนางคนนั้นเอ่ยขึ้นพลางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองตามเดิม
เพิงเทียนขับรถม้าพาเจ้านายทั้งสองของเขาวนรอบตัวเมืองก่อนจะพากลับที่ตระกูลยังดีที่วันนี้ฟ้าเปิดเลยทำให้การบังคับม้านั้นง่ายมาก ไม่ต้องเปลืองลมปราณของเขาด้วย
“ท่านอ๋องวันนี้งดนะเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อยง่วงมากด้วย” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกพลางเดินตัวปลิวไปล้มตัวนอนที่เตียงทันที โดยไม่สนใจจะอาบน้ำเลยแม้แต่น้อย
“รู้อย่างนี้ไม่น่าพาไปเที่ยวเลย” ซิวเหวยหลงพึมพำตามหลังก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนอนพลางดึงอีกฝ่ายที่หลับไปแล้วเข้ามากอด