“ใช่ค่ะคุณปราง เด็กคนนี้ชื่อไมเคิลพี่เลี้ยงบางคนก็เรียกสั้น ๆ ว่า น้องไมค์ ค่ะ แกเพิ่งถูกส่งเข้ามาในนี้เมื่อวานเองค่ะได้ข่าวว่าโดนพ่อแม่เอามาวางทิ้งไว้หน้าศูนย์”
ว่าที่คุณแม่คนใหม่เอื้อมมือไปช้อนตัวทารกผิวเข้มขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดเด็กคนนี้น้ำหนักตัวมากเกินกว่าจะเป็ทารก
แต่หญิงสาวผู้อ่อนต่อโลกไม่เคยมีประสบการณ์เื่การมีบุตรมาแม้แต่น้อย จึงยังไม่เข้าใจเหตุผลอื่นใด
หล่อนรู้แต่เพียงว่าอยากจะพาเด็กชายคนนี้กลับไปบ้านเพียงเท่านั้น
“ต๊าย น้องไมเคิลตัวหนักจังเลยลูกดูสิ ตาโตน่ารักน่าชังเหลือเกิน อยากไปอยู่กับแม่ไหมจ๊ะ”
นวลปรางค์อุ้มไมเคิลไว้แนบกับทรวงอกอวบใหญ่ทั้งสองข้างของเธอพลางพูดจากหยอกล้อทักทายเด็กชายในอ้อมแขนด้วยความรักใคร่เอ็นดู
“มา…มามี๊”
เสียงเล็กแหลมเล็ดลอดออกมาจากปากของไมเคิลที่หญิงสาวคิดว่าเป็เพียงเด็กทารก เมื่อมันเผยอปากขึ้นเรียกเธอจุกนมหลอมก็หลุดลงไปอยู่ที่พื้น
“กรี๊ด ตายแล้ว น้องไมค์ ลูกแม่เรียกแม่ว่า หม่ามี๊ เลยเหรอลูก หนูคงเป็ลูกของแม่ที่กลับมาเกิดใหม่แน่ ๆ เลยพี่สมศรีคะ ปรางขอเลือกเด็กคนนี้ไปอุปการะเป็บุตรบุญธรรมวันนี้เลยนะคะ”
“แต่ว่า คุณนวลปรางค์คะ พี่อยากให้คุณลองกลับไปปรึกษากับคุณกรวิทย์ดูอีกทีก่อนดีกว่าไหมคะแล้วค่อยกลับมาใหม่วันหลังก็ได้ พี่ว่าน้องไมเคิลไม่เหมาะกับคู่ของคุณหรอกค่ะแกเป็เด็กเชื้อสายแอฟริกัน อีกอย่างนึงก็คือ…”
สาวน้อยผู้แสนโง่เขลาบวกกับสภาวะที่เพิ่งสูญเสียลูกในท้องไปได้ไม่นาน กลับมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาทันทีจึงส่งเสียงเกรี้ยวกราดสั่งให้พยาบาลสมศรีผู้ดูแลศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าหยุดพูดและทำตามที่หล่อน้า
“พอเถอะค่ะพี่สมศรีปรางคิดว่ายุคนี้แล้วใครจะมานินทาลับหลังว่าน้องไมเคิลไม่ใช่สายเืของปรางกับพี่วิทย์ก็ช่างเขาเถอะค่ะปรางถูกใจเด็กคนนี้ และขอย้ำอีกครั้งว่าปรางจะรับเด็กคนนี้ไปเป็ลูกบุญธรรมในวันนี้เลยค่ะ ตกลงตามนี้นะคะพี่สมศรี”
เมื่อพยาบาลสมศรีเห็นสีหน้าของลูกสาวเศรษฐีที่กำลังโมโหหล่อนก็ได้แต่ถอนหายใจ พร้อมกับคิดในใจว่า
‘แม่ลูกผู้ดีถือว่ามีเงินเยอะเข้าหน่อยทำขึ้นเสียง ถ้างั้นก็เื่ของหล่อนแล้วกันฉันถือว่าได้เตือนหล่อนแล้ว อยากได้ก็เอาไปเถอะ อย่ารีบเอามาคืนที่ศูนย์ก็เป็พอเชอะ’
พยาบาลสาวพยายามข่มความรู้สึกโมโหเอาไว้ไม่อยากแสดงออกมาและนั่นทำให้หล่อนไม่ได้บอกความจริงที่เคยได้เห็นกับตาของตัวเองมาแล้วว่า…
เ้าหนูไมเคิลคนนี้มีท่อนเอ็นสีคล้ำแถมทั้งยาวทั้งใหญ่แตกต่างจากเด็กทารกทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
และถึงแม้ในตอนแรก ๆพยาบาลสมศรีจะคาดคะเนว่าอาจเป็เพราะไมเคิลเป็ลูกครึ่งชาวแอฟริกันแต่หล่อนก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่หรือคือขนาดของเด็กน้อยวัยหนึ่งขวบ
มันจะต้องมีอะไรผิดพลาดเป็แน่แต่หล่อนก็ยุ่งมากเสียจนไม่ได้มีเวลามาหาคำตอบเพื่อไขปริศนาในเื่นี้
หลังจากนวลปรางค์จัดการเื่เอกสารและจ่ายเงินบริจาคก้อนโตให้ทางศูนย์เรียบร้อยแล้วหล่อนก็โทรตามสามีให้มาดูเด็กน้อยคนที่หล่อนเลือก
เมื่อกรวิทย์เห็นหน้าไมเคิลครั้งแรกเขาถึงกับใจนอ้าปากค้าง
เด็กชายตัวดำถูกจับใส่ชุดเด็กทารกและหมวกคลุมผมพร้อมกับดูดจุกนมหลอก เหมือนจะน่ารักแต่ถ้าเป็เขาคงไม่มีทางที่จะเลือกเด็กหน้าตาแบบนี้มาเป็บุตรบุญธรรมแน่ ๆ
แต่ถึงอย่างไรกรวิทย์ก็ไม่กล้าเอ่ยปากต่อว่าภรรยาให้หล่อนเสียใจเพราะเกรงว่าอาการซึมเศร้ารุนแรงจะกลับมาอีกครั้ง
“เด็กคนนี้หรือจ๊ะที่น้องปรางเลือกอุปการะมาเป็
ลูกบุญธรรม”
“ใช่ค่ะ พี่วิทย์ปรางถูกชะตาน้องไมเคิลเป็ที่สุดค่ะ เป็เด็กคนเดียวที่ปรางเห็นแล้วนึกถึงลูกของเราที่เสียไปเค้ากลับมาเกิดใหม่เป็น้องไมเคิลนี่แหละค่ะพี่วิทย์ปรางมั่นใจในเซนส์ของปรางเองค่ะ”
แม้กรวิทย์จะงุนงงอยู่ไม่น้อยแต่เขาก็พยายามคิดว่า แค่ลูกเลี้ยงคนเดียวก็คงมิได้หนักหนาอะไรหรอกขอเพียงให้นวลปรางค์กลับมาสดใส เป็ภรรยาคนเก่าของเขาอีกครั้งก็พอแล้ว
“ได้จ้ะ น้องปรางชอบเด็กคนไหนพี่ก็ตามใจน้องปรางหมดแหละจ้ะ”
เมื่อสองผัวเมียพาไมเคิลกลับไปบ้านนวลปรางค์ก็อุ้มลูกเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยความรักใคร่ไมเคิลเอาแต่ซุกหน้าอยู่กับเต้านมขนาดมหึมาคู่นั้นของหญิงสาว
มันถือโอกาสสูดดมกลิ่นอายของก้อนเนื้ออวบใหญ่ทั้งสองเต้าจนชุ่มปอดแต่ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้เพราะกลัวจะโดนผัวของหล่อนจับได้เสียก่อน
ส่วนทางด้านกรวิทย์ก็เอาแต่คุยโทรศัพท์เื่งานโดยไม่ได้สนใจแม้แต่จะหันมามองเด็กผิวสีในอ้อมกอดเมียของตนเสียด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้หญิงสาวได้สั่งให้ป้าแม่บ้านช่วยจัดเตรียมและทำความสะอาดห้องนอนเด็กไว้เรียบร้อยหมดแล้ว
พอเข้ามาด้านในคฤหาสน์หลังโตนวลปรางค์ก็สั่งคนใช้และแม่บ้านว่าไม่ต้องมาช่วยอะไรหล่อน้าเลี้ยงดูลูกน้อยแต่เพียงผู้เดียวหล่อนไม่อยากให้ใครหน้าไหนเข้ามารบกวน
“ปรางอยากมีเวลาส่วนตัวกับน้องไมเคิลลูกของปรางค่ะป้าชื่นช่วยไปบอกพี่เลี้ยงเด็กที่พี่วิทย์จ้างมา ให้เค้ากลับบ้านไปก่อนได้เลยนะคะ”
“แต่คุณปรางไม่เคยมีลูกจะเลี้ยงคุณไมเคิลคนเดียวไหวหรือคะ”
ป้าชื่นแม่บ้านประจำคฤหาสน์หลังงามเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงนายหญิงเพราะหล่อนเป็ลูกผู้รากมากดีที่มีของดีแค่นมโตกับบั้นท้ายอวบใหญ่แต่สมองนั้นเล็กเท่าเม็ดถั่ว
“ไหวสิคะป้าชื่นปรางเป็แม่คนแล้วนะคะ แล้วน้องไมค์ก็คือลูกของปรางที่กลับมาเกิดใหม่ถึงเขาจะอาศัยท้องของคนอื่นมาเกิด แต่ปรางมีเซนส์อย่างแรงค่ะป้าชื่นว่าไมค์คือลูกชายคนเดิมของปรางอย่างแน่นอนค่ะ”
ป้าแม่บ้านทำหน้างงหนักยิ่งกว่าเดิมไม่คิดว่านายหญิงของแกจะเพี้ยนไปมากขนาดนี้
“คุณปราง เอ่อ…ทำไมถึงคิดว่าเป็ลูกที่เสียไปแล้วกลับมาเกิดใหม่หรือคะ อย่าโกรธป้าเลยนะคะ ป้าว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่คุณไมค์ที่กลับชาติมาเกิดก็ได้นะคะ ดูสิคะ ผิวสีเข้มแบบนี้…”
หญิงสาวที่ยืนอุ้มเด็กชายผิวสีในอ้อมอกเมื่อถูกไมเคิลใช้มือเล็กทั้งสองของมันกอดรัดสองเต้าไว้แน่นพร้อมกับซุกใบหน้าสีน้ำตาลเข้มเข้าไปในอ้อมอกแสนอุ่นของนวลปรางค์หล่อนก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองมีหน้าที่ต้องปกป้องเด็กคนนี้
นวลปรางค์ชักสีหน้าไม่พอใจแล้วขึ้นเสียงสูงใส่ป้าแม่บ้านวัยหกสิบ
“พอเถอะค่ะป้าชื่น ป้าเป็แค่แม่บ้านก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็ต้องมาสงสัยเื่เซนส์ของปรางต่อไปนี้ห้ามใครหน้าไหนมาตั้งคำถามโง่ ๆ แบบนี้กับปรางอีกนะคะและก็ช่วยไปบอกคนใช้ทุกคนในบ้านด้วย ไม่งั้นปรางจะไล่ออกให้หมดไม่เว้นแม้แต่หัวหงอก หรือหัวดำ”
“ได้ค่ะคุณปราง ป้าเข้าใจแล้วค่ะ”
ป้าชื่นก้มหน้างุดั้แ่หล่อนรับใช้คนบ้านนี้มายังไม่เคยถูกเ้านายต่อว่ารุนแรงขนาดนี้มาก่อนจึงได้แต่ตอบรับสั้น ๆ แล้วเดินออกจากห้องเด็กไปเงียบ ๆ
เมื่อเหลือเพียงนวลปรางค์และไมเคิลลูกบุญธรรมที่อยู่ในอ้อมแขนแล้วหญิงสาวก็อุ้มเ้าตัวอ้วนน้ำหนักไม่เหมือนทารกวัยเกือบหนึ่งขวบปีแม้แต่น้อย