[เปิดใช้งานสกิล... เริ่มการเชื่อมต่อ...]
ติ๊ง
เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยดังขึ้นในความมืด พร้อมกับตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสงที่ลอยเด่นขึ้นมาในกรอบสายตา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 07:59:59]
เปลือกตาของอคินกระตุกถี่ เขาลืมตาโพลงในความมืดสนิท...
ความมืดที่สมบูรณ์แบบ สิ่งแรกที่เขาััได้คือความหนาวเย็นที่กัดกินผิว ตามมาด้วยกลิ่น...
มันไม่ใช่กลิ่นฝุ่นบนดาดฟ้า
แต่เป็กลิ่นอับชื้นที่หนักอึ้งของปูนเก่าที่อมน้ำ กลิ่นสนิมเหล็ก
และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจางๆ ราวกับซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยในที่ปิดตาย
"ที่ไหนวะเนี่ย..."
เสียงของเขาแหบพร่า สะท้อนก้องในพื้นที่จำกัด
เขาขยับตัว และความจริงอันน่าอึดอัดก็ถาโถมเข้าใส่... เขากำลังอยู่ในที่แคบ คับแคบอย่างที่สุด
ผิวโลหะเย็นเฉียบััแผ่นหลัง คอนกรีตหยาบๆ กดทับหน้าอก
มันเหมือนช่องระบายอากาศ หรือโพรงใต้ซากอาคารที่ถล่มลงมาทับถมกัน
นี่ไม่ใช่ดาดฟ้าร้านสะดวกซื้อ... ไม่ใช่ที่ที่เขาจำได้ว่าเอนตัวลงบนที่ซ่อนในดาดฟ้า ก่อนที่สติจะดับไป
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับอ่านใจเขาออก
[ตอนนี้เวลา 19:01 น. ของวันที่ 23 มกราคม]
[ขณะคุณหลับ ร่างคุณอยู่ในอันตราย จึงได้ทำการย้ายคุณมายังที่ปลอดภัย]
อคินขมวดคิ้ว
"ย้ายเหรอ?"
เขาลองนึก... แต่ก็นึกไม่ออกว่าอันตรายที่ว่าคืออะไร หรือ 'พระเ้า' ย้ายเขาทั้งๆ ที่หลับลึกได้ยังไง
มันเหมือน... ถูกอุ้มไป แต่เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป
"เหรอ... ขอบคุณครับพระเ้า"
เขาพึมพำกับความว่างเปล่า อย่างน้อย เขาก็ยังมี 'พระเ้า' คอยดูแล
เขารู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว กล้ามเนื้อตึงเครียดราวกับไปวิ่งมาราธอนมา โดยเฉพาะที่แขนซ้าย มันแสบหน่วงๆ
"โอ๊ย..."
เขายกแขนขึ้นเพ่งมองในแสงจันทร์สลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องแคบๆ ...
รอยขีดข่วนตื้นๆ สามสี่รอยพาดผ่านท่อนแขน ยังมีคราบเืแห้งกรังติดอยู่
"โดนกอบลิน... ั้แ่เมื่อคืนเหรอ?"
เขาพยายามเค้นความทรงจำ แต่เหมือนเคย... มันว่างเปล่า
ความทรงจำตอน 'กลางวัน' ของเขาเป็เหมือนหน้ากระดาษที่ถูกฉีกทิ้ง
เขารู้แค่ว่าเขาต้อง 'ตื่น' ตอนทุ่มตรง และต้อง 'นอน' ตอนตีสาม
โลกในยามแสงอาทิตย์สำหรับเขาคือความมืดมิดที่ไร้ความฝัน
"ช่างมันเถอะ"
เขาพึมพำ ปัญหาเฉพาะหน้าสำคัญกว่า
เขามองไปข้างๆ ในความมืดสลัวนั้น
และหัวใจของเขาก็พองโต... มีขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ยังไม่เปิดซีลวางอยู่หนึ่งขวด ข้างๆ ตัวเขานี่เอง
"แต้ม!"
อคินกระซิบเรียกชื่อนั้นอย่างตื่นเต้นที่สุด
"แกอยู่แถวนี้เหรอ ออกมาหาฉันหน่อยแต้ม"
เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือฝีมือ 'แต้ม' แมวของเขา...
แมวที่ฉลาดเป็กรดตัวนั้นที่คอยเฝ้ามองเขาจากที่ไหนสักแห่ง
คอยเอาตัวรอดในโลกบ้าๆ นี่เหมือนกัน และยังคอยดูแลเขา
ความคิดนี้เป็น้ำอุ่นที่หล่อเลี้ยงหัวใจไม่ให้เขาจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
เขารีบคว้าขวดน้ำ เปิดซีลและดื่มอย่างกระหาย น้ำเย็นๆ ไหลผ่านลำคอที่แห้งผาก
ก่อนจะค่อยๆ มุดร่างอันปวดเมื่อยออกมาจากซากปรักหักพังนั้น
โครกกก... ครากกก...
ท้องของเขาร้องประท้วงเสียงดัง ความหิวเริ่มส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง มันบิดเกร็งจนปวดแสบ
ภารกิจสำหรับ 'คืนนี้' ยังคงเหมือนเดิม หนึ่งคือหาอาหาร และสองคือตามหาแต้ม
อคินก้าวเข้าสู่ถนนที่พังทลาย แสงจันทร์อาบไล้ซากตึกที่เหมือนโครงกระดูกของั์
เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ สัญชาตญาณสั่งให้เขาก้มต่ำและหลบเข้าตามเงา
[ลองใช้สกิลใหม่ดูสิ ลองพูดเบาๆว่า 'ซ่อนแอบ' ดูสิ]
[ระหว่างที่คุณหลับ ระบบได้มอบสกิลใหม่ให้เพิ่ม 4 สกิล นั่นก็คือ ซ่อนแอบ วิ่ง ทุบ และ ฟัน]
เมื่อข้อความระบบเด้งขึ้นมา
อคินลองเรียกใช้ทักษะดูตามคำบอกนั้น
" [ซ่อนแอบ] "
วูบ...
ความรู้สึกแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ว่าตัวเขาล่องหน
แต่เขารู้สึกว่าตัวเอง 'เบา' ขึ้น เสียงฝีเท้าแทบจะหายไป
และเงารอบตัวก็ดูเหมือนจะ 'เข้ม' ขึ้น โอบล้อมตัวเขาไว้
มันเป็ความรู้สึกที่เขาเริ่มจะคุ้นชิน...
ไม่นาน เขาก็เจอกลุ่มเป้าหมาย
เบื้องหน้า... หน้าร้านขายของชำที่กระจกแตกละเอียด มีร่างสามร่างกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับบางอย่างบนพื้น
...กอบลินสามตัว
พวกมันกำลังรุมทึ้งซากสุนัขจรจัดที่น่าสงสาร เสียงฉีกเนื้อและหักกระดูกดังมาเป็ระยะ
"สามตัว..."
อคินกลืนน้ำลายเอื๊อก หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
เขาเหลือบไปเห็นท่อแป๊บเหล็กยาวประมาณศอก ตกอยู่ข้างกองขยะ
"พอไหว"
เขาหยิบท่อเหล็กขึ้นมา กำมันไว้แน่น
ความเย็นของโลหะช่วยให้ใจเขาสงบลง
อคินพุ่งออกจากที่ซ่อน สองเท้าเหยียบย่ำไปบนเศษแก้วที่เกลื่อนถนน
แคร๊ง!
กอบลินตัวแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดหันขวับมาด้วยความใ ดวงตาสีเหลืองของมันเบิกกว้าง...
แต่ช้าไป
" [ทุบ] "
แคร่ก!
ท่อเหล็กในมืออคินฟาดเข้าที่ขมับของมันเต็มแรง
สกิล [ทุบ] ทำงานพร้อมกับเสียงกระดูกกะโหลกที่แตกยุบอย่างน่าสยดสยอง
พลังที่ส่งออกจากท่อเหล็กดูจะรุนแรงกว่าน้ำหนักของมันหลายเท่า
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารกอบลิน เลเวล 1 จำนวน: 10 แต้ม]
กรี๊ซซซ!
กอบลินอีกสองตัวคำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน
อคินบิดตัวหลบคมมีดสนิมเขรอะของตัวที่สองที่แทงสวนเข้ามาอย่างฉิวเฉียด
ก่อนจะใช้ท่อเหล็กฟาดเข้าที่แขนของมันจนมีดหลุดมือ
และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ตัวที่สามก็พุ่งเข้ามาทางซ้าย
เขาใช้ท่อเหล็กปัดการโจมตี แล้ว [ปัดป้อง] ก็ทำงานอัตโนมัติ
ทำให้เขาสามารถปัดป้องการโจมตีของมันได้ทันเวลา
เสียงโลหะกระทบกันดังลั่น
เมื่อกอบลินสามโดยปัดอาวุธมันก็เสียหลัก
เปิดโอกาสให้เขาสวนกลับไปที่ซี่โครงของมันเต็มแรง แล้วสกิล [ทุบ] ก็เปิดอัตโนมัติ
มันเป็การต่อสู้ที่คลุกเคล้าไปด้วยความโกลาหลและสัญชาตญาณ
แต่ก็ได้ผล เขาจัดการอีกสองตัวที่เหลือได้ในเวลาไม่ถึงนาที แม้จะได้แผลเพิ่มมาอีกสองสามรอยก็ตาม
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารกอบลิน เลเวล 1 จำนวน: 10 แต้ม]
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการสังหารกอบลิน เลเวล 1 จำนวน: 10 แต้ม]
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เขานั่งยองๆ หอบอยู่กับพื้น กลิ่นคาวเืคลุ้งไปทั่ว
"เกือบไปแล้ว... ไอ้พวกเวรตะไล ว่าแต่สกิลใช้งานเองได้โดยไม่ต้องเรียกใช้ได้ด้วยเหรอ"
[สกิลเกี่ยวกับการต่อสู้นั้น สามารถเปิดใช้อัตโนมัติได้เอง เวลาที่ออกอาวุธโดยไม่ต้องขานเรียกใช้สกิล]
[แต่ความรุนแรงจะลดลงเหลือ 1 ใน 4 และโอกาสใช้อัตโนมัติสำเร็จ ร่วมถึงอัตราสำเร็จของสกิลปัดป้อง ขึ้นอยู่กับค่าสมาธิ]
"งั้นก็...หมายความว่าถ้าขานเพื่อเรียกใช้สกิลโจมตีก็จะสร้างความเสียหายแรงขึ้น ส่วนการปัดป้องก็มีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นสินะ...ว่าแต่....ผมสงสัยสักพักแล้ว พระเ้าพูดคุยแค่กับผม หรือคุยกับมนุษย์ทุกคนครับ? ทำไมถึงดีกับผมจัง"
[...ไม่ใช่พระเ้า พระเ้าคือผู้สร้างระบบนี้ขึ้นมา]
"งั้นคุณคืออะไรกันแน่...AI เหรอ?"
"งั้นเรียกว่าคุณระบบก็แล้วกันนะ ผมหาของต่อล่ะ"
ขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปค้นหาอาหารกระป๋องในร้าน...
กลิ่นบางอย่างก็โชยมาตามลม
ฟุดฟิด...
มันไม่ใช่กลิ่นคาวเืของกอบลิน ไม่ใช่กลิ่นอับของซากเมือง
มันเป็กลิ่นสาบ...
กลิ่นสาบของสัตว์ป่า กลิ่นคาวเืที่สดใหม่ และกลิ่นอายของ 'นักล่า' ที่รุนแรงจนเสียดแทงเข้าจมูก
อคินตัวแข็งทื่อ...
ขนทั่วร่างลุกชันอย่างไม่มีเหตุผล หัวใจของเขาที่เพิ่งเริ่มสงบ... กลับเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ความกลัวนี้... มันแตกต่าง
มันไม่ใช่ความกลัวตายตอนสู้กับกอบลิน แต่มันเป็ความหวาดผวาที่ฝังลึกอยู่ใน 'สัญชาตญาณ'
มันคือความรู้สึกของ 'เหยื่อ' ที่รู้ตัวว่า 'ผู้ล่า' อยู่ใกล้แค่เอื้อม
โฮรรร... ครืดดด...
เสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากในตรอกมืดฝั่งตรงข้าม...
เสียงนั้นสั่นะเืไปถึงกระดูกสันหลังของเขา
มันคือเสียงของ 'หมาป่า'
[กรุณาใช้งานสกิลวิ่ง เพื่อเพิ่มความเร็วในการหลบหนี]
" [วิ่ง] !"
อคินะโในใจอย่างตื่นตระหนก
เขาทิ้งความคิดเื่อาหาร ทิ้งทุกอย่าง และออกตัววิ่งสุดชีวิต สัญชาตญาณกรีดร้องบอกเขาว่า... อย่าสู้! หนี!
เขากระโจนหนีเข้าไปในซากอาคารที่ใกล้ที่สุดโดยไม่คิดชีวิต
สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขากรีดร้องว่า... อย่าหันกลับไปมองเด็ดขาด!
สกิล [วิ่ง] ทำงานเต็มกำลัง ปอดของอคินแทบจะฉีกเป็เสี่ยงๆ
เขารู้สึกถึงพลังงานที่สูบฉีดไปที่ขา ทำให้เขาวิ่งได้เร็วกว่าที่เคย
เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไล่ตามเขามาติดๆ
ตุบ! ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงฝีเท้าสี่ข้างที่หนักอึ้งราวกับค้อนปอนด์วิ่งไล่กวดอยู่ด้านหลัง
เขาวิ่งฝ่าพงหญ้าที่ขึ้นรก
ะโข้ามซากรถเก๋งที่พลิกคว่ำ
แต่เสียงนั่นไม่ยอมห่างออกไปเลย มันเร็วกว่าเขา!
สัญชาตญาณบางอย่างที่ลึกเกินกว่าจะเป็ของเขากรีดร้อง...
มันคือความหวาดกลัวที่ฝังลึกในไขสันหลัง ความรู้สึกของ 'ผู้ถูกล่า' ที่กำลังจะโดนขย้ำคอ
อคินเหลือบมองข้ามไหล่...
และหัวใจของเขาก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
[หมาป่าทมิฬ เลเวล 2]
มันตัวใหญ่กว่าหมาป่าปกติเกือบสองเท่า สูงท่วมอกของเขา
ขนสีดำสนิทของมันดูเปียกชื้นและมันเยิ้มราวกับควันพิษ
และดวงตาสีแดงฉานคู่โตนั้น... มันจับจ้องมาที่เขา... ล็อกเป้าหมาย
มันไม่ใช่นักล่าที่ล่าเพราะหิว... ราวกับว่ามันล่าเพราะความเกลียดชัง
"บ้าเอ๊ย!"
เขาวิ่งไปจนสุดทาง... ถนนข้างหน้าขาดสะบั้น เผยให้เห็นหุบเหวที่เคยเป็สี่แยก
[ข้างหน้ามีต้นไม้ใหญ่]
เขาหันขวับ เห็นต้นไม้ใหญ่... ต้นจามจุรีเก่าแก่ที่ยังยืนต้นตระหง่านอยู่ข้างตึกที่พังทลาย
'ทางหนีสุดท้าย!' ความคิดนั้นพุ่งขึ้นมาทันทีที่เขาเห็นมัน
อคินกระโจนเข้าหาต้นไม้ เขาปีนป่ายขึ้นไปอย่างทุลักทุเล
เปลือกไม้บาดแขน แต่เขาไม่สนใจความเจ็บ
เขารีบปีนสูงขึ้น... สูงขึ้น... จนถึงคาคบไม้ที่สูงพอสมควรและดูแข็งแรง
เขาหอบหายใจตัวโยน เกาะกิ่งไม้ไว้แน่น
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เขามองลงไปด้านล่าง หมาป่าทมิฬตัวนั้นกำลังยืนแหงนคอจ้องเขม็งมาที่เขา
มันคำรามในลำคอ เสียง
ครืด... ครืด...
ที่สั่นะเืไปทั่ว
"รอดแล้ว..."
อคินพึมพำกับตัวเอง
"อย่างน้อยก็จนกว่าจะเช้า... จนกว่าจะตีสาม"
แต่แล้ว... ความคิดนั้นก็สลายไป
หมาป่าทมิฬไม่ได้แค่ยืนมอง มันถอยหลังไปสองสามก้าว... ย่อตัวลง... แล้วกระโจนใส่ลำต้น!
แคว่ก!
กรงเล็บแหลมคมของมันตะกุยเข้ากับเปลือกไม้ มันไม่ได้แค่ะโ... แต่มันกำลังปีนขึ้นมา
"ล้อกันเล่น... นี่มันล้อกันเล่นใช่ไหม!"
อคินเบิกตากว้าง
"หมาป่าปีนต้นไม้ไม่ได้ไม่ใช่เหรอ!"
แต่... นั่นไม่ใช่หมาป่า มันคือ 'อสุรกายจากต่างมิติ'
กฎของโลกเก่าใช้ไม่ได้อีกต่อไป
แคว่ก! แคว่ก!
เสียงเล็บตะกุยเปลือกไม้ดังไล่หลังเขามา มันปีนตามขึ้นมาอย่างรวดเร็วและมั่นคงราวกับเป็สัตว์ตระกูลแมว
อคินรีบปีนหนีสูงขึ้นไปอีก แต่เขาก็รู้ตัวว่ากำลังจนมุม กิ่งไม้เริ่มเล็กลงและเปราะบาง
"หนีไม่ได้แล้ว"