“ฮึก พี่เร ! พี่เรช่วยเรนด้วย”
เสียงของ รัถยาดังขึ้นทันทีที่ร่างของหล่อนเดินตรงเข้ามากอดแขนของผู้เป็พี่ชายไว้แน่น
“มีอะไร ? เกิดเื่อะไรขึ้น เรน ค่อย ๆ เล่านะ”
รัฐชา พยายามปลอบน้องสาวให้สงบลงชายหนุ่มส่งผ้าเช็ดหน้าของตนให้หญิงสาวแล้วลูบหลังลูบไหล่อย่างปลอบโยน
“ใจเย็น ๆ เรน เงียบซะ… เงียบซะตอนนี้บอกพี่ได้หรือยังว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ?!”
หญิงสาวสูดจมูก ร้องไห้จนสองตาแดงก่ำน้ำหูน้ำตาไหลอาบแก้มซึ่งถูกแต่งแต้มไปด้วยบลัชออนสีชมพูเรื่อจนเลอะไปหมด
“เรนถูกเขาหลอก ! ฮึก ! คุณเก้าน่ะที่แท้เขามีผู้หญิงอื่นอยู่แล้ว”
เก้า หรือ กันติทัตคือชายหนุ่มซึ่งรัถยากำลังคบหาดูใจอยู่ใน่หกเดือนมานี้
รัฐชารู้จักผู้ชายคนที่น้องสาวกำลังพูดถึงดีเพราะกันติทัตคนนี้ทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกันกับเขาชายหนุ่มเป็ผู้จัดการบริษัทซึ่งมีตำแหน่งใหญ่โตในขณะที่กันติทัตนั้นเป็หัวหน้าของฝ่ายการตลาดที่มีชื่อเสียงเป็ที่รู้จักกันไปทั่วในด้านผลงานอันเป็ที่ประจักษ์
ไม่อยากพูดว่าตัวของเขานั้นใช้เส้นสายของทางญาติซึ่งเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่ภายในบริษัทเข้ามาทำงานจนได้เป็ถึงผู้จัดการแต่รัฐชาก็มั่นใจว่าตนเองมีผลงานมากพอในระดับหนึ่งด้วย
แล้วกันติทัตกับรัถยา น้องสาวของเขาไปรู้จักกันได้อย่างไร…
รัถยานั้นเป็ผู้หญิงชอบเที่ยว ไม่อยู่กับร่องกับรอยเรียกได้ว่าเป็นักเที่ยวตัวยงในขณะที่กันติทัตนั้นก็มีชื่อเสียงไม่ดีเื่ผู้หญิงอยู่ไม่น้อยแต่ด้วยความที่เป็คนเก่ง มีความสามารถ จึงไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์เขาในจุดนั้น
ถึงแม้รัถยาอาจเป็ผู้หญิงที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักแต่รัฐชาก็ไม่้าให้น้องสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของตนเองต้องพบเจอกับอะไรเช่นนี้
รัถยาเล่าว่าทั้งสองพบกันในผับแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของเขาเท่าใดนักชายหนุ่มให้นามบัตรมา หญิงสาวนำมาให้เขาซึ่งเป็พี่ชายดูเท่านั้นแหละรัฐชาถึงได้รู้ว่าผู้ชายที่น้องสาวกำลังผูกสมัครรักใคร่อยู่ก็คือกันติทัตนั่นเอง
“เื่มันเป็อย่างไรมาอย่างไรกันแน่ ?!”
รัฐชาขมวดคิ้วมุ่นถามน้องสาวอย่าง้าคำบอกเล่าที่ชัดเจนอีกครั้ง
“ตลอดเวลาที่ได้รู้จักกันมาหกเดือน เรนไม่คิดเลยว่าคุณเก้าเขาจะคบซ้อน !เขามีผู้หญิงอื่นอยู่ก่อนแล้วแต่เขากลับบอกเรนว่าเขาไม่มีใครวันนั้นถ้าหากเรนไม่บังเอิญไปรับโทรศัพท์ของเขาล่ะก็ เรนคงโง่ไปอีกนาน !!”
รัฐชาพอจะปะติดปะต่อเื่ได้แล้วที่แท้รัถยาก็เพิ่งมารู้ในตอนหลัง…
หากว่านี่เป็ที่บริษัทล่ะก็ ไม่มีใครที่จะไม่รู้เื่ความเ้าชู้ของกันติทัตหรอก…
ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่เปลี่ยนผู้หญิงเป็ว่าเล่น…แทบไม่มีใครรู้เลยว่า ‘ตัวจริง’ ของกันติทัตคือใคร เพราะเขามักไปกับผู้หญิงคนโน้นที คนนี้ที อยู่เรื่อย ๆ
“คน ๆ นี้…” รัฐชาเริ่มพูดขึ้น “เขามีชื่อเสียงไม่ดีทางเื่ผู้หญิง ที่บริษัทพี่น่ะพูดกันให้แซ่ดเรนไม่รู้เลยบ้างเหรอ ?”
“ไม่ ! ไม่รู้เลยค่ะ เรนไว้ใจเขามาก จนไม่ทันคิดถึงเื่นั้นเลยถ้าวันนั้นหนึ่งในกิ๊กของเขาไม่โทร ฯ มาล่ะก็…”
“...”
น้องสาวตอบออกมาแบบนี้รัฐชาก็พูดลำบากเขารู้ว่ารัถยาเป็เด็กหัวดื้อแค่ไหน แม้แต่พี่ชายอย่างเขาก็ตามเปอร์เซ็นต์ที่เวลาพูดอะไรแล้วหล่อนจะเชื่อฟัง มีน้อยมากจนแทบเหนื่อยใจ
บิดามารดาของพวกเขาให้อิสระจึงไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับเื่ราวของสองพี่น้องเลย พวกท่านมักจะบินไปต่างประเทศในขณะที่รัฐชายังคงทำงาน และรัถยาเอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ โดยผลาญเงินของพี่ชายและเงินที่บิดามารดาส่งมาให้อยู่เป็นิจ
“เรนรักเขาไหม ?”
จู่ ๆ รัฐชาก็ถามขึ้นรัถยาพยักหน้าตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด
“คุณเก้าเป็ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์มาก ถ้าบอกว่าไม่รักเรนก็คงจะโกหกตลอดระยะเวลาที่คบกันเขาเอาใจใส่ดูแลเรนดีมาก เรนถึงไม่เคยคิดไงว่าเขาจะคบซ้อนแบบนี้!!”
หญิงสาวแผดเสียงดังลั่นในประโยคท้ายแสดงความอัดอั้นตันใจทั้งหมดออกมา
น้ำตาลูกผู้หญิงไหลรินอาบแก้มจนเครื่องสำอางที่บรรจงแต่งไว้เลอะเปรอะเปื้อนมือเรียวที่ทาสีเล็บไว้อย่างสวยงามจิกเข้าหากันจนน่ากลัวว่าเืจะออกหญิงสาวกัดฟันแน่นแล้วทรุดกายลงร้องไห้โฮต่อหน้าพี่ชายที่ยืนนิ่งงัน
สภาพของน้องสาวสุดที่รัก ช่างน่าเวทนาสงสารเป็ที่สุด
ถึงแม้รัถยาจะเป็นักเที่ยวแต่รัฐชาก็รู้ดีว่าน้องสาวไม่ใช่คน‘มั่ว’ ‘สำส่อน’
หญิงสาวคบกับใครก็คือคนนั้น ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางทางด้านอย่างว่าให้น่าเป็ห่วง
เรียกได้ว่ารัถยาดูแลตนเองดี
...หมายถึงรู้จักเอาตัวรอด รู้หลบเป็ปีก รู้หลีกเป็หางหญิงสาวมีการเอาตัวรอดที่ไม่ทำให้ตนเองตกไปอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง…
ที่ผ่านมารัถยามีแฟนมาแล้วทั้งหมดสองคน เป็จำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับอายุอานาม
พวกเขาสองพี่น้องไม่ใช่วัยรุ่นเอ๊าะ ๆแต่เป็วัยผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร
แต่รัถยา…ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่เท่าชายคนนั้น…
รัฐชานึกภาพไปถึงชายผู้ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาราวเจ็ดปีได้
...กันติทัตนั้นมีอายุมากกว่าเขาซึ่งยังอยู่ใน่ยี่สิบตอนปลายแต่ก็ไม่แก่เกินไปกว่าสามสิบห้าอย่างแน่นอน
ในฐานะผู้จัดการบริษัท
รัฐชากล้าพูดได้เลยว่ากันติทัตเป็พนักงานที่รับมือได้ยากเหลือทน
นอกจากการทำงานที่มากไปด้วยความสามารถ จนดูเหมือน‘หัวกะทิ’ ของทางบริษัท กันติทัตยังเป็คน‘อ่อนนอกแข็งใน’ อีกด้วย
ชายหนุ่มปฏิบัติต่อผู้มีตำแหน่งสูงกว่าด้วยความนอบน้อมต่อหน้าก็จริงแต่รัฐชารู้ว่าผู้ชายคนนี้ร้ายกาจเพียงไรดูได้จากเวลาประชุมใหญ่ประจำบริษัทก็แล้วกัน
...วาจาแต่ละคำที่เขาพูดมาในที่ประชุม สะกดให้คนที่อยู่ที่นั้นเงียบได้…นี่คงไม่ต้องพูดถึงยามที่กันติทัตปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ฝ่ายการตลาดกระมัง…
ชายหนุ่มคนดังกล่าว ไม่ใช่คนที่ใครจะ‘เคี้ยวได้ลง’ ได้ง่าย ๆเพราะเขามีความรู้ความสามารถที่มากล้น และเป็ประโยชน์ต่อบริษัทแห่งนี้
แต่เดี๋ยวก่อน
...การปฏิบัติที่อ่อนน้อมอาจไม่รวมถึงสำหรับรัฐชากระมัง…
คงเป็เพราะเขามีอายุที่น้อยกว่ามาก…ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น
“...พี่เร”
เสียงของน้องสาวดังเข้ามาทำลายความเงียบชายหนุ่มสะดุ้งออกจากภวังค์แล้วมองหน้าของน้องสาวที่บัดนี้ร่องรอยน้ำตาเริ่มเหือดแห้งลงไปแล้ว
“ว่าไงเรน ?”
เขาตอบรับ
“เรนไม่เคยคิดเลยนะว่าชีวิตเรนจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำไมความจริงใจมันถึงหาจากผู้ชายได้ยากจังคะ”
“อึก !”
ชายหนุ่มสะอึกกับคำพูดของน้องสาวยิ่งนัก
...จริงของหล่อน…
และตัวต้นเหตุของเื่นี้จะเป็ใคร ถ้าหากไม่ใช่กันติทัต!
ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโห ยังดีหน่อยที่กันติทัตยังไม่ได้ทำให้น้องสาวของเขาเสียหายไปถึงขนาด…
ชายหนุ่มสะบัดศีรษะพรืด ไม่อยากคิดต่อเลยจริง ๆดีที่รัถยาไม่ได้พลาดพลั้งกับหมอนี่ขึ้นมา ไม่อย่างนั้นล่ะก็…!
“...ไม่เป็ไรนะเรน เงียบซะ… ร้องไห้ไปเดี๋ยวไม่สวยนะคะคนดีของพี่”
ชายหนุ่มยิ้ม ยกมือใหญ่ขึ้นวางลงไปบนศีรษะของน้องสาวเหมือนกำลังปลอบเด็กเล็กๆ
หญิงสาวยิ้มออกมาได้ทันทีแล้วตรงเข้ากอดพี่ชายไว้แน่น
“...ขอบคุณค่ะพี่เร เรนจะพยายามเข้มแข็งขึ้น และลืมเขาให้ได้เร็ว ๆ ค่ะ”
หลายวันต่อมาชายหนุ่มก็ขับรถมาทำงานที่บริษัทตามปกติ
รัฐชาขึ้นลิฟต์มุ่งหน้าตรงไปยังห้องของผู้จัดการด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เอ้า เป็อะไรไปครับผู้จัดการ คิ้วงี้ผูกโบว์เชียว”
โอฬาร เลขา ฯ ซึ่งสูงวัยกว่าของเขาถามขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณโอ้ ถ้าอย่างไรขอกาแฟให้ผมด้วยนะ”
ชายหนุ่มตอบออกไป
“ครับ คร้าบ ได้เลยครับเ้านาย”
โอฬารนั้นเป็พนักงานเก่าแก่ของที่นี่ชายวัยกลางคนให้ความเอ็นดูกับรัฐชาซึ่งถึงแม้จะมีตำแหน่งสูงกว่าเพราะเคยเห็นหน้าค่าตากันมาั้แ่ก่อนที่เขาจะเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ
สำหรับโอฬารนั้นเคยเป็เลขา ฯให้กับญาติที่ฝากฝังชายหนุ่มเข้ามาทำงาน ทำให้รู้จักมักจี่กันเป็อย่างดีและแถมด้วยความที่รัฐชานั้นถึงจะมีตำแหน่งสูงกว่าแต่ก็ไม่เคยทำตัวเด่นดังหรือโอ้อวดกดหัวผู้ใต้บังคับบัญชาเลยสักครั้ง
ผ่านไปไม่นานหลังจากทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งได้ไม่นานโอฬารก็ถือกาแฟเข้ามา
“นี่คร้าบคุณเลย์ กาแฟดำแบบเข้ม ๆ ตามที่คุณเลย์ชอบ”
...แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่รัฐชาติดใจสงสัยนั่นคือโอฬารมักเรียกออกเสียงและสะกดชื่อเล่นของเขาเป็ ‘เลย์’มันฝรั่ง ไม่ใช่ ‘เร’ อย่างที่ควรจะเป็แต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ออกจะเป็เื่ขำขันเสียด้วยซ้ำ…
“ขอบคุณมากนะโอ้”
“ยินดีคร้าบ เอ้อว่าแต่คุณเลย์…”
ลำคอซึ่งกลืนของเหลวสีดำรสขมลงไปถึงกับชะงักเมื่อถูกเรียกกะทันหัน
“มีอะไรเหรอ ?”
“ผมว่าพฤติกรรมของหัวหน้าฝ่ายการตลาดนี่แย่จริง ๆ นา… นี่ขอพูดแบบกันเองเลยนะครับเมื่อกี้ตอนที่ผมไปเข้าห้องน้ำก็ได้ยินพวกพนักงานคนอื่นคุยกันเห็นว่าเปลี่ยนผู้หญิงเป็ว่าเล่นอีกแล้ว”
โอฬารลดเสียงลง เกรงว่าใครจะมาได้ยิน
“...”
“แต่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลย์เพราะฉะนั้นถือเสียว่าไม่ได้ยินที่ผมพูดเมื่อกี้แล้วกันนะครับ”
โอฬารรีบพูดต่อทันทีเมื่อเห็นท่าทีของรัฐชาที่ยังคงนิ่งเฉย
“...คงลำบากหน่อย” จู่ ๆ รัฐชาก็เปรยขึ้นมาชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วหันมาพูดกับโอฬารต่อ “คนนั้นน่ะเขาออกจะทำงานเก่งเรียกได้ว่าเป็หัวกะทิของบริษัทก็ไม่ปาน ถ้าหากขาดเขาไปสักคนบริษัทเราคงไม่มียอดส่งออกสินค้าสูงลิบลิ่วแบบนี้หรอก”
ที่ชายหนุ่มพูดมาเป็ความจริงทุกคำ
“น้ำขุ่นไว้ข้างใน น้ำใสไว้ข้างนอก เราคงต้องทำแบบนั้นล่ะมังครับ”
โอฬารมีท่าทีเห็นด้วย
ชายหนุ่มทำงานของตนเองไปเรื่อย ๆจนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาติดผนังซึ่งแสดงเวลา‘บ่ายสองโมงสิบนาที’
การประชุมใหญ่จวนเจียนจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ถึงยี่สิบนาทีแล้ว
คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็รีบเก็บของลงจากโต๊ะ คว้าเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารซึ่งใส่เอกสารจำเป็ที่จะต้องใช้ในการประชุมในครั้งนี้เดินตัวปลิวออกนอกห้องผู้จัดการไป
ร่างสูงของรัฐชายืนรอลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นแปด
ซึ่งในระหว่างนั้นเมื่อลิฟต์มาถึงชั้นสิบสามผู้ที่เข้ามาในลิฟต์ก็ทำให้ตัวของเขาแข็งเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
“สวัสดีครับ”
กันติทัตกล่าวทักทายสูทที่อีกฝ่ายใส่อยู่เรียบกริบเหมือนถูกซักรีดมาอย่างดีแถมตัวของเขายังโชยด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากโคโลญจน์อีกด้วย
“...สวัสดีครับ”
รัฐชาตอบไปได้แค่นั้นเมื่อชายหนุ่มคนดังกล่าวก้าวเข้ามาในลิฟต์แล้วยืนมองไฟแสดงตัวเลข
รัฐชายืนชิดเข้าไปด้านในทั้งที่รู้ว่าตนเองเป็ผู้มีตำแหน่งสูงกว่าไม่ควรทำตัวเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มก็รู้สึกตกประหม่าและระมัดระวังเกินกว่าที่จะทำเช่นนั้น
หากมองโดยผิวเผินแล้ว กันติทัตมีส่วนสูงที่แทบจะพอ ๆกับเขา
ใบหน้าและศีรษะดูลงตัวสวยงาม นี่ยังไม่รวมถึงเครื่องหน้าอันหล่อเหลาที่เอาไว้ล่อหลอกผู้หญิงนั่นอีก…
ยิ่งคิดไปแล้วก็ยิ่งแค้น…ใบหน้าของรัถยาลอยเข้ามาในจิตใต้สำนึกทันที
รัฐชากำมือแน่นพยายามสงบจิตสงบใจนับหนึ่งถึงร้อยไม่ให้ตนเองนั้นเข้าตะบันหน้าคู่กรณีที่หลอกลวงน้องสาวของตน
โชคดีที่ระหว่างที่ลิฟต์ลงมาถึงชั้นสิบก็มีพนักงานอีกประปรายเข้ามาด้านใน ทั้งหมดยกมือไหว้รัฐชาอย่างนอบน้อมซึ่งแน่นอนว่าตัวรัฐชาเองก็ไหว้ตอบทุกคน
ในที่สุดลิฟต์ก็ลงมาจอดที่ชั้นแปดซึ่งเป็ที่ตั้งของห้องประชุมใหญ่
คราวนี้รัฐชาเดินอย่างสง่าผ่าเผยออกจากลิฟต์เป็คนแรกอย่างที่มันควรจะเป็ก่อนจะตามมาด้วยพนักงานที่เหลือ แล้วปิดท้ายด้วยกันติทัต
รัฐชาเดินอาด ๆ เข้าไปนั่งลงยังที่ของตน โดยมีโอฬาร เลขาฯ คู่ใจ จัดเตรียมเอกสารไว้ให้
การประชุมดำเนินไปโดยที่ท่านประธานกล่าวชมเชยเื่ยอดขายและการส่งออกรัฐชาฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ขณะที่เหลือบตาไปมองทางโต๊ะของพวกหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หัวหน้าฝ่ายการตลาดด้วยความเคืองแค้น
แม้แต่ตอนประชุม ท่าทีของกันติทัตก็ยังดูไว้ตัวเสมอ
แม้จะเป็ถึงผู้จัดการบริษัทแต่ความสง่าของรัฐชาก็ยังเทียบกับ‘เลเวล’ ของฝ่ายนั้นไม่ติด ซึ่งอาจจะเป็เพราะเขายังมีอายุน้อยด้วยประสบการณ์จึงยังน้อยอยู่บ้างเมื่อเทียบกับคนเก่าแก่ของที่นี่
กันติทัตลุกขึ้นแสดงทัศนะและสรุปเื่การวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดต่อที่ประชุม
แน่นอนว่าเมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นพูดทั้งห้องก็เงียบกริบอย่างตั้งใจฟัง เมื่อพูดจบเสียงปรบมือก็ดังขึ้นตามมา
‘…คนทำงานเก่งและหน้าตาดี แต่นิสัยนี่สิ…’
รัฐชาคิดแค้น ๆ
เป็ความจริงที่ใบหน้านองน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ของรัถยาลอยเข้ามาในสมองอีกครั้ง...ชายหนุ่มไม่อาจลืมความผิดหวังรุนแรงของน้องสาวได้เลยแม้เวลาจะผ่านเลยมาหลายวันแล้วก็ตาม
เขากลับถึงบ้านอีกครั้งใน่เย็นจนเกือบค่ำ
แต่กลับต้องรู้สึกแปลกประหลาดใจเมื่อบ้านเงียบสนิทมีเพียงเด็กรับใช้สองถึงสามคนเท่านั้น แต่ไม่มีวี่แววของรัถยาเลย
“คุณเรนไปไหนเสียล่ะ ?”
รัฐชาถามเด็กรับใช้คนหนึ่งซึ่งรินน้ำรินท่ามาให้
“...”
เด็กรับใช้ทำท่าอึกอัก รัฐชาจึงทึกทักเอาว่าสงสัยรัถยาคงออกไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มเพื่อนเหมือนเคยแต่แล้วประโยคต่อมาของเด็กรับใช้ก็ทำให้เขาประหลาดใจ
“คุณเรนเธอเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาเลยั้แ่ตอนเช้าที่คุณเรไปทำงานแล้วค่ะ”
เท่านั้นแหละร่างสูงรีบผุดลุกขึ้นทันที
สองขาก้าวยาว ๆ ตรงขึ้นบันไดไปยังห้องของน้องสาว
ก๊อก ๆๆ
เขาเคาะประตูด้วยความร้อนรน แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
“เรน ! เรน !! เปิดประตูให้พี่หน่อย”
ลองเรียกก็แล้วแต่ยังคงเงียบ สุดท้ายจึงต้องใช้กุญแจสำรอง
และแล้วภาพที่เห็นก็ทำให้พี่ชายถึงกับเข่าอ่อน
น้องสาวสุดที่รักนอนรวยรินอยู่กับพื้น อ้าปากพะงาบ ๆเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ ในขณะที่ข้อมือมีรอยกรีดเป็จำนวนมาก
“เรน !!!”
รัฐชาะโสุดเสียงก่อนรีบผลุนผลันออกไปตามเด็กรับใช้ให้โทร ฯ เรียกรถพยาบาลส่วนตนเองก็กลับเข้ามาอีกครั้งแล้วอุ้มร่างของน้องสาวซึ่งไม่ได้สติไว้แนบอก เหงื่อกาฬผุดออกมามากมาย
เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังขึ้นและรัถยาก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในคืนนั้นเอง
รัฐชาโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันมือถือไปบอกบิดามารดาที่อยู่ต่างประเทศส่วนตนเองนั้นก็ได้แต่นั่งกุมขมับอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน
เขาเดาเหตุการณ์ออก…เห็นทีรัถยาคงจะกรีดข้อมือตนเองและรับประทานยาจำนวนมากเพื่อฆ่าตัวตายเพราะเขาเห็นกระปุกยากลิ้งตกอยู่บนพื้น
เื่นี้ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรหากไม่ใช่ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีอายุมากกว่าที่ทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดของบริษัทเดียวกันกับเขา !!!