70s ห้วงเวลาแห่งฝัน

    ตอนที่ 4 ใจหาย


    หลังจากจัดการไปรับของจากพี่ที่รู้จักกันเรียบร้อยแล้วและโดนด่าชุดใหญ่ เนื่องจากโทรไปเร่งและเพิ่มของอีกต่างหาก  พราวตะวันก็ขับรถกลับห้อง ดีนะที่ติดวันหยุดยาวเธอเลยจัดการหลายๆอย่างง่ายหน่อย มาถึงห้องหลังจากจัดการหาข้าวหาน้ำให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปสำรวจและจัดการของที่ซื้อมาให้เป็๞หมวดหมู่ตามชั้นจัดวางของที่ซื้อมา เวลาเอาออกมาใช้จะได้หาง่าย

    เหลือเวลาไม่ถึง 10 วันแล้วสินะ ยิ่งคิดยิ่งใจหาย....... 

     

    เช้าวันต่อมาเธอเข้าไปแจ้งขอลาออกกับแผนกบุคคลโดยให้เหตุผลว่ากลับไปช่วยกิจการที่บ้าน พี่ฝ่ายบุคคลคนสนิทก็ซักถามชุดใหญ่เนื่องจากทำงานมาด้วยกันหลายปี       และเพราะว่ามันค่อนข้างจะปุบปับมาก ยังดีพี่ฝ่ายบุคคลใจดีก็ช่วยดูวันลาพักร้อนที่เหลือให้จะได้ไม่ถูกหักเงิน หลังจากเช็คแล้ววันลาพักร้อนของปีนี้และปีก่อนรวมกันแล้วพอดี ก็ทำเ๱ื่๵๹ให้ได้เลย  หลังจากนั้นก็สอบถามเ๱ื่๵๹เงินสบทบเนื่องจากปกติแล้วเงินสมทบทางบริษัทจะโอนให้หลังจากพนักงานลาออกแล้วประมาณหนึ่งเดือน เธอเลยขอให้โอนเงินสมทบก้อนนี้เข้าบัญชีของพ่อ  โดยอ้างว่าเป็๲ของขวัญเซอร์ไพรส์   หลังจากนั้นก็ไปแจ้งข่าวเ๱ื่๵๹การลาออกของตนเองที่แผนกและพี่ที่รู้จักในที่ทำงาน


    "แก เกิดไรขึ้น เฮ้ยยยยสั่งของเยอะแยะ บอกแค่ไปบริจาคไม่ใช่หรือ" พี่ที่รู้จักในที่ทำงาน


    " นั่นสิ ขอไปช่วยก็ไม่ให้ไป บอกมาเดี๋ยวววเน้"เพื่อนร่วมงาน


    "เมิง ลาออกไปแต่งงานหรือ " เพื่อนร่วมงาน


    " เฮ้ยย พูดจริงปะ เมิงลาออกทำไม ถามจริง"เพื่อนร่วมงาน


    "ป๊าววววววว ออกไปช่วยงานที่บ้านพอดีเขาอยากให้ไปช่วยตั้งนานแล้ว" แถไป


    "แล้วทำงานวันสุดท้ายวันไหน เดี๋ยวพวกเราเลี้ยงส่ง ห้ามปฏิเสธนะ "


    "เออ ใช่ แม่มมมม ปฏิเสธกรูตบนะ พวกเราขาดขาเมาท์อีก 1 แล้วดิ "  เอ่อออ... พวกเมิงคระ


    " ........ได้เลยยย เลี้ยงวันไหนจัดมา "พวกเมิงไม่รู้หรอก กรุน้ำตาตกในอยู่


    หลังจากวันนั้นเพื่อนๆ ก็นัดเลี้ยงส่งจนดึก ก็ขับรถกลับ ถึงห้องพักก็จัดการตัวเองอาบน้ำ นอนยาววจนถึงเช้า  วันต่อมาเธอก็จัดการกวาดของทุกอย่างในห้องพักเข้ามิติรวมถึงปืนหลายกระบอก ที่เคยไปฝึกปรือฝีมือกับพี่ที่รู้จักจนได้รับใบอนุญาตเมื่อหลายปีก่อนและก็ได้ทำการขอซื้อลูก๠๱ะ๼ุ๲เพิ่มเติมตามแต่ละชนิดที่ตัวเองมีด้วย จากนั้นจึงเข้ามิติจัดของให้เรียบร้อย   แล้วลงไปทำเ๱ื่๵๹ขอคืนห้องพัก  ใช่แล้ว เธออยู่หอพัก  เพราะถึงเงินเดือนจะสูง   แต่ก็ไม่ได้คิดจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ถาวรเลยสักนิด  เพราะเคยวางแผนไว้ว่าเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งของชีวิต ยังอยากกลับไปพักผ่อนบั้นปลายที่บ้านในชนบท ดื่มด่ำกับธรรมชาติ อยู่กับพ่อแม่ เธอเลยไม่เคยซื้อบ้านหรือคอนโด เมื่อจัดการคืนห้องแล้ว เช่นเดิมเงินค่ามัดจำห้องโอนเข้าบัญชีของพ่อ

     

     

     

    เหลือเวลาอีก 5 วัน

    เธอคิดว่าในเมื่อจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว อยากกลับไปเห็นหน้าไปเจอไปกอดพ่อกับแม่และเจอญาติๆอีกสักครั้งเธอเลยจองตั๋วเครื่องบินกลับบ้านที่ภาคเหนือ จังหวัดเหนือสุด สุดเขตชายแดนไทยเมื่อขับรถออกจากหอพัก แล้วหาที่ปลอดคน เก็บรถยนต์  ซึ่งหลายวันก่อนเธอได้ออกไปเลือกซื้อมอเตอร์ไซต์หลายแบบไว้ในมิติก่อนแล้ว รวมถึงจักรยานและมอเตอร์ไซต์ของตัวเองที่หอพักก็แอบเอาเข้ามิติเรียบร้อยหมดแล้ว หลังจากนั้นก็ต่อแท็กซี่ให้ไปส่งสนามบิน

     

    ณ ที่บ้าน


    "พ่อ แม่ สวัสดีคะ หนูกลับมาแล้ววววทำอะไรกันอยู่คะ" 


    "อ้าววว เมื่อวานตอนคุยโทรศัพท์ไม่เห็นบอกว่าจะมา" แม่ ส่วนพ่อยิ้ม


    " ก็มาเซอร์ไพรส์แม่ไงล่ะ แล้วนี่พวกน้อง ๆไปไหนกันหมดอะ"


    "ออกไปดูสวนน่ะ วันนี้นัดพ่อค้ามารับลำใยที่สวนเลยไปคุมคนงานด้วย" แม่บอก ปกติพ่อค้าลำใยจะมารับซื้อโดยเหมาเป็๲สวนนะคะ


    "แล้วคราวนี้มานานมั้ยอยู่ให้หายคิดถึงก่อนนะค่อยกลับ " พ่อ


    "ไม่นานคะพ่อ พอดีวันหยุดเหลือเลยอาศัยลากลับบ้านวันนี้ทำอะไรกินอะ "


    "อยากกินอะไรสั่งมาเลย เดี๋ยวแม่ทำให้กิน"นี่คือคำพูดที่โอบล้อมหัวใจเธอให้อบอุ่นทุกครั้งที่กลับบ้าน แม่จะถามแบบนี้ทุกวัน     อยากร้องไห้ ต่อไปคงจะไม่ได้ยินแบบนี้อีกแล้วว 

    หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พวกเราก็มานั่งเล่นลานหลังบ้านดื่มด่ำกับธรรมชาติอากาศสบายๆใน๰่๭๫ตอนเย็นพลบค่ำของภาคเหนือ  ดูพระอาทิตย์ตกไปด้วยจิบไปด้วย เสียงพูดคุยหัวเราะกันภายในครอบครัว โดยเฉพาะตอนนี้บนตักมีหลานชายตัวน้อยๆให้ฟัดแก้ม


    "พี่ เมื่อไหร่จะแต่งงาน นี่จะ 40 แล้วนะ “น้องชาย


    "ไอ้.... ทำไม ฉันโสด แกจะทำไม"


     

    "ก็ไม่ทำไม แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่บ้านล่ะ"


    "ทำไมล่ะ แกก็อยู่นิพ่อกะแม่บ่นเ๱ื่๵๹กินเหล้าอะดิ จะมาให้ฉันช่วยใช่มะ"


    "รู้ทันอีก" เสียงน้องชายบ่นลอยมาเบาๆหลังจากโดนเมียถลึงตาใส่


    "พ่อแม่   เรามีบรรพบุรุษอพยพมาจากจีนมั้ยคะปู่ย่าตายายเคยเล่าถึงบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆหน้าให้ฟังบ้างมั้ยคะ"


    "ไม่เคยได้ยินนะ เคยเล่าแค่มาจากที่อื่นแต่ไม่บอกว่าที่ไหน แล้วพากันมาปักหลักกันที่นี่"    อืมมมมมงั้นก็แปลว่าอาจจะเคยมาจากจีนก็ได้สินะ 

    หลังจากคุยกันสักพัก ก็แยกย้ายกันกลับห้องนอนพักผ่อน วันต่อมาคนอื่นๆ  ก็เริ่มต้นใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแบบวิถีชาวชนบททั่วไป ไม่รีบร้อน แต่สำหรับพราวตะวัน นี่คือเวลา 5 วันที่มีค่าที่สุดในชีวิต ดังนั้นทุกวินาทีของเธอจึงหมดไปกับการเกาะติดทุกคนในครอบครัวช่วยแม่ทำกับข้าว ถูบ้าน ซักผ้า ทุบหลังให้พ่อ เลี้ยงหลาน ช่วยน้องชายน้องสะใภ้ดูสวน  เธอแอบขโมยผักผลไม้ต่างๆ ที่มีในสวน รวมถึงปุ๋ยหมักที่น้องชายทำเข้าไปในมิติด้วย  ก็เผื่อมันอาจจะได้ใช้อะ 

     

    วันสุดท้าย


    พ่อแม่และน้องชายมาส่งที่สนามบินในตัวจังหวัด เธอร้องไห้หนักมากจนทุกคน๻๷ใ๯ เธอเดินเข้าไปกอดทุกคนแน่นๆ  อยากจะบอกลา              แต่พูดไม่ได้ รู้สึกจุก อึดอัด ไม่อยากไปเลย  


    "เป็๲อะไร เดี๋ยวหยุดยาวก็กลับมาอีกหรือลาออกมาอยู่บ้านเลยก็ได้" แม่


    "นั่นสิ ก็บอกนานแล้ว ว่าให้กลับมาช่วยน้องมาช่วยพ่อเลี้ยงหลาน" พ่อ


    "พี่ เครื่องบินจะขึ้นแล้วนะแก่ขนาดนี้แล้วยังร้องไห้อีก" น้องชาย


    "มา ขอกอดหน่อย" ไอ้น้องบ้า


    หลังจากล่ำลากันแล้ว เธอก็เดินไปดำเนินการแล้วขึ้นเครื่องต่อ ตอนอยู่บนเครื่องเธอก็เคลิ้มหลับไปรู้สึกเหมือนมีเสียวแว่วมาเบาๆว่า ถึงเวลาแล้ว หลังจากนั้น.......