“ชิงเฉิง” โม่อวี้เฉินมีบางสิ่งที่อยากจะกล่าวแต่ก็กลืนกลับไป
“ทำไมเพคะ?” กู้ชิงเฉิงเลิกคิ้ว “ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์โน้มน้าวให้ข้าล้มเลิกความตั้งใจได้”
“ไม่” โม่อวี้เฉินส่ายหน้า “ข้าไม่ได้จะให้เจ้าละทิ้งเพียงแต่เรื่องราวของวันพรุ่งนี้ ข้าได้จัดการไว้พร้อมสรรพแล้ว เจ้าวางใจเถิด”
“ขอบพระทัยเพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้าเล็กน้อยทว่ายังคงความห่างเหินและเยียบเย็น “ตอนนี้ดึกมากแล้วข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเพคะ”
โม่อวี้เฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกจากห้องไป เมื่อได้รู้ถึงความจริงในครานั้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์จะตำหนิกู้ชิงเฉิงได้แม้แต่น้อยแม้แต่จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อเข้าใกล้กู้ชิงเฉิงเขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองต่ำช้า เขาเข้าใจนางผิดมามากเกินไปแล้ว และยังเสียใจที่เคยข่มขู่นางมาก่อน
เมื่อเฟิงเจ๋อได้สติก็เป็นรุ่งเช้าของอีกวันแล้ว กู้จิ่งเซวียนยืนอยู่ข้างกายเขา
“ซือจื่อ…” เฟิงเจ๋อสะดุ้งเฮือกพลางลุกขึ้นนั่งคุกเข่าลงแทบเท้ากู้จิ่งเซวียนทันที“ซือจื่อ! ล้วนเป็นความผิดของข้าที่ไร้ความสามารถ ข้าสมควรตาย”
เขารู้เพียงว่าตนเองทำกู้จิ่งเซวียนพลัดหลงไปบ่อขนาดนั้น หากเด็กอายุห้าขวบตกลงไปแล้วไม่มีผู้ใดช่วยเหลือขึ้นมาได้ทันก็ย่อมไม่มีทางรอดชีวิตเป็นแน่แท้
ทว่าในเวลานี้เขากลับคิดว่าตนเองได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เมื่อได้พบกับเจ้านายเขาจึงคิดจะปลิดชีพตนเองเพื่อชดใช้ความผิด
“นับจากนี้ไปในยมโลกแห่งนี้ ข้าจะคอยปกป้องซือจื่ออย่างสุดกำลังข้าจะไม่ยอมให้ซือจื่อประสบอันตรายแม้แต่น้อย” เฟิงเจ๋อตำหนิตนเองขณะที่เอ่ยปาก เขาก็ยกมือขึ้นตบหน้าตนเองหลายคราแต่ความเจ็บปวดกลับทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง
พลางพึมพำกับตนเองว่า“แม้ตายไปแล้วก็ยังมีความรู้สึกหรือ? เหตุใดจึงเจ็บปวดถึงเพียงนี้”เมื่อครู่เขาออกแรงไปมากเกินไป
กู้จิ่งเซวียนหัวเราะคิกคัก“เจ้าอยากตายถึงเพียงนั้นเชียวรึ? ไว้คราวหน้าเถิด”
เมื่อนั้นเฟิงเจ๋อจึงค่อยๆตั้งสติได้ เขาเงยหน้าขึ้นบีบแขนตนเองอย่างแรง “ข้ายังไม่ตาย…ซือจื่อก็ยังไม่ตาย”
“หากเจ้ายังแช่งข้าอีก ข้าจะไปฟ้องท่านแม่” ดวงตาของกู้จิ่งเซวียนเป็นประกายระยิบระยับ“ครั้งนี้ เจ้าเกือบจะคร่าชีวิตข้า ข้าจะไม่ถือโทษโกรธเจ้าอีกแล้วนับจากนี้ไป เจ้าต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่าง” ท่าทางนั้นราวกับเด็กน้อยที่วางมาดเป็นผู้ใหญ่
หลังจากเรื่องราวเมื่อวานนี้การที่กู้จิ่งเซวียนจะออกจากตำหนักคงจะยากยิ่งขึ้นไปอีกเป็นแน่หากข่มขู่เฟิงเจ๋อได้สำเร็จ ก็จะมีโอกาส เฟิงเจ๋อจึงพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
กู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินเตรียมพร้อมทุกประการแล้วเพื่อมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลกู้ วันนี้ ย่อมต้องน่าตื่นเต้นกว่าเมื่อวานเป็นแน่
แม้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้จะกลายเป็นใบ้และถังเชี่ยวใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความทรมานแต่พิธีเฉลิมฉลองวันเกิดนี้ก็ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดเดิมเป็นเพราะบัตรเชิญได้ถูกส่งออกไปนานแล้วจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธแขกไม่ให้เข้าจวนได้เรื่องราวเหล่านั้นก็ไม่อาจแพร่งพรายออกไปได้ พวกเขาต้องเก็บงำไว้และกำชับบ่าวไพร่ให้ปิดปากเงียบ
เมื่อกู้ตงหลิงเห็นโม่อวี้เฉินพากู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียนปรากฏกายที่ประตูจวนนางกำหมัดแน่น เมื่อวานนางถูกหลอก และสูญเสียอย่างหนัก
กู้ชิงเฉิงในวันนี้แต่งกายอย่างงดงามหรูหราสง่างามไปทั้งกาย ใบหน้าสวมผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตากลมโตเป็นประกายเมื่อมองแล้วก็สะกดทุกสายตา ทำให้กู้ตงหลิงดูด้อยลงไปในทันทีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึง
รุ่ยอ๋องซึ่งนั่งอยู่เบื้องบนเมื่อเห็นโม่อวี้เฉินมาพร้อมกับครอบครัว รอยยิ้มบนใบหน้าก็ลึกซึ้งขึ้นหลายส่วนเขาเดินตรงเข้ามาแล้วกล่าวว่า “ในที่สุดพวกเจ้าก็มาเสียที”
หลังจากนั้นเขาก็ยืนอยู่ข้างกายกู้ชิงเฉิงและลดเสียงลง “เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าจวนตระกูลกู้นี้ดูแปลกไป”ตอนนี้เขารู้สึกกดดันอย่างยิ่ง
“จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ” กู้ชิงเฉิงโบกมือปฏิเสธอย่างเร่งรีบ“นี่ต้องเป็นเพียงภาพลวงตาของท่านอ๋องเป็นแน่”
วันนี้ฮ่องเต้ก็จะเสด็จมาด้วยตระกูลกู้ย่อมต้องจัดการร่องรอยให้สะอาดหมดจด นางไม่กังวลแม้แต่น้อยเรื่องราวเมื่อวานนี้ ตระกูลกู้คงได้แต่เก็บงำความเจ็บช้ำไว้ในใจ ทว่านี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น
รุ่ยอ๋องหรี่ตาลง“ลางสังหรณ์ของข้าไม่เคยพลาดจวนตระกูลกู้ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นเป็นแน่”
“เช่นนั้นท่านอ๋องก็โปรดซ้ำเติมให้เลวร้ายลงไปอีกเถิด” กู้ชิงเฉิงยิ้ม เสียงของนางแฝงไว้ด้วยความเย็นชา
ดวงตาของรุ่ยอ๋องทอประกาย“ดี! ข้าชอบยิ่งนัก”
ยามที่เขาได้ประจักษ์ถึงการกระทำของกู้ตงหลิงในอดีตก็บังเกิดโทสะไม่น้อย หากเขาไม่ได้รู้จักกับกู้ชิงเฉิงเรื่องเช่นนี้ก็คงไม่อาจเข้าหูเขาได้
สายตาของผู้คนต่างจับจ้องไปที่กู้ชิงเฉิงทุกคนล้วนได้ยินข่าวการกลับมาของพระชายาอีกทั้งยังรู้ว่าเหล่าชาวบ้านพากันไปรุมล้อมและทำร้ายนางถึงตำหนักบูรพาแต่เดิมพวกเขาคิดว่าสตรีร้ายกาจเช่นนางคงจะแก้แค้นเหล่าผู้คนเหล่านั้นเฉกเช่นในอดีตทว่ากลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงสงบ
ที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือนางกลับยืนอยู่เคียงข้างรุ่ยอ๋อง ทั้งยังหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อยิ่งนัก
กู้หยวนเจี๋ยยังคงสงบนิ่งไม่ได้แสดงความผิดปกติใดออกมา เมื่อวานเกิดเรื่องราวมากมายภายในตระกูลกู้ทำให้ชั่วข้ามคืนเขาก็ดูแก่ชราลงไปมากยามนี้เขาก็ได้เห็นกู้ชิงเฉิงหัวเราะพูดคุยกับรุ่ยอ๋อง ดูสนิทสนมกันเป็นอย่างยิ่งในใจของเขาจึงเกิดความสงสัยขึ้นเล็กน้อย
“ชิงเฉิงไปสนิทกับรุ่ยอ๋องตั้งแต่เมื่อใด? เดิมทีรุ่ยอ๋องรังเกียจนางไม่ใช่รึ”กู้หยวนเจี๋ยหาโอกาสตรงเข้าหากู้ตงหลิง แล้วเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ“สถานการณ์เช่นนี้เกรงว่าจะเป็นผลร้ายต่อพวกเรา”
“ท่านพ่อวางใจเถิด ข้าได้คิดอุบายไว้แล้ว กู้ชิงเฉิงสตรีต่ำช้านางนี้กล้าเล่นงานพวกเรา และยังทำให้ท่านแม่ต้องทนทุกข์ทรมานข้าจะฉีกร่างนางเพื่อล้างแค้นให้จงได้” กู้ตงหลิงไม่ได้โง่งมเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานสุดท้ายกู้ชิงเฉิงและกู้จิ่งเซวียนก็จากไปอย่างปลอดภัยไร้กังวลแต่จวนตระกูลกู้กลับวุ่นวายไม่อาจสงบสุขได้แม้นางจะโง่งมเพียงใดก็รู้ดีว่ากู้ชิงเฉิงเปลี่ยนไปแล้วไม่อาจมองกู้ชิงเฉิงดังเช่นเมื่อห้าปีก่อนได้อีก ต่อไปนางจะต้องระมัดระวังให้มาก
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของกู้หยวนเจี๋ยก็พลันกลายเป็นเขียวคล้ำในทันทีเรื่องราวของถังเชี่ยวจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคงไม่อาจยอมรับได้ในเมื่อได้เห็นภาพที่น่าอัปยศเช่นนั้นกับตา ตราบจนบัดนี้ก็ยังไม่อาจยอมรับได้ยิ่งไปกว่านั้นยังคงติดตาตรึงใจไม่รู้เลือน เมื่อวานเขาจึงไม่ได้ไปที่ห้องของถังเชี่ยวอีกเพราะไม่รู้จะเผชิญหน้ากับนางอย่างไร
กู้ตงหลิงเห็นสีหน้าของกู้หยวนเจี๋ยเปลี่ยนไปเล็กน้อยจึงเอ่ยขึ้นว่า “ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของกู้ชิงเฉิงสตรีต่ำช้านางนั้น หากไม่ใช่นาง ท่านแม่ก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อีกทั้งท่านย่าก็คงไม่ประสบภัย” นางผลักไสความผิดทั้งหมดไปให้กู้ชิงเฉิงขณะพูดก็เงยหน้ามองไปยังทิศทางที่กู้ชิงเฉิงอยู่
ยามนี้โม่อวี้เฉินกำลังตักอาหารให้กู้ชิงเฉิงด้วยสีหน้าอ่อนโยนแววตาเต็มไปด้วยประกาย ภาพนี้เกือบทำให้กู้ตงหลิงควบคุมอารมณ์ไม่ได้และพุ่งเข้าไปสังหารอีกฝ่าย ทว่านางก็ยังอดทนไว้ในสถานการณ์เช่นวันนี้ไม่อาจผลีผลามได้ ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
กู้ชิงเฉิงสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นกู้ตงหลิงกำลังจ้องมองนางด้วยความเคียดแค้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มท้าทาย จากนั้นก็ตักอาหารให้โม่อวี้เฉินเป็นการตอบแทน
ภาพครอบครัวสามคนล้วนมีความสุขสำราญทำให้กู้ตงหลิงโกรธจนแทบคลั่ง
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้ในชุดหรูหราสง่างามกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ทว่าไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดเลยยามนี้นางถูกวางยาพิษจนเป็นใบ้ ในใจเต็มไปด้วยความแค้นเคืองทว่านางก็ยังคงยินยอมจำนน ก็เพื่อไม่อยากทำลายบุตรชายของนางเรื่องนี้ทำได้เพียงเก็บเอาไว้ ยามที่นางได้ยินเรื่องราวของถังเชี่ยวนางก็หัวเราะออกมาพลางคิดว่านี่เป็นผลกรรมที่สาสมแล้ว
เหล่าตระกูลใหญ่และสกุลผู้มีชื่อเสียงต่างพากันส่งของขวัญมายามนี้พ่อบ้านกำลังประกาศรายชื่อของขวัญอยู่ข้างๆใบหน้าเปี่ยมด้วยความลำพองใจเล็กน้อย เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่เช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าฐานะของกู้หยวนเจี๋ยเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
“ตำหนักบูรพา…” ยามนี้พ่อบ้านพลันชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหม่าไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น?” กู้ตงหลิงที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วแน่น
ใบหน้าของพ่อบ้านซีดเผือดเล็กน้อย“นี่…” ขณะเดียวกันก็ยื่นกล่องที่บรรจุอย่างสวยงามส่งให้กู้ตงหลิงสองมือสั่นเทาเล็กน้อย