เมื่อเฉินเหมียวเหมี่ยวรู้ถึงต้นสายปลายเหตุแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก เมื่อมีคนชวนดื่ม นางจึงไม่ปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว!
คนของตระกูลเฉินเห็นเฉินเหมียวเหมี่ยวดื่มสุราิญญาจอกแล้วจอกเล่า ก็ยิ่งเลื่อมใสมากขึ้นไปอีก!
เพราะผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป เมื่อดื่มสุราิญญาเข้าไปแล้ว พลังิญญาก็จะไปสะสมในร่างกาย พลังิญญาที่ไม่สามารถกลั่นได้ก็จะพลุ่งพล่านอยู่ในตัว ทำให้ทรมานจนต้องร้องขอชีวิต
แต่เฉินเหมียวเหมี่ยว?
กลับดื่มได้อย่างสบาย ๆ!
สมกับเป็ผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดจริง ๆ!
เมื่อเห็นเฉินเหมียวเหมี่ยวดื่มสุราิญญาราวกับดื่มน้ำ เฉินเหวินต่อให้จะวางท่าอย่างไรก็อดไม่ได้ที่จะปวดใจ จึงกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย “สหาย ท่านช่วยคุ้มครองพวกชิงเอ๋อร์ให้กลับมาอย่างปลอดภัย ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก และเชื่อว่าท่านก็คงจะเหนื่อยไม่น้อย ข้าสั่งให้คนเตรียมเรือนเอาไว้ให้แล้ว เชิญท่านไปพักผ่อนได้เลย”
เฉินเหมียวเหมี่ยวคล้อยตาม นางลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะเฉินเหวิน ก่อนจะเดินตามบุรุษที่มีใบหน้าเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่งออกไป
ไม่ใช่ว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวมีนิสัยเชื่อฟังคนง่าย แต่เป็เพราะนางรู้สึกว่าร่างกายของตนเริ่มไม่ไหวแล้วต่างหากเล่า!
หัวใจของนางเต้นแรง ลมหายใจร้อนผ่าว แม้แต่การมองเห็นก็เริ่มพร่าเลือน
นางประมาทเกินไป คิดไม่ถึงว่าชาติก่อนคนที่ดื่มพันแก้วไม่เมาอย่างนาง ชาตินี้ร่างกายจะเป็ไก่อ่อนไปเสียได้!
หากยังไม่ลุกอีกละก็ เกรงว่าคงต้องอับอายขายหน้าเป็แน่
เมื่อบุรุษผู้นั้นพานางมาส่งถึงเรือนแล้ว ดวงตาที่แฝงไปด้วยความเสน่หาก็มองมาที่นาง ขณะที่กำลังจะเอ่ยแนะนำตัว คิดไม่ถึงว่าจะมีเสียงบุรุษที่ฟังดูตื่นเต้นดังขึ้นเสียก่อน
“ผู้าุโ ผู้น้อยรอท่านอยู่ที่นี่นานแล้วขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวหันไปมองก็เห็นหม่าจิ๋งอวี่ในชุดสีเขียวอ่อนกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตู สายตามองมาที่นางอย่างลึกซึ้ง
เฉินเหมียวเหมี่ยวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเรอออกมา จากนั้นเอ่ยถาม “เ้าเป็ใครกัน?”
หม่าจิ๋งอวี่พลันหน้าซีดลง ราวกับหิมะที่โปรยปรายอยู่ในอากาศ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
บุรุษอีกคนกำลังอ้าปากเตรียมเยาะเย้ยหม่าจิ๋งอวี่ เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ตบหน้าผากตัวเองเสียก่อน “อ้อ...ที่แท้ก็เ้านี่เอง มาแล้วงั้นหรือ ข้ากำลังรอเ้าอยู่พอดี ตามข้าเข้ามา”
หม่าจิ๋งอวี่ดีใจจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ รีบเดินไปหยุดที่ข้างกายเฉินเหมียวเหมี่ยว ทั้งยังแค่นเสียงเย็นใส่บุรุษอีกคน ก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเขา
บุรุษผู้นั้น “…”
รสนิยมของผู้าุโชุดขาวช่างน่าเป็กังวลยิ่งนัก
……
ภายในเรือน ดอกท้อยามค่ำคืนบานสะพรั่งดุจเมฆาเต็มลานบ้าน
เฉินเหมียวเหมี่ยวเดินผ่านลานบ้านไปเรื่อย ๆ สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ดอกท้อร่วงหล่นบนชุดคลุมสีขาวของนาง ช่างงดงามยิ่งนัก
หม่าจิ๋งอวี่มองแผ่นหลังที่ก้าวย่างอย่างสงบตรงหน้า ภายในใจราวกับมีเปลวไฟถูกจุดขึ้น เขาอยากจะมอบกายให้นางเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็กลัวว่าจะทำให้ท่านผู้าุโไม่พอใจ จึงทำได้เพียงเดินตามหลังนางไปเงียบ ๆ
จนกระทั่งเฉินเหมียวเหมี่ยวเดินเข้าไปในห้อง หลังจากถอดรองเท้าสีดำออก ก็ดึงปิ่นปักผมสีเขียวออกเช่นกัน ผมสีดำสยายปรกชุดสีขาวที่เรียบง่าย แต่ทุกท่วงท่ากลับทำให้หม่าจิ๋งอวี่ถึงกับขาสั่น
“ผู้าุโ ท่าน...”
“อย่าพูดมาก” เฉินเหมียวเหมี่ยวหันไปมองเขา ดวงตาฉ่ำปรือ น้ำเสียงงัวเงียและแหบพร่า “ยังไม่เข้ามาอีกหรือ”
‘มาให้ข้าอัดเ้าสักทีซิ!’
หม่าจิ๋งอวี่ “!!!”
เวลานี้ใครจะทนได้อีก
หม่าจิ๋งอวี่ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป เริ่มถอดชุดคลุม เสื้อข้างใน และชั้นใน...
เฉินเหมียวเหมี่ยวเห็นว่า ได้เวลาแล้ว จึงเตรียมบังคับให้เขาสารภาพ
แต่คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ แข้งขาจะอ่อนแรง และล้มลงไปบนเตียงพอดี
เื่บังเอิญเกิดขึ้นกะทันหัน เฉินเหมียวเหมี่ยวเองก็ใเช่นกัน!
“…”
“...”
์ ร่างกายนี้อ่อนแอกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก ไร้เรี่ยวแรงแบบนี้แล้วจะทำเช่นไรดี?
เมื่อเห็นเฉินเหมียวเหมี่ยวนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าเป็สีแดงเรื่อ ดวงตาฉ่ำปรือ เืในกายหม่าจิ๋งอวี่ก็พลุ่งพล่าน รีบเอ่ยออกมาเสียงหวานหยดย้อย “ผู้าุโ ผู้น้อยจะทำให้ท่านมีความสุขเองขอรับ ผู้าุโ...โอ๊ย...”
เสียงร้องที่เ็ปราวกับไก่โดนเชือดพลันดังขึ้น!
เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นชุดสีขาวที่ตนสวมใส่อยู่ราวกับมีชีวิตและแปลงเป็ผ้าห่มผืนใหญ่ ห่อหุ้มร่างของนางเอาไว้ั้แ่หัวจรดเท้าอย่างแ่า เหลือไว้เพียงดวงตากลมโตที่เบิกโพลงด้วยความตื่นใ
จากนั้นเฉินเหมียวเหมี่ยวก็ถูกคนจับหลังคอและยกขึ้น ก่อนเสียงอันเ็าและแฝงความเดือดดาลจะดังขึ้นเหนือศีรษะของนาง
“ดื่มสุราไม่เป็ก็ยังจะดื่มอีก เ้าช่างกล้าดีจริง ๆ”
มนุษย์ตัวน้อยกะพริบตาปริบ ๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง
แพขนตายาวของนางราวกับปีกผีเสื้อขยับขึ้นลงเบา ๆ ยิ่งขับให้ดวงตาของนางเป็ประกายและน่าดึงดูดมากขึ้น
หลังจากเห็นหน้าคนมาใหม่ได้ชัดเจน นางกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าไอพลังที่สดชื่นราวกับสายลมเย็นก็ลอยมาแตะจมูกของนาง นางจึงสูดดมฟุดฟิด ๆ ราวกับลูกสุนัข ทันใดนั้นสมองก็เกิดการตื่นตัว
ราวกับนางเคยถูกโอบกอดด้วยไอพลังเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน อบอุ่น อ่อนโยน ละเมียดละไม และผ่อนคลายอย่างยิ่ง...
เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะแหะ ๆ ออกมา “เ้าเองหรอกหรือ...พี่กล้ามโตตัวหอม...เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เ้าตามข้ามาอย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงอ้อแอ้ เห็นได้ชัดว่านางเมามาก
ม่อเสวียนิ “...”
ม่อเสวียนิกล้าสาบานต่อฟ้าว่าเขาไม่ได้ตามเฉินเหมียวเหมี่ยวมาแต่อย่างใด
เพียงแต่...
เหล่าผู้าุโและเ้าตัวเล็กที่บ้าน เมื่อรู้ว่าเขาไล่องครักษ์ข้างกายของเฉินเหมียวเหมี่ยวไปแล้ว ต่างก็เป็กังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาจึงจำต้องตามมาดูนางเช่นนี้
เพียงแค่นั้นจริง ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยวยังคงเอาหน้าซุกไปกับซอกคอของม่อเสวียนิราวกับหนอนผีเสื้อ ปากก็พึมพำไปด้วย “เ้าอย่ารัดข้า ข้าเจ็บ...”
ม่อเสวียนิขมวดคิ้วเล็กน้อย คลายชุดสีขาวออกเบา ๆ พลางเอ่ยเสียงเย็น “ไม่เจ็บเ้าก็ไม่จำ คออ่อนเช่นนี้ยังกล้าดื่มสุรา หากไม่ใช่เพราะข้ามาทันเวลา เ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้จะเกิดเื่อะไรขึ้น?”
ไม่เพียงพาบุรุษคนหนึ่งเข้ามาในเรือนเท่านั้น ด้านนอกเรือนก็ยังมีอีกคนรอต่อแถวอยู่!
ม่อเสวียนิเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรรู้สึกอย่างไร เพียงแต่จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองมีเขางอกขึ้นมา
เฉินเหมียวเหมี่ยวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “เ้าไม่ต้องมาสนใจข้า ข้า...ข้ามีเื่สำคัญต้องทำ!”
ม่อเสวียนิรู้สึกปวดหัว “เื่สำคัญ กับบุรุษที่เหมือนมดปลวกผู้นี้งั้นหรือ?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว”
นางจะแก้แค้นเขา!
ในใจของม่อเสวียนิมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมา ประกายไฟแผดเผาอยู่ข้างใน จนเขาขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นพลันเข้มขึ้น
“เ้าชักจะเก่งใหญ่แล้ว”
“โอ๊ย...เ้า...เ้ารีบปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันกาลแล้ว!” ร่างกายนี้เดิมก็อ่อนแออยู่แล้ว ทว่าตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองเมาจริง ๆ แล้วนะ...
“…”
“เ้าช่างน่ารำคาญจริง ๆ!” เฉินเหมียวเหมี่ยวขัดขืนอยู่นานก็ไม่สามารถสลัดม่อเสวียนิให้หลุดได้ จึงอ้าปากกัดที่คอของเขา พลางเอ่ยออกไป “ข้าเมาเช่นนี้จะแก้แค้นได้อย่างไรกัน?”
ระหว่างที่ลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอของม่อเสวียนิ นางเหมือนกับอสูรน้อยกัดหนังของเขาเอาไว้ ฟันเล็ก ๆ นั่นไม่สามารถทำให้เขารู้สึกเจ็บได้เลย…แต่ริมฝีปากที่ััเบา ๆ และแฝงความอ่อนโยนนั้น ทำให้ร่างกายของเขาแข็งค้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เขาดึงตัวนางออกจากอก เปลี่ยนเป็หิ้วคอเอาไว้ พยายามกำหนดลมหายใจให้สงบลง ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบแห้ง “แก้แค้นอะไร เขาเป็ศัตรูของเ้าหรือ?”