บทที่2 จำใจแต่ง
แดดยามสายสาดส่องผ่านกิ่งไม้หลิวพลิ้วไหวไปมาทอดตัวเป็เงาบนพื้นศิลาในจวนเสนาบดีฉู่ ความตึงเครียดปกคลุมไปทั่วทั้งจวน จนมิอาจมีใครกล้าจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา
ด้านหน้าโถงรับแขก ฉู่ม่อเย่อัครเสนาบดีแห่งแคว้นเว่ยยืนนิ่งงัน สีหน้าฉายแววเคร่งเครียดและขุ่นมัวอย่างรุนแรงมือสองข้างกำแน่นขณะถือราชโองการที่เพิ่งมาถึงจากวังหลวงสายตาจ้องมองบุตรสาวคนเดียวของเขาตรงหน้าด้วยความผิดหวังและโกรธเคือง
ฉู่อันหลานนั่งคุกเข่ากับพื้นศิลาด้านหน้าโถงรับแขกแผ่นหลังบางสั่นสะท้านไปด้วยความขมขื่นและมืดมัว ใบหน้างดงามที่เคยสดในบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและทุกข์ทนดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้อย่างไม่อาจควบคุม
“ท่านพ่อ...ข้าไม่รู้เื่จริงๆข้าถูกให้ร้าย” ฉู่อันหลานพยายามส่งเสียงอ้อนวอนและร้องขอความเป็ธรรมอยู่ตลอดเวลา
“หลานเอ๋อร์...เื่ฉาวโฉ่ของเ้ากระจายไปทั่วเมืองหลวงเ้ายังจะปฏิเสธอยู่อีกหรือ” ฉู่ม่อเย่ตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองบุตรสาวที่ตนเองรักและทะนุถนอมมาตลอดกลับทำเื่งามหน้าจนเป็ที่อับอายไปทั่วเมืองหลวง
“เวลานี้ฝ่าามีราชโองการให้เ้าแต่งงานกับองค์ชายหยาง...เช่นนั้นเ้าก็ไปเตรียมตัวเสียเถิด”ฉู่ม่อเย่กล่าวตัดบทออกมา เมื่อเื่ทุกอย่างมิอาจแก้ไขสิ่งใดได้อีกหนำซ้ำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของราชวงศ์ฮ่องเต้จึงได้มีราชโองการให้บุตรสาวของตนแต่งกับบุรุษผู้นั้นเสียโดยเร็ว
“ไม่...ข้าไม่ยอม...ทำไมข้าต้องแต่งกับคนผู้นั้นด้วย...เขาคือผู้ที่ทำร้ายข้า”ฉู่อันหลานประท้วงออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนโกรธจัด
“หลานเอ๋อร์...ไม่ว่าเ้าจะเต็มใจหรือไม่แต่เวลานี้เ้ามิอาจขัดราชโองการได้อีก” ฉู่ม่อเย่ตวาดลั่นดวงหน้าขรึมเครียดคล้ายจะข่มอารมณ์ไม่อยู่
“ท่านพ่อ” ฉู่อันหลานเงยหน้าขึ้นมองบิดา “แต่เขาคือคนที่ทำให้ข้า...สูญสิ้นเกียรติเขาต้องเป็ผู้วางแผนให้ร้ายข้าเป็แน่ ท่านพ่อจะให้ข้าแต่งกับเขามิได้นะ”
“พอที”ฝ่ามือหนาของฉู่ม่อเย่ฟาดลงบนแก้มนวลของบุตรสาวเสียงดัง “เพี๊ยะ...”
ฉู่อันหลานตัวสั่นงันงกหยาดน้ำตาเอ่อล้นเมื่อความเ็ปซึมลึกถึงใจมากกว่าที่ใบหน้า ั้แ่จำความได้ นางไม่เคยถูกบิดาผู้ที่ทั้งอ่อนโยนและตามใจนางตบเช่นนี้มาก่อน
“ในเมื่อเ้าหลงกลเช่นนี้แล้วเ้าจะให้ข้าทำเช่นใดได้อีกวันนี้ราชโองการมาถึงจวน...หรือเ้า้าให้สกุลฉู่ตายตกไปตามกันเสียให้หมดหรือ”
เสียงะโของฉู่ม่อเย่สะท้อนทั่วเรือนกลางสร้างความเงียบงันน่าสะพรึง ฉู่อันหลานตัวแข็งค้างมือที่กำชายกระโปรงแน่นสั่นเทาไม่หยุด
ทันใดนั้นเองเสียงฝีเท้าหนึ่งก็ปรี่เข้ามากอดฉู่อันหลานเอาไว้แน่น“ฉู่อี้เหริน”ฮูหยินของฉู่ม่อเย่และเป็มารดาของฉู่อันหลานรีบโดดเข้ามาปกป้องบุตรสาวของตนในทันทีนางรีบโอบประคองบุตรสาวให้ลุกขึ้นยืนพร้อมดันร่างบางให้หลบอยู่ด้านหลังของตนเองราวกับงูจงอางหวงไข่
“ท่านพี่ ท่านทำสิ่งใดลงไป”ฉู่อี้เหรินตวาดใส่สามีในทันที “หลานเอ๋อร์เพิ่งผ่านเื่เลวร้ายมา ท่านยังกล้าทำร้ายลูกอีกหรือ”
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำเช่นใดกัน” ฉู่ม่อเย่ชะงักค้างไปชั่วครู่ก่อนจะพ้ออกมาอย่างแ่เบา ท่วงท่าที่แข็งขืนเริ่มโอนอ่อนลงไปอย่างมากเพราะโดยปกติเขาแทบจะพะเน้าพะนอสองแม่ลูกยิ่งกว่าสิ่งล้ำค่าใดในโลกเสียไม่ปาน
ฉู่อี้เหรินถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวังเช่นกันแตะก็ยังมิวายยกมือขึ้นลูบหลังบุตรสาวอย่าง้าปลอบขวัญนางจากนั้นจึงปรายตาขึ้นสบตากับสามีตรงหน้าอีกครั้ง
“ท่านพี่เลิกพูดได้แล้ว เอาไว้ข้าจะคุยกับหลานเอ๋อร์ด้วยตนเอง”ฉู่อี้เหรินมองค้อนพร้อมตัดบทในทันทีนางประคองร่างของบุตรสาวแล้วพากลับไปที่เรือนพักอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังมองสามีของตนแม้แต่น้อย
“นี่มันเวรกรรมอันใดของข้ากันนี่”ฉู่ม่อเย่สบถออกมาด้วยความจนใจ
นับแต่ฉู่ม่อเย่ตบแต่งฉู่อี้เหรินเป็ภรรยาเขาก็ไม่เคยคิดจะมีอนุแม้แต่เพียงคนเดียว เดิมทีตัวเขานั้นเป็บัณฑิตยากไร้แต่กลับมาพบรักกับคุณหนูสกุลบัณฑิตที่ฐานะสูงส่งจนเกินเอื้อมเขาจึงได้แต่เพียงแอบมองและหลงรักอยู่ห่างๆ แต่แล้ววาสนาของทั้งคู่ก็เมื่อมีคนคิดแผนร้ายกับฉู่อี้เหรินทำให้เธอพลัดตกลงไปในน้ำฉู่ม่อเย่จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่ใช้โอกาสดังกล่าวตบแต่งนางเป็ภรรยา
แม้แต่เริ่มเดิมทีฉู่อี้เหรินจะไม่พอใจกับการแต่งงานมากนักแต่เพราะฉู่ม่อเย่สาบานที่จะรักและดูแลนางเพียงผู้เดียวจวบจนชั่วชีวิตและนับแต่แต่งเข้าจวนสกุลฉู่ ฉู่ม่อเย่ก็มิเคยผิดคำสาบานเลยแม้แต่น้อยนั่นทำให้ฉู่อี้เหรินเริ่มใจอ่อนและรักสามีของนางอย่างสุดหัวใจ
ฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินมีบุตรเพียงคนเดียวคือฉู่อันหลาน หลังจากคลอดบุตร ฉู่อี้เหรินก็สุขภาพอ่อนแอจนไม่อาจมีบุตรได้อีกแรกเริ่มนางคิดจะหาอนุให้กับฉู่ม่อเย่เพื่อให้สกุลฉู่มีทายาทสืบสกุลแต่ฉู่ม่อเย่กลับยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งและนั่นทำให้จวนสกุลฉู่จึงมีเพียงฉู่อี้เหรินและฉู่อันหลานเป็ดั่งหยกขาวที่คนทั้งจวนต่างทะนุถนอม
ภายในเรือนนอนของฉู่อันหลานนางนั่งทรุดลงที่เตียงอย่างอ่อนแรงเกียรติของนางถูกบุรุษผู้นั้นทำให้ป่นปี้จะหมดสิ้นหนำซ้ำยังต้องจำใจแต่งงานกับคนผู้นั้นตามราชโองการเสียอีก
“หลานเอ๋อร์...ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วเ้าก็อย่าได้เสียใจไปเลย” ฉู่อี้เหรินลูบหลังปลอบประโลมบุตรสาวด้วยความสงสารจับใจ
“ท่านแม่...ข้าไม่้าแต่งงานเหตุใดเื่เช่นนี้จึงเกิดกับข้าด้วยเล่า”ฉู่อันหลานตัดพ้อในความโชคร้ายของตนออกมาอย่างไม่ขาดปาก
“หลานเอ๋อร์...ก่อนหน้านี้แม่ของเ้าก็พบเจอเื่เช่นนี้เช่นกันแต่เ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าพ่อของเ้านั้นดีเพียงใดพวกเราสองแม่ลูกมิเคยต้องลำบากกายหรือลำบากใจแม้แต่น้อย”ฉู่อี้เหรินพยายามหาเื่ปลอบโยนบุตรสาวอีกครั้ง “หากว่าเ้าได้ตบแต่งออกไปเ้าก็ลองเปิดใจดูสักหน่อยบางทีองค์ชายผู้นั้นอาจจะมิได้เลวร้ายอย่างที่เ้าคิดก็เป็ได้”
“ท่านแม่...”ฉู่อันหลานมองหน้ามารดาอีกครั้งอย่าง้าชั่งใจในที่สุดนางก็ตัดสินใจพยักหน้ารับแต่โดยดี