หลังจากจัดการไปรับของจากพี่ที่รู้จักกันเรียบร้อยแล้วและโดนด่าชุดใหญ่ เนื่องจากโทรไปเร่งและเพิ่มของอีกต่างหาก พราวตะวันก็ขับรถกลับห้อง ดีนะที่ติดวันหยุดยาวเธอเลยจัดการหลายๆอย่างง่ายหน่อย มาถึงห้องหลังจากจัดการหาข้าวหาน้ำให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปสำรวจและจัดการของที่ซื้อมาให้เป็หมวดหมู่ตามชั้นจัดวางของที่ซื้อมา เวลาเอาออกมาใช้จะได้หาง่าย
เหลือเวลาไม่ถึง 10 วันแล้วสินะ ยิ่งคิดยิ่งใจหาย.......
เช้าวันต่อมาเธอเข้าไปแจ้งขอลาออกกับแผนกบุคคลโดยให้เหตุผลว่ากลับไปช่วยกิจการที่บ้าน พี่ฝ่ายบุคคลคนสนิทก็ซักถามชุดใหญ่เนื่องจากทำงานมาด้วยกันหลายปี และเพราะว่ามันค่อนข้างจะปุบปับมาก ยังดีพี่ฝ่ายบุคคลใจดีก็ช่วยดูวันลาพักร้อนที่เหลือให้จะได้ไม่ถูกหักเงิน หลังจากเช็คแล้ววันลาพักร้อนของปีนี้และปีก่อนรวมกันแล้วพอดี ก็ทำเื่ให้ได้เลย หลังจากนั้นก็สอบถามเื่เงินสบทบเนื่องจากปกติแล้วเงินสมทบทางบริษัทจะโอนให้หลังจากพนักงานลาออกแล้วประมาณหนึ่งเดือน เธอเลยขอให้โอนเงินสมทบก้อนนี้เข้าบัญชีของพ่อ โดยอ้างว่าเป็ของขวัญเซอร์ไพรส์ หลังจากนั้นก็ไปแจ้งข่าวเื่การลาออกของตนเองที่แผนกและพี่ที่รู้จักในที่ทำงาน
"แก เกิดไรขึ้น เฮ้ยยยยสั่งของเยอะแยะ บอกแค่ไปบริจาคไม่ใช่หรือ" พี่ที่รู้จักในที่ทำงาน
" นั่นสิ ขอไปช่วยก็ไม่ให้ไป บอกมาเดี๋ยวววเน้"เพื่อนร่วมงาน
"เมิง ลาออกไปแต่งงานหรือ " เพื่อนร่วมงาน
" เฮ้ยย พูดจริงปะ เมิงลาออกทำไม ถามจริง"เพื่อนร่วมงาน
"ป๊าววววววว ออกไปช่วยงานที่บ้านพอดีเขาอยากให้ไปช่วยตั้งนานแล้ว" แถไป
"แล้วทำงานวันสุดท้ายวันไหน เดี๋ยวพวกเราเลี้ยงส่ง ห้ามปฏิเสธนะ "
"เออ ใช่ แม่มมมม ปฏิเสธกรูตบนะ พวกเราขาดขาเมาท์อีก 1 แล้วดิ " เอ่อออ... พวกเมิงคระ
" ........ได้เลยยย เลี้ยงวันไหนจัดมา "พวกเมิงไม่รู้หรอก กรุน้ำตาตกในอยู่
หลังจากวันนั้นเพื่อนๆ ก็นัดเลี้ยงส่งจนดึก ก็ขับรถกลับ ถึงห้องพักก็จัดการตัวเองอาบน้ำ นอนยาววจนถึงเช้า วันต่อมาเธอก็จัดการกวาดของทุกอย่างในห้องพักเข้ามิติรวมถึงปืนหลายกระบอก ที่เคยไปฝึกปรือฝีมือกับพี่ที่รู้จักจนได้รับใบอนุญาตเมื่อหลายปีก่อนและก็ได้ทำการขอซื้อลูกะุเพิ่มเติมตามแต่ละชนิดที่ตัวเองมีด้วย จากนั้นจึงเข้ามิติจัดของให้เรียบร้อย แล้วลงไปทำเื่ขอคืนห้องพัก ใช่แล้ว เธออยู่หอพัก เพราะถึงเงินเดือนจะสูง แต่ก็ไม่ได้คิดจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ถาวรเลยสักนิด เพราะเคยวางแผนไว้ว่าเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งของชีวิต ยังอยากกลับไปพักผ่อนบั้นปลายที่บ้านในชนบท ดื่มด่ำกับธรรมชาติ อยู่กับพ่อแม่ เธอเลยไม่เคยซื้อบ้านหรือคอนโด เมื่อจัดการคืนห้องแล้ว เช่นเดิมเงินค่ามัดจำห้องโอนเข้าบัญชีของพ่อ
เหลือเวลาอีก 5 วัน
เธอคิดว่าในเมื่อจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว อยากกลับไปเห็นหน้าไปเจอไปกอดพ่อกับแม่และเจอญาติๆอีกสักครั้งเธอเลยจองตั๋วเครื่องบินกลับบ้านที่ภาคเหนือ จังหวัดเหนือสุด สุดเขตชายแดนไทยเมื่อขับรถออกจากหอพัก แล้วหาที่ปลอดคน เก็บรถยนต์ ซึ่งหลายวันก่อนเธอได้ออกไปเลือกซื้อมอเตอร์ไซต์หลายแบบไว้ในมิติก่อนแล้ว รวมถึงจักรยานและมอเตอร์ไซต์ของตัวเองที่หอพักก็แอบเอาเข้ามิติเรียบร้อยหมดแล้ว หลังจากนั้นก็ต่อแท็กซี่ให้ไปส่งสนามบิน
ณ ที่บ้าน
"พ่อ แม่ สวัสดีคะ หนูกลับมาแล้ววววทำอะไรกันอยู่คะ"
"อ้าววว เมื่อวานตอนคุยโทรศัพท์ไม่เห็นบอกว่าจะมา" แม่ ส่วนพ่อยิ้ม
" ก็มาเซอร์ไพรส์แม่ไงล่ะ แล้วนี่พวกน้อง ๆไปไหนกันหมดอะ"
"ออกไปดูสวนน่ะ วันนี้นัดพ่อค้ามารับลำใยที่สวนเลยไปคุมคนงานด้วย" แม่บอก ปกติพ่อค้าลำใยจะมารับซื้อโดยเหมาเป็สวนนะคะ
"แล้วคราวนี้มานานมั้ยอยู่ให้หายคิดถึงก่อนนะค่อยกลับ " พ่อ
"ไม่นานคะพ่อ พอดีวันหยุดเหลือเลยอาศัยลากลับบ้านวันนี้ทำอะไรกินอะ "
"อยากกินอะไรสั่งมาเลย เดี๋ยวแม่ทำให้กิน"นี่คือคำพูดที่โอบล้อมหัวใจเธอให้อบอุ่นทุกครั้งที่กลับบ้าน แม่จะถามแบบนี้ทุกวัน อยากร้องไห้ ต่อไปคงจะไม่ได้ยินแบบนี้อีกแล้วว
หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็มานั่งเล่นลานหลังบ้านดื่มด่ำกับธรรมชาติอากาศสบายๆใน่ตอนเย็นพลบค่ำของภาคเหนือ ดูพระอาทิตย์ตกไปด้วยจิบไปด้วย เสียงพูดคุยหัวเราะกันภายในครอบครัว โดยเฉพาะตอนนี้บนตักมีหลานชายตัวน้อยๆให้ฟัดแก้ม
"พี่ เมื่อไหร่จะแต่งงาน นี่จะ 40 แล้วนะ “น้องชาย
"ไอ้.... ทำไม ฉันโสด แกจะทำไม"
"ก็ไม่ทำไม แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่บ้านล่ะ"
"ทำไมล่ะ แกก็อยู่นิพ่อกะแม่บ่นเื่กินเหล้าอะดิ จะมาให้ฉันช่วยใช่มะ"
"รู้ทันอีก" เสียงน้องชายบ่นลอยมาเบาๆหลังจากโดนเมียถลึงตาใส่
"พ่อแม่ เรามีบรรพบุรุษอพยพมาจากจีนมั้ยคะปู่ย่าตายายเคยเล่าถึงบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆหน้าให้ฟังบ้างมั้ยคะ"
"ไม่เคยได้ยินนะ เคยเล่าแค่มาจากที่อื่นแต่ไม่บอกว่าที่ไหน แล้วพากันมาปักหลักกันที่นี่" อืมมมมมงั้นก็แปลว่าอาจจะเคยมาจากจีนก็ได้สินะ
หลังจากคุยกันสักพัก ก็แยกย้ายกันกลับห้องนอนพักผ่อน วันต่อมาคนอื่นๆ ก็เริ่มต้นใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแบบวิถีชาวชนบททั่วไป ไม่รีบร้อน แต่สำหรับพราวตะวัน นี่คือเวลา 5 วันที่มีค่าที่สุดในชีวิต ดังนั้นทุกวินาทีของเธอจึงหมดไปกับการเกาะติดทุกคนในครอบครัวช่วยแม่ทำกับข้าว ถูบ้าน ซักผ้า ทุบหลังให้พ่อ เลี้ยงหลาน ช่วยน้องชายน้องสะใภ้ดูสวน เธอแอบขโมยผักผลไม้ต่างๆ ที่มีในสวน รวมถึงปุ๋ยหมักที่น้องชายทำเข้าไปในมิติด้วย ก็เผื่อมันอาจจะได้ใช้อะ
วันสุดท้าย
พ่อแม่และน้องชายมาส่งที่สนามบินในตัวจังหวัด เธอร้องไห้หนักมากจนทุกคนใ เธอเดินเข้าไปกอดทุกคนแน่นๆ อยากจะบอกลา แต่พูดไม่ได้ รู้สึกจุก อึดอัด ไม่อยากไปเลย
"เป็อะไร เดี๋ยวหยุดยาวก็กลับมาอีกหรือลาออกมาอยู่บ้านเลยก็ได้" แม่
"นั่นสิ ก็บอกนานแล้ว ว่าให้กลับมาช่วยน้องมาช่วยพ่อเลี้ยงหลาน" พ่อ
"พี่ เครื่องบินจะขึ้นแล้วนะแก่ขนาดนี้แล้วยังร้องไห้อีก" น้องชาย
"มา ขอกอดหน่อย" ไอ้น้องบ้า
หลังจากล่ำลากันแล้ว เธอก็เดินไปดำเนินการแล้วขึ้นเครื่องต่อ ตอนอยู่บนเครื่องเธอก็เคลิ้มหลับไปรู้สึกเหมือนมีเสียวแว่วมาเบาๆว่า ถึงเวลาแล้ว หลังจากนั้น.......