"ท่านเ้าสำนักปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ.." เทียนเจิงยกสองมือขึ้นมาประสานก่อนจะเอ่ยถาม
"ข้าไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องเป็กังวลไป" วู่เทียนหลางแย้มยิ้ม ก่อนจะกล่าวตอบ
และในยามนั้นเองที่ เฟยฮุนซึ่งติดมากับกลุ่มนี้ด้วย หลังจากมันส่งคุณหนู…ไปยังที่ปลอดภัยแล้ว ได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์สักเท่าใดว่า
"ห่าวหราน เ้ามาทำอันใดอยู่กับท่านเ้าสำนักตรงนี้กัน"
พอได้ยินเช่นนั้นห่าวหรานก็นิ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่วู่เทียนหลางจะรีบกล่าวขึ้นแทน
"มิมีอันใดมากหรอกหลานชาย พอดีว่าก่อนหน้านี้ ข้าได้ประมือกับคนของพรรคมาร และพวกมันก็เล่นลอบกัด โชคดีพ่อหนุ่มผู้นี้ผ่านมาพบจึงได้เข้ามาขัดขวางเอาไว้…" วู่เทียนหลางกล่าวตอบเฟยฮุนออกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
แม้นจะเป็เื่ที่พึ่งแต่งขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ห่าวหรานไม่ต้องคิดหาข้อแก้ตัวกับเฟยฮุนอีก
"เช่นนั้นรึขอรับ…ช่างถือเป็เื่น่ายินดีจริง ๆ " เฟยฮุนเองก็ยิ้ม และเอ่ยขึ้น ทว่า…น้ำเสียงของมันมีความไม่พอใจแฝงอยู่ถึงสิบสองส่วน ยอมเป็เช่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะนี้มิใช่ครั้งแรกที่คนทั้งสองพบเจอกัน ครั้งก่อนก็เป็ห่าวหรานที่แสดงตัวออกไปช่วยวู่เทียนหลาง ซึ่งปลอมตัวเป็ชายชราอ่อนแอ ไหนจะครั้งนี้อีก ความอิจฉาริษยาในกายของเฟยฮุนจึงลุกโชน
"จะว่าไปเมื่อสักครู่ หลานชายเอ่ยนามของพ่อหนุ่มผู้นี้ แสดงว่าพวกเ้ารู้จักกันกระนั้นรึ..? "
"ขอรับท่านเ้าสำนัก มัน..เอ่อ ข้าหมายถึง ห่าวหรานเป็คนรับใช้ของข้าเอง เขาติดตามข้ามาจากบ้านเกิด"
"โอ้ เป็เช่นนี้นี่เอง…"
เมื่อทั้งสองสนทนากันเสร็จ ก็ได้มีคนอื่น ๆ อีกหลานคนปรากฏตัวออกมา และหนึ่งในนั้นก็คือเ้าอาฟง นั้นเอง
"คุณชาย..! คุณชาย..! ท่านอยู่ตรงนี้นี่เองข้าตามหาแทบแย่ ท่านปลอดภัยดีหรือไม่ าเ็ตรงไหนหรือ เปล่า.." เ้าอาฟงพลันวิ่งเข้า มาสำรวจตรวจตรานายน้อยของมันอย่างถ้วนถี่ ท่ามกลางสายของผู้คนมากมายที่จ้องมองมาอยู่ ซึ่งนั้นก็ทำให้เฟยฮุนรู้สึกอับอายมาก จนมันต้องกระแอมเสียงดังให้ เ้าอาฟงหยุด
"ขะ..ข้าน้องขออภัยขอรับ" มันรีบก้มหัวขอโทษคุณชายของมันอย่างเร็วรี่ ก่อนที่หางตาจะเหลือบมาเห็นเข้ากับห่าวหรานซึ่งยืนอยู่ข้างกาย วู่เทียนหลาง
"หือ..? จะ…เ้า….!!" เ้าอาฟงเบิกตากว้างด้วยความตื่นใ ก่อนที่มันจะส่งเสียงดัง พร้อมชี้นิ้วมาที่ห่าวหราน
"เ้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แถมยัง..ไปยืนเคียงกับท่านเ้าสำนักอีก ไอ้ขี้ข้าชั้นต่ำ กลับมาอยู่ข้างกายของคุณชายเดี๋ยวนี้เลย" เ้าอาฟงตวาดเสียงลั่นด้วยความโมโห โดยมิได้เกรงใจผู้ใดทั้งสิ้น เฟยฮุนเองยิ่งอับอายหนักกว่าเดิม ที่คนรับใช้ของมันทำอะไรเช่นนี้ แต่ก็มิทันได้กล่าววาจาอันใดออกมา เพราะมีใครบางคนพูดขึ้นมาแทรกเสียก่อน
"โอ้ อยู่ตรงนี้กันนี่เอง"
ผู้ที่เอ่ยขึ้นมิใช่ใครอื่น แม่ทัพ…. พร้อมทั้งบุตรสาว และสาวใช้ของนางนั้นเอง
"ท่านแม่ทัพ….ท่านปลอดภัยดีใช่หรือไม่" วู่เทียนหลางเอ่ยถาม
"เรียนท่านเ้าสำนัก ตัวข้าพร้อมทั้งบุตรสาว และคนอื่น ๆ ปลอดภัยดี ทั้งนี้ก็เพราะได้เด็กหนุ่มผู้นี้ช่วยเอาไว้" ….เอ่ยขึ้นพร้อมผายมือไปทางด้านหลัง ก่อนที่ทุกคนในที่นั้นจะได้พบกับเด็กหนุ่มรูปร่างกำยำผู้หนึ่งยืนยิ้มด้วยท่าทางเคอะเขินอยู่ ผู้อื่นที่มองดุอาจจะไม่รู้จักมัน แต่ไม่ใช่กับ ห่าวหราน เฟยฮุน หนิงอวี้ และเ้าอาฟงเป็แน่ เพราะเด็กหนุ่มผู้นี้ก็คือ จางิ่นั้นเอง..
"จางิ่นี่เ้า..!" สองตาของห่าวหรานเป็ประกายก่อนที่รอยยิ้มแห่งความยินดีจะพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า มันพลันก้าวเท้าเข้ามาหาน้องชายร่วมสาบานด้วยท่าทางตื่นเต้น
"ที่ข้ากับบุตรสาวรอดชีวิตมาได้เพราะเด็กหนุ่มผู้นี้จริง ๆ เขาช่างองอาจกล้าหาญ และมีพละกำลังมหาศาลจริง ๆ " …..เอ่ยชมจางิ่ไม่หยุดปาก พร้อมด้วยท่าทางพึงพอใจเป็อย่างมากแถมดูเหมือนจะไม่ใช่เขาคนเดียว เพราะ….บุตรสาวเองก็แอบอมยิ้มอย่างเขินอาย และจ้องมอง จางิ่ตาไม่กะพริบ ดูเหมือนว่านางจะมีใจให้เด็กหนุ่มบ้านนอกร่างกำยำผู้นี้ไปเรียบร้อยแล้ว
และ หากว่าทั้งสองพ่อลูก กับคนอื่น ๆ กำลังมองจางิ่ด้วยความชื่นชม ก็ยังสายตาของคนอีกสองคนที่มองมาด้วยความอิจฉาริษยาเป็อย่างยิ่ง เฟยฮุน กับเ้าอาฟงนั้นเอง
เฟยฮุนกำหมัดแน่น ไม่แสดงอารมณ์ออกท่าทางสีหน้า ทว่า…ในใจของมันนั้นร้อนยิ่งกว่าไฟในนรก
"นี่คือเื่บ้าอันใดกัน… ข้าเป็ถึงคุณชายผู้สูงศักดิ์ของสกุลเฟย ผู้ซึ่งช่วยชีวิตของบุตรสาวรองแม่ทัพ แต่มัน…มันเป็แค่คนรับใช้ต่ำต้อย ไฉนถึงโอกาสได้ไปช่วยชีวิต ท่านแม่ทัพ กับบุตรสาวของเขา ฟ้าดินช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย.."
และหากว่า ความโกรธเกรี้ยวของเฟยฮุนนั่นว่าร้อนแรงแล้ว แต่ก็ยังมิอาจเทียบได้กับ คนรับใช้คนสนิทของมันได้เลยแม้แต่น้อย เ้าอาฟง แถมอยากจะระบายโทสะออกมา และพุ่งเข้าบีบคอจางิ่ให้ตามซะเดี๋ยวนี้ แต่มันก็ทำไม่ได้ ดวงตาของมันรุ่มร้อนจนแทบจะเผาทำลายทุกสิ่งรอบกายได้อยู่แล้ว ทว่า…ในตอนนั้นเอง รอยยิ้มชั่วร้ายของเ้าอาฟงก็พลันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่มันจะหันไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับ นายน้อยของมันชั่วครู่ และหลังจากพูดคุยกันจบ ท่าทีของทั้งสองจึงสงบลง คล้ายกับพวกมันคิดวางแผนชั่วบางอย่างเพื่อที่จะเตรียมเล่นงาน ห่าวหรานกับ จางิ่ เมื่อทั้งสองกลับไปถึงบ้าน...
เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างทุกอย่างสงบลง วู่เทียนหลางจึงคิดที่จะให้เหล่าลูกศิษย์ของมัน กระจายตัวไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวเมือง ที่ได้รับผลกระทบจากการบุกของสัตว์อสูรฟ้าดินของพรรคหมื่นมาร ทว่า….ในยามนั้นเองก็ได้มีผู้เข้าทดสอบคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
"เรียนถามเ้าสำนัก ก่อนที่ท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์ไปช่วยชาวเมือง ข้ามีคาใจอยากถามท่านสักเื่จะได้หรือไม่"
"เื่อันใดรึ.? พ่อหนุ่มเชิญถามมาได้เลย"
"ขอรับ เื่ที่ข้าจะถามก็คือ เื่ของการเข้าทดสอบในปีนี้ ท่านเ้าสำนักยังคิดจะทดสอบต่อหรือไม่ รึท่านจะรอเลื่อนออกไปก่อน โปรดให้ความกระจ่างแก่ข้า และคนอื่น ๆ ในที่นี้ด้วย"
เมื่อผู้ทดสอบผู้นั้นเอ่ยถามจบ ก็มีเสียงอืออึ้งดังขึ้นมาโดยรอบ จากนั้นก็มีคำถามแบบเดียวกันตามมาจากปากของ เหล่าขุนนาง แม่ทัพอีกหลายคนด้วย พวกมันก็คงอยากรู้ว่าบุตรหลานของตนเองจะได้เข้าทดสอบเป็ศิษย์ต่อหรือไม่นั้นเอง…
วู่เทียนหลางเอามือลูบเครายาวสีขาว ก่อนจะครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ได้เรียกเทียนเจิงเข้าไปใกล้ ๆ และกล่าวบางอย่างกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อกล่าวจบเทียนเจิงจึงได้หันมา แล้วเอ่ยเสียงดังขึ้น
"พวกท่านทุกคนจงฟังคำของข้าให้ดี ข้านั้นได้ปรึกษากับเ้าสำนักเรียบร้อยแล้ว รายชื่อที่ข้าจะเอ่ยต่อไปนี้…คือผู้ที่จะได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักเราในปีนี้…!"
"หือ..? ผู้ที่ถูกเอ่ยชื่อจะได้เข้าเป็ศิษย์กระนั้นรึ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน.."
จบบทที่ 23