บทที่ 154
เรื่องซับซ้อน
สือหยางแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน ในยามนี้ขุนพลผู้นี้กำลังสับสน “ นี่มันอะไรกัน ”
“ ข้าสับสนกับเรื่องราวทั้งหมดแล้วนะขอรับไม่รู้ว่าข้าจะทำความเข้าใจกับมันอย่างไรดี ” ภายในหัวของขุนพลผู้นี้กำลังสับสนเป็นอย่างมาก
เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องราวที่ตัวของมันไม่คาดคิดมาก่อน ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่าทุกอย่างมันจะออกมาในรูปแบบนี้
สือหยางอยู่กับแม่ทัพของตนเองมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ที่เริ่มก่อตั้งกองทัพและก็เริ่มสร้างหลายๆอย่างขึ้นมา
ออกศึกแล้วก็ช่วยกันสู้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่รู้จักกัน ตัวของมันไม่เคยเห็นแม่ทัพของตนเองมีท่าทีแบบนี้มาก่อนเลย
แม่ทัพของมันอย่าว่าแต่มีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องสตรีเลย แม้แต่เข้าใกล้สตรีสักคนยังไม่เคยเห็น
แต่ในยามนี้อยู่ดีๆมันเองก็มีเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมา มันเองก็สับสนเช่นเดียวกันไม่คิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับท่านแม่ทัพ
“ มีอันใดเหตุใดเจ้าจึงแสดงใบหน้าเช่นนั้น ”
“ การที่ข้าจะมีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องสตรีมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากอย่างนั้นหรือ ” หวงเจียวลู่หันไปถาม
“ ข้าก็เป็นบุรุษการที่จะมีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้มันก็ไม่น่าจะแปลกอันใดไม่ใช่หรอ ”
“ นั่นก็จริงขอรับแต่ว่ามันเกินคาดสำหรับตัวของข้าไปซักหน่อย ”
“ เกินคาดอย่างงั้นรึหรือเจ้าคิดว่าในชีวิตนี้ตัวของข้าจะไม่ตกแต่งกับสตรีนางใดอย่างงั้นรึ ” แม่ทัพหนุ่มแสดงรอยยิ้ม
“ ก็หาคงประมาณนั้นกระมังขอรับก็ก่อนหน้านี้ดูสิขอรับตัวของท่านเคยเอาชนะศึกมากมาย ในการเอาชนะศึกแต่ละครั้งเหล่าแม่ทัพที่ชื่นชมในตัวท่านก็พากันยกบุตรสาวของตนเองให้กับท่าน”
“ แต่ตัวของท่านเองก็ปฏิเสธทั้งหมด ”
“ พวกนางล้วนแล้วเป็นคนที่มีหน้าตาสละสลวยแถมมารยาทก็งดงามแต่ว่าตัวของท่านก็ปฏิเสธทั้งหมดอย่างไรเยื่อใย แต่ในยามนี้กลับมาชื่นชอบคุณหนูตระกูลซูอย่างนั้นหรือขอรับ ”
“ ไม่ได้อย่างนั้นหรือ ”
“ ไม่ใช่ขอรับแต่ว่าคุณหนูตระกูลซูท่านแม่ทัพเองก็รู้ว่าตัวของนาง ”
“ ตัวของนางเป็นคนที่ผู้คนภายในเมืองหลวง พากันเรียกว่าสตรีผู้เลวร้ายที่สุดอย่างนั้นหรือ ”
“ ขอรับ ” สือหยางไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยซัก
ในตอนนี้ตัวของขุนพลคู่กายที่อาศัยอยู่กับแม่ทัพหนุ่มมาเป็นเวลานานไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้มีสตรีที่เพียบพร้อมทางด้านกิริยามารยาทแถมนิสัยยังดีมากมาย
พวกนางล้วนแล้วเป็นคนที่พร้อมจะมอบทั้งกายทั้งวิญญาณให้กับท่านแม่ทัพแต่เหตุใดท่านแม่ทัพจึงปฎิเสธ
ในยามนี้กลับมาชื่นชอบคุณหนูตระกูลซูที่ผู้คนพากันพูดว่านางเป็นมารร้ายแห่งเมืองหลวง
ยิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางด้านของขุนพลคู่กายก็ยิ่งสับสนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากขึ้นไปอีก
“ ฮ่าๆๆ ไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นสินะ ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อยได้หรือไม่ ”
“ อันใดอย่างนั้นหรือขอรับท่านแม่ทัพ? ”
“ ในช่วงที่ผ่านมาคุณหนูตระกูลซูเป็นคนอย่างที่พวกคนภายในเมืองหลวงกล่าวกันหรือไม่ ” หวงเจียวลู่ถามกลับ
“ ไม่ขอรับจองที่ตัวของข้าได้รู้จักนางมา นางไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย ”
“ ตัวของนางเป็นคนที่มีจิตใจดีแถมยังเป็นคนที่สงบนิ่งแล้วก็ยังเป็นคนที่ฉลาดเฉลียวอีกด้วย อีกทั้งความสามารถของนางเองก็อยู่ในระดับที่น่าชื่นชมถึงแม้ว่านางจะเป็นสตรี ”
“ ถ้าให้พูดตามตรงตัวของนางคงจะแตกต่างจากที่ผู้คนส่วนใหญ่ภายในเมืองหลวงพากันพูดนะสิ่งที่ข้าได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง ”
“ ใช่ตัวตนของนางแตกต่างจากที่ผู้คนภายในเมืองหลวงพากันพูดกัน ในเมื่อเป็นแบบนั้นเหตุใดข้าจะชื่นชอบนางไม่ได้ ”
“ นางฉลาดเฉลียวมีเสน่ห์แถมยังมีความสามารถ ” หวงเจียวลู่พลางยิ้ม
สือหยางดวงตาเบิกกว้างขึ้นเห็นแม่ทัพหนุ่มของตนเองแสดงท่าทีเช่นนั้น
ตัวของมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแม่ทัพของมันจะมีมุมแบบนี้ด้วย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น “ ท่านแม่ทัพขอรับ!!! ”
“ คุณหนูตระกูลซูมาขอพบขอรับ ” ทหารที่อยู่ด้านนอกเข้ามารายงาน
“ เอาละดูเหมือนว่านางจะมาแล้ว”
“ ให้นางเข้ามาได้ ”
…
ซูฉีสาวเท้าก้าวเข้ามาด้านในกระโจมของแม่ทัพอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของซูฉีเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
“ ท่านแม่ทัพเจ้าคะเรื่องที่เกิดขึ้นจะเอาอย่างไรดีเจ้าค่ะ ” ซูฉีแสดงใบหน้าตื่นตระหนก นางไม่สามารถสงบใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้
ก็คงจะไม่สามารถสงบใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะว่าในตอนนี้ด้านนอกมีผู้คนมากมายพูดกัน
แน่นอนว่าตอนนี้มีผู้คนมากมายพากันพูดเกี่ยวกับเรื่องของนางและแม่ทัพหวง
ผู้คนมากมายพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้นมันเองอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของนางไม่ช้าหรือเร็วอย่างไรเสียมันก็คงจะมีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นในเมื่อมันมีผลกระทบเกิดขึ้นกับชีวิตของนางแล้วจะทำให้นางนั้นสงบใจอยู่ได้อย่างไรเหล้า
“ นี่ตัวของท่านเหตุใดถึงนั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบใจได้เช่นนั้นเจ้าคะ ”
“ หรือว่าท่านยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องที่ผู้คนภายในเมืองพากันพูดกันอยู่ในตอนนี้ ”
“ ไม่หรอกไม่หรอกเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะไม่มีทางที่คนของกองทัพเกราะดำจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวภายในเมือง ” ซูฉีพูดกับตนเอง
อย่างไรเสียนางก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่แม่ทัพผู้นี้จะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องที่ผู้คนภายในเมืองกำลังพูดกันอย่างแน่นอน
พวกกองทัพเกราะดำจมูกไวราวกับว่าเป็นสุนัขเหตุใดจะไม่รู้
“ คุณหนูซูนั่นแหละเหตุใดจึงแสดงท่าทางร้อนรนเช่นนั้น ”
“ หรือว่ามีเรื่องอันใดที่ทำให้ท่านไม่สบายใจอย่างนั้นหรือ ”
“ ก็เรื่องที่ผู้คนภายในเมืองกำลังพูดกันอย่างไรเจ้าค่ะ ท่านเองก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้ผู้คนภายในเมืองกำลังพูดเกี่ยวกับเรื่องของพวกเรา ”
“ แล้ว… ” แม่ทัพหนุ่มแสดงท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ เหตุใดจึงแสดงใบหน้าเช่นนั้นเจ้าคตอนนี้ผู้คนพูดเกี่ยวกับเรื่องของเรามันเองเป็นปัญหาเลยไม่ใช่หรือเจ้าค่ะ ”
“ อันใดที่ว่าเป็นปัญหาตัวของข้ายังมองไม่เห็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย ผู้คนภายในเมืองก็แค่พูด อีกอย่างนะในตอนนี้ในเมื่อข่าวพวกนั้นหลุดรอดออกไปแล้วจะทำอย่างไรได้”
“ แม้จะเป็นตัวของข้าแต่ข้าเองก็ไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะหยุดหรือเปล่าของผู้คนที่กำลังพูดต่อกันไป ”
“ ในตอนนี้แม้แต่กำลังของข้าก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้ ”
มันก็จริงอย่างที่แม่ทัพหนุ่มผู้นี้กล่าวข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ป่านนี้คงกระจายออกไปอย่างรวดเร็วต่อให้เป็นกำลังของกองทัพก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้
“ ถึงจะไม่สามารถทำอะไรได้ฉันเองก็น่าจะแก้ตัวได้ไหมเจ้าค่ะ ”
“ แก้ตัว? ”
“ แก้ตัวเรื่องอันใดกันเรื่องที่ผู้คนกำลังพูดในตอนนี้มันก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมดไม่ใช่รึ ” แม่ทัพหนุ่มยักไหล่ทั้งสองข้างแสดงท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์
ซูฉีกัดฟันแน่นใบหน้าของนางแดงก่ำ “ นี่…. ”
จบบท