การทดสอบ 2
ค่ำคืนก่อนการทดสอบพลังเวท
หลังจากจงลั่วกินผลึกอสูรทั้งหมดลงไปแล้ว เขาก็ยังคงนอนไม่หลับ และรู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่รู้ว่ามีความผิดปกติตรงไหน ยังโชคดีที่ั้แ่กลายมาเป็สัตว์อสูร แม้เขาไม่จำเป็ต้องนอนหลับ เพียงพักผ่อนเล็กน้อยก็ทำให้ร่างกายสดชื่น และที่สำคัญเขาแทบจะไม่ง่วงเหงาหาวนอนในยามค่ำคืนเลย นั่นหมายถึงกรณีที่พลังงานยังคงเต็มเปี่ยม แต่หากพลังงานลดต่ำลงร่างกายก็จะอ่อนเพลีย และพร้อมที่จะหลับได้ทุกเวลา
แสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างโรงแรม ส่องให้เห็นห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น ที่จงลั่วเลือกห้องนอนที่เรียบง่าย ก็เพราะราคาที่ต่ำ แม้เขาจะมีเงินเหลืออยู่อีกพอสมควร แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่มีวันหมด หากเขาสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนอวาเรสได้ ก็ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อีกพอสมควร
จงลั่วยืนมองดูตัวเองที่หน้ากระจก แม้ตอนนี้ร่างกายของจงลั่ว จะเป็หญิงสาวที่งดงามเพราะสวมชุดมายา ที่เป็เสมือนชุดหนังมนุษย์ แต่เฉพาะตัวเขาเองเท่านั้นที่มองเห็นทะลุเข้าไปด้านใน และร่างกายภายใต้เนื้อหนังนั้นก็ยังคงเป็ อสูรน้อยตัวขาวซีด ั์ตากลมโตยังคงดำสนิทเช่นเดิม
หลังจากเสร็จภารกิจต่าง ๆ ในยามเช้า จงลั่วหยิบชุดนักเวทที่ดูทะมัดทะแมงสีน้ำตาล ตัดกับครีมขึ้นมาสวมทับบนชุดมายา ก่อนจะจัดแจงเก็บข้าวของ ซึ่งก็มีเพียงกระเป๋าหนึ่งใบ ที่ใส่การ์ดวัตถุดิบหลากหลายไว้ด้านใน และออกเดินทางไปยังโรงเรียนอวาเรสั้แ่เช้าตรู่
ลานกว้างที่ตั้งศิลาสีดำเมื่อวาน ถูกเปลี่ยนเป็โดมหลังใหญ่ รอบ ๆ โดมมีนักเวทหลายคนประจำจุดอยู่เพื่อร่ายเวทกางบาเรีย เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากภายนอก รวมถึงรักษาความปลอดภัยด้วย เนื่องจากไอเทมที่ใช้ในการวัดเจตจำนงเวทนั้น ถือเป็สมบัติล้ำค่าของโรงเรียนอวาเรส
จงลั่วมาถึงแต่เช้า แต่ก็พบผู้สมัครบางส่วนเดินทางมาถึงอยู่ก่อนแล้ว เขานั่งมองดูผู้สมัครเดินไปรับบัตรคิวเพื่อเรียงลำดับผู้เข้ารับการทดสอบ จนใกล้เริ่มเวลาทดสอบซึ่งเ้าหน้าที่ได้ประกาศไว้ จงลั่วก็ได้เดินไปรับบัตรคิว เขามองดูตัวเลขหกสิบเก้าบนบัตร ซึ่งน่าจะเป็คนสุดท้ายของการทดสอบในครั้งนี้
การทดสอบทำโดยให้ผู้เข้าสมัครไปยืนอยู่ในวงเวทที่อยู่ตรงกลางเวที วงเวทจะทำการวัดระดับพร์พลังเวทของผู้ที่เข้ารับการทดสอบ โดยมีระดับั้แ่หนึ่งจนถึงสิบ โดยหากได้พลังั้แ่สามขึ้นไปจะถือว่าผ่านเกณฑ์ แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษอีกสำหรับผู้ที่มีพลังไม่ถึงสาม แต่สิ่งนั้นยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนั้แ่มีการก่อตั้งโรงเรียนอวาเรส และเมื่อระดับพลังถูกทดสอบจนเรียบร้อยแล้ว ศิลาแห่งเจตจำนงทั้ง 7 ก้อนจะเป็ตัวแสดงพร์ และความสามารถในการควบคุมพลังของธรรมชาติของบุคคล ซึ่งก็คือการคัดแยกผู้เข้าสมัครว่าคน ๆ นั้นมีพร์ในเวทธาตุใดบ้าง โดยมีสองกลุ่มคือธาตุธรรมชาติ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม้ และธาตุบริสุทธิ์ คือแสงและความมืด
มีผู้รับการทดสอบไปแล้วกว่าสามสิบคน และมีผู้ที่ผ่านเพียง 8 คน เท่านั้น และทั้งแปดยังเป็แค่ระดับผู้ใช้ธาตุธรรมชาติชนิดเดียว ซึ่งถือว่าเป็ระดับที่ต่ำที่สุด แม้จะมีอยู่สองคนที่มีระดับพลังเวทถึงห้าก็ตาม แต่สำหรับศาสตราจารย์ลูเซียโน่ ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของโรงเรียนอวาเรส ถือว่าปีนี้นักเรียนที่ได้ดูจะต่ำกว่ามาตรฐานไปพอสมควร แต่การคัดเลือกยังคงไม่จบ และอาจจะมีเพชรเม็ดงามปรากฏขึ้นมาก็เป็ได้
"เฮ้อ..."อาจารย์นาโอมิอาจารย์ประจำศาสตร์เวทแห่งความมืดถอนหายใจยาว "ปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีเื่น่าตื่นเต้นเลย" หล่อนทำหน้าเซ็งเมื่อมองดูผู้เข้าสมัครที่เหลือ
"อย่าเพิ่งแน่ใจไปนาโอมิ" อาจารย์เอลลี่ อาจารย์ประจำศาสตร์เวทแห่งแสงเอ่ยท้วง "เธอดูเด็กสาวที่สวมฮู้ดนั่นซะก่อน หล่อนชี้ไปทางเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนหลบมุมอยู่ "ฉันว่าหล่อนมีออร่าที่ไม่ธรรมดาเลย"
นาโอมิชำเลืองมองเด็กสาวแวบหนึ่ง ก่อนแบะปาก"ฉันว่าก็ไม่น่าจะเก่งกว่าไอรีนไปได้"
เอลลี่พ่นลมดัง ก่อนจะสบถบางสิ่งเบา ๆ กับตัวเอง
"หมายเลขห้าสิบ" เด็กหนุ่มผมทองตาสีฟ้าใสมรกตราวกับผืนน้ำทะเลเมื่อดูจากชุดที่สวมใส่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าหากไม่ใช่ ตระกูลร่ำรวย ก็ต้องเป็ตระกูลขุนนางในอวาเรสแน่ ๆ เด็กหนุ่มเดินด้วยความมั่นใจขึ้นไปบนเวที เสียงซุบซิบที่ด้านล่างดังขึ้นเมื่อเห็นเขาขึ้นไปยืนยังกลางเวที
"นั่น...อลัน ทายาทตระกูลโดมินิค" เสียงผู้ชมคนหนึ่งแหลมขึ้นมา ตามเดี๋ยวเสียงฮือฮา เพราะตระกูลโดมินิค ถือเป็ตระกูลชนชั้นสูง ที่มีนักเวทเก่งกาจในตระกูลหลายคน และผู้นำตระกูล โดมินิค มอร์แกน ก็เป็ถึงระดับจอมเวท ทายาทของตระกูลจึงถูกคาดหวังไว้ว่าต้องเป็ผู้มีพร์ และระดับพลังที่ไม่ธรรมดาเป็แน่
เสียงพูดคุยเงียบลงเมื่ออลัน ยืนนิ่งอยู่ในวงเวทเรียบร้อยแล้ว แถบวัดพลังที่ค่อย ๆ ไต่สูงขึ้นทำให้ผู้ชมถึงกับกลั้นหายใจลุ้นไปตามกัน แม้แต่จงลั่วเอง ก็ยืนขึ้นดูการทดสอบของเด็กหนุ่มคนนี้อย่างสนใจไปพร้อมกับคนอื่น ๆ
เมื่อแถบวัดพลังขึ้นไปเกินกว่าระดับห้า และยังคงวิ่งต่อไปอีก ก็ทำให้เหล่าอาจารย์บางคนที่ ไม่ได้ใส่ใจการทดสอบนัก หยุดพุดคุยกัน และหันมาสนใจเด็กหนุ่มอลันกันแทบจะโดม
...ในที่สุดระดับของพลังเวทของเด็กหนุ่มก็มาหยุดอยู่ที่ 7 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดของการทดสอบครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายสถิติของครั้งก่อน ที่แปดไปได้ แต่ก็ถือว่าน่าพอใจ
"ยังน้อยกว่าไอรีนสินะ"นาโอมิพูดด้วยท่าทางภูมิใจ ก่อนจะมองไปทางเอลลี่
"นั่น" แต่เอลลี่ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของหล่อนยังคงจับจ้องไปที่บนเวที หินคัดเลือกธาตุธรรมชาติสามชนิด ต่างเปล่งแสงขึ้น โดยธาตุที่สว่างที่สุด คือสีแดงของธาตุไฟ และตามมาด้วยธาตุดินและไม้ที่สว่างพอ ๆ กัน
"ผู้ควบคุมเวทสามธาตุ" เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กันอีกยกใหญ่ เพราะแม้ธาตุธรรมชาติจะด้อยกว่าธาตุบริสุทธิ์เช่นแสง และความมืด แต่นั่นคือการเทียบกันแบบธาตุเดี่ยว ๆ แต่หากเป็ผู้ใช้สองธาตุ ซึ่งก็ถือว่าโอกาสเกิดนั้นน้อยกว่า หนึ่งในร้อย ก็จะถือว่ามีพลังไม่ต่างจากพวกธาตุบริสุทธิ์ แต่กับผู้ใช้สามธาตุนั้น ถือว่าหายากมาก และหากเทียบความสามารถในการต่อสู้ ผู้ใช้สามธาตุถือว่าแข็งแกร่งกว่าผู้ใช้ธาตุบริสุทธิ์อย่างมาก
"หึ หึ"เอลลี่พ่นลมทางจมูก"ไอรีนของเธอดูเหมือนจะมีคู่แข่งเสียแล้วนะ" นาโอมิหน้ามุ่ยทันทีที่ได้ยินคำสัพยอก
แม้จะเรียกเสียงฮือฮา แต่อลันก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยขณะที่เดินลงจากเวที แต่ดูเหมือนอาจารย์ที่สังกัดศาสตร์ของธาตุธรรมชาติ ต่างแย่งกันเดินไปรับตัว และพาเขาไปยังห้องพิเศษด้านหลังโดมทันที
การปฏิบัติที่แตกต่าง แสดงให้เห็นชัดว่านักเวทที่มีพร์ และแนวโน้มจะเป็ผู้แข็งแกร่ง มีคุณค่าทั้งต่อโรงเรียน และต่ออาณาจักรอวาเรสอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาจะเป็กำลังสำคัญต่อไปในอนาคต ดังนั้นการได้อบรมสั่งสอนเหล่าผู้มากความสามารถ ย่อมส่งให้อาจารย์ผู้สอนมีหน้ามีตาไปด้วย
หลังจากการทดสอบของอลันจบลง การคัดเลือกคนต่อ ๆ มาก็พลอยได้รับความสนใจไปด้วย แต่ก็ยังไม่มีผู้ที่โดดเด่นกว่าอลันปรากฏขึ้น แม้จะมีผู้ที่มีพลังระดับเจ็ดที่ใช้ธาตุธรรมชาติได้ถึงสองธาตุปรากฏขึ้นอีกคนก็ตาม
จนกระทั่งเหลือสองคนสุดท้าย สายตาของเอลลี่จ้องเขม็งไปที่เด็กสาวตัวเล็ก หล่อนเปิดฮู้ดที่คลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ผมสีม่วงของหล่อนดูแปลกตาและโดดเด่นอย่างมาก
...เอลลี่มองดูข้อมูลหล่อนจากบันทึกการสมัครสอบ...เด็กสาวผู้ที่อายุน้อยที่สุดในการทดสอบ และเป็เด็กสาวที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในเมืองหลวง แม้จะไม่รู้ว่าทำไมแต่อาจารย์เอลลี่รู้สึกสนใจเด็กสาวคนนี้อย่างมาก
"ผู้ทดสอบหมายเลขหกสิบแปด" เ้าหน้าที่ขานเรียก "ผู้สมัครวิโอล่า"
ชื่อผู้สมัครถูกขานขึ้น ทำเอาจงลั่วถึงกับขนลุกซู่ เขามองดูใบหน้าของเด็กสาวด้วยสายตาเหลือเชื่อ เพราะใบหน้าของหล่อนละม้ายคล้ายกับวิโอล่า จอมวายร้ายที่จงลั่วเคยรู้จักยิ่งนัก มีเพียงแค่ด้วยวัย และสีผมสีม่วงโดดเด่นของเด็กสาวเท่านั้นที่แตกต่างจากวิโอล่า
"นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะ" จงลั่วสบถกับตัวเอง เขารู้สึกได้ว่าเด็กสาวที่อยู่บนเวทีคือวิโอล่า หรือมาดามเกสโตอย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นก็ทำให้จงลั่วหันไปสำรวจผู้ชมรอบ ๆ โดมแล้วทุกอย่างก็กระจ่างชัด "มาคัส!" แม้จะไม่รู้ว่าวิโอล่าทำให้ตัวเองย้อนกลับมาเป็เด็กสาวเช่นนี้ได้ยังไง แต่เขาเชื่อว่าหล่อนไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
"พระเ้า!" เสียงอุทานของผู้ชมดังขึ้นเมื่อแถบวัดพลังของวิโอล่านั้นพุ่งไปสูงถึงระดับเก้า เสียงอืออึ้งยังคงลากยาวไปจน กระทั่งหินคัดเลือกธาตุแห่งแสง และไฟสว่างขึ้น
"ผู้ใช้ธาตุผสมผสาน และเป็เมล็ดพันธ์ระดับเก้า" นาโอมิมองดูด้วยความใ เมื่อหันไปมองยังเอลลี่ก็พบว่าคู่กัดของหล่อนเดินตรงไปยังเวที เพื่อรับตัวเด็กสาววิโอล่าเป็ที่เรียบร้อยแล้ว "หนอย..."นาโอมิกัดฟันกรอด เพราะหล่อนรู้ดีว่าเพื่อนซี้คู่กัดของหล่อน มีเื่มาบลั๊ฟหล่อนเสียแล้ว นับจากที่โดนหล่อนบลั๊ฟมาตลอดหนึ่งปี นับั้แ่ได้ไอรีนเข้ามาเป็นักเรียน "ยัง...ยังก่อน"นาโอมิพึมพำกับตัวเอง "เกมยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร"
นาโอมิยืนขึ้นและชี้ไปที่ผู้สมัครคนสุดท้าย "เธอ" หล่อนจ้องมองสาวสวยที่พยายามหลบสายตาผู้อื่น แต่หมายเลขคิวที่ถืออยู่ ก็ไม่อาจพ้นสายตาของนาโอมิไปได้ "ผู้สมัครคนสุดท้ายสินะ" จงลั่วพยักหน้ารับ "ฉันคาดหวังในตัวเธอนะ" นาโอมิเอ่ยขึ้นพร้อมส่งยิ้มแห้งให้จงลั่ว เพราะหล่อนรู้ดีว่า การที่จะพบผู้มีความสามารถมากกว่าเด็กสาวที่ชื่อวิโอล่า คงเป็เื่ยาก...ยากมาก หรืออาจจะเรียกว่ายากเข้าขั้นเหลือเชื่อเลยทีเดียว
คำพูดของนาโอมิ ทำให้ผู้ชมหันมามองที่จงลั่วเป็ตาเดียว แม้จะเป็การทดสอบพลังเวท แต่ยังไงเหล่าผู้ชมก็ย่อมมีชายหนุ่ม และหญิงสาวที่งดงามก็ย่อมเรียกความสนใจได้มากกว่าปกติ เสียงผิวปาก เสียงะโเชียร์ดังสนั่นโดม ไม่ต่างจากจากลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มาเข้ารับการทดสอบเลย
เสียงต่าง ๆ หยุดลงเมื่อจงลั่วขึ้นไปยืนที่กลางเวที เขาหลับตานิ่งรวบรวมสมาธิเค้นเอาพลังจากก้นบึ้งของร่างกายออกมา
...สามสิบวินาทีผ่านไป
...หนึ่งนาทีผ่านไป
...สองนาทีผ่านไป ก็ยังคงไม่มีใครกล้าส่งเสียงอะไรออกมา จงลั่วจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดู
"พร์พลังเวทระดับหนึ่ง"
เพียงครู่เดียว หลังจากเ้าหน้าที่ขานผลการทดสอบ...เหล่าผู้ชมรวมถึงคณาจารย์ต่างแยกย้ายกันออกจากโดมไปจนเกือบหมดด้วยความสงบ