เสียงระฆังไม้กระทบกันสามครั้งดังก้องทั่วลานประลองกลางหมู่บ้านซื่อหาน ขับกล่อมความเงียบยามเช้าท่ามกลางม่านหมอกสีเงินที่ยังเกาะคลุมพื้นดิน กลิ่นไอดินชื้นเจือกลิ่นสนจาง ๆ ลอยปะปนกับเสียงลมหายใจของผู้คนที่มุงล้อมลานดินอย่างคับคั่ง
วันนี้คือวันแห่ง “งานประลองคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักของแคว้น” — โอกาสครั้งเดียวในรอบปีที่คนในหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างซื่อหานจะได้เปิดทางสู่โลกกว้าง เป็วันที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวหมายมั่นจะก้าวจากผู้อ่อนแอไปสู่ผู้แข็งแกร่ง… หรืออย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ว่า “ตนไม่ใช่คนไร้ค่า”
หลิงเซียวยืนอยู่ข้างลานดิน ฝุ่นเกาะปลายรองเท้าและชายเสื้อ ใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบเผยให้เห็นความอ่อนล้าจากการฝึกต่อเนื่องหลายคืน ดวงตาแดงช้ำจาง ๆ เป็หลักฐานชัดว่าเขาไม่ได้นอนแม้แต่คืนเดียวก่อนวันประลอง
“ข้ารู้ว่าพลังของข้ายังอ่อนด้อย… แต่ข้าก็ไม่ยอมถอยกลับ”
มือของเขากำคุไนด้ามสั้นที่ผูกติดกับโซ่ไว้แน่น ฝ่ามือเย็นเฉียบ ร่างกายบางส่วนยังปวดระบมจากการฝึกหนัก แต่ใจของเขา… กลับร้อนราวเพลิงที่เพิ่งถูกจุดขึ้น
รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ บ้างส่งเสียงให้กำลังใจ บ้างหัวเราะหยัน
“นั่นมันหลิงเซียวไม่ใช่หรือ? เด็กคนนั้นยังไม่ผ่านขั้นแรกด้วยซ้ำ!”
“ฝึกพลังปราณไม่ได้แท้ ๆ ยังจะกล้าขึ้นเวทีอีกเรอะ?”
“โง่หรือกล้าไม่เข้าท่า?”
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชนะพวกเขา… แต่เพื่อเอาชนะตัวข้าในวันวาน”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายชรารูปร่างผอมสูงในชุดผ้าฝ้ายสะอาดเรียบดังขึ้นจากทางเดินกลางฝูงชน เขาคือ าุโเจี่ยน กรรมการหลักประจำพิธีประลองวันนี้ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ใบหน้ากรุ่นด้วยรอยย่นแห่งวัยแต่แววตาเต็มไปด้วยอำนาจและความเป็ธรรม
“เริ่มการประลองรอบแรก!” เขาประกาศเสียงดัง แววตากวาดมองผู้เข้าแข่งขันรอบแรก
“ผู้เข้าแข่งขันคนต่อไป — หลิงเซียว ปะทะ จูเหวิน!”
เสียงซุบซิบพลันดังขึ้นในฝูงชน ขณะที่ทั้งสองเดินขึ้นเวทีไม้
าุโเจี่ยนหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะประกาศเสียงเรียบ
“จูเหวิน — ทหารปราณ ขั้นที่ 4!”
“หลิงเซียว — นักสู้ปราณ ขั้นที่ 2!”
ห่างกันสิบสองขั้นย่อย… ข้าต้องไม่รับการปะทะตรง ๆ
“เริ่ม!”
เสียงสั่งเพิ่งจบ จูเหวินก็พุ่งเข้ามาทันที ร่างของเขาเคลื่อนราวสายฟ้า ทวนเหล็กยาวในมือฟาดออกจากด้านข้างด้วยแรงที่ทำให้แม้แต่อากาศยังหวดเสียงหวีด
หลิงเซียวถอยหนึ่งก้าวอย่างสงบ พร้อมเหวี่ยงโซ่สั้นจากเอว พันรอบด้ามทวนในชั่วพริบตาแล้วสะบัดแรง
เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่น ทวนหลุดจากมือจูเหวินเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่หมัดของหลิงเซียวจะพุ่งเข้าใส่ชายโครงของอีกฝ่ายตรงจุดตัดพลังพอดี
เสียง “อั่ก!” ดังขึ้น ร่างของจูเหวินล้มลงกับพื้น
“ผู้ชนะ — หลิงเซียว!”
เสียงอุทานด้วยความใดังขึ้นหลายจุด บางคนถึงกับเบิกตากว้าง
“หนึ่งศึก… สำเร็จ”
⸻
“ผู้เข้าแข่งขันต่อไป — หลิงเซียว ปะทะ ไป๋ิ!”
าุโเจี่ยนประกาศ
“ไป๋ิ — ทหารปราณ ขั้นที่ 6!”
“หลิงเซียว — นักสู้ปราณ ขั้นที่ 2!”
ห่างกันสิบสี่ขั้น… แค่กระบวนท่าธรรมดาก็ทำให้ข้าาเ็ได้
หลิงเซียวสูดลมหายใจลึก แล้วเคลื่อนไหวก่อนเป็ฝ่ายรุก
เสียงโซ่หวดอากาศเป็จังหวะเร่งรัว เขาหลอกล่อให้ไป๋ิถอยตั้งรับแล้วพุ่งตัดมุมในระยะประชิด
ไป๋ิเบี่ยงตัวหลบ แต่หลิงเซียวพลิกฝ่ามือแทงคุไนสั้นเข้าที่ข้อศอก พริบตานั้นกระบี่หลุดจากมือ
โซ่สะบัดรัดข้อเท้า กระชากร่างลงสู่พื้น
หลิงเซียวกระโจนขึ้น ยกปลายคุไนจ่อที่ลำคออีกฝ่าย
“หยุด! ผู้ชนะ — หลิงเซียว!”
เสียงรอบลานเริ่มเปลี่ยน จากเย้ยหยันกลายเป็เสียงอึ้งเงียบ…
⸻
“ผู้เข้าแข่งขัน — หลิงเซียว ปะทะ ซูหรง!”
เสียงของาุโเจี่ยนหนักแน่นยิ่งขึ้น
“ซูหรง — ผู้เชี่ยวชาญปราณ ขั้นที่ 1!”
“หลิงเซียว — นักสู้ปราณ ขั้นที่ 2!”
เสียงรอบลานะเิขึ้นทันที
“ต่างกันทั้งหนึ่งขั้นหลัก กับแปดขั้นย่อย! นี่มัน…!”
หลิงเซียวหรี่ตา มือที่กำคุไนเย็นเฉียบยิ่งกว่าครั้งก่อน ใจของเขาเต้นเป็จังหวะมั่นคง
“ถ้าข้าแพ้ตอนนี้ ข้าจะกลับไปเป็คนที่ไม่มีใครมองเห็นอีกครั้ง…”
เสียง “ปึง!” ดังขึ้นเมื่อซูหรงพุ่งเข้ามา หมัดที่ปล่อยออกมาผ่าลมแรงมหาศาล หลิงเซียวเบี่ยงตัวฉับพลัน เหวี่ยงโซ่ขึ้นรับหมัด แล้วกระชากออกข้างบีบมุมโจมตีให้ตายด้าน
ฝ่ามือซ้ายสไลด์เข้าใต้แขน แล้วกระแทกศอกใส่ใต้รักแร้ จุดที่พลังถูกผูกไว้
ซูหรงหน้าซีด ร่างสะดุดเสียหลัก
หลิงเซียวตามติดกระแทกเข่าเข้าท้อง ก่อนฟาดโซ่ลงพื้นให้เสียงกังวาน
“ผู้ชนะ — หลิงเซียว!”
รอบลานเงียบกริบ ก่อนจะมีเสียงหนึ่งพูดขึ้นเบา ๆ
“เขาชนะทั้งสามคน… ทั้งที่มีพลังต่ำกว่า…”
“เ้าหนูคนนี้… ไม่ธรรมดาแล้ว”
หลิงเซียวเดินลงเวที ฝีเท้าไม่มั่นคงนัก เหงื่อเปียกชุ่มตลอดหลัง ดวงตาเขาไม่เหลือความลังเลอีกต่อไป
ในฝูงชน… มีสายตาหนึ่งจับจ้องเขาอยู่
ชายหนุ่มในชุดม่วงผ่าอกยืนสงบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ยิ้มบาง ๆ อย่างเย้ยหยัน
หลิงจื้อ
“เ้า… ข้ารอเ้ามานานแ