ศิษย์ในสำนักมากมายต่างออกมารายล้อมไปที่ลานฝึกยุทธ์ ตรงกลางมีหินสกัดถูกวางเป็ลานประลองสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูงหนึ่งจั้ง มีกระโจมขนาดกลางตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายและขวา ตระกูลใหญ่สิบตระกูลและตระกูลย่อยอีกหกจากแผ่นดินภาคกลางมารวมตัวกันที่นี่เพื่อชมบุตรหลานของตนเข้าร่วมการประลอง สำนักกระบี่หลงอู่ถึงแม้จะไม่ใช่สำนักใหญ่แต่ทว่าพวกเขาก็หาได้น้อยหน้าศิษย์จำนวนมากที่ออกไปจากที่นี่ล้วนเป็กำลังสำคัญของสำนักใหญ่ทั้งแปดในดินแดนภาคกลางไม่มากก็น้อย ย่างเข้ายามซื่ออู่หยงพุ่งทะยานจากฟ้าลงมายังลานประลอง เสียงพูดที่ดังอยู่ค่อย ๆ เงียบเสียงลง อู่หยงกวาดตามองหยางเฟยเทียนและจินหยางเมื่อพบว่าทั้งสองอยู่ในลานฝึกยุทธ์เขาก็เอ่ยวาจาออกมา
“วันนี้เป็วันที่พวกเ้าหลายคนรอคอย การประลองอันดับศิษย์สำนัก ศิษย์ร้อยอันดับแรกเมื่อปีที่แล้วหวังว่าพวกเ้าคงเตรียมตัวมาพร้อมเพื่อถูกท้าประลองในปีนี้ พวกเ้าทุกคนมีสิทธิ์สามารถท้าลองผู้ใดก็ได้ภายในหนึ่งร้อยอันดับแรกได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด โปรดจำเอาไว้ให้ดีหากพวกเ้าไม่มั่นใจว่าจะชนะฝ่ายตรงข้ามได้อย่าคิดเอ่ยวาจาท้าประลอง”
อู่หยงหันไปมองหลงมู่เหยียน
“การประลองคู่แรก จินหยาง หยางเฟยเทียน”
หยางเฟยเทียนแสยะยิ้มหันไปมองน้องชายของตนที่กระโจมตระกูลหยาง หลังจากนั้นจึงถีบเท้าพุ่งทะยานขึ้นไปบนลานประลอง ทันทีที่เหยียบลงพื้นลานประลองเขารีบยกมือขวาชี้ไปที่จินหยางพร้อมกับยกนิ้วโป้งวาดผ่านลำคอ
“เหตุใดเ้าถึงไม่รีบขึ้นมาเล่าไอ้ลูกหมา วันนี้หากข้าไม่ได้สังหารเ้าล้างแค้นให้กับน้องชายอย่าได้เรียกข้าว่าหยางเฟยเทียน”
เหล่าศิษย์ด้านหน้าต่างแหวกทางเป็ช่องให้แก่จินหยาง จินหยางหัวเพราะเสียงดังลั่นวิ่งไปด้านหน้าถีบเท้าพุ่งทะยานขึ้นไปบนล่างประลอง
“ท่านจะให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไรดีละเ้าคนไร้สัจจะ”
หยางเฟยเทียนถึงกับสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธแต่ทว่าเขารีบสงบสติอารมณ์ได้อย่างทันท่วงที
“ตัวเ้าเป็เพียงศิษย์ใหม่เข้าสำนักมาเพียงสามเดือน ส่วนตัวข้าหยางเฟยเทียนเป็ถึงศิษย์อันดับสิบของสำนัก ข้าจะต่อให้เ้าสามกระบวนท่าดีหรือไม่”
จินหยางส่ายศีรษะไปมา
“อย่าได้เอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา ข้ากลัวว่าคนไร้สัจจะเช่นท่านจะกลับกลอกเหมือนดั่งเช่นในอดีต ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าคนแซ่หยางเป็แบบนี้ทั้งตระกูลหรือไม่”
จินหยางหรี่ตามองหยางซือเทียนที่ตระกูลหยาง
“เมื่อครั้งวันประลองหยางซือเทียนประกาศจะตัดแขนข้าก็ถูกข้าตัดแขนทิ้งไปแล้ว วันนี้ท่านเองก็ประกาศออกมาว่าจะสังหารข้า เช่นนั้นมาดูกันว่าผู้ใดกันแน่ที่จะถูกสังหารบนลานประลองแห่งนี้กัน เป็ไปได้หรือไม่ว่าข้าจะต่อให้ท่านสามกระบวนท่า แน่นอนว่าข้าหาใช่คนกลับกลอกเช่นท่านศิษย์พี่หยางเฟยเทียน”
หยางเฟยเทียนรีบชักกระบี่ออกจากฝักเขาชี้ปลายกระบี่ไปที่หน้าของจินหยาง
“ปากดีนักไอ้เวร มาดูกันว่าเ้าจะหนีรอดไปได้ยังไง”
หยางเฟยเทียนถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าหาจินหยางอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่ายรำทักษะกระบี่เจ็ดดาว จินหยางแสยะยิ้มรีบชักกระบี่ออกจากฝักตวัดต้านรับ เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ผ่านไปสิบลมหายใจหยางเฟยเทียนถึงกับขมวดคิ้วเพราะเขาไม่สามารถกดดันจินหยางได้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่ใช้ทักษะกระบี่เจ็ดดาวจินหยางจะต้องแทงกระบี่เข้ามาในจุดอ่อนของแต่ละกระบวนท่าได้อย่างแม่นยำเหมือนกับเชี่ยวชาญทักษะกระบี่เจ็ดดาวอย่างช่ำชอง เช่นเดียวกับหลงมู่เหยียนและอู่หยง ในขณะที่ทั้งสองปะทะกันอยู่ตรงกลางลานประลอง เหลาซุนก็รีบเข้ามาในบริเวณเขารีบเดินเข้าหาอู่หยงพร้อมกับบอกกล่าวบางอย่างออกมา ทำให้อู่หยงตื่นใยิ่งกว่าเดิม
“ผู้าุโเหลาซุนบอกให้คนของเราเตรียมพร้อมเข้าปะทะกับคนจากตระกูลหยาง”
เหลาซุนพยักหน้าตอบรับรีบวิ่งออกไป บนลานประลองตอนนี้เป็จินหยางที่เป็ฝ่ายกดดันหยางเฟยเทียน ไม่นานหยางเฟยเทียนก็ถีบเท้าถอยออกมา
“สามเดือนมานี้เ้าคงโหมฝึกวิชากระบี่เจ็ดดาวมาไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าต้องเอาจริงเสียที”
หยางเฟยเทียนใช้มือทั้งสองจับไปที่ด้ามกระบี่พร้อมกับแผ่ลมปราณออกมา ไม่ถึงครึ่งลมหายใจเขาถีบเท้าพุ่งทะยานอีกครั้งแต่ครั้งนี้ต่างออกมา เขาใช้ทักษะท่าเท้าเสริมความเร็วเข้ามาประชิดตัวจินหยางฟาดฟันกระบี่ จินหยางถึงกับขมวดคิ้วถึงแรงกดดันจากลมปราณที่แผ่ออกมา เขากระทืบเท้าซ้ายพุ่งหลบออกไปทางขวา หยางเฟยเทียนแสยะยิ้มถีบเท้าขวาหมุนข้อมือฟันกระบี่ในแนวขวาง จินหยางรีบตวัดกระบี่ต้านรับ เคร้ง! จากแรงปะทะจินหยางกระเด็นออกไปหลายก้าว หยางเฟยเทียนรีบแทงกระบี่ในมือ จินหยางรีบถีบเท้าขวาโยกตัวหลบไปด้านหลัง แต่ทว่าคมกระบี่ของหยางเฟยเทียนกรีดหน้าท้องเสื้อที่สวมใส่ฉีกขาด หยางเฟยเทียนรีบงอแขนขวายกขึ้นใช้ศอกกระแทกไปที่ใบหน้าของจินหยาง จินหยางรีบยกแขนซ้ายขึ้นมาสกัดกั้น เปรี้ยง! จินหยางกระเด็นออกไปเขารีบหยุดยืนนิ่งจ้องมองมือซ้ายที่สั่นสะท้าน
“พบสิ่งแปลกปลอมที่รอยแผลตรงหน้าท้อง”
“มันคือสิ่งใดเทียนคง”
“อาจเป็พิษขอรับ”
“หยางเฟยเทียนคงอยากสังหารข้าจนถึงต้องทายาพิษไว้บนกระบี่ เช่นนั้นเ้าอย่ารีบขจัดมันออกมาระงับมันเอาไว้ก่อน”
“เหตุใดถึงไม่ให้ข้าขจัดมันออกไปขอรับ?”
“ทำตามที่ข้าบอกก็พอ”
หยางเฟยเทียนหรี่ตามองไปที่รอยเืที่ไหลออกมาจากาแที่หน้าท้องของจินหยาง
“ถึงเวลาตายของเ้าแล้วไอ้ลูกหมา”
จินหยางแสดงท่าทีตื่นใวิ่งวนไปมาบนลานประลองด้วยความหวาดกลัว หยางเฟยเทียนถีบเท้าไปฟาดฟันกระบี่ติดตามสร้างเสียงหัวเราะให้แก่ศิษย์ทั้งหลายที่อยู่รอบลานประลอง
ภายในกระโจมตระกูลหยาง หยางซือเทียนถึงกับขมวดคิ้วเพราะสิ่งที่จินหยางกำลังทำอยู่เขาเคยพบเจอมาก่อนจึงหันไปมองชายชราผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ท่านลุง ท่านแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ว่าคนของท่านที่มอบพิษให้แก่พี่ใหญ่แล้ว”
“เ้าไม่ต้องห่วง พี่ใหญ่เ้าใช้พิษนั้นทาไปที่กระบี่แล้ว อีกไม่นานเ้าหนูนั้นจะต้องหมดแรงเสียท่าให้พี่เ้าอย่างแน่นอนข้าเอาหัวเป็ประกัน”
หยางซือเทียนพยักหน้าตอบรับหันไปจ้องมองบนลานประลองอย่างไม่วางตา
ในจังหวะนั้นเองหยางเฟยเทียนเดาทางของจินหยางถูกเขาจึงถีบเท้าพุ่งไปดักด้านหน้า เงาปราณกระบี่พุ่งออกมาดักทางหนีของจินหยาง เขารีบฟาดฟันกระบี่ออกไป ปราณกระบี่ของจินหยางปะทะกับปราณกระบี่ของหยางซือเทียนดังสนั่น เปรี้ยง! ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะในม่านควันหยางเฟยเทียนที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมฟาดฟันกระบี่ในมือ จินหยางรีบใช้ความเร็วพุ่งเข้าประชิดใช้แขนซ้ายจับไปที่ข้อมือขวาของหยางเฟยเทียน ใช้ด้ามกระบี่กระแทกไปที่หัวไหล่ขวา เปรี้ยง! จินหยางรีบกระชากกระบี่ของหยางเฟยเทียนออกมาจากมือ หลังจากนั้นเขาก็โยนกระบี่ของเขาลงพื้น ตวัดกระบี่ในมือซ้าย คมกระบี่วาดผ่านหน้าท้องและหน้าอกของหยางเฟยเทียนเป็แผลยาวเืสีแดงพุ่งกระฉูด เสียงร้องโหยหวนดังลั่นแว่วออกมาจากม่านควัน จินหยางรีบดีดบางอย่างในมือขวาเข้าไปในปากของหยางเฟยเทียน หยางซือเทียนแสยะยิ้มกำหมัดทั้งสองแน่นด้วยความดีใจเพราะกระบี่ที่กระเด็นออกมาก่อนคือกระบี่ของจินหยาง
อู่หยงและเหลาซุนได้แต่ส่ายศีรษะไปมา แต่ทว่าทันทีที่ม่านควันสลายไปผู้คนมากมายต่างตื่นใที่เห็นหยางเฟยเทียนดิ้นไปมาบนพื้นร้องออกมาด้วยความเ็ป จินหยางหันไปมองอู่หยงด้านข้างของลานประลองพร้อมกับโยนกระบี่ของหยางเฟยเทียนไปให้อู่หยง
“เรียนผู้าุโอู่หยง ได้โปรดตรวจสอบกระบี่ของหยางเฟยเทียนด้วยขอรับ”
“เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้น”
“บนกระบี่ของหยางเฟยเทียนได้ทาพิษบางอย่างเอาไว้”
อู่หยงคว้ารับกระบี่ที่จินหยางโยนมาให้เขารีบยื่นกระบี่ไปให้กับหลันเยว่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“บนกระบี่มีพิษทาเอาไว้จริง ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอู่หยงรีบหันไปมองที่กระโจมของตระกูลหยางะโออกมาเสียงดังลั่น
“ผู้าุโทุกท่านล้อมกระโจมของตระกูลหยางเอาไว้”
จินหยางก็รีบเดินไปหยิบกระบี่เก็บเข้าในฝักพร้อมกับล้มลงไปนอนกับพื้น
“เทียนคงทันทีที่มีคนตรวจชีพจรหรือตรวจสอบร่างกายข้า เ้าจงปลดปล่อยพิษที่ระงับเอาไว้ออกมาด้วยล่ะ เพียงแค่น้อยนิดก็พอหลังจากนั้นค่อยระงับมันเอาไว้”
“ขอรับคุณชาย”