หลังจากที่เสร็จเื่งานศพขององศาคุณย่าเห็นสภาพหลานไม่โอเคเลยส่งไปเรียนต่อที่อังกฤษพร้อมกับพ่อเธอไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอังกฤษพรีมเรียนที่อังกฤษได้ 3 ปี เธอเรียนรู้วัฒนธรรมที่นั่นและเปลี่ยนตัวเองเป็คนละคนแต่ไม่มีใครรู้ เธออยากกลับมาเมืองไทยเลยบ่นคิดถึงคุณย่าและออดอ้อนจนคุณย่าให้ทำเื่โอนย้ายมาเรียนต่อที่ไทยในปีสุดท้ายก่อนสำเร็จการศึกษา
ณ มหาวิทยาลัย
พรีมขับรถเข้ามาจอดที่หน้าตึกเรียนของตนเองวันนี้เป็วันมาเรียนเธอแต่งชุดนักศึกษาพอดีตัว ไม่รัดรูป แต่งหน้าอ่อน ใส่แว่นตา ดูเป็เด็กเรียน เรียบร้อยซึ่งแต่งต่างกับลุคของพริตตี้อย่างสินเชิง ทำให้ไม่มีใครจำเธอได้
“มอนิ่งค่ะ คุณหนูพรีมกว่าจะเสด็จนะแก”เสียงแจ้วๆ ดังมาจากใต้ต้นไม้หน้าตึกหันไปเจอยัยออกัสนั่งไขว้ห้างรอพร้อมเบสและรุ่งฟ้าั้แ่ย้ายกลับมาพรีมก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อน ตอนแรก ๆเธอมักจะนั่งเรียนอยู่คนเดียวไม่สนใจใครจนได้ออกัสเข้ามาชวนคุยและพาไปไหนมาไหนบ่อย ๆ เลยสนิทกันออกัสเป็คนปากเสียแต่นางจิตใจดี มีอะไรนางจะช่วยเพื่อนตลอด
“แต่งตัวนี่คือคนละคนกับเมื่อคืนเลยนะ”เบสพูดหยอกล้อพรีม
“ทำไมดูเหนื่อย ๆเมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง”ออกัสถาม
“พอดีว่าฝันร้ายนะเลยเพิ่งได้หลับสนิทตอนฟ้าสางแล้ว”พรีมบอก
“แกยังฝันอีกเหรอแกเื่ก็ตั้งนานแล้วนะ”รุ่งฟ้าถาม
“พวกแกไม่เป็ฉัน พวกแกไม่รู้หรอก”พรีมตอบ
“ไปหาหมอไม่ เผื่อมันจะดีขึ้น”ออกัสชวนไปหาหมอ
“ฉันรักษาตัวเองที่อังกฤษมา 3 ปีแล้วมันคงจะเป็ฝันร้ายอยู่กับฉันจนตายนั้นแหละ”พรีมพูดอย่างปลง ๆ
“งั้นไปเรียนกันก่อนเดี๋ยวอาจารย์แม่จะด่าอีก”เบสบอกก่อนหยิบอุปกรณ์ขึ้นตึกไปห้องเรียน
ระหว่างนั่งเรียนทุกคนตั้งใจมากเพราะเป็คาบของอาจารย์แม่ที่ทั้งโหดและดุ เมื่อถึงท้ายคาบ
“นักศึกษาเดี๋ยว่บ่ายอาจารย์นัดที่โรงละครของคณะศิลปกรรมนะเพราะวันนี้จะมีบรรยายพิเศษจากรุ่นพี่เราที่เพิ่งเรียนจบไปไม่นานทุกคนน่าจะรู้จักกัน มาบรรยายในหัวข้อการบริหารเพราะฉะนั้นอาจารย์จะเช็คชื่อทุกคนด้วยหวังว่าจะได้รับความร่วมมือ”อาจารย์แม่บอกก่อนหมดคาบ
“อาจารย์ค่ะไม่ทราบรุ่นพี่ที่เป็วิทยากร ชื่ออะไรเหรอค่ะ”เพื่อนในห้องยกมือถาม
“ภาสกร เหมวรานนท์”อาจารย์แม่ตอบ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”ทุกคนในห้องกรี๊ดลั่นรวมไปถึงเพื่อน ๆ พรีมอีก 3 คน
“พวกเค้ากรี๊ดอะไรกัน”พรีมหันไปถามออกัส
“แกไม่รู้จักพี่อัทธิ์ ภาสกร เหมวรานนท์เหรอ หล่อ รวย เพลย์บอยสุด ๆ เออ ลืมว่าแกเพิ่งย้ายมา ตอนฉันยุปี 1แกอยู่ปีสุดท้าย ใครได้กินกับแกนี้คือบุญหัวมากนะเมิงงงงง”ออกัสตอบพร้อมทำหน้าตาเพ้อฝัน
“ไปกันเถอะพวกเรา รีบไปหาอะไรกินกินเสร็จจะได้ไปจองที่นั่งด้านหน้ากัน”และทุกคนก็ลุกไปโรงอาหารทันทีที่ออกัสพูดเสร็จ
วันนี้เพื่อนๆพรีมทานอาหารกันอย่างรวดเร็วและตั้งใจกินยิ่งกว่าตั้งในเรียนและชวนกันไปที่โรงละคร ออกัสรีบเข้าไปจองที่เขาจองที่ด้านหน้าเวทีกันเลยเมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อยก็มีตัวแทนนักศึกษาเด็กกิจกรรมของมหาลัยขึ้นไปทำหน้าที่พิธีก่อนส่วนพรีมก็หากระดาษจดความรู้ส่งอาจารย์แม่
“ขอสวัสดีเพื่อน ๆ น้อง ๆนักศึกษาทุกคนด้วยนะครับวันนี้เป็เกียรติของมหาลัยและคณะบริหารธุรกิจของพวกเรามาก ๆ เลย ที่ได้รับเกียรติจากคุณภาสกรเหมวรานนท์ หรือพี่อัทธิ์มาเป็วิทยากรบรรยายความสำเร็จจากการบริหารงานจากประสบการณ์ตรงจากตนเองขอเสียงตลบมือให้คุณ ภาสกร เหมวรานนท์ ด้วยครับ”เมื่อพิธีกรพูดเสร็จทุกคนก็ส่งเสียงกรี๊ดดังสนั่นโรงละคร พรีมได้แต่หลับตา และอุดหู และลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียง
“สวัสดีครับน้อง ๆ ทุกคน”อัทธิ์พูดกลางเวทีพร้อมไฟที่ส่องไปที่เขา พรีมเองก็ตกตะลึงในความหล่อเหลาของเขารอยยิ้มที่สวย ฟันที่เรียงสวยงามเหมือนเม็ดข้าวโพด น้ำเสียงที่สุภาพ นุ่มการแต่งกายที่เนี๊ยบมาในชุดเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงสแล็ค 9 ส่วน รองเท้าหนังท่าทางที่ ดูสบาย ๆ มือนึงล่วงกระเป๋ากางเกง ดูอย่างกับเทพบุตรจริง ๆ ตลอดการบรรยายพรีมนั่งสังเกตวิทยากรจนลืมไปว่าต้องจดความรู้จนเวลาล่วงเลยจนหมดเวลาที่อัทธิ์บรรยาย
“ต้องขอขอบพระคุณ คุณภาสกร เหมวรานนท์หรือพี่อัทธิ์ของเราด้วยนะครับ เสียดายที่เวลาเรามีน้อยไป ขอเชิญอาจารย์มอบของที่ระลึกและขอปิดการบรรยายพิเศษเพียงเท่านี้ครับ”พิธีกรกล่าวปิดงานเสร็จนักศึกษาต่างทยอยกันออกไปส่วนกลุ่มพรีมไม่อยากไปแย่งกันออกกับนักศึกษาคนอื่น ๆเลยรอจนทุกคนออกหมดจึงลุกขึ้นออกไป พรีมที่เดินไม่ทันระวัง ชนเข้ากับใครบางคนที่ทางออก
“ขอโทษค่ะ/ขอโทษครับ”พรีมและคนที่โดนชนพูดขอโทษขึ้นพร้อมกันเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองปรากฎว่า คน ๆ นั้นคือวิทยากรคนเมื่อกี้
“ไอ้อัทธิ์ เสร็จยังกลับกันได้แล้ว”มีเสียงคนเรียกเขาจากข้างหน้า ทุกคนหันไปมองก็ต้องใเมื่อคนคนนั้นคือขุนพล ผู้ชายที่พริตตี้ไปหลอกไว้เมื่อคืนนั้นเอง
“เอะ น้อง ๆ กลุ่มนี้คุ้น ๆนะ”ขุนพลหันมาหาออกัส
“จะจีบกันเหรอค่ะถึงได้ใช้มุกนี้”ออกัสใช้วิธีการเฉไฉ
“ป่าว แต่คุ้นหน้าใช่เพื่อนของพริตตี้เมื่อคืนหรือเปล่า”ขุนพลเอียงคอมองอย่างคุ้นหน้า
“พริตตี้ไหนค่ะ พริตตี้ล้างรถเหรอ หนูเป็ให้ได้นะคะ”ออกัสทำท่าทางล้างรถอย่างตลก
“พอแล้ว อาลัยอาวรณ์น้องพริตตี้หรือไงเห็นใครก็เป็พวกเขาไปหมด”อัทธิ์เดินไปตบไหล่เพื่อน
“อย่าให้เจอก็แล้วกันคราวหน้ากูไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่”ขุนพลพูดอย่างเจ็บใจ ในขณะที่พรีมยืนกลืนน้ำลาย
“เห็นว่ามึงให้นักสืบตามตัวแล้วไม่ใช่เหรอ”อัทธิ์ถาม
“ใช่ งานนี้กูล่าตัวจนเจอแน่”ขุนพลพูด
“มึงจะอะไรกับน้องเขาว่ะทำอย่างกับเคยขาดผู้หญิงไปได้”อัทธิ์ถามอย่างเหนื่อยใจกับเพื่อน
“ก็ไม่เคยมีใครกล้ามาทำกับกูแบบนี้นิงานนี้กูต้องไม่อายฟรี”ขุนพลยังแค้นใจที่โดนเพื่อน ๆ ขำ
“ไป ๆ ๆ ไปทำงานกันเถอะ”อัทธิ์เดินกอดคอขุนพลออกไปขึ้นรถ
“พรีมมึงได้ยินแบบที่กูได้ยินใช่ไม่”เบสถาม
“อื้อ ได้ยินเต็มสองหูเลย”พรีมตอบ
“งด เที่ยวไปก่อน กูกลัวมึงจะโดนลาก”ออกัสเสริม
“เอ่อพวกมึง วันนี้ฉันจะไปบ้านคุณย่าเห็นท่านบอกว่าจะคุยเื่ฝึกงาน พวกแกไปด้วยกัน ฉันจะขอใหท่านช่วยเราจะได้ไปฝึกงานที่เดียวกันไง”พรีมเปลี่ยนเื่คุย
“ไปสิพอดีเลยฉันอยากกินอาหารชาววังอยู่พอดี”ออกัสบอกอย่างหิว
“เห็นแก่กินนะแก ฉันอยากไปถ่ายรูปกับสระบัวในสวนคุณย่า”รุ่งฟ้าหันว่าบ่นเพื่อนแต่ตังเองก็มีเป้าหมาย
“ไม่ต่างกันค่า ไม่น่าว่าเพื่อนเนอะ555555”ออกัสพูดแซะเพื่อนเล่นกัน
และทุกคนก็ขับรถออกจากมหาลัยกันเพื่อไปหาคุณย่าของพรีมที่บ้าน พรีมเป็หลานสาวคนเดียวของคุณย่านวลจันทร์ผู้สืบสายเืผู้ดีเก่ามาั้แ่สมัยก่อนพรีมเลยถูกปลูกฝั่งเื่งานบ้านงานเรือนและการวางตัวในสังคมมาั้แ่เด็กด้วยความที่ถูกสั่งสอนให้ วางกรอบ ให้อยู่ในโลกที่สวยงามทำให้เมื่อพรีมเจอเื่รุนแรงขององศาทำให้เธอช็อคและป่วยจนต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาตนเองอยู่3 ปี
“สวัสดีค่ะ ป้านุช”พรีมและเพื่อน ๆสวัสดีแม่บ้านที่คอยดูแลคุณย่าและพรีมมาั้แ่เด็ก
“อ้าว สวัสดีค่ะทุกคน คุณหนูพรีม มาแล้วเหรอค่ะคุณย่าท่านรออยู่บนบ้านค่ะ” ป้านุชบอกให้พรีมไปหาคุณย่าและทุกคนก็เดินขึ้นไปบนบ้านหาคุณย่า ตอนนี้คุณย่ากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่
“สวัสดีค่ะคุณย่า”ทุกคนสวัสดีคุณย่าพร้อมกัน
“หนูคิดถึงคุณย่าจังเลยค่ะ”พรีมเดินไปหาคุณย่าหอมแก้มและกอดคุณย่าอย่างออดอ้อน
“ไม่ต้องมาปากหวานกับคนแก่เลยถ้าคิดถึงย่าทำไมไม่มาหาย่าละ นี้กลับมาหาเดือนละครั้งทำเหมือนอยู่ไกลกัน”ย่านวลจันทร์งอนหลานสาว
“โถ่ คุณย่าขา เรียนปีสุดท้ายงานเยอะมากเลยนะคะ ไม่เชื่อคุณย่าถามเพื่อนหนูได้เลย”พรีมหันไปขอความช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่นั่งพับเพียบที่พื้นกัน
“จริงค่ะ คุณย่าขาออกัสแทบจะไม่ได้นอนเลยนะคะ”ออกัสทำหน้าน่าสงสาร
“พวกเราต้องรีบทำงานส่งอาจารย์ก่อนออกฝึกงานกันค่ะ”เบสช่วยเสริม
“นี่พวกหนูก็เครียดมากเลยเื่ฝึกงานค่ะ ยังไม่รู้จะไปฝึกกันที่ไหนเลย”รุ่งฟ้าแกล้งทำกลุ้มใจ
“พวกเราอยากไปฝึกด้วยกันค่ะคุณย่าขา”พรีมออดอ้อนคุณย่า เอาหน้าไปแนบบนตักคุณย่า
“จะให้ย่าช่วยหาที่ฝึกงานให้ว่างั้น”
“อุ้ย ใครจะกล้าค่ะคุณย่าขาออกัสไม่กล้าหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณย่าจะกรุณาหนูก็กราบขอบพระคุณคุณย่าไว้ด้วยค่ะ”ออกัสฉอเลาะกับคุณย่าอย่างน่าหมั่นไส้
“เ้าหนูออกัสนี้ ช่างฉอเลาะจริงๆ”คุณย่าชื่นชมความช่างพูดของออกัส
“ไม่ต้องเป็ห่วงเื่ฝึกงานเดี๋ยวย่าจัดการให้เอง เดี๋ยววันนี้กินข้าวเย็นกับย่านะ พรีมจะนอนที่นี่กับย่าไม่หรือจะกลับคอนโด”
“หนูจะนอนที่นี่กับคุณย่าค่ะ”พรีมบอกคุณย่า
“คุณย่าค่ะ พวกหนูขอเข้าไปถ่ายรูปสวย ๆในสวนของคุณย่าได้ไม่ค่ะ”รุ่งฟ้าขออนุญาตคุณย่า
“เอาเลยลูกตามสบายเดี๋ยวอาหารเย็นเสร็จแล้วย่าจะให้คนไปตามกันนะ”คุณย่าให้ทุกคนเดินเยี่ยมสวนตามสบายเมื่อถึง่เย็นโต๊ะอาหารถูกจัดขึ้น อาหารทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะก็เป็อาหารชาววังทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็ หมี่กรอบสามช่า หมูสร่ง แกงรัญจวนแกงระแวงเนื้อ ผัดสามฉุน และตบท้ายด้วยของหวานข้าวกระยาคูทำให้ทุกคนทานอาหารอย่างอิ่มอร่อยและมีความสุข หลังทานมื้อเย็นเสร็จเพื่อน ๆพรีมช่วยกันเก็บจานไปล้าง แม้คุณย่าจะห้ามบอกว่ามีแม่บ้านจัดการ แต่ทุกคนก็ไม่ยอมบอกว่ามาทานข้าวแล้วขอทำอะไรเพื่อตอบแทนบ้าง
“อิ่มมากเลยค่ะ คุณย่าขา”ออกัสบอก
“อิ่มจนเดินไม่ไหวแล้ว”รุ่งฟ้าเสริม
“ถ้าพวกหนูได้ทานกับข้าวฝีมือคุณย่าทุกวันมีหวังได้กลายเป็หมูกันแน่ ๆ เลยค่ะ”เบสปากหวานใส่คุณย่า
“ถ้าอยากกินก็มาหาย่ากันบ่อย ๆสิ”ย่าบอก และเมื่อทุกคนนั่งคุยกับคุณย่าจนอาหารย่อยแล้วก็ขอตัวกลับ