ท่านเสนาฯใมาก เพราะเห็นองค์หญิงฉานชิงที่เผยตนแล้วได้รับาเ็ เขารีบให้องค์หญิงกินยาแก้พิษและอุ้มพระนางเพื่อพาไปรักษาในกระโจม
ท่านเสนาฯรีบบอกทุกคนว่า “หากไม่มีคำสั่งใดๆห้ามเข้ามาเด็ดขาด”โดยมีทหารองครักษ์ยืนคุมอยู่ด้านหน้าของกระโจมป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน
ใน่เวลาคับขันที่ต้องรีบรักษาองค์หญิงท่านเสนาฯจำใจต้องถอดเสื้อนอกเปิดไหล่ให้องค์หญิง เพื่อรักษาาแที่ไหล่ทำให้ฉานชิงแต่งกายไม่เรียบร้อยแต่นางสลบอยู่จึงทำอะไรไม่ได้ เขารีบทำการใส่ยาและพันแผลให้เรียบร้อยหลังจากนั้นก็เดินกำลังภายในขับพิษให้กับองค์หญิงทันที
ท่านเสนาบดีแม้มีวรยุทธ์สูงแต่เมื่อตนเพิ่งหายจากอาการาเ็ก่อนหน้านี้ทำให้เดินกำลังขับพิษแล้ว ก็หมดเรี่ยวแรงถึงกับสลบไป
เช้าวันต่อมา ทั้งสองนอนสลบอยู่เคียงข้างกัน
ฉานชิงตื่นขึ้นมาพบว่าตนนอนอยู่ข้างๆท่านเสนาบดีและเห็นตัวเองแต่งกายไม่เรียบร้อยก็ใสุดขีด กรีดร้องเสียงดัง
ท่านเสนาฯใตื่น
“ท่าน…ท่านทำอะไรข้าทำไมข้ามีสภาพเช่นนี้” องค์หญิงฉานชิงทรงตีไปที่ฝ่ายชาย
ทหารองครักษ์ลืมตัวรีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันใเพราะเห็นทั้งสองนอนบนเตียงเดียวกันอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเมื่อเห็นภาพนั้นก็พากันรีบกล่าวขออภัยและวิ่งออกไปทันที
องค์หญิงใที่มีทหารเห็นสภาพตนเช่นนี้ก็ยิ่งโกรธท่านเสนาฯ
“ขออภัยพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่มีทางเลือกจริงๆกระหม่อมต้องเลือกช่วยชีวิตองค์หญิงก่อน แม้นั่นจะเป็การล่วงเกินก็ตาม”
ฉานชิงได้ฟังได้แต่สงบสติอารมณ์และบอกว่า “ข้าไม่เป็อะไรแล้ว ขอบคุณท่านมาก ท่านออกไปได้แล้ว”
“พระองค์ทรงเสี่ยงอันตรายเกินไปแล้วพะย่ะค่ะทั้งปลอมตัวเป็หลิงเอ๋อเพื่อรักษาองค์ชาย ทั้งแอบลอบสืบเกี่ยวกับเ้าเมืองนานกิง”ท่านเสนาฯกล่าว
องค์หญิงทรงหลุดปากว่า ”ท่านรู้” แต่ก็รีบตัดบทว่า “ท่านออกไปได้แล้ว”
ท่านเสนาฯก็เดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่พอหันไปก็แอบยิ้มมุมปาก
องค์หญิงทรงรู้สึกเจ็บใจ “บ้าที่สุด”
หลังจากนั้นการเดินทางจึงเปลี่ยนรูปแบบใหม่องค์หญิงจึงต้องนั่งรถม้าด้านหน้าสุดโดยมีท่านเสนานั่งด้านหน้าเพื่อคุมรถม้าให้
องค์หญิงทรงรู้สึกไม่อยากเห็นหน้าท่านเสนาฯ เลยบอกว่า “ท่านให้องครักษ์คุมรถม้าให้ข้าก็ได้…ท่านเสนาฯ”
“ข้าไม่ไว้ใจใครพะย่ะค่ะ”
ตลอดทางจึงมีท่านเสนาฯคอยดูแลองค์หญิงตลอดทางท่ามกลางเสียงเล่าลือความสัมพันธ์ระหว่างองค์หญิงฉานชิงกับท่านเสนาบดีจื่อหลิงหลาน