บทที่ 5
เคล็ดวิชาห้าเล่ม
ร่างในชุดดำทั้งสองที่ดึงกระบี่ของตนเองกลับมาแล้วกำลังจะหันหลังหลบหนี แต่สวีหยางกับไม่ให้โอกาสพวกมันหลบหนี
ดาบเหล็กที่ห่อหุ้มด้วยหมอกโลหิตสีแดงจางๆในมือของสวีหยางกับตวัดไปด้านหน้า
บุรุษชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดมันกำลังจะหันหลังหลบหนี ทว่าอีกฝ่ายก้าวเท้าออกไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว ร่างของสวีหยางก็เคลื่อนที่มาด้านหน้าประชิดร่างของมัน
เสียง ฉัวะ!!! ดังขึ้นดาบที่ตวัดออกไปสะบั้นศีรษะของยอดฝีมือหลอมกายาขั้นเจ็ดหลุดกระเด็น
เคล็ดวิชาดาบปราบมารเป็เคล็ดวิชาที่เรียบง่ายที่สุด แต่มันเองก็ทรงพลังมากเช่นเดียวกัน
เมื่อเคล็ดวิชาดาบปราบมารบรรลุถึงขั้นสิบ ทุกๆดาบที่สวีหยางฟาดฟันออกไปมันเรียบง่ายเหมือนกับดาบธรรมดา แต่ภายในดาบนั้นมันกับแฝงเร้นพลังดาบที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้
หลังจากที่สังหารคนแรกไปแล้วร่างของสวีหยางไม่หยุดการเคลื่อนไหวเพียงแค่นั้น ร่างของเขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงกว่าเข้าประชิดร่างของ ยอดฝีมือขอบเขตหลอมกายาขั้นแปดที่กำลังหันหลังหลบหนี
ดาบในมือของเขาตวัดออกไปอีกครั้งศีรษะของยอดฝีมือขอบเขตหลอมกายาขั้นแปดผู้นั้นก็หลุดกระเด็นอีกไปคน โลหิตสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกจากลำคอที่มีรอยาแถูกตัดจนเรียบเนียน
ั้แ่ต้นจนจบสวีหยางไม่ได้เอ่ยปากแม้แต่ประโยคเดียว เก็บดาบเข้าฝักที่แนบอยู่ข้างเอวก่อนที่จะหันหลังแล้วก็เดินออกไปจากถนนเส้นนี้ ไม่แม้แต่จะหันมองศพทั้งสองที่นอนตายอยู่ที่พื้นเลยด้วยซ้ำ
…
สวีหยางเดินทางออกจากทางทิศใต้ของเมืองไป๋สือ มุ่งตรงไปยังเขตทิศตะวันออกของเมือง กลับมายังเรือนพักขนาดเล็กของตนเองที่ตั้งอยู่บนถนนที่ห่างไกล
เมื่อกลับมาถึงบ้านของตนเองสวีหยางก็ถอดชุดที่สวมใส่และหน้ากากออก หลังจากนั้นก็กลับเข้าไปภายในห้องนอนและนำสิ่งที่อยู่ภายในเสื้อของตนเองออกมา
มันคือเคล็ดวิชาห้าเล่มที่เขาซื้อมาจากแผงขายเคล็ดวิชาในตลาดมืด เขาเลือกเคล็ดวิชาห้าเล่มที่ดูดีที่สุดแล้วเป็สิ่งที่เขา้ามากที่สุดในตอนนี้และซื้อมันมา
ส่วนเงินที่ใช้ไปในการซื้อตำราทั้งห้าเล่มก็เสียไปถึงสี่ร้อยตำลึงทอง จำนวนเงินถึงสี่ร้อยตำลึงทองเกรงว่าสามารถซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองไป๋สือแห่งนี้ได้อย่างสบายๆแถมยังมีเงินเหลืออีกต่างหาก
แต่มันก็ไม่สำคัญแล้วเพราะว่าสิ่งที่เขา้าไม่ใช่คฤหาสน์ใหญ่โตแต่เป็เคล็ดวิชาพวกนี้
สวีหยางมองดูตำราทั้งห้าเล่มของตนเองโดยตำราที่เขาซื้อมาได้แก่ “เคล็ดวิชากายาหยก” “เคล็ดวิชากายาเหล็กดำ” “เคล็ดวิชาผลาญโลหิต” “เคล็ดวิชาล่องเมฆา” “เคล็ดวิชาลมหายใตเต่าศิลา”
มีทั้งหมดห้าเคล็ดวิชา โดยเริ่มการเคล็ดวิชาหลอมกายาทั้งสองเล่ม อย่างเคล็ดวิชากายาหยกและเคล็ดวิชากายาเหล็กดำ
การฝึกฝนเคล็ดวิชามันจะทำให้ร่างกายนั้นแข็งแกร่งและมีพละกำลังเพิ่มขึ้น เคล็ดวิชาทั้งสองถูกนับว่าเป็เคล็ดวิชาประเภทขัดเกลาเรือนกาย
แน่นอนว่าการฝึกฝนวิชาประเภทเดียวกันไม่มีผลเสีย ในทางกลับกันยังเป็ผลดีเสียด้วยซ้ำ เพราะยิ่งฝึกฝนเคล็ดวิชาขัดเกลาเรือนกายพวกนี้เยอะๆ ก็ยิ่งทำให้ร่างกายนั้นแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น
แต่ที่คนทั่วไปสามารถฝึกฝนได้ทีละเคล็ดวิชาเพราะข้อจำกัดในด้านเวลาการฝึก แต่สำหรับสวีหยางเขาเพียงแค่นอนหลับเคล็ดวิชาทั้งหมดของเขาก็จะฝึกฝนไปพร้อมกัน
เพราะแบบนั้นเขาสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาทั้งสองได้พร้อมกันอย่างไม่มีปัญหา เคล็ดวิชากายาเหล็กดำเมื่อฝึกฝนจะเพิ่มความแข็งแกร่งที่ิัให้แข็งแกร่งเหมือนเหล็ก และยังส่งเสริมพละกำลังของร่างกายให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่วนเคล็ดวิชากายาหยก มันก็เป็เคล็ดวิชาที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งภายในร่างกาย ส่งเสริมอวัยวะภายในทั้งหมดรวมไปถึงส่งเสริมการเพิ่มพูนพละกำลังของร่างกาย และยังสามารถช่วยในการฟื้นฟูโลหิตปราณบางส่วน
นี่คือเคล็ดวิชาหลอมกายาทั้งสองที่เขาได้รับมา ต่อไปก็เป็เคล็ดวิชาลมหายใจเต่าศิลา นี่คือเคล็ดวิชาที่ชีวิตทำให้เขานั้นสามารถเก็บซ่อนลมหายใจได้ขณะโคจรเคล็ดวิชา สามารถนำไปให้ในการซ่อนตัวได้ พูดว่าถ้าฝึกฝนสำเร็จขั้นหนึ่งสามารถกลั้นหายใจได้ถึงหนึ่งชั่วยาม แล้วยิ่งสำเร็จขั้นสูงขึ้นสามารถในการเก็บซ่อนลมหายใจนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ต่อไปเคล็ดวิชาที่สี่เป็เคล็ดวิชาตัวเบาที่ชื่อว่า วิชาล่องเมฆา สวีหยางในยามนี้สามารถใช้เคล็ดวิชาดาบปราบมารในการโจมตีได้ แต่เขายังไม่เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวที่เหมาะสม เพราะแบบนั้นเขาเลยเลือกเคล็ดวิชาล่องเมฆานี้มา
ส่วนเคล็ดวิชาสุดท้ายที่เขาเลือกมาและเป็เคล็ดวิชาที่แพงที่สุด มันถูกเรียกว่า “เคล็ดวิชาผลาญโลหิต” สำหรับเคล็ดวิชานี้มีทั้งหมดเพียงแค่ห้าขั้นเท่านั้น แต่ระดับของเคล็ดวิชาและความสามารถของมันนั้นไม่ธรรมดา
แก่นแท้ของเคล็ดวิชาผลาญโลหิต มันคือการะเิพลังเผาผลาญโลหิตภายในร่างกายให้เป็เชื้อเพลิง จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ปราณโลหิตที่ทรงพลังออกมาจากร่างกาย สามารถเพิ่มพูนพลังได้ใน่พริบตา ะเิพลังที่อยู่เหนือขีดความสามารถของตนเองออกมาได้
มันคล้ายคลึงกับพวกเคล็ดวิชาลับที่สามารถะเิพลังออกมาได้ในชั่วพริบตา โดยสภาวะของเคล็ดวิชานี้ก็ถูกเรียกตามชื่อเคล็ดวิชามันจะถูกเรียกสภาวันนั้นว่าสภาวะผลาญโลหิต
การอยู่ภายในสภาวะผลาญโลหิต จะมอบพลังรวมถึงลมปราณที่ทรงพลังให้กับร่างกายในขณะที่อยู่ในสภาวะนั้น แต่ข้อเสียก็คือพลังที่ะเิออกมา จะส่งผลเสียกับร่างกายที่ไม่สามารถรับภาระได้ รวมไปถึงทุกๆวินาทีที่อยู่ภายในสภาวะนั้น โลหิตภายในร่างกายจะถูกเผาผลาญเป็เชื้อเพลิง
ง่ายๆก็เป็เหมือนกับเคล็ดวิชาต้องห้ามที่ใช้แล้วตนเองก็ต้องาเ็ แต่ก็จะมอบพลังมหาศาลมาให้
โดยตามที่เคล็ดวิชาบอกเอาไว้ เมื่อสำเร็จ 1 ข้างจะมอบพลังเพิ่มขึ้นให้ 1 เท่า ถ้าเกิดว่าสำเร็จถึงขั้นที่ 5 พลังที่เคล็ดวิชานี้จะมอบให้ในขณะที่ะเิสภาวะนั้นออกมาก็จะเพิ่มขึ้นเป็ห้าเท่า
แต่แน่นอนว่านั่นคือคนธรรมดาทั่วไป สำหรับระบบของสวีหยางเขารู้ดีว่ามันสามารถทลายคอขวดของเคล็ดวิชาได้
เช่นนั้นเคล็ดวิชานี้เขาก็สามารถยกระดับขึ้นไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้หยุดลงเพียงแค่ขั้น 5 เท่านั้น และพลังที่เคล็ดวิชาที่ถูกยกระดับแล้วจะมอบให้กับเขามันก็คงจะทรงพลังมากกว่า 5 เท่าอย่างแน่นอน
ส่วนเกี่ยวกับเื่ผลกระทบหรือว่าผลเสียที่จะตามมาหลังจากการใช้งานเคล็ดวิชา สวีหยางไม่ได้กังวลอะไรมากนัก
นั่นก็เป็เพราะว่าเคล็ดวิชาหลอมกายาทั้งสองที่เขาเลือกมา มันก็เป็เพราะว่าเขา้าที่จะขัดเกลาร่างกายให้แข็งแกร่งพอที่จะรองรับพลังที่ะเิออกมาจากเคล็ดวิชาผลาญโลหิตอยู่แล้ว
รวมไปถึงเคล็ดวิชากายาหยกที่สามารถฟื้นฟูปราณโลหิตภายในร่างกาย มันก็เป็เหมือนกับการฟื้นฟูเชื้อเพลิงที่ถูกเผาผลาญไป
แล้วต่อจากนี้เขาก็เพียงแค่เสาะหาเคล็ดวิชาที่เอาไว้ขัดเกลาเรือนกายมามากขึ้น ทำให้ร่างกายที่เป็ภาชนะในการะเิพลังแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ
เพียงแค่นี้ผลกระทบในการะเิพลังของเคล็ดวิชาผลาญโลหิตก็ไม่ส่งผลอันใดกับเขาแล้ว เพราะแบบนั้นสวีหยางจึงไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกันตอนนี้เขากับตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ ด้วยระดับของเคล็ดวิชาของเขาในตอนนี้ที่เหนือกว่าคนอื่นไปไกล
และผนวกกับเคล็ดวิชาที่เขาได้รับมาใหม่นี้ ในยามที่เขาอยู่ในสภาวะผลาญโลหิต เขาอยากจะรู้จริงๆว่าพลังของเขาจะยกระดับไปถึงในระดับไหน สามารถต่อกรกับพวกขอบเขตปราณโลหิตระดับเจ็ดหรือแปดได้หรือไม่
สวีหยางไม่รอช้าเขาเริ่มตั้งใจศึกษาเคล็ดวิชาทั้งห้าเล่มในทันที
ถึงแม้จะพูดว่าศึกษาแต่ว่าการทำให้เคล็ดวิชานั้นปรากฏอยู่บนหน้าต่าง มันก็เพียงแค่ต้องให้เขาจดจำตัวอักษรและเนื้อหาทั้งสองให้ได้ขึ้นใจก็เท่านั้น
แน่นอนว่าสวีหยางรู้ว่านี่ก็คือพลังของระบบอีกแล้ว การศึกษาเคล็ดวิชายุทธ์ให้ทะลุไปถึงขั้นแรกนั้นมันไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายขนาดนี้
แต่ว่าด้วยพลังของระบบเขาเพียงแค่ต้องจดจำตัวอักษรทุกตัว ที่อยู่บนคัมภีร์พวกนี้เคล็ดวิชาก็จะปรากฏบนหน้าต่างสถานะของเขาในทันที
เพราะแบบนั้นการฝึกฝนเคล็ดวิชาทั้งหมด ให้ปรากฏบนหน้าต่างสถานะจึงไม่ได้เสียเวลามากเกินไป เป็เหมือนกับการเสียเวลาท่องจำหนังสือเสียมากกว่า
หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งคืนในที่สุด สวีหยางก็ทำให้วิชาทั้งหมดปรากฏบนหน้าต่างระบบได้สำเร็จ
สวีหยางใช้ความคิดเปิดด้านต่างของระบบขึ้นมา
[ชื่อ สวีหยาง ระดับ ปราณโลหิตขั้น 1 ]
[เคล็ดวิชา ลมหายใจพื้นฐาน ขั้น 10 [400/51200] ดาบปราบมาร ขั้น 10 [400/51200] เคล็ดวิชากายาหยก ขั้น 1 [0/100] เคล็ดวิชากายาเหล็กดำ ขั้น 1 [0/100] เคล็ดวิชาผลาญโลหิต ขั้น 1 [0/100] เคล็ดวิชาล่องเมฆา ขั้น 1 [0/100] เคล็ดวิชาลมหายใจเต่าศิลา ขั้น 1 [0/100] ]
เมื่อเห็นว่าเคล็ดวิชาปรากฏบนหน้าต่างระบบทั้งหมดแล้ว สวีหยางเผยรอยยิ้มแล้วบิดี้เี การพยายามตลอดทั้งคืนไม่สูญเปล่าหลังจากนี้ก็เหลือแค่การนอนเท่านั้นแล้ว