ปัญหาก็เลยมาตกอยู่ที่เสื้อผ้าชั้นนอกฉันตกลงเลือกกางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อยืดเอวลอย ชุดนี้ดูมิดชิดที่สุดล่ะเมื่อเทียบกับชุดอื่นๆที่ส่วนใหญ่เป็ชุดแดรส ชุดแซ็ค ถ้าไม่สั้นมาก ก็คอกว้างมาก
แต๋วเป็คนขับรถ พาฉันตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งพวกเราพากันเดินช็อปปิ้งกันอย่างเพลิดเพลินพอได้หงายเหงาพอเห็นเสื้อผ้าและสิ่งของมากมายทำให้ฉันอดนึกถึงเพื่อนๆที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่ได้ นานๆ จะมีโอกาสได้รับเสื้อผ้าใหม่สักชุดหนึ่ง
พวกเราเข้าไปกินพิซซ่ากันแล้วก็นึกถึงสมัยที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขึ้นมาอีกพออิ่มฉันก็เดินซื้อของอีกสักพัก ก็สั่งพิซซ่าให้เขาไปส่งส่วนฉันกับแต๋วก็หอบเสื้อผ้าข้าวของที่ซื้อมามากมายไปมอบให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าวันนั้นฉันหมดเงินไป 50,000 กว่าบาท ทำเอาใจหายเหมือนกันแต่ก็รู้สึกเป็สุขใจ
ขณะรถติดไฟแดงระหว่างทางกลับบ้านแต๋วก็ชี้ให้ฉันดูเด็กขายพวงมาลัยที่นั่งอยู่ริมขอบถนนด้านซ้ายคนหนึ่ง
“มีอะไรหรือคะพี่แต๋ว”ฉันถามอย่างแปลกใจพลางมองตามนิ้วที่ชี้ไป
“เอ่อ เมื่อกี้พี่เห็นเขาถูกรถเฉี่ยวล้มลงแล้วก็เดินไปนั่งตรงนั้นน่ะ”สาวทอมอธิบายหน้าตาดูไม่ค่อยดี
“อ้าวแล้วรถคันที่เฉี่ยวล่ะ เขาไม่ลงไปดูเลยเหรอ”ฉันถามอย่างสงสัยพลางกวาดตามองรถคันอื่นที่ติดไฟแดงอยู่ไม่ไกล
“เอ่อเขาพุ่งเลยไปก่อนที่จะไฟแดงแล้วค่ะ”เธอตอบพลางหันไปมองเด็กคนนั้นอีกครั้ง
ฉันมองไปที่เด็กคนนั้นอย่างลังเลดูแล้วคงยังไม่โตดีตัวผอมๆ สวมหมวกคลุมหน้ากันแดดเผาโผล่แต่ตา ท่าทางลุกลี้ลุกลนมองไปรอบๆแต่ก็ยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น หรือว่าเขาจะาเ็...ถ้างั้นก็อันตรายแล้ว
ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจให้แต๋วแอบรถออกนอกถนนชิดขอบทางก่อนเปิดประตูเดินตรงไปที่เด็กคนนั้นทันที
“เอ่อ น้องเป็อย่างไรบ้างจ๊ะ ถูกรถชนเหรอ”ฉันถามทันทีเมื่อเดินไปถึง
“หา อะ อะไรคะ...”เสียงแหลมเล็กถามกลับมาหน้าตาตื่น...เด็กคนนั้นดูเหมือนจะใมากที่มีคนลงมาถามแบบนั้น...นานมาแล้วเคยถูกคน มาหาเื่ว่าเดินชนรถเขาจนมีรอยบุบ
ฉันย่อกายลงข้างๆร่างนั้นเอื้อมมือไปััไหล่พลางลูบช้าๆ และเอ่ยปลอบเบาๆ “ไม่ต้องใจ้ะไม่มีอะไร แค่เห็นน้องถูกรถเฉี่ยวแล้วนั่งอยู่ตรงนี้ก็เลยลงมาดูน่ะ”
ร่างเล็กๆ นั้นยังมองกลับมาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจแต่เมื่อมองเห็นว่าคนที่เข้ามาทักเป็เพียงหญิงสาวที่อายุไม่มากกว่าตัวเองเท่าไรที่สวยมากคนหนึ่งและดูท่าทางใจดีก็เริ่มวางใจ
“เอ่อ ไม่เป็ไรค่ะ แค่ขาถลอกเจ็บนิดหน่อยเอง”ร่างนั้นพูดพลางลูบไปที่ขาเรียวข้างหนึ่ง
ฉันมองตามไปบนกางเกงผ้ายืดบางสีตุ่นๆตัวนั้นมองเห็นคราบสีเข้มที่ซึมออกมาชัดเจน นั่นมันรอยเืนี่นา ฉันเริ่มใจไม่ดีเงยขึ้นมองหน้านั้นอีกครั้งแต่ก็ไม่เห็นอาการอะไรนอกจากดวงตาแห้งแล้งคู่นั้น พอได้ยินเสียงเดินเข้ามาใกล้ฉันก็หันไป...อ้อ แต๋วมาแล้ว
“ไป พี่จะพาไปหาหมอ”ฉันหันไปมองแต๋วพร้อมกับทำท่าพยุงร่างนั้นขึ้น แต๋วจึงเข้ามาช่วย
“อ้าว เป็ผู้หญิงเหรอ”เมื่อขึ้นมานั่งเบาะหลังคู่กับฉัน เธอก็ถอดหมวกคลุมหน้าออก ด้วยท่าทางตื่นๆ
ฉันจ้องมองหน้าเธออย่างสนใจ คิ้วหนา ตากลมโตจมูกเป็สัน ขนตางอนเป็แพ อือ เหมือนจะสวยเหมือนกันนะ แต่แก้มที่ตอบจนเห็นโหนกแก้มนั้นบอกได้ว่าเธอคงอดอยากมาก มองดูเหมือนขาดสารอาหารแม้จะตัวไม่ค่อยโตแต่หน้าที่หยาบกร้านทำให้ฉันเดาอายุเธอไม่ถูก
เธอบอกว่า ชื่อ “หนิง” อยู่กับยายที่ป่วยไปไหนไม่ได้ในเพิงใกล้วัด ทุกวันเธอจะมารับจ้างขายพวงมาลัยที่สี่แยกไฟแดงนั้น ถ้าขายหมดจะได้150 บาท แต่เธอไม่เคยขายหมดหรอก จึงได้วันละ 80-90 บาท แค่ได้ค่าข้าวไปวันๆ ไม่มีปัญญาพายายไปหาหมอหรอก...ฉันได้ฟังถึงกับน้ำตาซึม...แต่ก่อนคิดว่าตัวเองลำบากแล้วแต่นึกไม่ถึงว่าจะมีคนที่ลำบากยิ่งกว่าอีก
แต๋วแวะเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนใกล้ๆแถวนั้นแต่รถเข้าไปด้านในไม่ได้ ฉันจึงประคองหนิงเดินเข้าไปแต่กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่โชยมาทำเอาฉันต้องเบือนหน้าหนีอือ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อาบน้ำมานานแค่ไหนแล้วนะนี่ ทำไมกลิ่นตัวแรงจัง
ฉันพาเธอไปนั่งรอตรงม้านั่งหน้าห้องตรวจแล้วตรงไปติดต่อที่ธุรการ พอเดินกลับมายังไม่ทันถึงดีก็ได้เสียง...
“นี่เธอ ถ้าไม่มีเงินก็ไปที่อนามัยสิที่นี่ต้องใช้เงินนะ...แล้วก็ดูสิเสื้อผ้านี่ไม่ได้ซักมานานแค่ไหนแล้วเนี่ยเหม็นจะตายอยู่แล้วไปๆ ออกไปเลย” เ้าหน้าที่หญิงวัย 20 ปีปลายๆ บ่นเสียงดัง
“มีอะไรเหรอคะพี่” ฉันรีบก้าวยาวๆ ตรงเข้าไปทันทีพลางมองไปที่หนิง ซึ่งนั่งก้มหน้านิ่งท่าทางหวาดกลัว
“ขอรถเข็นด้วยคะ น้องเขาขาเจ็บ”ฉันหันไปบอกเ้าหน้าที่หญิงคนนั้นเสียงดัง เธอหันมาตามเสียงก่อนสายตาจะมองเลยฉันไปทางด้านหลัง
“ไหน คะน้องคนเจ็บอยู่ไหน”เธอถามเสียงอ่อนหวานผิดกับเมื่อตอนแรกราวหน้ามือกับหลังมือ
ฉันเดินไปจับไหล่หนิงไว้พลางมองหน้าเ้าหน้าที่หญิงคนนั้น แล้วยื่นเอกสารให้เธอทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแต่ก็ไปจัดการเื่รถเข็นแต่โดยดี...หมอตรวจและทำแผลให้พลางทำหน้าแปลกๆมองมาที่ฉันสลับกับคนไข้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากถามสาเหตุที่าเ็
หนิงาเ็ไม่มากแค่าแภายนอก ทายาทำแผลแล้วรับยาแก้อักเสบ แก้ปวดแก้ไข้ ประมาณนี้ก็เรียบร้อย แต่กลิ่นตัวของเธอสิทำไงดีตอนขึ้นรถมาทีแรกก็ไม่ค่อยเท่าไร พอไปประคองอย่างใกล้ชิดถึงได้รู้สึกว่าไม่ธรรมดา
“คุณนุช แวะโรงแรมดีไหมคะ” แต๋วเอ่ยถามสายตาจ้องมองถนนด้านหน้าขณะพวกเรานั่งรถออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว
“เอ่อมีอะไรเหรอพี่แต๋ว” ฉันมองคนขับรถพลางถามอย่างงงๆ
“ก็เื่หนิง นี่ไงคะ...เอ่อ...กลิ่น...” แต๋วมองสบตาฉันทางกระจกส่องมองหลังแล้วเอ่ยออกมาตรงๆ
“เออจริงด้วย...แวะข้างหน้าเลยนั่นๆ”ฉันชี้ไปที่ป้ายโรงแรมข้างทางทันทีเมื่อเข้าใจความหมายที่แต๋ว้าสื่อ
ฉันเช็คอินเสร็จก่อนพาหนิงเข้าไปในห้องก็ให้แต๋วไปจัดซื้อเสื้อมาให้ หนิง 2 ชุดทั้งชั้นนอกชั้นในพร้อมรองเท้า...พอเข้าห้องไป หนิงทำหน้างงๆ อย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
“เอาเธอเข้าไปอาบน้ำก่อนนะไม่ได้อาบน้ำมานานเท่าไรแล้วนี่ แล้วชุดนี้ก็ทิ้งไปเลยฉันให้พี่แต๋วไปซื้อให้ใหม่แล้ว...” ฉันเอ่ยเสียงอ่อนโยนพลางชี้ไปทางห้องน้ำ
ร่างผอมบางเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่ายฉันได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ๆ อยู่สักครู่ก็เงียบไป แต่ก็ไม่เห็นหนิงออกมาสักที จึงสงสัยเดินไปที่หน้าห้องน้ำเห็นประตูแง้มอยู่จึงเปิดเข้าไป ก็เห็นเธอนั่งนิ่งอยู่บนฝาชักโครกในชุดเดิมแต่มีร่องรอยความเปียกชื้นจัดเจน
“อ้าวทำไม ไม่อาบน้ำล่ะจ๊ะ” ฉันถามเธออย่างแปลกใจ
“เอ่ออาบแล้ว”เธอตอบมาเบาๆ ฉันจึงสังเกตใบหน้าเธอ เออจริงแฮะ หน้าขาวผ่องเชียวแล้วฉันก็นึกขึ้นได้จึงมองไปรอบๆ อ้าวไม่มีผ้าเช็ดตัวนี่นา ฉันถึงได้เข้าใจ
ฉันเดินออกมาหยิบผ้าเช็ดตัวที่พับวางอยู่ปลายเตียงนอนพลางเดินกลับเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง แต่ขณะเดินนั้นฉันก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา...หน้าตาเธอก็สวยใช้ได้นะ...แล้วรูปร่างเธอจะเป็ไงหนอ...ชักอยากเห็นแล้วสิ...ทำไงดี
“ขอโทษทีนะจ๊ะฉันลืมไปว่าผ้าเช็ดตัวอยู่ข้างนอก เธออาบใหม่ก็แล้วกัน แล้วนุ่งผ้าเช็ดตัวรอเดี๋ยวชุดใหม่ก็มาแล้ว ชุดเก่าทิ้งได้แล้วจ้ะ ทั้งขาดทั้งสกปรก”ฉันพูดอย่างเผด็จการเต็มที่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง
หนิงยืนนิ่งมองหน้าฉันด้วยสายตาแปลกๆแต่ไม่พูดอะไรได้แต่เม้มปากแน่น...อ้อเธอคงอายล่ะสิ...อยากให้ฉันออกไปก่อนนั่นเอง...แต่ฉันจำวิธีการของแม่ไว้แล้ว
“ถอดเสื้อผ้าออกอาบน้ำเลยจ้ะไม่ต้องอายหรอกเราผู้หญิงด้วยกันแล้วอีกอย่างจะได้ช่วยดูด้วยว่าเธออาบสะอาดดีหรือยัง”ฉันนึกถึงคำพูดของแม่ในวันที่ให้ฉันลองสวมชุดว่ายน้ำให้ดู
แต่ดูเหมือนเธอจะอายมากจริงๆหน้าเธอเริ่มแดง ยืนถือผ้าเช็ดตัวไว้แน่น...ฉันก็เริ่มรุกต่อ
“ถ้าเธออายเดี๋ยวฉันแก้ผ้าด้วยก็ได้ ดีเหมือนกันจะได้ช่วยเธอถูหลังด้วยไง”พูดพลางฉันก็รูดเสื้อยืดออกทางศีรษะ ก่อนจะถอดกางเกงยีนส์จากนั้นก็ชั้นในทั้งหมดแล้วเอาออกไปวางไว้บนเตียงนอนด้านนอก
พอเดินกลับเข้ามาเธอก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแต่คราวนี้หน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว...แต่ฉันก็ไม่หยุดแค่นี้ตรงไปถอดเสื้อผ้าเธอทันที
“เอ่อมะ ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวถอดเอง” เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบเลี่ยง ฉันหรือจะยอมในที่สุดผ้าเก่าเหม็นๆ นั้นก็หลุดไปจากร่างบางจนหมด
เธอผอมมากจริงมองเห็นไหปลาร้าลึกโบ๋แล้วก็ซี่โครงชัดเจนมาก แต่ผิวเธอก็ขาวมาก ถึงจะดูหยาบๆไปนิดเพราะขาดการบำรุง แม้เธอใช้สองมือปิดบังส่วนสำคัญไว้ตลอดเวลาแต่ฉันก็ยังเห็นได้ไม่ยาก เต้านมทั้งคู่ของเธอเหมือนซาละเปาที่มีจุกเล็กๆอยู่ตรงกลาง ต่ำลงไปสะดือของเธอวนเป็ก้นหอยสวยมาก แต่คาดไม่ถึงว่าเนินเนื้อที่เต็มไปด้วยเส้นไหมละเอียดสีเข้มหยิกหยอยนั้นกลับโหนกนูนออกมาต่างจากอวัยวะส่วนอื่นโดยสิ้นเชิง
ภาพนั้นทำเอาฉันกลืนน้ำลายฝืดคอรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาทันทีอาการแทบจะไม่ต่างที่ได้เห็นร่างเปลือยของแม่ในวันนั้นเลย อือหรือว่าเราชอบผู้หญิงจริงๆ ฉันเริ่มสับสนกับตัวเองขึ้นมาแล้ว...ฉันก็อยากััเนินเนื้อของหนิงจริงๆนะ
ฉันเห็นเธอยังยืนนิ่งจึงดึงแขนเธอตรงไปใต้ฝักบัวทันที่แล้วปรับน้ำให้อุ่นพอเหมาะก่อนจะฉีดไปด้านหลังศีรษะที่มีผมยาวสลวยของเธอทันที...
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า