ยามนี้เป็เวลาดึกมากแล้วทุกคนในวังพายัพหลับสนิท เบื้องหน้าของเสวี่ยหลินตอนนี้คือ Platformที่เป็หน้าต่างสกิลต่างๆ ที่นางสามารถใช้ได้ ั์ตาเล็กๆกำลังอ่านรายละเอียดของแต่ละสกิลอย่างตั้งอกตั้งใจ นางมีแต้มเพียง 75 แต้มยังถือว่าน้อย ดังนั้นการเลือกสกิลมาใช้จึงต้องเลือกอย่างระมัดระวังและให้เกิดประโยชน์สูงสุดแม้นางจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดก็ตามเพราะนางคร้านที่จะเปลี่ยนบ่อยๆ สกิลที่ใช้บ่อยเท่าใด นางก็จะคุ้นเคยและมีความชำนาญมากขึ้น
สกิลที่นางสามารถใช้ได้เวลานี้สามารถอัพเกรดได้สูงสุดถึงเลเวลสิบหากจะอัพเกรดมากกว่านั้น นางก็ต้องเพิ่มระดับลมปราณให้ได้ แต่บางสกิลตอนนี้ก็สามารถอัพได้ถึงเลเวลสิบห้า
เสวี่ยหลินกำลังจดชื่อสกิลที่นาง้าออกมาก่อนเพื่อที่จะคัดเลือกอีกครั้งบิดามารดาของนางยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่านางอ่านออกเขียนได้แล้วอย่างคล่องแคล่วด้วยความทรงจำเมื่อครั้งที่ยังเป็ฮุ่ยหลัน
มือเล็กๆขีดฆ่าชื่อสกิลที่ไม่้า จนกระทั่งเหลือเพียงแปดสกิลที่น่าสนใจที่สุด
ทลายเกราะ เลเวล 15 – ลดการป้องกันของเป้าหมาย PDEF-15%, MDEF-15%, CC Resistance-15% นาน 15 วินาที CD= 3 วินาทีผลการลดเกราะสามารถซ้อนทับได้
สกิลทลายเกราะนี้ แรกที่เห็นเสวี่ยหลินต้องยิ้มกว้าง ลดเกราะได้แถมซ้อนทับได้แบบไร้ขีดจำกัดเท่ากับฝ่ายตรงข้ามจะไม่เหลือเกราะป้องกันใดๆ เลย เรียกได้ว่าเดินตัวเปล่าล่อนจ้อนมาให้นางเชือดเสียด้วยซ้ำแถม CD แค่ 3 วินาที เรียกได้ว่าเป็สกิลที่โกงสุดๆ แล้วนางจะไม่ใช้ได้อย่างไร
แหลมคม เลเวล 10 – ลด HIT ของเป้าหมาย -70%นาน 5 วินาที และเพิ่ม HIT ของตนเอง +35% นาน 10 วินาที ไม่มีผลซ้อนทับ CD=10 วินาที
สกิลแหลมคมบอกชัดเจนในตัวอยู่แล้วว่าต่อให้ฝ่ายตรงข้ามมีฝีมืออย่างไรแต่หากโจมตีไม่โดนก็ไม่มีความหมายเช่นกัน และนางได้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นแม้จะเป็จำนวนที่น้อยกว่าแต่ก็ใช้ได้นานกว่า คิดอย่างไรก็คุ้ม
ห้วงนิทรา เลเวล 10 – ทำให้เป้าหมายและศัตรูที่อยู่ใกล้ๆหลับ โดนศัตรูสูงสุด 8 ตัว หลับเป็เวลา 10 วินาที ไม่มีผลซ้อนทับCT=5วินาที,CD=1วินาที
เคลิ้มฝัน เลเวล 10 - ทำดาเมจ 5 ครั้งใส่ศัตรูและกระทบไปโดนตัวรอบๆสูงสุด 10 ตัว ทำให้ศัตรูมึนงงนาน 3 วินาที CT=4.2วินาที ไม่มีผลซ้อนทับ CD=1.5วินาที
คลี่คลาย เลเวล 10 - ลบ Debuff ทั้งหมดที่ตนเองได้รับจากนั้นจะป้องกัน Debuff จากศัตรูนาน 10 วินาที ถ้าใช้ใส่กับศัตรูจะลบ Buff ทั้งหมดของศัตรู และจะทำให้ศัตรูไม่ได้รับ Buffของฝ่ายศัตรูนาน 10 วินาที CT=5วินาที,CD=7 วินาที
เกราะทองคำ เลเวล 10 - สร้างเกราะคุ้มกันป้องกันการโจมตีทั้งหมดนาน 50 วิ หรือโดนตีจำนวน 15 ครั้ง เกราะก็จะหายไป CT=0.5วินาที
โจมตีสัมฤทธิ์ผล เลเวล 10 (Passive Skill) – เพิ่มMATK ของตัวเอง 20%, มีโอกาส 20% โจมตีติดคริติคอล และทำดาเมจคริติคอล 220%
อาณาจักรแห่งฝัน (AOE) เลเวล 10 สกิลประจำเผ่าพันธุ์จิ้งจอกทองเก้าหาง- มีระยะสกิลกว้าง 10 จั้ง (1 จั้ง = 2.5 เมตร)ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในระยะสกิลได้รับ CC effect สามประการได้แก่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้นาน 5 วินาที จากนั้นจะหลับนาน 5 วินาที สุดท้ายจะมึนงงนาน5 วินาที ผลของอาณาจักรแห่งฝันไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากเ้าของสกิลจะยกเลิกเอง CD=3 นาที
สกิลที่เลือกมาทั้งหมดนี้เสวี่ยหลินยิ้มแล้วยิ้มอีก เพราะทุกสกิลที่นางเลือกมี CC หมดทุกอันนั่นหมายความว่า ผู้ที่เผชิญหน้ากับนาง แทบไม่มีโอกาสต่อสู้เพราะนางก็ไม่คิดเปิดโอกาสต่อสู้ให้ผู้ใดเช่นกัน
ในระยะแรกนี้สกิลที่เสวี่ยหลินมั่นใจว่าจะได้ใช้บ่อยที่สุดต้องเป็ทลายเกราะแหลมคม ห้วงนิทรา เคลิ้มฝัน ส่วนคลี่คลาย เกราะทองคำ อาณาจักรแห่งฝันสามสกิลนี้น่าจะยังไม่ค่อยได้ใช้
เมื่อเลือกสกิลที่้าได้แล้วเสวี่ยหลินก็อัพสกิลด้วยแต้มทั้งหมดที่มีคือ 75 แต้ม เพียงอัพเสร็จสรรพนางก็รู้สึกได้ทันทีว่านางสามารถใช้งานมันได้แล้ว นางสามารถใช้บทเวทได้แล้วแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
เสวี่ยหลินหันมามองหาอาวุธและอุปกรณ์สวมใส่อย่างอื่นนั่งอ่านอย่างละเอียดอีกหนึ่งชั่วยาม นางก็ต้องถอนหายใจ นางต้องหาวัตถุดิบมาจากการล่าสัตว์อสูรระดับสูงทั้งสิ้นเพื่อสร้างพวกมันขึ้นมาแต่อาวุธที่เหมาะสมกับนางที่สุดคือ คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอก
คุณสมบัติของคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกก็คือ
ค่าสถานะทุกค่า +20% แต่ INT+40%
Perfect Hit+25%,Perfect Dodge+25%, ASPD+25%
All Skill Effect+10%
เพียงเห็นคุณสมบัติของคทานี้ เสวี่ยหลินก็แทบกรีดร้องด้วยความอยากได้ขั้นสุดความสามารถของมันเรียกได้ว่าโกงขั้นเทพไปเลย
แต่ที่ทำให้เสวี่ยหลินตาลุกคือคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอก กลับอยู่ที่คลังสมบัติของวังพายัพของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางนี่เองมันอยู่ในคลังมาหลายแสนปีแล้ว ไม่มีจิ้งจอกเก้าหางตนใดใช้มันได้นั่นเพราะมันจะตอบรับเฉพาะจิ้งจอกทองเก้าหางเท่านั้น
เสวี่ยหลินแทบจะอดทนรอให้ถึงตอนเช้าไม่ไหวนางอยากได้มันเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
คืนนี้ทั้งคืนนางแทบนอนไม่หลับเพราะใจนึกถึงแต่คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอก แม้ในระบบจะไม่ได้แสดงรูปร่างหน้าตาของคทานี้ไว้แต่นางก็เชื่อว่าต้องเป็คทาที่สวยมากแน่ๆ
เมื่อถึงตอนเช้าก่อนจะถึงเวลารับประทานอาหารเช้าร่วมกับบิดาและมารดาโดยไม่มีพี่ใหญ่เสวี่ยซานของนางเพราะพี่ใหญ่เสวี่ยซาน ยามนี้เขาอายุ 44,000 ปีได้กลับไปร่ำเรียนที่หุบเขาบูรพานิรันดร์แล้ว
หุบเขาบูรพานิรันดร์เป็สถานที่ที่เหล่าเทพเซียนทุกเผ่าต่างพากันส่งบุตรหลานมาร่ำเรียนที่นี่หุบเขาบูรพานิรันดร์จะสั่งสอนทั้งศาสตร์การต่อสู้ การปรุงยา การสร้างอุปกรณ์ต่างๆ เรียกได้ว่าเป็ั้แ่โรงเรียนกระทั่งมหาวิทยาลัยของเหล่าเทพเซียนได้เลยแต่จะเริ่มรับเข้าศึกษาเมื่ออายุ 25,000 ปี ดังนั้นเสวี่ยหลินจึงต้องร่ำเรียนที่แดนพายัพของเผ่าจิ้งจอกไปอีก 11,000 ปีจึงจะถึงเกณฑ์ไปศึกษาที่บูรพานิรันดร์
หลังจากรีบแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเสวี่ยหลินจึงวิ่งออกจากห้องนอนของตนเองมาที่หน้าห้องบรรทมของาาและราชินีแห่งเผ่าจิ้งจอกทันทีแม้จะทราบดีว่านางมาถึงเช้ามาก บิดามารดาของนางยังไม่ตื่นแน่นอนแต่ทำอย่างไรได้ล่ะ นางอยากได้คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกจะแย่แล้ว
มือเล็กยกมือเคาะประตูห้องครู่หนึ่ง
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ตื่นบรรทมหรือยังเพคะ ลูกอยากพบเพคะ” เสียงหวานใสเล็กๆ ร้องเรียกออกไป
เสวี่ยหลินยืนรออยู่ไม่กี่อึดใจประตูห้องก็เปิดออก เป็เหม่ยเมิ่ง ท่านแม่คนงามของนางนั่นเองที่มาเปิดประตูเห็นท่านแม่มีสีหน้าสงสัย
“เอ่อ...ลูกอยากพบเสด็จพ่อเพคะ”เสวี่ยหลินยิ้มแห้ง
เหม่ยเมิ่งมีสีหน้าแปลกใจหากก็เปิดประตูกว้างกว่าเดิมให้บุตรสาวเข้าไป“พ่อเ้า เขายังไม่ตื่นเลย”
เสวี่ยหลินมีสีหน้ารู้ทัน“เมื่อคืนเสด็จพ่อจุ๊กจิ๊กกับเสด็จแม่ไปกี่รอบล่ะเพคะ”
“ลูกคนนี้นี่ อายุแค่หมื่นกว่าปีทำเป็รู้ดี เสวี่ยปิงบอกเ้าหรือไร” เหม่ยเมิ่งเอ็ดออกมาหากก็แก้มแดงซ่านั้แ่เสวี่ยหลินรู้ความเมื่อราวที่นางอายุได้เพียง 12,000 ปีเหม่ยเมิ่งก็รู้สึกได้ว่าบุตรสาวตัวน้อยดูจะรู้อะไรมากมายนักนางได้แต่สงสัยว่าบุตรสาวไปรู้มาได้อย่างไรเหม่ยเมิ่งย่อมไม่คาดว่าเสวี่ยหลินยังมีความทรงจำเมื่อยามที่นางเป็ฮุ่ยหลันทั้งโลกมนุษย์ที่นางตายจากมาก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทันสมัยกว่าโลกแห่งเซียนนี้
“แหม เสด็จแม่ ลูกก็ต้องเห็นบ้างอะไรบ้างสิเพคะ” เสวี่ยหลินตอบกลับยิ้มๆ
“ไป รีบไปหาพ่อเ้าเลยเข้าไปปลุกเขาเอง เ้าตัวยุ่ง” มารดาตอบกลับด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
“ขอบพระทัยเพคะ เสด็จแม่คนสวยของลูก”
ได้ยินวาจารื่นหูของบุตรสาวแล้วเหม่ยเมิ่งได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจ เสวี่ยหลินช่างออดอ้อน ประจบเอาใจทุกคนรอบข้างนัก คล้ายทราบดีว่าผู้คนรอบข้างล้วนแต่รักใคร่เอ็นดูนางั้แ่แบเบาะจนเติบโตมาถึงตอนนี้ไม่เคยต้องหนักใจเพราะบุตรสาวคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เสวี่ยหลินเฉลียวฉลาด รู้ความและเข้าใจทุกสิ่งได้อย่างง่ายดายนัก ซ้ำยังมีน้ำใจกับทุกคนอย่างยิ่ง
นิ้วเล็กๆสะกิดปลุกท่านพ่อของนางที่ยังคงหลับสนิท
“เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ ตื่นก่อนนะเพคะ ลูกอยากขออะไรบางอย่างเพคะ”เสียงเล็กๆ บอกออกมาค่อนข้างดังเพื่อปลุกบิดาให้ตื่นขึ้น
นิ้วเล็กๆ ยังคงสะกิดปลุก ครู่หนึ่งเสวี่ยิจึงค่อยลืมตาตื่น
“เสด็จพ่อตื่นแล้ว”เสวี่ยหลินกล่าวอย่างดีใจหากเสวี่ยิต้องรีบเหลือบตามองว่าตนเองห่มผ้าเรียบร้อยดีหรือไม่เพราะเขาเปลือยอยู่ก่อนจะเหลือบไปมองเหม่ยเมิ่งที่ยืนมองเขาอย่างขันๆ
“หลินเอ๋อร์มาหาพ่อแต่เช้ามีอะไรหรือลูก”
“ลูกอยากขอเข้าไปในคลังของวังพายัพเพคะ”
เสวี่ยิขมวดคิ้วทันที“เ้าอยากได้อะไร เดี๋ยวพ่อเข้าไปหยิบให้”
“เสด็จพ่อไม่รู้จักของที่ลูกอยากได้หรอกเพคะลูกต้องเข้าไปเอาเอง”
“เ้าอยากได้อะไร”
“คทาเพคะ คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอก”
คำตอบของบุตรสาวทำให้เสวี่ยิงุนงงคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกคืออะไร เขาไม่รู้จัก
“เ้ารู้จักมันได้อย่างไร”
“เอ่อ...” เสวี่ยหลินอึ้งไปทันทีกรอกตาอย่างรวดเร็ว
“เมื่อคืนลูกฝันเพคะฝันว่ามีคทานี้อยู่ในคลังของเสด็จพ่อ เป็คทาสำหรับจิ้งจอกอย่างลูก” เสวี่ยหลินแก้ตัวสำเร็จ
“จิ้งจอกอย่างเ้า? หมายความว่าอย่างไร”
เวรล่ะสิ เสด็จพ่อ เสด็จแม่ยังไม่ได้บอกเื่จิ้งจอกทองเก้าหาง เอาไงดีล่ะ เสวี่ยหลินนิ่งอึ้ง
“ก็...เอ่อ...ลูกทราบว่าลูกเป็จิ้งจอกทองเก้าหางเพคะมีอยู่หนหนึ่งลูกแอบได้ยินเสด็จพ่อกับเสด็จแม่คุยกัน” เสวี่ยหลินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
เสวี่ยิต้องถอนหายใจความลับเื่นี้ไม่คาดเลยว่าเ้าตัวน้อยของเขาจะทราบก่อนเวลาอันควร
“เ้าออกไปรอพ่อข้างนอกสักครู่ให้พ่อแต่งตัวก่อนแล้วจะพาเ้าเข้าไปในคลัง”
“ขอบพระทัยเพคะเสด็จพ่อน่ารักที่สุดเลย”เอ่ยชมแล้วก็ก้มลงหอมแก้มบิดาเสียหนึ่งฟอดก่อนจะรีบวิ่งไปรอนอกห้องอย่างรวดเร็วเหม่ยเมิ่งมองตามบุตรสาวอย่างอ่อนใจกับความกระโดกกระเดกของนางได้แต่คิดว่าต้องรีบหาเวลาอบรมกิริยามารยาทของเ้าตัวดีให้มากกว่านี้เสียแล้ว
ยามนี้เสวี่ยหลินเบิ่งตากว้างอย่างตกตะลึงกับคลังสมบัติของวังพายัพนางคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีสมบัติมากมายขนาดนี้แผ่ปราณเซียนจิ้งจอกออกก็ได้พบว่ามีของน่าสนใจหลายสิ่งนักแต่ตอนนี้นางต้องเอาคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกมาเสียก่อน ปราณเซียนจิ้งจอกถูกปลดปล่อยมากขึ้นเพื่อค้นหาของที่นาง้า
เสวี่ยินึกทึ่งยิ่งนักเมื่อััได้ถึงปราณเซียนของบุตรสาวแม้จะทราบดีอยู่แล้ว แต่เมื่อนางใช้ออกครั้งใดเขาก็ต้องนึกภูมิใจในตัวบุตรสาวคนนี้ยิ่งนัก เพราะปราณเซียนจิ้งจอกของนางกล้าแข็งและทรงพลังอย่างยิ่งเกินกว่าเซียนจิ้งจอกในวัยเดียวกันไปมากมาย
ไม่นานนักเสวี่ยหลินก็จูงมือเสวี่ยิเดินตรงไปเบื้องหน้าเดินไปได้ราวสิบจั้ง (1 จั้ง = 2.5 เมตร) เบื้องหน้าของนางและบิดาคือกล่องไม้แกะสลักเรียบๆใบหนึ่ง กว้างราวห้าชุ่น (1 ชุ่น = 1 นิ้ว) และยาวสองฉื่อ (1ฉื่อ = 10 นิ้ว) กับอีกสี่ชุ่นเสวี่ยิจดจำได้ทันทีว่านี่เป็กล่องที่ปรากฏอยู่ในคลังแห่งนี้มาแต่แรกเขาเคยลองเปิดอยู่หลายครั้ง หากพยายามเท่าใดก็ไม่สามารถเปิดได้
มือเล็กๆของบุตรสาวยื่นไปแตะที่ฝากล่องนั้น
กริ๊ก
เสียงคล้ายกลไกบางอย่างคลายออกก่อนกล่องไม้นั้นจะทอประกายสีทองวาบขึ้นบุตรสาวของเขาชักมือกลับอย่างใและสงสัย แสงสีทองนั้นทอประกายอยู่ชั่วครู่ก็ดับวูบนางยื่นมือแตะอีกครั้งก่อนจะยกเปิดฝากล่องออกท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้เป็บิดา
หลินเอ๋อร์เปิดได้อย่างไรนางแค่ััมันเองนะ ไม่ได้ใช้ปราณจิ้งจอกหรือพลังใดทั้งสิ้นเสวี่ยิคิดในใจอย่างตื่นตะลึง
ภายในกล่องนั้นมีวัตถุอย่างหนึ่งวางอยู่ เสวี่ยิไม่ทราบว่ามันคือสิ่งใด มันมีรูปทรงเพรียวยาวดูแล้วสร้างขึ้นจากทองคำ มันถูกขัดมันจนเป็ประกายแวววาว้าถูกขึ้นรูปให้รองรับเพชรไร้สีขนาดราวกำปั้นเพชรเม็ดนี้ถูกเจียระไนจนได้เหลี่ยมคมไร้ตำหนิ สะท้อนประกายรุ้งอย่างงดงามอร่ามตา้าของเพชรเม็ดนี้ ทองคำยังถูกขึ้นรูปให้รองรับเพชรสีม่วงเข้มขนาดราวครึ่งกำปั้นที่ได้รับการเจียระไนมาอย่างงดงามเช่นเดียวกับเพชรด้านล่างเหนือเพชรสีม่วงเป็สัญลักษณ์สี่แฉกที่ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กตรงกลางของสัญลักษณ์ฝังไว้ด้วยมรกตสีเขียวเข้มเจิดจรัส
ด้านล่างของเ้าสิ่งนี้ประดับตกแต่งไว้ด้วยทองคำแกะสลักอย่างอ่อนช้อยและฝังด้วยเพชรสีขาวเม็ดเล็กอย่างงดงาม
เสวี่ยหลินรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอก คทาที่มีแต่นางเท่านั้นที่ใช้ได้
มือเล็กยื่นไปหยิบคทานี้ไว้ทันทีเพียงคทาอยู่ในมือนาง มันก็ทอประกายแสงสีทองเจิดจ้าไปทั้งคลังแสงสีทองเจิดจ้าเสียจนต้องหลับตาลง คล้ายดั่งคทานี้มีชีวิตมันรับรู้แล้วว่ามันพบเจอเ้าของที่แท้จริงแล้วครู่ใหญ่กว่าที่แสงสีทองนั้นจะมอดดับลง
เบื้องหน้าของเสวี่ยหลินปรากฏหน้าต่างขึ้นมาบานหนึ่งมีคำว่า ‘ติดตั้ง’ ขึ้นมาให้เห็น
นางเหลือบตามองบิดานิดหนึ่งก็พบว่าดูเหมือนเสวี่ยิบิดาของนางจะไม่เห็นหน้าต่างนี้
ยามนี้เสวี่ยิจึงได้เห็นบุตรทาบฝ่ามือเล็กลงไปกลางอากาศพริบตาคทาในมือนางก็กลายเป็กลุ่มละอองดาวพุ่งเข้าสู่ร่างของนาง
ติดตั้งเรียบร้อย
เสียงไร้ที่มาดังขึ้นในหูของเสวี่ยหลินนางพลันรู้สึกได้ทันทีว่าร่างของนางทรงพลังขึ้นแน่นอนว่านี่เป็ผลจากคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกที่มอบค่าสถานะให้นางมากมาย
“หลินเอ๋อร์ เ้าทราบหรือไม่กล่องใบนี้ พ่อพยายามเปิดมาหลายครั้ง แต่เปิดไม่ได้เลยแต่เ้าแค่ััมันก็เปิดได้แล้ว แสดงว่าของในกล่องนี้เป็ของเ้าจริงๆ”
“เพคะ มันคือคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกเป็คทาที่ลูกใช้ได้เพียงคนเดียว”
“เอามันออกมาให้พ่อดูหน่อย”
มือเล็กแบออกก็ปรากฏคทาทองคำขึ้นอีกครั้งเสวี่ยิยื่นมือไปหยิบมา หากเพียงคทาอยู่ในมือของเขาร่างสูงสง่าล้มลงไปนั่งแปะกับพื้นทันที น้ำหนักของคทาพลันเพิ่มขึ้นราวบรรพตหมื่นจั้งทับลงบนมือของเขา
“เสด็จพ่อ ! !”
เสวี่ยหลินอุทานเรียกอย่างในางรีบยื่นมือไปหยิบคทามาถือไว้ นั่นจึงทำให้บิดาของนางค่อยยืดตัวตรงนั่งได้
“เสด็จพ่อเป็อย่างไรบ้างเพคะ”
“พ่อไม่เป็ไรแล้วลูกคทานั่นเป็ของเ้าคนเดียวจริงๆ กระทั่งถือ มันยังไม่ยอมให้พ่อถือเลย” เขาบ่นออกมา
“หลินเอ๋อร์ เ้าถือคทาไว้ขอพ่อดูให้ชัดๆ หน่อย”
“เพคะ”
เสวี่ยิจับจ้องมองคทานั้นอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะแผ่ปราณจิ้งจอกออกตรวจสอบหากก็ไม่พบถึงความมหัศจรรย์ของมัน
“หลินเอ๋อร์ คทานี้มีคุณวิเศษอย่างไรรึ”
เสวี่ยหลินอ้าปากเพื่อบอกถึงคุณสมบัติของคทาหากก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าถ้านางกล่าวคำ INT DEX VIT อะไรพวกนี้ไป บิดาของนางไม่รู้เื่แน่และยังยากจะอธิบายด้วย
“คทานี้ทำให้พลังเวทของลูกเพิ่มขึ้นเพคะและเวทมนตร์ทุกบทก็จะรุนแรงขึ้นอีกด้วย” นางเลือกอธิบายอย่างง่ายที่สุด
คำตอบนี้ของนางทำให้เสวี่ยิตกตะลึง
“มันดีถึงเพียงนี้?”
“เพคะ ลูกถึงอยากได้มันมากๆ”
เสวี่ยิต้องถอนหายใจออกมา“เ้าเก็บคทาไปเถิด ช่างเป็อาวุธที่แปลกประหลาดนัก ไม่มีเทพเซียนคนใดใช้อาวุธเช่นนี้เลยแล้วมันจะสู้กระบี่ได้รึ”
เสวี่ยหลินยิ้มกว้างทันที “ได้สิเพคะเสด็จพ่อไม่ต้องห่วง”
“เสด็จพ่อในคลังมีของอีกหลายอย่างที่ลูกสนใจ เสด็จพ่ออนุญาตให้ลูกเลือกของไปได้หรือไม่เพคะ”นางรีบขอทันที ย่อมไม่บ่อยนักหรอกที่นางจะได้เข้ามาในคลังแห่งนี้
“ตามใจเ้าสิ เ้าเลือกมาแล้วพ่อจะช่วยดูให้ ของบางอย่างแม้เหมาะกับเ้าแต่มันอาจจะยังไม่เหมาะสมที่เ้าจะใช้ในเวลานี้ก็ได้”
“งั้นพวกเราไปรับประทานอาหารเช้ากันก่อนเสร็จแล้วค่อยมาเลือกของในคลังนะเพคะ”
“ตามใจเ้าสิ”
“เสด็จพ่อรักลูกที่สุดเลย”นางกอดบิดาไว้ก่อนจะหอมแก้มเขาอีกหนึ่งฟอดเพื่อขอบคุณ
เสวี่ยิยิ้มอย่างอารมณ์ดี“ไม่ต้องทำมาประจบพ่อ รู้หรอกว่าเ้าอยากได้ของมากมายนัก”
เสวี่ยหลินยิ้มแหยที่บิดารู้ทัน
สองพ่อลูกออกจากคลังสมบัติกลับมารับประทานอาหารเช้าจนเรียบร้อยจึงพากันกลับมาเลือกของในคลังสมบัติอีกครั้งหนึ่ง
ในสายตาของเสวี่ยหลินยามนี้มีหน้าจอหนึ่งผุดขึ้น หน้าจอบอกนางว่าของที่อยู่ในมือนางคือสิ่งใดมีคุณสมบัติอย่างไร นางตวัดสายตาอ่านอย่างรวดเร็วอันไหนรู้สึกว่าน่าสนใจก็เอามาเก็บไว้ในมิติส่วนตัวของตนเองก่อน
“หลินเอ๋อร์เ้าจะเอาของไปมากมายขนาดนั้นเลยรึ” เสวี่ยิถามออกมาเมื่อเห็นบุตรสาวเดินเลือกของอย่างพิถีพิถันไปหลายชิ้นนัก
“ไม่ใช่หรอกเพคะ อันไหนน่าสนใจลูกแค่เลือกเอาไว้ก่อน เดี๋ยวพอเลือกครบหมดแล้วลูกจะมาคัดเลือกอีกครั้งว่าอันไหนที่น่าสนใจและจำเป็กับลูกจริงๆจึงค่อยเอาไว้เพคะ”
เสวี่ยิต้องนึกทึ่ง
หลินเอ๋อร์รอบคอบดีเหลือเกินว่าแต่เด็กน้อยอายุแค่หมื่นกว่าปี เลือกของเก่งขนาดนี้เลยรึ
เขาคิดในใจหากก็ปล่อยให้บุตรสาวได้เลือกของตามใจชอบตัวเขาเองเพียงนั่งอ่านตำรารอนางเท่านั้น
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามเสวี่ยหลินจึงเลือกของเสร็จสิ้น ยามนี้นางจึงมานั่งข้างบิดาก่อนจะหยิบของที่เลือกไว้ออกมาจากมิติส่วนตัวของตนเองออกมาวางเรียงรายจนครบเห็นของที่นางหยิบออกมาแล้ว เสวี่ยิยิ่งนึกทึ่งกว่าเดิมบุตรสาวของเขาเลือกของเก่งยิ่งแต่ละชิ้นล้วนมีคุณวิเศษแตกต่างกันไปและยังเหมาะสมกับตัวนางไม่น้อย
เห็นบุตรสาวนั่งจ้องของแต่ละชิ้นอย่างพินิจพิจารณาเหมือนนางหลงลืมไปว่ามีบิดานั่งอยู่ด้วยจิตสมาธิของนางจดจ่อกับการคัดเลือกของอย่างยิ่ง
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามนางจึงเลือกของแล้วเสร็จ มือเล็กๆ วาดออกก่อนจะแผ่ปราณจิ้งจอกเพื่อส่งคืนของที่นางไม่้ากลับไปยังที่ของมันเมื่อมองดูของที่นางเลือกแล้ว เสวี่ยิต้องนิ่งอึ้ง
มีโอสถวิเศษเพิ่มพูนลมปราณหนึ่งขวดหยกในนั้นย่อมมีโอสถอยู่สิบเม็ด หากที่สะดุดตาเขากลับเป็เครื่องประดับสามชิ้นที่เขาไม่เคยคาดมาก่อนว่าจะมีอยู่ในคลัง
ชิ้นแรกเป็แหวนแต่ก็เหมือนแหวนแบบเป็ปลอกเสียมากกว่าแหวนนี้สร้างจากโลหะบางอย่างสลักเสลาอย่างงดงาม ดูเผินๆ ก็เหมือนเครื่องประดับทั่วไปแต่บุตรสาวของเขาเลือกเอาไว้ ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน มองเห็นเสวี่ยหลินสวมใส่แหวนนี้ลงบนนิ้วกลางของนางตัวแหวนทอประกายขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะพอดีกับนิ้วของนางราวกับจับวาง
ชิ้นที่สองเป็ต่างหูที่สร้างด้วยโลหะชนิดเดียวกันกับแหวนเป็ต่างหูที่เพียงใส่มันที่หลังใบหูก็ใส่ได้โดยไม่ต้องเจาะหูซ้ำยังดูแ่าเสียด้วย มันถูกสลักด้วยลวดลายแบบเดียวกันเสวี่ยหลินใส่ต่างหูนี้ลงบนหูทั้งสองข้างทันที
ชิ้นที่สามเป็ปิ่นโลหะที่สลักลวดลายแบบเดียวกับแหวนและต่างหูบุตรสาวของเขาเสียบปิ่นปักผมนี้ลงไปอีกอัน
เสวี่ยิเองก็ทราบดีถึงคุณวิเศษของเครื่องประดับสามชิ้นนี้หากแต่เขาดูแล้วก็คิดว่ามันไม่น่าสนใจแต่บุตรสาวของเขากลับมีท่าทางดีอกดีใจมากมายที่ได้ใช้มันเขาได้แต่ประหลาดใจเพราะของวิเศษที่เหล่าเทพเซียนมักใช้กันจะเป็ของวิเศษที่มีพลังทำลายสูงของวิเศษที่เสริมสร้างร่างเซียนเช่นนี้แทบไม่มีผู้ใดสนใจใช้เลย
เครื่องประดับสามชิ้นนี้สวยงามอย่างเรียบง่ายแต่เมื่อเสวี่ยหลินสวมใส่มันกลับทำให้นางดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เขาต้องมองบุตรสาวของตนเองอย่างชื่นชม
“หลินเอ๋อร์ของพ่อน่ารักมาก”เขากล่าวชมออกมาทันที
“เสด็จพ่อของลูกหล่อเหลาเสด็จแม่ก็งดงาม ลูกย่อมต้องเหมือนพวกท่านสิเ้าคะ” นางกล่าวอย่างไม่ถ่อมตนสักนิด
“หลงตัวเอง”บิดาของนางค่อนว่าอย่างเอ็นดู
“ถึงจะหลงตัวเองแต่เสด็จพ่อก็รักข้ามากอยู่ดี” นางกล่าวต่ออย่างโอ้อวด แย้มยิ้มกว้างพร้อมด้วยลักยิ้มสองข้างแก้มเรียกให้บิดาของนางต้องคว้านางมากอดไว้ก่อนจะหอมแก้มบุตรสาวทั้งสองข้าง
“เฮ้อข้ามีบุตรสาวที่หลงตัวเองขนาดนี้ั้แ่เมื่อใดกันนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ท่านพ่อของนางหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ
“ได้ของที่้าครบแล้วใช่หรือไม่หรืออยากได้อะไรอีก” ท่านพ่อของนางถามอย่างเอาอกเอาใจ
“ครบแล้วเพคะ จริงๆยังมีของที่ลูกอยากได้อยู่ แต่มันยังไม่เหมาะกับลูกในตอนนี้เพคะเลยต้องฝากไว้ในคลังก่อน”
“ได้ ไว้ถึงเวลาเหมาะสมเ้าก็มาบอกพ่อก็แล้วกัน พ่อจะพาเข้ามา”
เสวี่ยหลินกลับเข้ามาในห้องของตนเองแล้วนางกำลังนั่งชื่นชมของที่นางได้มาจากคลังของวังพายัพ เพราะเครื่องประดับแต่ละชิ้นเพิ่มค่าสถานะให้นางชิ้นละ5% และแต่ละชิ้นยังสามารถป้องกันสถานะผิดปกติที่เกิดจาก CC ได้ชิ้นละ 5% และเพราะมันเป็ของเข้าชุดกันทำให้ค่าสถานะเพิ่มขึ้นอีก 5%
นางเข้าใจดีว่าเหล่าเทพเซียนทั้งหลายมักไม่เห็นคุณค่าของของพวกนี้เพราะพวกเขาไม่เห็นค่าสถานะเช่นนาง จึงเน้นเพียงการทำให้ตนเองสามารถโจมตีได้รุนแรงเป็หลัก
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรกัน ลูกแม่”เหม่ยเมิ่งที่เดินเข้ามาในตำหนักพยับหมอกของเสวี่ยหลินถามขึ้น
“ได้ของถูกใจมาจากคลังเพคะเสด็จแม่มาหาลูก มีอะไรเพคะ”
“เห็นพ่อเ้ามาเล่าให้ฟังว่าเ้าเลือกเครื่องประดับวิเศษไปสามชิ้นแม่เลยนึกขึ้นได้ถึงของชิ้นหนึ่ง เลยเอามาให้เ้า”เหม่ยเมิ่งยื่นกล่องไม้แกะสลักใบเล็กไปให้บุตรสาว
เสวี่ยหลินรับมาก่อนจะเปิดดูยามนี้ปรากฏหน้าต่างแสดงคุณสมบัติของกำไลหยกนี้ออกมาแล้ว นางต้องตาโตทันที
PDEF+20%, MDEF+20%
Max HP+10%, Max SP+10%, PerfectDodge+10%
CC Resistance +10%, DamageReflection+10%
“เสด็จแม่ ของดีมากเลยเพคะไปได้มาจากไหนเพคะ” เสวี่ยหลินละล่ำละลักถามอย่างดีใจสุดๆนางรีบสวมกำไลนี้ที่ข้อมือซ้ายทันที และนี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นคุณสมบัติสะท้อนดาเมจแม้ตอนนี้จะมีเพียง 10% แต่ก็ถือว่ามากแล้ว ในเกมที่นางเคยเล่นครั้งที่ยังเป็ฮุ่ยหลันคุณสมบัติสะท้อนดาเมจในของชิ้นหนึ่งได้อย่างมากก็เพียง 5%เท่านั้น
***PDEF=Physical Defense (การป้องกันกายภาพ), MDEF=Magic DEF (การป้องกันเวท)
HIT คือ ค่าความแม่นยำ
อ้างอิงจากข้อมูลเกม Ragnarok M Eternal Love สำหรับคำอธิบายเื่ STR, AGI, VIT, INT, DEX, LUK
STR (Strength) มีผลต่อพลังโจมตีทางกายภาพ(Physical Attack: PATK) แบบ “ระยะประชิด” ของตัวละครทำให้สามารถสร้างความเสียหายได้ แม้จะไม่มีอาวุธใดๆ ติดตั้ง หากมีการอัพค่า STRจำนวนมาก ค่า STR จะถูกคูณกับค่าอาวุธ ATKเพื่อเพิ่มความเสียหายได้มากยิ่งขึ้นกับอาวุธประเภท “ระยะประชิด”
AGI (Agility) มีผลต่อความเร็วของตัวละครในหลายๆด้าน ทำให้สามารถโจมตีได้เร็วขึ้น (ASPD ย่อมาจาก SpeedAttack เป็ค่าความเร็วในการโจมตี ยิ่งมีค่านี้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้การโจมตีรวดเร็วเท่านั้น) และยังสามารถหลบการโจมตีจากศัตรูได้บ่อยยิ่งขึ้น(FLEE) แต่ค่านี้ ไม่ส่งผลต่อความเร็วในการเคลื่อนที่และยิ่งอัพค่านี้มาก จะถูกลดค่าป้องกัน (Defense: DEF) ลงไปเรื่อยๆ
VIT (Vitality) มีผลต่อการเพิ่มพลังชีวิต(Health Point: HP) ให้สูงมากยิ่งขึ้น (Max HP) อีกทั้งยังเพิ่มพลังฟื้นฟูของตัวละคร ทำให้สามารถทนต่อมอนสเตอร์ได้นานขึ้นและฟื้นชีวิตด้วยไอเทมรักษาได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยการอัพค่านี้มากๆ ยังทำให้ช่วยต้านสถานะผิดปกติ และยิ่งอัพค่านี้มาก จะถูกลด DEFลงไปเรื่อยๆ
INT (Intelligence) มีผลต่อพลังอำนาจทางจิตของตัวละครทำให้สามารถสร้างความเสียหายเวทได้แม้จะไม่มีอาวุธใดก็ตาม โดยค่านี้จะขยาย SP (Spell Point หรือเรียกว่ามานา ซึ่งจะเป็ค่าที่แสดงให้เห็นถึงพลังเวทที่สามารถใช้งานได้และจะลดลงทุกครั้งที่มีการใช้สกิลใดๆ ที่ต้องอาศัย SP) ให้สามารถใช้งานได้มากขึ้นเพิ่มพลังโจมตีทางเวท (Magical ATK: MATK) และป้องกันเวทย์ (MagicalDEF: MDEF) ค่านี้ยังมีความสามารถในการช่วยฟื้น SP ได้เร็วยิ่งขึ้น การอัพค่านี้เป็จำนวนมาก จะทำให้ระยะเวลาในการร่ายเวทเร็วขึ้น
DEX (Dexterity) มีผลต่อความแม่นยำในการโจมตี (HIT) ของตัวละครเพราะมีโอกาสที่จะโจมตีโดนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่ม PATK ให้กับสายโจมตีระยะไกล DEX ยังไปเพิ่มในส่วนของการลดเวลาในการร่ายสกิลเพิ่มอัตราความสำเร็จในการขโมย ตีบวก สร้างสิ่งของ และอาหาร เป็ต้น
LUK (Luck) มีผลต่อการโจมตีของตัวละครบางสายอาชีพที่หวังการโจมตีแบบติดคริติคอล(Critical Hit) ให้เกิดขึ้นได้บ่อยๆและยังเพิ่มค่าอื่นๆอีกมากมาย อย่างละเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็เพิ่มอัตราความสำเร็จในการขโมย ตีบวก สร้างสิ่งของ และอาหาร ต้านทานสถานะผิดปกติและยังเพิ่มอัตราการหลบหลีก
Cooldown (CD) หมายถึงกลไกอย่างหนึ่งของระบบการเล่นเกมในรูปแบบของ่เวลาที่ผู้เล่นจะต้องรอก่อนที่จะสามารถเรียกใช้การกระทำเดิมได้อีกครั้ง
AoE (Area of Effect) คือขอบเขตที่แสดงผล คำว่า AoE จะใช้เรียกกับสกิลที่เป็วงกว้างสกิลรูปแบบนี้โดยส่วนมากจะเป็สกิลที่มีผลต่อการต่อสู้เป็อย่างมากมักจะพ่วงมาด้วย ความสามารถ CC ที่เป็วงกว้าง ข้อดีของทีมที่มีAoE คือสามารถสร้างความเสียหาย (Damage)ได้ดีกว่า และมี CC เป็วงกว้างทั้งการเปิดการต่อสู้หรือการช่วยเหลือเพื่อนส่วนข้อเสียคือ เื่ของ CD ที่นาน ส่วนใหญ่แล้วสกิลที่มี AoEกว้าง ๆ จะมี CD นานดังนั้นการใช้แต่ละครั้งจะมีผลต่อทีมหรือการต่อสู้มาก หากใช้พลาดไม่เกิดประโยชน์ไป1 ครั้ง อาจทำให้อีกทีมเอาชนะฝ่ายเราได้
Crowd Control (CC)เป็ความสามารถในการลดประสิทธิภาพในการต่อสู้ของคู่แข่งไม่ว่าจะเป็การทำให้เคลื่อนได้ช้าลง ใช้สกิลไม่ได้ ติดมึน ติดหยุดนิ่งติดตาบอดจนโจมตีไม่โดนซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ทีมของเราสามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้ง่ายขึ้น CC แฝงอยู่แทบทุกที่ภายในเกม ไม่ว่าจะเป็การแฝงอยู่ในสกิลต่างๆ ทั้ง Passive Skill และ Active รวมถึงอาจแฝงอยู่ในไอเทมต่างๆในรูปแบบของการใช้งานแบบมีเงื่อนไข เช่น ใส่ให้ครบเซ็ต หรือถ้าตัวละครโดนโจมตีคู่แข่งที่โจมตีจะมีความเร็วในการโจมตีลดลง เป็ต้น โดยสรุป CC คือความสามารถในการก่อกวนคู่แข่งให้เล่นยากขึ้น CC มี3 ประเภทคือ
1) Movement CC เป็ CCที่เน้นก่อกวนการเคลื่อนที่ของคู่แข่งเป็หลัก เช่น ทำให้คู่แข่งเคลื่อนที่ช้าลง(Slow), ทำให้คู่แข่งเคลื่อนไหวไม่ได้ (Root และ Stun) และทำให้คู่แข่งเคลื่อนที่หรือลอยไปในทิศทางที่เรากำหนด(Knockback)
2) Action CC เป็ CCที่เน้นก่อกวนการออกท่าโจมตีหรือการใช้สกิลต่างๆ ของคู่แข่งทำให้การโจมตีครั้งนั้นไม่สำเร็จ เช่น การติดใบ้ทำให้ไม่สามารถใช้สกิลได้ (Silence),การปลดอาวุธทำให้ไม่สามารถโจมตีแบบปกติได้ (Disarm) และการขัดขวางไม่ให้คู่แข่งใช้สกิลได้สำเร็จ (Interrupt และ Stun) CC ประเภทนี้ถือว่าร้ายแรงและส่งผลต่อรูปเกมมากที่สุดจริงอยู่ที่ CC เหล่านี้มีผลไม่กี่วินาที แต่เวลาไม่กี่วินาทีนี้ทำให้เราสามารถพลิกเกมจากแพ้เป็ชนะหรือชนะเป็แพ้ได้เลย
3) Forced CC เป็ CCที่จะบังคับตัวละครของคู่แข่งให้เคลื่อนที่ โจมตีหรือใช้สกิลบางอย่างออกมาเองโดยที่คู่แข่งไม่สามารถยกเลิกการกระทำนั้นได้ เช่นการบังคับให้ตัวละครของคู่แข่งเข้ามาโจมตีตัวละครของเราทั้งๆที่เป้าหมายคือตัวละครอื่น (Taunt) การบังคับให้คู่แข่งเดินเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ(Charm) และการบังคับให้คู่แข่งเคลื่อนที่หนีออกไปจากตัวเรา(Fear) CC ประเภทนี้จะทำให้คู่แข่งไม่สามารถบังคับตนเองฝ่ายตรงข้ามจะเคลื่อนที่หรือกระทำตามที่เรา้าจนกว่าผลของ CC จะหมดไป
Active Skill เป็สกิลประเภทกดใช้งานการใช้งานแต่ละครั้งก็จะมี CD ในการใช้งาน และใช้ค่า SPในการใช้งานด้วยแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็สกิลประเภทโจมตีและบัฟเพิ่มความสามารถให้กับตัวเราและเพื่อนร่วมทีม
Passive Skill คือ สกิลติดตัวเมื่ออัพแล้วจะได้ผลของสกิลนั้นๆ ทันที ส่วนใหญ่ Passive Skill จะเป็สกิลเพิ่มความสามารถในการป้องกันและคุณสมบัติพิเศษประจำสายอาชีพนั้นๆPassive Skill ของแต่ละสายอาชีพจะมีทั้งที่เหมือนกับสายอาชีพอื่นและมีเฉพาะสายอาชีพตัวเอง
Perfect Hit (PH) คือ โอกาสที่เป้าหมายจะมีค่าหลบหลีก (Flee)= 0 หรือก็คือโอกาสที่จะโจมตีโดน 100% โดยไม่สน Flee ถ้า PH 100% ก็จะตีปกติและสกิลโดนแน่นอนโดยไม่ต้องมี Hit เลยก็ได้
Perfect Dodge (PD) คือโอกาสที่จะหลบการโจมตีปกติ 100% ถ้า PD 100% ก็จะหลบการโจมตีปกติได้แน่นอนโดยไม่ต้องมี Flee