“คุณชายหนิง ใกล้ถึงเวลาแล้ว ควรไปสนามบินแล้ว” หลิวซวี่เสียพลังงานไปมากกว่าจะปรับเสียงของตัวเองให้ดูปกติ
เสียงของเขาทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ไปเสีย
ฉะนั้นทุกคนจึงให้ความร่วมมืออย่างดี
หนิงเส้าเฉินคอยนั่งมองหลิวซวี่ที่ไหล่สั่นกึกๆ อยู่ตรงที่นั่งคนขับด้านหน้าโยนซองเอกสารในมือใส่อีกฝ่ายจนมันตกกระทบลงตรงพวงมาลัยรถ
“อยากหัวเราะก็หัวเราะออกมา” เขารู้ว่าฉากในวันนี้ต้องกลายเป็จุดด่างดำในชีวิตของเขาแน่ๆ
“ฮ่าฮ่า…” หลิวซวี่จึงไม่เกรงใจะเิหัวเราะจนตัวหงายมาด้านหลัง
“ฮ่าฮ่า…ฉันว่านะคุณเพื่อนหนิงเส้าเฉิน เป็ไงบ้าง?ความรู้สึกนี้ไม่ดีเลยใช่มั้ย? ฮ่าฮ่าฮ่า…” ไม่สนว่าเขาจะตลกแค่ไหน ในเมื่อเขากับหนิงเส้าเฉินเป็เพื่อนกันมาั้แ่มัธยมต้นั้แ่วันแรกที่ได้รู้จักเขา อีกฝ่ายก็ใช้ชีวิตราวกับดวงจันทร์ที่ถูกโอบล้อมด้วยดวงดาวมหาศาล
ไม่เคยพบเห็นเขาโดนใครเมินมาก่อนอีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังเป็แค่พี่เลี้ยงคนหนึ่ง
เสิ่นเป้ยอีเปิดถุงดำที่เซี่ยหยูเอาให้และเห็นว่าข้างในมีผ้าอนามัยหลากหลายรูปแบบทั้งแบบกลางวัน กลางคืน แต่ละยี่ห้อคละกันไป เธอก็หลุดหัวเราะออกมาผู้ชายคนนี้รอบคอบจริงๆในถุงนั้นยังมีกางเกงชั้นในรวมถึงกางเกงยีนสำหรับผู้หญิงด้วย
เธอแอบหน้าร้อนเล็กน้อย ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆของชายหนุ่มนี้สร้างความประทับใจแก่เธอมาก ทั้งยังรู้สึกซาบซึ้งน้อยๆ
หลังจากจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว
เธอออกจากห้องน้ำพลางเห็นเซี่ยหยูที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หัวมุม
เห็นเธอออกมาเซี่ยหยูก็พุ่งตัวไปหา “เรียบร้อยแล้วเหรอ?”
เขาถามมาตรงๆ และเป็อีกครั้งที่เสิ่นเป้ยอีหน้าแดง
“ขอบคุณ” เธอพูดเสียงเบา
เซี่ยหยูกลับเม้มปากกระตุกยิ้ม เขาที่อยู่เหนือผู้คนมาตลอดไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีสักวันที่เขาจะทำเื่แบบนี้ให้ผู้หญิงสักคนทำไปแล้วยังรู้สึกอิ่มเอมใจมากขนาดนี้
“คุณจะไปไหนเหรอ? ผมจะไปส่ง”
เสิ่นเป้ยอีไม่อยากรบกวนเซี่ยหยูแล้วแต่ดูเวลาแวบหนึ่งพลางคิดว่าหากไม่กลับไปอีกหนิงเสี่ยวซีคงตื่นเสียก่อนแล้วจะโวยวายอีก
“รบกวนคุณหน่อยนะ คุณหมอเซี่ย”
“เสิ่นเป้ยอี หัวใจคุณทำด้วยก้อนหินเหรอ?ผมทำขนาดนี้แล้วคุณยังห่างเหินแบบนี้อีก?” ได้ยินเธอเรียกตนว่าคุณหมอเซี่ย เซี่ยหยูก็ชะงักฝีเท้ามองแผ่นหลังเสิ่นเป้ยอีแล้วคร่ำครวญ ท่าทางแบบนั้นเหมือนเด็กที่น่าสงสารเพราะโดนแย่งขนม
เสิ่นเป้ยอีแลบลิ้นเลียปากที่แห้งผาก หันกลับมาอย่างขำๆตามองเซี่ยหยูแล้วยื่นมือขวาออกมา พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เซี่ยหยู ฉันชื่อเสิ่นเป้ยอี จากนี้ไปขอฝากตัวด้วย”
มือถูกกุมไว้แน่น
ต่อด้วยรอยยิ้มร่าเริงของเซี่ยหยูก็เผยออกมาให้เห็น
ดูสว่างไสวและเจิดจ้าขนาดนั้น…แต่ขณะเดียวกันก็ช่างห่างไกลเหลือเกิน
“เส้าเฉิน ถ้าไม่ไปสนามบินแบบนี้แล้ว งั้นเราไปรอพี่เลี้ยงบ้านนายสักหน่อยมั้ยจะได้พาเธอกลับ?” เมื่อครู่ได้รับสายหนึ่งว่ามีการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องไปสัมมนาแล้ว
หลิวซวี่เก็บอารมณ์ขบขันเมื่อครู่ไว้หันกลับไปถามความเห็นของหนิงเส้าเฉินพร้อมกับเอ่ยเตือน “แท็กซี่เข้าไปตึกฝั่งนั้นของนายไม่ได้หรอกนะ”
เพียงแต่หนิงเส้าเฉินยังหัวเสียอยู่จึงถลึงตาใส่เขา “นี่นายใจดีขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่?เธอจะกลับไปยังไงก็เื่ของเธอ ออกรถ!”
ว่าแล้วก็เบนหน้าออกนอกหน้าต่าง
พอดีกับเสิ่นเป้ยอีที่เดินเคียงคู่กับเซี่ยหยูออกมาจากด้านใน
เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายขาวดำตัวนั้นแถมดูจะเปลี่ยนกางเกงเสียด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีขับให้เ้าตัวดูสดใสขึ้นเป็กอง
เพียงแต่นึกถึงพฤติกรรมที่เธอทำกับตัวเองเมื่อครู่ก็หลับตาลงไม่อยากมองเธอไปมากกว่านี้แค่พี่เลี้ยงคนหนึ่งไม่มีค่าพอให้เขาใส่ใจมากขนาดนี้หรอก
ทว่า…
“โห ดูไม่ออกนะว่าพี่เลี้ยงตัวน้อยของนายรู้จักคนรวยแบบนั้นด้วยรถแอสตัน มาร์ตินคันนั้น…มีจำกัดด้วยสิ จุ๊จุ๊ หน้าตาก็ใช้ได้ นายว่า…พวกเขามีความสัมพันธ์กันยังไง?ผู้ชายคนนั้นดูจะชอบเธอมากด้วยนะ…ดูสิ เปิดประตูให้เธอก่อนด้วยนายว่าพี่เลี้ยงนายหน้าตาแบบนั้นแท้ๆ ผู้ชายคนนี้ตา…”
“นายจะไปหรือไม่ไป? ถ้านายไม่ไปก็ลงไปซะ” พูดขัดหลิวซวี่ที่พูดจ้อไม่หยุดความโกรธสุมอยู่เต็มอกหนิงเส้าเฉิน
เขามองผ่านกระจกหลังก็เห็นรถยนต์คันหลัง ดวงตาเรียบนิ่งพี่เลี้ยงคนหนึ่งกลับรู้จักผู้ชายที่ไม่ธรรมดาแบบนี้อีกอย่างดูท่าทางผู้ชายคนนั้นยังสนใจในตัวเธอไม่น้อย
จากจุดนี้ก็รู้ว่าเหตุผลที่เธอไปเป็พี่เลี้ยงบ้านเขาไม่ใช่เพื่อเงินทองจริงๆด้วยและยิ่งด้วยท่าทางเ็าที่เธอมีต่อตัวเองกับท่าทางที่มีต่อชายคนนั้น
มั่นใจได้ว่าเธอไม่สนใจในตัวเขาเช่นกันนึกถึงตรงนี้ก็ยิ่งไม่พอใจ
เธอบอกว่าเขาเป็คนหล่อคนรวย เธอรักไม่ได้แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ? เธอรักได้อย่างนั้นหรือ? เสแสร้ง!
“เดี๋ยวนายไปสืบดูว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร?แล้วพวกเขามีความสัมพันธ์อะไรกัน?” เขาดึงเนกไทบนคอแรงๆ แล้วพูดสั่งหลิวซวี่
“สืบเื่ชาวบ้านทำไม? เป็อะไร?ถูกเมินเลยอยากเอาคืนเหรอ?”
หนิงเส้าเฉินหลับตาไม่สนใจเขาอีกต่อไป
“ฉันขอพูดหน่อยนะจะให้ผู้หญิงในโลกชอบนายทุกคนก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ? แครอทหรือผักกาดทุกคนชอบไม่เหมือนกัน นายมีเงิน นายหล่อก็ใช่ แล้วยังไงล่ะเขาไม่ชอบสไตล์อย่างนายไง…” โอกาสที่จะได้เย้ยเขาแบบนี้ จะให้หลิวซวี่ปล่อยไปได้ยังไง ขณะที่ขับรถไปก็พูดไปเองคนเดียว
“แต่ว่านะ แค่พี่เลี้ยงคนหนึ่งก็เทียบกับคุณหนูเกาไม่ได้หรอกฉะนั้นนายไม่ต้องคิดมาก เธอไม่ชอบนาย นายควรดีใจต่างหาก ใช่มั้ย?”
“ฉันกำลังเป็ห่วงลูกชายฉันเธอไม่ทำเพื่อเงินไม่ทำเพื่อคน แล้วเธอมาดูแลหนิงเสี่ยวซีนายคิดว่าเธอทำเพื่ออะไร?” หนิงเส้าเฉินอดพูดแทรกหลิวซวี่ไม่ได้ด้วยสีหน้าเย็นะเืสำหรับการปรากฏตัวอย่างฉับพลันของหนิงเสี่ยวซีที่ทำให้เขาอยากปฏิเสธไปหลายครั้งแต่ตนเองเป็คุณพ่อของเขาก็ควรรับผิดชอบเขา
“กลับกันนาย นายบอกเองไม่ใช่หรือว่าเธอไม่มีเื้ัอะไร?นายคิดว่าผู้หญิงที่รู้จักผู้ชายแบบนี้เื้ัจะธรรมดาได้เหรอ?ฉันว่านะนายกำลังเตรียมไปรายงานฝั่งพ่อนายแล้ว ใช่มั้ย?”
พ่อเขา กองทหารน่ะหรือ? หลิวซวี่รีบส่ายหัวก่อนจะหุบปากเงียบไม่กล้าพูดอีกแม้แต่ประโยคเดียวเขาไม่เคยเอาชนะผู้ชายคนนี้ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ข้อมูลของเธอนั้นเขาเคยตรวจสอบดูแล้ว ไม่มีปัญหาจริงๆ
เพราะเซี่ยหยูไม่ค่อยคุ้นทางของเมือง C เมื่อมาถึงบ้านตระกูลหนิงอีกทีก็เป็เวลาห้าโมงกว่าแล้ว
“คุณ…มาทำอะไรที่นี่?” มองดูอักษรคำว่า ‘ตระกูลหนิง’ เซี่ยหยูก็อดถามไม่ได้
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า